ที่ห้องประชุมกลุ่มนักข่าวจำนวนมากสัมภาษณ์มะปรางเสร็จเรียบร้อยแล้วครูใหญ่ขอความร่วมมือว่าอยากให้เสนอข่าวอย่างสร้างสรรค์และอย่าไปรบกวนชีวิตส่วนตัวของมะปรางมากนักเพราะว่าน้องอายุ 17 ปี เป็เด็กนักเรียนผู้หญิงวัยรุ่นธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังเรียนอยู่แค่ชั้นม.5 ไม่อยากให้เื่ราวใหญ่โตไปมากกว่านี้
“ผมขอความร่วมมือกับพี่น้องสื่อมวลชนทุกคนด้วยครับ”
ใน่เวลาเดียวกันที่ชมรมดนตรีพลอยนัดทีมงานในชมรมประชุมเช้าวันนี้เช่นกัน มีรุ่นน้อง ม.4 และ ม.5เข้าร่วมมากมายจนล้นห้องชมรม พลอยเล่าเื่ราวต่างๆให้ทีมงานและรุ่นน้องทุกคนได้รับทราบว่าพวกเราทุกคนอาจจะได้ทำชมรมดนตรีเป็เทอมสุดท้ายแล้วคงต้องยุบชมรมเพราะว่าไม่มีเงิน ทำให้ทุกคนอยู่ในอาการใและเสียใจร้องไห้ทั้งชมรม
“พี่กับมะปรางคุยกับครูเพ็ญศรีว่าเราอาจจะใช้วิธีเล่นดนตรีเปิดหมวกขอเงินบริจาค แต่พี่ลองมาคิดดูอีกทีเครื่องดนตรีที่เรามีอยู่ตอนนี้ เหลือแค่กีตาร์โปร่งกับคีย์บอร์ดที่ใช้งานได้ถ้าลุงหมูไม่ช่วยซ่อมกีตาร์ไฟฟ้าให้ เราแย่กว่านี้อีก”
รุ่นพี่ทีมงานอีกคนหนึ่งให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า“ครูใหญ่คงอยากให้เหลือแค่ชมรมที่พอจะสร้างผลงานได้พวกเราไม่มีผลงานอะไรสักอย่างที่พอจะอ้างอิงของบ...ครูใหญ่จำเป็ต้องทำแบบนี้เพราะว่าไม่มีทางเลือก”
“แล้วเหตุการณ์วันนี้พี่ปรางจะทำชมรมต่อไหมคะพี่?”รุ่นน้องคนหนึ่งตั้งคำถามขึ้นมา ทำให้พลอยชะงักไปเหมือนกัน
“ตอนนี้ชมรมมวยกำลังสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนพี่ต้อมทำเหรียญทองมา 2 ปีซ้อนแล้ว ส่วนพี่โอ๋ได้มาอีก 1เหรียญเงินระดับจังหวัดเลยนะพี่ พี่โอ๋ต้องชวนพี่ปรางเข้าชมรมมวยแน่ๆ”
“อ้าว!!!แล้วครูเพ็ญศรีจะยอมเหรอคะ?” รุ่นน้องอีกคนแย้งขึ้นมา “ครูเพ็ญศรีอยากให้พี่ปรางทำชมรมวิชาการไปแข่งตอบปัญหาดีกว่าพี่มะปรางเรียนเก่งด้วย...ขนาดแค่มาทำชมรมดนตรียังยากแล้วย้ายไปชมรมมวยยิ่งยากไปอีก”
“ไม่หรอกแต่คราวนี้โรงเรียนต้องสร้างผลงานบ้างแล้ว ไม่งั้นปีหน้างบยิ่งได้น้อยเข้าไปใหญ่พี่ปรางมีฝีมือขนาดนี้ ยังงัยก็ต้องไปชมรมมวยสร้างผลงานก่อน ครูเพ็ญศรีก็ต้องยอมบ้างแหละแข่งตอบปัญหากับไปชกมวยได้ผลงานทั้งคู่ก็ได้”
“ไปอยู่ชมรมมวยก็สร้างผลงานได้อยู่แล้วหรือไม่ก็อยู่ชมรมวิชาการก็โอเค...พี่ปรางคงไม่มาอยู่ชมรมดนตรีแล้วล่ะพวกเราไม่มีผลงานอะไรสักอย่าง...”
การพูดโต้ตอบไปมาระหว่างรุ่นน้องทำให้พลอยต้องคิดหนักเช่นกัน“พี่ก็ตอบแทนมะปรางไม่ได้เหมือนกันจะทำชมดนตรีต่อไหม?...หรือจะเอายังงัยกันต่อดี?”
“ไอ้พลอย!มึงพูดแบบนี้ได้งัย มะปรางมันรักชมรมดนตรีจะตาย มึงจำไม่ได้เหรอ น้องมาสมัครที่ชมรมั้แ่อยู่ม.4 วันแรกเชียวนะ เคยพูดด้วยซ้ำว่าอยากทำวงไปเล่นในกรุงเทพให้ได้” รุ่นพี่คนหนึ่งในทีมงานแย้งขึ้นมา
“แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้วงัยพวกมึงดูในทีวีก็น่าจะรู้แล้วว่า ตอนนี้ปรางดังไปแล้วดังโดยที่ไม่ต้องเอาชมรมดนตรีไปเป็ภาระ ไม่เกี่ยวอะไรกับชมรมดนตรีสักอย่าง!!!”
“ถ้าพี่ปรางไม่ทำพวกหนูจะขอทำกันเอง ไม่มีตังไม่เป็ไร หนูจะขอรับบริจาคหน้าโรงเรียนกับในตลาดเองค่ะ”
“เอางี้ก็แล้วกันดูว่าปรางจะเข้ามาที่ชมรมอีกไหม?ถ้าหายไปก็คงรู้แล้วล่ะว่า ปรางคงไม่อยากทำต่อแล้ว”
ที่ห้องฝ่ายปกครองต้อม, โอ๋,ปูและนัทถูก กำลังถูก “ครูหนึ่ง”หัวหน้าฝ่ายงานกิจกรรม และครูฝ่ายปกครองอีกคนหนึ่งสอบสวนเื่ที่มีการทะเลาะกันที่ชมรมมวยเมื่อเช้านี้
“พวกนายทั้ง4 คนเป็เพื่อนกันมาั้แ่ ม.4 แล้วจะมาทะเลาะกันเองทำไมและที่สำคัญเดือนหน้าจะมีรายการแข่งขันระหว่างโรงเรียน ครูต้องส่งพวกนายไปแข่ง แล้วนี่เกิดอะไรกันขึ้น!!!!...เปิดเทอมได้แค่ 2วันก็มีเื่กันเองแบบนี้จะไปแข่งกับโรงเรียนอื่นได้งัย”ครูหนึ่งเริ่มเตือนสติ
“การแข่งขันปีนี้โรงเรียนเราเป็เ้าภาพด้วยครูใหญ่ก็อยากให้การแข่งขันครั้งนี้ สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนของเราแล้วพวกนายทั้ง 4 คนกลับมาทะเลาะกันเองมันถูกต้องแล้วเหรอ?”
“ครูหนึ่งขอให้เราทั้ง4 คนกลับมาร่วมมือกันอีกครั้งเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับทางโรงเรียนโดยเฉพาะต้อมกับโอ๋ รายการนี้ทั้ง 2 คนเป็รายการที่ครูใหญ่หวังไว้มากที่สุด...ครูถามจริงๆพวกนายผิดใจกันเื่อะไร มีอะไรเล่าให้ครูฟังไหม?”
“ไม่มีอะไรหรอกครับครูหนึ่งไอ้ต้อมมันแค่เป็พวกขี้อิจฉา!!!!!!”โอ๋พูดเปิดประเด็นขึ้นมาทันที
“ไอ้โอ๋!!!!! มึงพูดแบบนี้หมายความว่างัยวะ?”ต้อมได้ยินคำพูดของโอ๋ ทำให้อารมณ์เดือดขึ้นมาอีกครั้ง
“หยุดทั้ง2 คน…ตกลงว่า 2 คนนี้คือต้นเหตุใช่ไหม?พวกนายทั้ง 2 คนเป็เพื่อนรักกันมาตั้งนาน แต่ทำไมวันนี้ถึงผิดใจกันมากขนาดนี้”ครูหนึ่งถามย้ำแต่ไม่มีใครตอบคำถามนี้เอาแต่ก้มหน้า
“มันก็ไม่เชิงครับครูไอ้โอ๋มันติดหญิง มันบ้าผู้หญิงครับ”นัทพูดขึ้นมาด้วยความอึดอัด
คำพูดของนัททำให้ครูหนึ่งกับครูปกครองค่อนข้างแปลกใจเป็อย่างมากได้แต่หันมามองหน้ากัน“อย่าบอกครูนะว่า ที่ผิดใจกันวันนี้เป็เพราะเื่ของมะปราง?...ใช่ไหม?...มะปรางใช่ไหม?”
“ผมไม่ชอบที่ไอ้ต้อมมันขี้อิจฉามันอิจฉามะปรางที่ตอนนี้ดังกว่ามัน!”โอ๋พูดออกมาแบบไม่เกรงใจเพื่อน
“ไอ้โอ๋!!!มึงพูดแบบนี้หมายความว่างัย”ต้อมถามด้วยความข้องใจ “มึงพูดเกินไปแล้วว่ะ!!!”
“กูพูดแทงใจดำมึงสิ!!!” โอ๋พูดสวนต้อมทันที “กูรู้กูมองมึงออกหมดแหละ ไอ้ต้อมมึงกล้าปฏิเสธป่ะ?”
“ไอ้โอ๋!!!มึงเงียบปากบ้างก็ได้!” ปูนั่งเงียบมานาน พูดโต้ตอบโอ๋ด้วยอารมณ์แรงไม่น้อยกว่ากัน
“หยุดพูดทั้ง3 คนเลย...หยุดเดี๋ยวนี้!!!”คำตอบของโอ๋ทำให้ครูหนึ่งยิ่งหนักใจเข้าไปใหญ่ “ต้อมหันมาคุยกับครูต้อมคิดยังงัยกับมะปรางกับเื่ที่เกิดขึ้นวันนี้ ครูขอให้ต้อมพูดจริงๆครู้าเคลียร์เื่นี้ให้จบในวันนี้”
“ครูหนึ่งผมบอกตรงๆ...ผมกับนัทก็ไม่ชอบเหมือนกัน”ปูพูดแทรกขึ้นมา “ผมก็หมั่นไส้มะปรางเหมือนกันถ้ามะปรางเป็ผู้ชายผมท้าต่อยไปละ พวกผมสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนมา2 ปี ไม่เห็นมีใครสนใจพวกผมแบบนี้บ้างอ่ะ”
“ต้อมพูดให้ครูฟังหน่อย”ครูหนึ่งถามย้ำกับต้อมด้วยคำถามสำคัญ “วันนี้เราผิดใจกันเพราะเื่ของมะปรางใช่ไหม?”
ต้อมนิ่งไปสักพักก่อนที่พยักหน้ายอมรับทำให้ครูหนึ่งกับครูฝ่ายปกครองยิ่งกลุ้มใจหนักเข้าไปอีก “นี่มันเื่อะไรกันเนียนี่ถ้ามะปรางเป็ผู้ชาย ครูจะจับมาต่อยกันให้สิ้นเื่สิ้นราวไม่ต้องคาใจกันแบบนี้...มะปรางเป็รุ่นน้องพวกเรา อยู่โรงเรียนเดียวกันทำไมต้องคิดกันแบบนี้”
“อีก2 อาทิตย์ข้างหน้า ทั้ง 4 คนเข้ามาซ้อมที่ชมรม ครูว่าพวกเธอมาอยู่ในชมรมด้วยกันจะได้รักกันมากๆแล้วก็ลืมเื่มะปรางไปได้แล้ว ครูย้ำว่ามะปรางเป็รุ่นน้องเราเราควรจะยินดีที่น้องช่วยตำรวจจับโจรได้ ไม่ใช่ไปอิจฉาน้อง”
หลังจากที่มะปรางให้สัมภาษณ์นักข่าวเสร็จวันนี้ครูใหญ่อนุญาตให้มะปรางไม่ต้องเข้าเรียน 1 วันเธอรีบวิ่งเข้าไปที่ชมรมดนตรีเพื่อ้าเข้าร่วมประชุมของชมรมดนตรีให้ทันเวลาปรากฎว่าตอนนี้ห้องชมรมปิดแล้ว มะปรางรีบแชทหาพี่พลอยทันที
มะปราง :“พี่พลอยหนูมาที่ชมรมไม่มีใครอยู่”
พลอย : “เพิ่งคุยกันเสร็จเมื่อกี้เอง”
มะปราง :“พวกพี่อยู่ไหน?หนูอยากคุยกับพี่พลอย”
พลอย : “ตอนนี้พวกพี่อยู่หลังตึกมาคุยกันหน่อยก็ดี”
มะปรางกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามทางเพื่อจะไปหาพี่หลอยที่หลังตึกทันทีบังเอิญส่วนทางกับต้อม, ปูและนัท “สวัสดีค่ะพี่ต้อม,พี่ปู พี่นัท…หนูขอตัวก่อนนะคะพอดีหนูรีบ”แล้วก็รีบเดินจ้ำอ้าวไปต่อจนทั้ง 3 คนรับไหว้มะปรางแทบไม่ทัน
“เฮ้ย! หรือว่าพวกเราคิดมากไปเปล่าวะน้องมันก็ทักพวกเราเหมือนเดิมนี่” ปูเอ่ยปากขึ้นมา
“นั่นงัยๆๆพี่มะปรางๆๆ คนเก่งในตำนานของพวกเรา พี่มะปรางตัวเป็ๆ ด้วย”เด็กนักเรียนที่เดินอยู่บริเวณนั้น แสดงอาการปลื้มพี่มะปรางแบบสุดๆ
“พี่มะปรางถ่ายรูปกับพวกหนูหน่อย...”
“พี่ปราง...หนูเห็นคลิปแล้วพี่ปรางเก่งที่สุดในโรงเรียนเลยค่ะ สุดยอดค่ะ!!!!!!”
“มาๆๆมาถ่ายรูปกัน”มะปรางรีบตอบรับทันทีทำให้เด็กเรียนกลุ่มใหญ่มากรีบวิ่งกรูเข้ามารุมล้อมมะปรางเต็มไปหมดเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อหน้าต้อม, ปูและนัทมีเด็กนักเรียนหลายคนทั้งวิ่งผ่าน วิ่งชนกลุ่มของต้อม โดยที่ไม่มีใครสนใจ ยิ่งสร้างความคับแค้นใจให้กับต้อมเพิ่มขึ้นเข้าไปอีก
“มึง! ไปกันเถอะ!!!!!!” ต้ะคอกเสียงดังมาก ก่อนที่จะเดินจากไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
“แม่งงงงง....”
หลังจากที่โอ๋ออกมาจากชมรมแล้วเดินตรงไปที่ห้องทำงานของพี่วิทย์ทันที“พี่หมออยู่ไหม?...โอ๋เอง”
“พี่วิทย์ไม่อยู่อยู่แต่พี่บัว โอ๋เดินเข้ามาได้เลยจ้า”พี่บัวตอบรับเสียงเรียกของโอ๋
“คือโอ๋อยาก...โอ๋มีเื่ปรึกษาหน่อย”โอ๋เกิดความลังเลที่จะพูด “ตอนแรกคิดจะปรึกษาพี่หมอ แต่จริงๆแล้วคนที่ช่วยได้น่าจะเป็พี่บัวมากกว่า”
“พี่เหรอ?” บัวถามโอ๋กลับด้วยความสงสัย“โอ๋มีอะไรหรือเปล่า???”
“พี่บัวรู้แล้วใช่ไหมว่าเทอมนี้ชมรมดนตรีอาจจะต้องยุบผมอยากให้มะปรางย้ายมาอยู่ชมรมมวยกับผม...พี่บัวเองก็สนิทกับมะปรางผมอยากให้พี่บัวช่วยพูดกับมะปรางอีกแรงหนึ่งอ่าครับ”
บัวยังไม่ได้ตอบคำถามโอ๋เพราะเห็นท่าทางแปลกๆ ของโอ๋ “พี่ว่าวันนี้โอ๋ดูแปลกๆกว่าวันอื่นๆ ...พูดมาให้จบ”
“คือตอนนี้...ผมกับมะปรางเป็แฟนกันแล้ว ผมก็อยากให้มะปรางมาอยู่ใกล้ผมด้วยครับพี่และที่สำคัญผมไม่อยากให้ปรางเขาต้องมากังวลเื่ชมรมดนตรีอีกต่อไปผมคิดว่าถ้าพี่บัวช่วยพูดน่าจะไม่ยากครับพี่”
“เดี๋ยวๆๆๆ...เื่อื่นไว้ก่อนนี่เรา 2 คนตกลงเป็แฟนกันั้แ่เมื่อไร?มะปรางยังไม่ได้บอกอะไรพี่สักนิด”
“วันก่อนเองพี่...ปรางเขาคงยังไม่ทันได้บอกพี่มั๊ง พี่บัวเื่เป็แฟนกันเอาไว้ก่อนเอาเื่ชมรมก่อนพี่...ในใจผมก็อยากให้มะปรางมาอยู่ที่ชมรมมวย จะได้อยู่ใกล้ๆกันด้วย ไหนๆ ชมรมดนตรีก็ไม่มีตังทำกันอยู่แล้ว”
“แล้วเราไม่คิดบ้างเหรอว่าปรางจะไม่เสียใจ โอ๋รู้ไหมว่าปรางสมัครเข้าชมรมดนตรีั้แ่วันแรกที่มาเรียนปรางเขาอยากทำวงไปเล่นดนตรีที่กรุงเทพอีกต่างหาก”บัวถามย้ำ “ปรางเขาอยากเป็ไอดอลอยากเป็นักร้องที่กรุงเทพ”
“พี่บัวเอาไว้ตอนเรียนมหาวิทยาลัยค่อยไปทำต่อก็ได้ ตอนนี้อยู่มัธยมเองพี่มันทำอะไรไม่ได้หรอก อย่างมากก็เล่นตามงานหมู่บ้าน งานในตลาดแล้วตอนนี้ทุกคนก็รู้แล้วว่า ปรางสู้คนได้ ถ้าอยู่ที่ชมรมมวยปรางก็สร้างชื่อให้กับโรงเรียนได้อีกทาง...ไปแข่งรายการของผู้หญิงงัยพี่!”
“แล้วโอ๋ไม่คิดเหรอว่าปรางต้องเสียใจมากแน่ๆ ที่ชมรมดนตรีถูกยุบ”บัวตั้งคำถามเพิ่มเติม
“อยู่ชมรมดนตรีปรางก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีนะพี่ ไม่มีตังทำวง เครื่องดนตรีก็เจ๊งหมดแล้วงานในโรงเรียนเทอมนี้ยังเล่นไม่ได้เลยมั๊งพี่!”โอ๋ยังคงยืนยันความคิดตัวเองต่อไป “ผมเข้าใจปรางดีว่าอยากทำชมรมดนตรีแต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้วอ่ะพี่ เื่ใหญ่แบบนี้ ปรางคนเดียวทำไม่ไหวหรอกพี่ ฝืนมากเกินไปก็เสียเปล่านะพี่บัว?”
“มันก็จริงอย่างที่โอ๋พูดงั้นเอางี้...เอาไว้ตอนใกล้ๆ ที่จะต้องปิดชมรมดนตรีจริงๆ พี่จะช่วยพูดให้ก็แล้วกันถ้าให้ปรางย้ายชมรมตอนนี้ ปรางต้องถูกตัดเพื่อนตัดพี่ตัดน้องตัดรุ่นแหง๋ๆๆๆ”
“จริงด้วย!!!! โอ๋ลืมคิดเื่นี้”โอ๋ใคำตอบของพี่บัวเหมือนกัน
ในขณะที่ทั้ง 2 คนปรึกษาพูดคุยกันอยู่ในห้องพลอยยืนแอบฟังอยู่ที่หน้าห้อง ได้ยินเื่ราวทั้งหมดอย่างชัดเจนได้แต่เดินจากไปโดยไม่ทันสังเกตว่า วิทย์ก็ยืนดูอยู่อีกฟากหนึ่งเหมือนกัน
หลังจากที่ได้ฟังเื่ของโอ๋กับบัวคุยกันจบพลอยรีบเดินจากออกมาไม่ให้โอ๋เห็น เธอเดินอ้อมไปหลังตึกก็เห็นมะปรางนั่งคุยอยู่กับน้องๆในชมรมดนตรี “พี่พลอย สวัสดีค่ะหนูเพิ่งมาเมื่อกี้นี้เองค่ะ”มะปรางยกมือไหว้พลอยด้วยท่าทีอ่อนน้อม
“ตอนนี้หนูอยากให้พวกพี่ๆกับหนูด้วยทำวงขึ้นมา ถ้าเราไปเล่นในตลาดแล้วขอรับบริจาคด้วยหนูว่าน่าจะพอได้ตังมาทำต่อนะพี่”มะปรางเริ่มเสนอไอเดียก่อน “ถ้าทำแบบนี้เราจะเล่นได้อาทิตย์ละ 1-2 วันเลยนะพี่”
“แล้วปรางไม่เปลี่ยนใจแน่นะ?”ทุกคนแปลกใจกับคำถามแรกของพลอยเป็อย่างมาก
“ทำไมพี่พลอยถามหนูแบบนี้หนูรักชมรมนี้ค่ะ แล้วหนูก็อยากจะทำต่อ”มะปรางยืนยันความตั้งใจของตัวเอง
“พี่ถามตอนนี้เพราะว่า...เพราะ...” พลอยยังไม่ได้พูดเต็มปากเต็มคำเท่าใดนัก
“หนูไม่สนใจพวกนักข่าวหรอกช่างเถอะ! เื่พวกนี้เดี๋ยวก็หายไปเองแหละค่ะเห่อกันได้แค่แป๊บเดียว สักพักก็ไม่มีคนสนใจเื่พวกนี้แล้วพี่พลอย”มะปรางยังคงยืนยันในท่าทีของตัวเอง “หนูยังเป็มะปรางคนเดิมหนูอยากร้องเพลงเหมือนเดิมนะคะ”
“แล้วถ้าชมรมดนตรีต้องยุบไปจริงๆปรางจะทำงัย?”
“หนูไม่ยอมเด็ดขาดตราบใดก็ตามที่หนูอยู่ที่นี่ หนูไม่ยอมแน่ๆ”มะปรางยืนยันเสียงหนักแน่น
คำตอบสุดท้ายของมะปรางทำให้พลอยเบาใจได้ในระดับหนึ่ง “อาทิตย์หน้าปรางต้องไปแข่งตอบปัญหางั้นเราจะเริ่มต้นซ้อมวงอาทิตย์ถัดไป ซ้อมวันพุธกับวันศุกร์ละกัน”
ทุกคนเห็นด้วยกับข้อเสนอของพลอย “ส่วนเื่ซ่อมกลองกับเบสอาทิตย์หน้าพี่จะไปขอให้ลุงหมูช่วยซ่อมให้ก่อน พวกเราจะได้มีไว้ซ้อมวง”
“ถ้าพวกเราไปเล่นในตลาดทุกอาทิตย์ก็ถือเป็การซ้อมไปในตัว เดี๋ยวพี่จะไปขอครูหนึ่งให้พวกเราเล่นงานโรงเรียนด้วยคิดว่าเราน่าจะได้เล่นต่อ”
*****************************