????เหมันต์พ่ายรัก????
บทที่ 33
ทันทีที่เห็นประตูหน้าบ้านหญิงสาวก็น้ำตาไหลออกมาทันที ก่อนจะกดกริ่งสามครั้ง ไม่นานหญิงวัยกลางคนก็เดินออกมาเปิดประตู เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นหน้าลูกสาว น้ำตาของผู้เป็นแม่ไหลออกมาทันที..
"แม่...ฮึก.." นับหนึ่งเรียกมารดาก่อนจะวิ่งเข้าไปกอดแน่น แม่เธอก็กอดตอบเช่นกัน ทั้งสองคนกอดกันแน่น ต่างคนต่างร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ..
"ฮือ~ หนึ่ง... หนึ่งจริงๆด้วย ลูกกลับมาแล้ว เป็นยังไงบ้างลูก" นิ่มมองหน้าลูกสาวด้วยความรักความเป็นห่วง เธอลูบผมหญิงสาวอย่างแผ่วเบา
"ฮึก.. แม่...หนึ่งคิดถึงแม่ที่สุดเลย.." ร่างบางร้องไห้ออกมา กอดผู้เป็นแม่แนบแน่น
"ไปเข้าบ้านก่อนลูก.." สองคนแม่ลูกพากันเดินเข้าบ้าน ก่อนจะไปนั่งที่โซฟา ร่างบางคุกเข่าก้มลงกราบที่แทบเท้าผู้เป็นแม่
"หนึ่งขอโทษนะคะแม่..ที่ทำให้แม่เป็นห่วง.." ร่างบางร้องไห้ออกมาเมื่อเจอที่พึ่ง เธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เธอยังมีแม่ที่รักและเป็นห่วงเธอ
"ไม่เป็นไรหรอกลูก..แค่ลูกปลอดภัยแม่ก็ดีใจแล้วลูก..แม่คิดว่าจะไม่ได้เจอลูกแล้วนะ.." เธอก้มลงจูบที่ผมของลูกสาว
"หนึ่งสบายดีค่ะ" เธอส่งยิ้มให้แม่ของเธอ
"หนึ่งดูอวบขึ้นนะเนี่ย..เล่าให้แม่ฟังซิ" ผู้เป็นแม่แซวลูกสาว เมื่อเห็นว่าเธอดูมีน้ำมีนวลขึ้น นับหนึ่งนิ่งไปชั่วครู่ พอนึกถึงน้ำตาก็พาลจะไหล เธอสวมกอดมารดาอีกครั้งก่อนจะร้องไห้ออกมา...
"แม่จ๋าา...ฮึก..หนึ่งรักเขาค่ะแม่..ฮือ~ " หญิงสาว กอดผู้เป็นแม่แน่น เธอเหลือเพียงแม่แค่คนเดียวแล้ว
"ใครลูก..หืมม..." นิ่มถามลูกสาวเสียงอ่อนโยน..พลางลูบผมเธออย่างแผ่วเบา..
"...ฮึก..." เธอไม่ได้ตอบ หากมีเพียงน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย
"ไม่เป็นไรลูก..ไม่เป็นไร ถ้ายังไม่พร้อมก็ไม่ต้องเล่านะ..เหนื่อยมั้ยลูก ถ้าเหนื่อยก็ร้องไห้ออกมาซะให้พอนะ.."
หญิงสาวกอดผู้เป็นแม่แน่น เธอร้องไห้ออกมาจนไม่มีน้ำตาจะไหล ก่อนที่เธอจะขอตัวไปพักผ่อนเนื่องจากเหนื่อยล้ามาทั้งวัน...ร่างบางล้มตัวนอนบนที่นอนที่ห่างหายไปนาน น้ำตาก็ไหลรินอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะหลับไปพร้อมกับน้ำตา...
เช้าของวันใหม่ร่างบางตื่นมาด้วยอาการตาบวมที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก เธอเดินลงไปข้างล่างก่อนจะเห็นแม่ทำกับข้าวอยู่ เธอเดินไปสวมกอดแม่จากด้านหลัง พลางหอมแก้มแม่ฟ่อดใหญ่..
"ทำอะไรอยู่คะแม่" เสียงหวานใสเอ่ยถามก่อนจะชะเง้อมองกับข้าวในกระทะ กลิ่นมันเหม็นจนเธออยากจะอาเจียน
"ผัดคะน้าของโปรดหนึ่งไง.." แม่เธอบอกลูกสาว พลางควงตะหลิวผัดคะน้าอย่างชำนาญ
"แม่..มันเน่าหรือเปล่า ทำไมกลิ่นมันเหม็นแบบนี้คะ อุ๊บ! " เธอปิดปากไว้อย่างรวดเร็วเมื่อมันพุ่งมาอยู่ที่ลำคอ
"ไม่นี่ลูก แม่พึ่งจะไปซื้อมาจากตลาดเลยนะ" นิ่มหันมองลูกสาวอย่างแปลกใจ จะเหม็นได้ยังไงกัน ทั้งหมูทั้งผักเธอพึ่งจะไปซื้อมาจากตลาดสด
"อุบ! โอ้กก~~ " นับหนึ่งวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว เธอโก่งคออาเจียนจนหมดไส้หมดพุง นิ่มตามมาลูบหลังให้หญิงสาวเบาๆ
"เป็นยังไงบ้างลูก ไหวมั้ย" เธอถามลูกสาวอย่างเป็นห่วง
"ไหวค่ะแม่ อุบ!! โอ้กกก~ แหวะ!" ไม่ทันขาดคำเธอก็อ้วกออกมาอีกครั้ง นิ่มมองลูกสาวอย่างแปลกใจ แต่ไม่ได้ถามออกไป
"ไปหาหมอมั้ยลูก"
"มะ..ไม่เป็นไรค่ะแม่ เดี๋ยวพักผ่อนก็คงหาย สงสัยหนึ่งจะเมารถมั้งคะ" เธอบอกผู้เป็นแม่ก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟา พลางสูดยาดมเข้าปอด
"แน่ใจนะ" แม่เธอถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
"ค่ะ..แม่คะ หนึ่งไม่กินนะ หนึ่งเหม็น" เธอบอกผู้เป็นแม่ ก่อนจะสูดยาดมเข้าปอดหลายๆที
"จ้ะๆ แล้วหนึ่งจะกินอะไรลูก" เธอถามลูกสาวที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่
"หนึ่งยังไม่หิวค่ะแม่ แม่กินก่อนเลยนะ"
เธอบอกผู้เป็นแม่ ก่อนจะลุกเดินไปสูดอากาศที่แคร่หลังบ้าน พลันสายตาก็ไปเห็นมะม่วงที่ห้อยโตงเตงอยู่บนต้น หญิงสาวไม่รอช้า รีบหาไม้ไปสอยมะม่วงทันที เธอเก็บมา 4-5 ลูก ก่อนจะนำไปล้างปลอกเปลือกแล้วจัดใส่จาน ร่างบางนั่งกินมะม่วงอย่างเอร็ดอร่อย นิ่มมองตามลูกสาวอย่างสงสัย เธอเดินไปนั่งข้างๆหญิงสาวที่นั่งกินมะม่วงเปรี้ยวจี๊ด แต่ดูเหมือนเธอไม่เปรี้ยวเลยสักนิด..
"อ้าวแม่..มาค่ะ มะม่วงกำลังอร่อยเลย" เธอยื่นมะม่วงให้ผู้เป็นแม่ แต่แม่เธอส่ายหัว..
"หนึ่ง...มีอะไรจะบอกแม่หรือเปล่าลูก" เธอถามออกไป หญิงสาวชะงักกึก
"ไม่มีนี่จ้ะ ทำไมหรอ" เธอหันไปมองแม่อย่างแปลกใจ ทำไมแม่เธอถามแปลกๆ
"ประจำเดือนหนึ่งมาล่าสุดวันไหน" นิ่มกลั้นใจถามลูกสาวออกไป แม้ในใจเธอจะรู้อยู่แล้ว
".............." มือบางชะงักมะม่วงที่กำลังจะเอาเข้าปาก จริงสิเธอก็จำไม่ได้ว่ามาล่าสุดวันไหน
"แม่คิดว่า.....หนึ่งท้อง!"
ผู้เป็นแม่เอ่ยบอกลูกสาวดังที่ใจคิด อาการแบบนี้เธอก็เคยเป็นมาก่อน ทำไมดูจะไม่รู้.. หญิงสาวนิ่งอึ้ง เธอเบิกตากว้างอย่างตกใจ ก่อนที่น้ำใสใสจะรินไหลออกจากดวงตา
"มะ..แม่พูดอะไร..อึก.." เธอถามแม่เสียงสั่นเครือ หากเป็นอย่างนั้นจริง เธอจะทำอย่างไร
"แม่คิดว่าหนึ่งท้อง..อาการที่ลูกเป็นเหมือนตอนที่แม่แพ้ท้องหนึ่งเลย มีอะไรทำไมไม่บอกแม่ หืม.." ผู้เป็นแม่ถามลูกสาวเสียงอ่อนโยน ไม่ได้ดุด่าว่าตีแต่อย่างใด แค่นี้จิตใจของลูกก็แย่พอแล้ว
"มะ..แม่ ฮึก..หนึ่งขอโทษ ฮือ..หนึ่งขอโทษ หนึ่งไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ ขอโทษที่ทำให้แม่ผิดหวังในตัวหนึ่งนะแม่ ฮึก..หนึ่งขอโทษ "
หญิงสาวพร่ำบอกผู้เป็นแม่ เธอไม่ทราบมาก่อนว่าตัวเองจะท้อง หากคิดย้อนกลับไปเธอก็ไม่เคยป้องกันอะไรเลย เธอผิดเองที่ใจง่ายและไม่ระวังตัว ผู้เป็นแม่โอบกอดลูกสาวอย่างปลอบโยน
"ไม่เป็นไรนะลูก..ไม่เป็นไร.. แค่หลานคนเดียวแม่เลี้ยงได้.."
"แม่..ฮึก แม่ไม่โกรธหนึ่งหรอจ้ะ" เธอถามผู้เป็นแม่เสียงสั่น
"ไม่เลยลูก..ลูกโตแล้ว คนเราย่อมทำผิดพลาดกันได้นะลูก ไม่มีใครสมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่างหรอกนะ..แม่เองก็เคยทำผิด อยู่ที่ว่าเราจะผ่านมันไปได้หรือเปล่า..หนึ่งต้องสู้นะลูก หนึ่งไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนะ"
"ค่ะแม่.. ขอบคุณแม่นะ ที่เข้าใจหนึ่ง.."
"ก็เรามีกันสองคนนี่นา..ไหน..หลานยาย จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายน๊า " ผู้เป็นแม่เอื้อมมือไปลูบท้องลูกสาวอย่างแผ่วเบา
"ยังไม่แน่ใจเลยว่าท้องจริงๆหรือเปล่า พรุ่งนี้หนึ่งว่าจะไปตรวจให้ชัดๆอีกทีค่ะ"
"เอาสิ เดี๋ยวแม่ไปเป็นเพื่อน" เธอยิ้มให้ลูกสาว
"ขอบคุณนะคะแม่ ขอบคุณจริงๆ.. หนึ่งรักแม่ที่สุดในโลกเลยค่ะ " ร่างบางหอมแก้มแม่ฟ่อดใหญ่
"หืม เดี๋ยวต่อไปก็ไม่ใช่แล้วม้าง ต่อไปคงจะรักลูกมากกว่าแม่ล่ะสิ เหมือนที่แม่รักหนึ่งที่สุดไงลูก.." เธอแซวลูกสาว
"งื้ออ ก็รักทั้งสองคนเลยไงคะ หนึ่งรักแม่นะ" ว่าจบเธอก็หอมแก้มแม่อีกหลายๆที
"อื้อ พอแล้วๆ แม่ก็รักหนึ่ง"
สองแม่ลูกก็นั่งคุยสัพเพเหระทั่วไปอย่างสนุกสนาน ทำให้เธอลืมความทุกข์ไปได้ชั่วคราวเลยแหละ สิ่งที่ต้องคิดคือเด็กที่กำลังจะมาเกิด ไม่ว่าจะยังไง เธอจะเลี้ยงดูเขาให้ดีที่สุด.. แม้จะไม่มีพ่อก็ตาม... เธอจะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้เขาเอง