ณ อีกด้านของเมืองัรุ่งโรจน์ในยามนี้ วู่เทียนหลาง กับ ห่าวหรานกำลังประมือกับ 3 นักฆ่าทมิฬ อย่างดุเดือด วรยุทธ์ของพวกนั้นนับว่าแปลกประหลาดพิสดาร และร้ายกาจมาก ๆ แถมในขณะที่ต่อสู้อยู่ก็ยังมีพวกสัตว์อสูรฟ้าดินบางตัวเข้ามาร่วมวงด้วย จึงทำให้ ทั้งวู่เทียนหลาง กับ ห่าวหราน ยากที่จะเอาชนะได้โดยง่าย….
"ข้าต้องขอโทษเ้าด้วยพ่อหนุ่ม ที่ทำให้ต้องพลอยลำบากไปด้วย มิคาดคิดเลยว่า เ้าสัตว์เดรัจฉานพวกนี้จะโผล่หัวออกมา เช่นนี้ก็แสดงว่าเหล่าลูกศิษย์ของข้า ยังหาเ้าตัวบงการไม่เจอเป็แน่" วู่เทียนหลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบาในขณะที่มันยืนเอาหลังชนกับห่าวหรานเอาไว้
"ผู้าุโกล่าวเกินไปแล้ว ข้านั้นมิได้ลำบากอันใดเลย แถมยังรู้สึกสนุก และเป็เกียรติเสียด้วยซ้ำ ที่ในชีวิตนี้ได้ร่วมต่อสู้กับยอดฝีมือเช่นท่าน" ห่าวหรานเองก็เผยรอยยิ้มที่ภาคภูมิใจออกมาก่อนจะกล่าวตอบ
"เป็เช่นนั้นรึ? เ้านี่ช่างเป็เด็กหนุ่มที่ห้าวหาญยิ่งนัก เช่นนั้นเราสองก็มาสนุกกันเถิด จะว่าไปก็นานโขแล้วที่ข้าไม่ได้ ต่อสู้กับสหายที่ถูกใจเช่นนี้"
พอห่าวหรานได้ยินวู่เทียนหลางที่มีอายุมากกว่ามันถึงหลายสิบรอบ มันก็ตื่นใเป็อย่างมาก และกำลังจะกล่าวต่อว่าไม่สมควร แต่เ้านักฆ่าทั้ง 3 ก็มิได้ปล่อยให้ทั้งสองคนสนทนากันได้อีก
"ดูพวกเ้าสนิทสนมกันดีนะ เช่นนั้นก็จงไปสนทนากันต่อในปรโลกเถิด… วิชาเก้ามีดสั้นค่ายกลอัสนีมาร"กงเยี้ยนเอ่ยขึ้นพร้อมพลันซัดมีดบินโค้งของมันใส่คนทั้งคู่ที่ยืนอยู่ มีดบินพุ่งตรงมาหา วู่เทียนหลาง กับ ห่าวเพราะน ก่อนที่พวกมันกระจายตัวหมุนวนไปรอบ ๆ จากนั้นมีดสั้นโค้งทุกเล่มก็พลันบังเกิดแสงสีเหลืองสว่างจ้า พร้อมกับส่งเสียง เปรี๊ยะ ๆ ประหนึ่งสายฟ้าที่กำลังจะแผ่กระจาย
นี่คือหนึ่งในวิชามีดสั้นของกงเยี้ยน และ แท้จริง แล้วมันก็เป็นักสู้ธาตุสายฟ้าที่ยากนั้นเอง…
ทว่า…ความร้ายกาจของวิชานี้ มิได้มีเพียงแค่ขังศัตรูไว้ในวงล้อมเท่านั้น หากมีผู้อื่นเข้ามาจู่โจมต่อเนื่องลงไปใจกลางวง คนผู้นั้นก็ยากยิ่งที่จะมีชีวิตรอดได้ และผู้ที่มารับหน้าที่นั้นในยามนี้ก็มิใช่ใครอื่น นักฆ่าสาวผู้มีใบหน้างดงาม แต่แฝงไปด้วยความน่ากลัว เหม่ยชุนฮวงนั้นเอง วิชาที่นางถนัดคือวิชา แส้ แถมไม่ใช่แส้ธรรมดา แต่เป็แส้น้ำแข็งที่เย็นะเื ผู้ใดที่โดนนางหวดแส้ใส่คนผู้นั้นก็จะพลันกลายเป็น้ำแข็งในพริบตา ก่อนที่ทั่วร่างจะถูกนางใช้แส้ป่นเป็เศษเล็กเศษน้อย ตายโดยที่ไม่ทันรู้ตัวเสียด้วยซ้ำ
และ ถึงแม้คนผู้นั้นจะรอดออกมาจากค่ายกลสายฟ้า กับแส้น้ำแข็งได้ มันก็ต้องเจอเข้ากับ ใบมีดวายุที่คมกริบ และรวดเร็วจนมองไม่ทันจากฝีมือของเ้า อึ้งชางกวงซิน ที่เฝ้ารออยู่ดี ทว่า..ตามบันทึกนั้นดูเหมือนมันจะเคยออกแรงทำแบบนั้นแม้แต่หนเดียว นั้นก็เป็เพราะว่าไม่เคยมีผู้ใดรอดออกได้อย่างไรเล่า…
"ฮ่าๆๆๆๆ ตายซะไอ้แก่ วู่เทียวหลาง แล้วก็แกด้วยเ้าเด็กโง่เง่า สมน้ำหน้าอยากแส่มายุ่งไม่เข้าเื่ดีนัก" อึ้งชางกวงซินในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยะเิเสียงหัวร่อออกมาดังลั่น พร้อมใบหน้าที่ยิ้มอย่าง บิดเบี้ยวน่าเกลียด
ทว่า…ทั้งสองคนที่อยู่ใจกลางวงล้อมจะมิได้ตื่นตระหนกสักเท่าไหร่
"พวกมันทั้งสามล้วนเป็ยอดฝีมือ แถมเป็นักสู้ธาตุหายาก น่าเสียดาย น่าเสียดายจริง ๆ ที่เลือกเดินทางผิด คิดทำชั่ว" วู่เทียนหลาง เอ่ยพึมพำออกมา ก่อนส่ายหน้าเบา ๆ จากนั้นมันก็หันมาถามกับห่าวหรานว่า " พ่อหนุ่มเ้ารับมือวิชาเหล่านี้ไหวใช่หรือไม่.."
ห่าวหรานใเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับว่า "ขอรับผู้าุโ ด้วยวรยุทธ์ที่ข้ามีนั้น น่าจะพอรับมือวิชาเหล่านี้ได้หลายส่วน แต่ก็คงจะได้รับาเ็พอสมควร"
"เป็เช่นนั้นรึ..น่าเสียดายนักที่เ้าไม่คิดจะเข้าสำนักของข้า หากได้เข้ามาฝึกฝนอย่างเป็เื่เป็ราวแล้วล่ะก็ คงทำเช่นนี้ได้เป็แน่…" วู่เทียนหลาง หันไปกล่าวกับห่าวหราน โดยมิได้สนใจไยดี เหม่ยชุนฮวง ที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ และกำลังเหวี่ยงฟาดแส้น้ำแข็งของนางพุ่งเข้ามาใส่กลางหลังของ วู่เทียนหลาง อย่างไม่ปรานี ทว่า…ยังมิทัน ที่แส้จะถึงตัว วู่เทียนหลาง ก็ใช้มือเปล่ายกไปคว้าจับปลายแส้ไว้อย่างง่ายดาย….
"ฮ่าๆๆๆๆๆ เ้าแก่หน้าโง่แกเสียสติไปแล้วรึ..? ถึงได้บ้าขนาดใช้มือเปล่า ๆ จับแส้น้ำแข็งของเหม่ยชุนฮวง แบบนี้ก็มิได้ต่างอันใดกับฆ่าตัวตายเลย ร่างของแกจงกลายเป็น้ำแข็งก่อนจะถูกนางป่นเป็ผุยผงไปซะ..!" กงเยี้ยนที่ดูอยู่ะเิเสียงหัวร่อออกมาอย่างชอบอกชอบใจ อึ้งชางกวงซินก็แสยะยิ้มอย่างพึงพอใจเช่นกัน ทว่า…มีเพียงผู้เดียวที่ไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น…
เหม่ยชุนฮวง นั้นเอง จากใบหน้าที่เรียบเฉยไร้ความรู้สึกมาตลอดการต่อสู้ยามกลับพลันกลายเป็หวั่นวิตก เหตุที่เป็เช่นนั้น เพราะนางมิอาจขยับแส้ในมือได้ แถม วู่เทียนหลางก็เหมือนจะไม่ได้รู้สึกรู้สา หรือว่ามีอาการเ็ปจากความเย็นของแส้แม้แต่น้อย และเมื่อ เหม่ยชุนฮวง เพ่งมองลงใจกลางวงล้อมมีดสั้นสายฟ้าอีกครั้ง นางก็ต้องตื่นใเป็อย่างมากเพราะว่า ร่างของห่าวหรานได้หายไปเรียบร้อยแล้ว..
"เ้า..มองหาผู้ใดอยู่รึ…? " เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างแ่เบาข้างกายของเหม่ยชุนฮวง กลางท้องฟ้า นางรีบหันขวับไปมอง แต่สิ่งที่ได้พบก็คือ กำปั้นอันแข็งแกร่งของเด็กหนุ่มคาดผ้าปิดตาด้านซ้าย หมัดนั้นพุ่งเข้ากระแทกใส่ใบหน้าของเหม่ยชุนฮวง อย่างรวดเร็ว และรุนแรงจนนางพุ่งลงมากระแทกพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วจน เ้า กงเยี้ยน กับเ้าอึ้งชางกวงซิน ก็ยังมองตามแทบไม่ทัน
"นะ…หน็อยแก….ไอ้เด็กเวรอย่าอยู่เลย วิชากรงเล็บวายุสะบั้นร้อยภูผา.!!" อึ้งชางกวงซิน คำรามลั่นด้วยความโกรธ และกำลังจะตั้งท่าร่างใช้วิชาของมันเล่นงาน ห่าวหราน แต่ก็ไม่ทันที่จะได้ใช้วิชานั้น เพราะจู่ ๆ อึ้งชางกวงซิน ก็พบว่ามีเงาร่าง ใครบางคนมายืนอยู่ที่ด้านหลังของมันเรียบร้อย
"อย่าไปรังแกเด็กเลย กวงซิน อายุอานามเช่นเ้า มาสู้กับข้าที่แก่พอ ๆ กันจะดีกว่านะ.."
เมื่อผู้พูดกล่าวจบ อึ้งชางกวงซินถึงกับต้องะโถอยออกมาห่างหลายสิบก้าว คนพูดไม่ใช่ผู้ใด วู่เทียนหลางนั้นเอง…
"บะ…บ้าน่า..!! เ้าแก่นั้นออกมาจากค่ายกลอัสนีมารของข้าั้แ่เมื่อใดกัน…" กงเยี้ยนถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้างเมื่อเห็นภาพอันน่าเหลือเชื่อที่พลันปรากฏเบื้องหน้า
"ออกมาตอนไหนรึ..? ก็ตอนที่เ้าละสายตามามองข้าเล่นงาน สหายนักฆ่าหญิงของเ้าเช่นไรเล่า..!!" ห่าวหรานะโขึ้นพร้อมกับพุ่งตัวลงมาหากงเยี้ยนอย่างรวดเร็ว จากบนท้องฟ้า กงเยี้ยนถึงกับต้องสลายค่ายกลของมัน และสั่งให้มีดสั้นโค้งทั้ง 9 เล่ม หมุนวนขึ้นไปเล่นงานห่าวหราน ราวกับเป็ กงจักรสายฟ้าอันน่าหวาดกลัว แต่ก็ดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่พบเป้าหมาย เพราะยามนี้หาวหร่านได้มาประชิดตัว กงเยี้ยนเป็ที่เรียบร้อย
"พอไร้มีดสั้นคู่กายเ้าก็ไร้พิษสงสินะ เช่นนั้นก็จงไปนอนอย่างสงบกับสหายนักฆ่าหญิงของเ้าเถิด..!!"
เสียงกำปั้นที่อัดแน่นไปด้วยจิตปราณอันแข็งแกร่งของห่าวหรานพุ่งกระแทกใส่ท้องของกงเยี้ยนเสียงดัง อั่ก! จนสองตาของมันแทบถลน แถมยังกระอักเืออกมาคำใหญ่ จากนั้นร่างของกงเยี้ยนก็พุ่งกระเด็นไปกระแทกเข้ากับกำแพงหินแถวนั้น จนเกิดเสียงดังโครมใหญ่ ก่อนจะพลันบังเกิดฝุ่นควันตลบอบอวลลอยคละคลุ้งเต็มไปหมด…
มิรู้มันตายหรือไม่ แต่ถ้ายังรอดก็คงาเ็สาหัสภายในอยู่หลายส่วน คงจะไม่สามารถก่อรรมทำเข็นไปได้อีกนาน
และ พอห่าวหรานหันกลับมาหาอีกสองคนที่ประมือกันอยู่ มันก็พบว่า ยามนี้เหลือแค่ วู่เทียนหลางที่ยืนเอามือไพล่หลังอยู่อย่างสง่างาม พร้อมกับแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า
"ผู้าุโเกิดอันใดแล้วเ้า…."
"เ้านั้นรึ..? มันหนีไปแล้วล่ะ น่าเสียดายจริง ๆ แต่เ้าก็ไม่ต้องห่วงหรอก อึ้งชางกวงซินโดนข้าเล่นงานไปไม่น้อย มันน่าจะาเ็สาหัส จนมิอาจสร้างความวุ่นวายให้ผู้อื่นไปได้อีกนาน.."
"เช่นนี้นี่เอง"
"แล้วอีกเื่ ดูเหมือนลูกศิษย์ของข้าน่าจะเจอตัวผู้บงการสัตว์อสูรฟ้าดินของพรรคมารแล้ว ทุกอย่างน่าจะกลับสู่สภาวะปรกติ แล้วล่ะเ้าสบายใจได้" วู่เทียนหลางแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะเอ่ยออกมา และในเวลานั้นเอง ก็ได้มีเสียงร้องเรียกตัวมันดังขึ้นมาแต่ไกล มิใช่ใครอื่นหากแต่เป็ เทียนเจิง กับเหล่าลูกศิษย์ของมัน อีกทั้งยังมีนักสู้ที่มาร่วมงานทดสอบบางคนอีกด้วย หลังจากทุกคนเสร็จสิ้นภารกิจจึงได้ ออกตามหา วู่เทียนหลางนั้นเอง…
จบบทที่ 22