ทว่าหลังจากเข้ามาในร้านนวดเท้า กลับไม่ใช่ห้องแยกเป็สัดส่วนอย่างที่คิดไว้ แต่เป็เตียงนอนรวมขนาดใหญ่ที่วางเรียงรายอยู่ในโถงกลาง ภายในห้องสะอาดสะอ้านไร้ซึ่งฝุ่นผง
เตียงเตี้ยที่มีความสูงไม่ถึงครึ่งตัวคนถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบอยู่ภายในห้อง ้ามีผ้าแพรพรรณวางเรียงเป็แถว และทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง หญิงสาวที่ติดตามหวังลี่ซื่อมาก็ผลักหวังลี่ซื่อลงบนเตียงเตี้ยตัวหนึ่งดังพลั่ก!
"ถอดรองเท้าเ้าค่ะ"
"อา แบบนี้จะดีหรือ"
หวังลี่ซื่อเหลือบมองซ้ายขวาแล้วดึงเสื้อผ้าของตนให้กระชับตามสัญชาตญาณ
สถานที่แบบนี้ทำเื่ไม่ดีพรรค์นั้นแน่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาเป็ถึงขันที...
พวกเอ้อร์หวาจื่อไม่ต้องรอให้หญิงสาวเหล่านี้บอกเลย แต่ละคนรีบถอดรองเท้าแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างกระตือรือร้น โดยไม่ต้องให้หญิงสาวเอ่ยปาก รองเท้าก็ถูกถอดออกจนเกลี้ยงในพริบตา พร้อมที่จะเข้าถึงจุดหมายในขั้นตอนเดียว
หวังลี่ซื่อมองจ้าวฉงหย่วนด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ "นายท่าน... สถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะกับบ่าวจริง ๆ ขอรับ"
ทว่าจ้าวฉงหย่วนกลับนอนเอนกายบนเตียงเตี้ยอย่างสบายอารมณ์ ไม่สนใจเื่ราวรอบข้างและทำเหมือนหวังลี่ซื่อเป็เพียงอากาศธาตุ
เมื่อเห็นว่าจ้าวฉงหย่วนไม่พูดจา และอาศัย่เวลาที่หญิงสาวหลายคนเข้าไปเตรียมของในห้อง หวังลี่ซื่อก็แทบจะร้องไห้ออกมา "นายท่าน บ่าว..."
เมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้ว จ้าวฉงหย่วนจึงมองหวังลี่ซื่อด้วยสีหน้าแปลก ๆ
"แค่กดจุดนวดเท้าเอง ลี่ซื่อ เ้าถึงกับต้องขนาดนี้เชียวหรือ"
"หืม?"
"นวด? นวด... นวดเท้าหรือขอรับ?" หวังลี่ซื่อทำหน้ามึนงง "นวดเท้าคืออะไรหรือขอรับ"
"ก็คือนวดเท้านั่นแหละ" จ้าวฉงหย่วนยังคงมองหวังลี่ซื่อด้วยรอยยิ้ม
"เฮ้อ ทำบ่าวใแทบตาย"
เมื่อได้ยินคำพูดของจ้าวฉงหย่วน หวังลี่ซื่อก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ทว่าเอ้อร์หวาจื่อที่อยู่ข้าง ๆ ซึ่งกำลังเตรียมจะถอดเสื้อผ้า มือที่ถอดไปได้ครึ่งหนึ่งพลันชะงักค้าง
ท่าน... ข้าถอดกางเกงออกจนเกือบหมดแล้วนะ? แต่ท่านบอกให้ข้านวดเท้า?
นวดเท้า? ข้าต้องมาที่นี่เพื่อสิ่งนี้หรือ? แค่นวดเท้าแล้วพวกนางจะแต่งตัวแบบนั้นมาทำไมกัน? พวกเอ้อร์หวาจื่อต่างพากันทำหน้ามึนงง พวกเขาขาดทุนย่อยยับเสียแล้ว
ในขณะนั้นเอง หลังม่านด้านหลังห้อง
หญิงสาวในชุดนวดหลายคนเดินถืออ่างล้างเท้าออกมา สายตาของพวกนางมองมาที่ชายกลุ่มนี้อย่างเย้ายวน พร้อมกับเอ่ยหยอกล้อว่า "ท่านแขกผู้มีเกียรติแช่เท้าก่อนนะเ้าคะ หลังจากแช่เท้าเสร็จแล้ว ข้าและเหล่าน้องสาวจะปรนนิบัติท่านให้เต็มที่เลยเ้าค่ะ"
ขณะที่พูด พวกนางก็ส่งสายตาหวานหยดย้อยให้พวกเอ้อร์หวาจื่ออย่างต่อเนื่อง ทำให้พวกเขารู้สึกคอแห้งผาก
แต่หวังลี่ซื่อกลับมีสีหน้าไม่ยี่หระ พร้อมยิ้มตอบว่า "ดีขอรับ ๆ "
ขอเพียงไม่ใช่เื่นั้น เขาก็ไม่มีปัญหา!
จ้าวฉงหย่วนมองหวังลี่ซื่อ ผู้ติดตามที่เติบโตมาพร้อมกับเขาั้แ่เด็ก จากนั้นก็บิดี้เีและนอนลงบนเตียงเตี้ยเพื่อเพลิดเพลินกับความเงียบสงบที่หาได้ยากนี้
เขานึกย้อนกลับไปถึงความเปลี่ยนแปลงของโยวโจวตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าจ้าวติ้งไปครองเมืองได้แปดปีแล้ว เขาเองก็ไม่ได้เจอหน้าบุตรชายคนนี้มาแปดปีเช่นกัน จนแทบจะลืมไปแล้วว่าหน้าตาเป็อย่างไร
จ้าวติ้งมิได้เกิดจากฮองเฮาแต่เกิดจากสนมคนอื่น ในตอนนั้นมารดาของจ้าวติ้งเสียชีวิตเพราะคลอดลูกยาก ต่อมาจ้าวติ้งจึงถูกเลี้ยงดูโดยฮองเฮาจนเติบโต
อาจเป็เพราะมารดาเสียชีวิตั้แ่เกิด จ้าวติ้งจึงมีนิสัยเงียบขรึม ยามที่อยู่ในจิงตูจึงไม่ค่อยสื่อสารกับองค์ชายคนอื่น ส่วนใหญ่จะหมกตัวอ่านหนังสืออยู่ในตำหนักเหวินฮว๋า โดยมีมหาบัณฑิตสภาขุนนางเป็ผู้สอนแทน แต่ถึงจะอ่านหนังสือก็ไม่ได้โดดเด่นนัก
เขาจะได้พบหน้าบุตรชายเพียงปีละสองสามครั้ง ใน่ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงยามที่ไปบรรยายธรรมที่ตำหนักเหวินฮว๋า
และด้วยเหตุนี้เอง เมื่อถึงเวลาที่จ้าวติ้งต้องไปครองเมืองจึงเกิดความผิดพลาดบางอย่างทำให้เขาต้องมาอยู่ที่โยวโจว ดินแดนที่หนาวเหน็บและทุรกันดารแห่งนี้
สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือในเวลาเพียงแปดปีสั้น ๆ จ้าวติ้งจะสามารถพัฒนาเมืองโยวโจวอันทรุดโทรมให้ก้าวหน้าได้ถึงเพียงนี้ ไม่เพียงแต่ชายแดนจะสงบสุข แม้แต่ตัวเมืองก็เปลี่ยนโฉมไปอย่างสิ้นเชิง ราษฎรมีความมั่งคั่ง ผู้เฒ่าผู้แก่และเด็ก ๆ ต่างมีความสุข
หากไม่รู้ว่าที่นี่คือโยวโจว เขาคงคิดว่าตนเองกลับมาถึงเมืองหลวงของแคว้นต้าเฉียนแล้ว
"ซี้ด!"
ทันใดนั้นเอง จ้าวฉงหย่วนพลันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความเ็ป ความเ็ปรุนแรงราวกับถูกเข็มทิ่มแทงพุ่งขึ้นมาจากฝ่าเท้า ในพริบตาเดียว ใบหน้าของเขาก็เหยเกจนยับยู่ยี่
"ทำไมถึงเจ็บขนาดนี้?" จ้าวฉงหย่วนมองพนักงานนวดสาวที่กำลังนวดให้เขาด้วยความมึนงง
"ท่านลูกค้าเ้าคะ จุดเมื่อครู่นี้คือจุดสะท้อนของไต ท่านมีปฏิกิริยารุนแรงเช่นนี้ คงเป็เพราะเื่บนเตียงมากเกินไปกระมังเ้าคะ ต้องรู้จักยับยั้งชั่งใจบ้างนะเ้าคะ"
เมื่อจ้าวฉงหย่วนเงยหน้าขึ้น พนักงานนวดสาวก็มองมาด้วยสีหน้าหยอกล้อ
ตอนแรกจ้าวฉงหย่วนยังไม่ทันตั้งตัวแต่พอได้ยินคำว่า ‘เื่บนเตียงมากเกินไป’ ใบหน้าแก่ ๆ ของเขาก็พลันเกิดอาการขัดเขินขึ้นมา จนอยากจะหาช่องว่างบนพื้นมุดหนีไปให้พ้น ๆ
เื่ที่ว่าเื่บนเตียงมากเกินไปนั้นมีหรือที่เขาจะไม่รู้? แต่ปัญหาคือเขาเป็ถึงฮ่องเต้ จะไม่ให้เื่บนเตียงมากเกินไปได้อย่างไร?
แบบนี้หากกลับไปยังวังหลังคงมีแต่เสียงคร่ำครวญด้วยความน้อยใจเต็มไปหมดแน่...
"ท่านอ๋องกล่าวไว้ว่าไตนี่แหละคือแหล่งเติมพลังของบุรุษ หากแหล่งเติมพลังนี้หายไป บุรุษก็จะ..."
เมื่อพูดถึงตรงนี้ พนักงานนวดสาวก็เม้มปากและมองจ้าวฉงหย่วนด้วยสายตามีเลศนัย ยิ่งเห็นสีหน้าของพนักงานนวดสาว ใบหน้าของจ้าวฉงหย่วนก็ยิ่งแดงก่ำ
เขาสูงส่งเป็ถึงฮ่องเต้ แต่กลับถูก...? ถูก...?
"โอ้ย ข้าก่อกรรมทำเข็ญอันใดไว้ถึงต้องมาที่แห่งนี้กันนะ" จ้าวฉงหย่วนหลับตาลงด้วยความเ็ป
ส่วนหวังลี่ซื่อที่อยู่ข้าง ๆ ก็หัวเราะคิกคัก ฝ่าาของตนเป็อย่างไรมีหรือที่เขาจะไม่รู้
การนวดของพนักงานสาวดำเนินต่อไป ทุกครั้งที่กดลงไป จ้าวฉงหย่วนจะสูดลมหายใจเข้าลึก เขาเจ็บจนแทบขาดใจ แต่เพื่อศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย จ้าวฉงหย่วนยังคงกำผ้าห่มบนเตียงเตี้ยไว้แน่น พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ร้องออกมาด้วยความเ็ป
ทว่ายิ่งกลั้นไว้ก็ยิ่งเจ็บรุนแรงขึ้น ใบหน้าก็ยิ่งแดงก่ำจนแทบจะะเิ รูหูแทบจะมีควันพุ่งออกมา
"นายท่านเจ็บขนาดนั้นเลยหรือขอรับ? แต่เหตุใดบ่าวกลับรู้สึกสบายตัวยิ่งนักขอรับ" หวังลี่ซื่อมองจ้าวฉงหย่วนด้วยความสงสัย เพราะเขาไม่รู้สึกเจ็บเลยจริง ๆ มันเป็เพียงแรงกดปกติเท่านั้น
"ไม่... ไม่เจ็บ!"
จ้าวฉงหย่วนกัดฟัน พยายามรักษาท่าทางเคร่งขรึมเอาไว้
ทว่าในชั่วพริบตาต่อมา...
ซี้ด!
จ้าวฉงหย่วนสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้ง
มันเจ็บจริง ๆ นะ!
พวกเอ้อร์หวาจื่อแม้จะไม่ได้มีอาการรุนแรงเท่าจ้าวฉงหย่วนแต่ก็เริ่มหัวเราะไม่ออก ทว่าหญิงสาวที่นวดเท้าให้หวังลี่ซื่อกลับชะงักไป นางเงยหน้าขึ้นมองหวังลี่ซื่อด้วยความประหลาดใจ
"ท่านคงไม่ใช่พวกไม่เคยผ่านมือหญิงสาวมาจริง ๆ หรอกนะเ้าคะ"
ผีหลอกชัด ๆ ั้แ่เรียนวิชานี้มาจากท่านอ๋อง นางยังไม่เคยเห็นบุรุษคนไหนที่นวดจุดนี้แล้วไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลยสักคน
"ข้า... ข้า... ข้ามิใช่พวกไม่เคย!!"
หวังลี่ซื่อตะกุกตะกักอยู่นานกว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้ประโยคหนึ่ง ทว่าพอคำนี้หลุดออกมา จ้าวฉงหย่วนก็แทบจะหัวเราะจนตัวงอ
เ้าไปถามขันทีว่าเคยผ่านมือหญิงมาหรือไม่ มันมีความแตกต่างตรงไหนกัน!
ด้วยเหตุนี้ หลังจากผ่านการโอดครวญราวกับเสียงร้องไห้ระงม ในที่สุดพวกเขาก็ผ่านประสบการณ์การนวดฝ่าเท้าที่จะตราตรึงใจไปตลอดชีวิตครั้งนี้จนจบ
แต่เมื่อถึงเวลาชำระเงิน กลุ่มของจ้าวฉงหย่วนกลับต้องตกตะลึง
"สามสิบหกตำลึงเชียวหรือ?? พวกเราหกคน นวดครั้งเดียวเสียเงินสามสิบหกตำลึงเชียวหรือ?" จ้าวฉงหย่วนมึนงง
แค่นวดเท้าทำไมถึงแพงขนาดนี้? นี่นวดด้วยทองคำหรืออย่างไร?
หลงจู๊ของร้านยิ้มประจบประแจงแล้วกล่าวว่า "ท่านลูกค้า บริการนวดฝ่าเท้าของที่นี่เป็เอกลักษณ์เฉพาะของเมืองโยวโจว พนักงานนวดทุกคนได้รับการฝึกฝนโดยท่านอ๋องด้วยตนเอง วิธีการนี้ไม่เพียงแต่ในโยวโจวเท่านั้น แต่โด่งดังไปทั่วบริเวณรอบ ๆ เลยนะ"
"เดิมทีต้องเป็เจ็ดสิบสองตำลึง นี่ข้าลดราคาให้ท่านเป็พิเศษแล้วนะ อีกอย่าง การนวดด้วยหินูเาไฟที่ฝ่าเท้าซึ่งเป็เอกลักษณ์ของเรานี้ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ท่านไปหอนางโลม ต่อให้ไม่ต้องพูดถึงเื่จะได้นอนกับนางโลมหรือไม่ แค่ฟังเพลงดื่มชาก็ต้องเสียเงินมากกว่านี้ไม่ใช่หรือ?"
"พอ ๆ เลิกพูดได้แล้ว จ่าย จ่าย จ่าย!"
เมื่อได้ยินหลงจู๊พูดพล่ามไม่หยุด จ้าวฉงหย่วนรู้สึกปวดหัว
การนวดเท้าจะเอาไปเปรียบกับหอนางโลมได้อย่างไร? มันเป็ของสิ่งเดียวกันที่ไหนกัน!