เห็นความมุ่งมั่นของจางเหยาหยางเถาอวี้จึงไม่พิรี้พิไรอีก นางยกปลายนิ้วขึ้นจรดลงกลางหว่างคิ้วของเขาทันทีพลังปราณพร้อมเจตจำนงถ่ายเทเข้าสู่ห้วงจิตของจางเหยาในชั่วพริบตา เขารับรู้ได้ถึงสายใยแห่งพันธะที่ถักทอขึ้นพร้อมอำนาจกดข่มอันมิอาจต้านทานซึ่งสลักลงลึกถึงดวงจิตดวงิญญาตน
“คะ คารวะ.. นายหญิง”ด้วยอำนาจแห่งพันธะสัญญาเป็ตาย จางเหยาคุกเข่าลงทันที
“ลุกขึ้นเถิดเ้าค่ะพี่เหยาและต่อไปนี้ขอให้ทำตัวตามสบายเช่นเดิม ไม่จำเป็ต้องคุกเข่าให้ข้าอีกท่านคือพี่ชายของข้านะเ้าคะ” หยางเถาอวี้รู้ดีว่านี่คือผลของอำนาจเหนือจิติญญาอันมิอาจต่อต้านจึงปล่อยให้เป็ไปตามธรรมชาติ นางทำได้เพียงออกคำสั่งยกเว้นแก่เขา
“ตะ ตกลง อวี้เอ๋อ” จางเหยารับรู้ได้ถึงเจตนาของนางจึงเลือกตอบออกไปด้วยคำที่บุคคลผู้มีาุโสูงกว่าพึงใช้
“เื่ฝึกยุทธ์ของท่านรอไว้คืนนี้ก่อนเถิดพวกเราควรออกไปแจ้งข่าวแก่บรรดาคนงานที่รออยู่ข้างนอกนั่นก่อน”นางเพิ่งนึกได้ว่าปล่อยให้พวกอาเฮยรอฟังข่าวอยู่ด้านนอกมาร่วมหนึ่งชั่วยามแล้ว
“อืม”ทุกคนพากันเดินออกไปหน้าลานบ้าน
ภาพที่ปรากฏสู่สายตาคือพวกอาเฮยที่หลบไปนั่งๆยืนๆ รวมกันเป็กระจุกอยู่ที่มุมหนึ่งพร้อมเฝ้ามองนกอสูรตัวั์ตรงหน้าด้วยอารมณ์อันหลากหลายทั้งระแวดระวังทั้งตื่นเต้น พวกเขายังไม่เคยเจอสัตว์อสูรขนาดใหญ่ตัวเป็ๆ อย่างใกล้ชิดขนาดนี้มาก่อนแม้เดี๋ยวนี้จะคุ้นเคยกับอาเหม่ยกับเสี่ยวเหลยดีแต่ต้องเข้าใจว่าสัตว์อสูรสองตัวนั้นมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าม้าธรรมดาไม่มากนักอีกทั้งหน้าตาก็แทบไม่แตกต่างจากม้าทั่วไปเลยเวลานี้พวกมันวิ่งเข้ามาเคลียเ้านายของตนทันทีที่เห็นหยางเถาอวี้เดินออกมาจากตัวบ้านไม่เห็นนางหลายวัน พวกมันคิดถึงนางยิ่ง
“เป็อย่างไรบ้างพี่เฮย พี่จูข้าขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือเสี่ยวเอี๋ยน นกอสูรอินทรีเพลิงในพันธะสัญญาของข้าเองพวกท่านไม่ต้องกลัวไปข้าได้บอกกล่าวเสี่ยวเอี๋ยนเอาไว้แล้วว่าพวกเราเป็ครอบครัวเดียวกัน”หยางเถาอวี้ลูบแผงคอสองม้าอสูรขี้อ้อนอย่างเอาใจพวกมันในขณะถามไถ่และแนะนำเสี่ยวเอี๋ยนให้ทุกคนรู้จัก
“นกอสูรอินทรีเพลิง ทะท่านเสี่ยวเอี๋ยน” คนงานบางคนถึงกับตะกุกตะกักเรียกออกมา
“ฮ่าๆ ท่านเรียกนางว่าเสี่ยวเอี๋ยนเฉยๆก็พอแล้ว”
“นาง .. ตัวเมียเหรอเนี่ย” อาจูอุทาน
“ใช่แล้วและนางก็ยังเป็ลูกนกอยู่เลย อีกหน่อยยังจะตัวใหญ่ขึ้นกว่านี้อีกมาก”หยางเถาอวี้อธิบาย
“ไอ้หยา หากโตเต็มวัยจะใหญ่ขนาดไหนเนี่ย”อาตงร้อง
“ข้าก็อยากเห็นเหมือนกัน”นางคาดเดาในใจว่าคงตัวใหญ่กว่ามาตรฐานนกอสูรทั่วไปแน่เพราะนางจะชุบเลี้ยงมันด้วยน้ำทิพย์“และข้าขอแนะนำคนอีกคนหนึ่งให้พวกท่านรู้จัก นี่คือนายน้อยจางเหยาเป็หลานชายของท่านยาย” หยางเถาอวี้ผายมือไปทางจางเหยา
“โอ้ยินดีที่ได้พบนายน้อยจางเหยาขอรับ” คนงานต่างพากันเปล่งเสียงแสดงความเคารพต่อนายน้อยคนใหม่
“พวกท่านตามสบายเถิด”จางเหยากล่าวตอบด้วยท่าทีเป็กันเองไม่ต่างจากหยางเถาอวี้และยายจาง
“ท่านก็คือหลานชายของท่านยายจางที่ทุกคนเข้าใจว่าเสียชีวิตไปแล้วคนนั้นหรือขอรับ”อาเฮยเอ่ยถามออกมาอย่างไม่แน่ใจ ที่ผ่านมาพวกเขาเคยได้ยินเื่นี้มาบ้าง
“ถูกต้องแล้ว...”จากนั้นจางเหยาจึงเล่าเหตุการณ์คร่าวๆที่ตนประสบเหตุตกลงจากผาเหยียบเมฆาจนกระทั่งหยางเถาอวี้ไปพบและช่วยเหลือขึ้นมาโดยละเว้นเื่ที่ถูกคนปองร้ายเอาไว้
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้นี่เอง โบราณว่าคนรอดตายจะอายุยืนนายน้อยจะต้องอายุมั่นขวัญยืนแน่นอนขอรับ”
“จริงด้วย คราวเคราะห์ผ่านพ้นไปแล้วต่อไปนายน้อยก็จะพบแต่โชคดีนะขอรับ”ทุกคนพากันปลอบโยนนายน้อยจางด้วยน้ำจิตน้ำใจอันดี
“พี่เหยา ท่านมาได้จังหวะดีทีเดียวท่านยายกับข้าลงทุนทำไร่สมุนไพรหลายอย่าง มีทั้งตะไคร้ ข่า ขิงพวกสมุนไพรและผลไม้เมืองร้อนอีกหลายอย่าง ต่อไปเมื่อมีท่านมาช่วยดูแลข้าก็จะได้หนีไปเที่ยวบ้างแล้วเ้าค่ะ”หยางเถาอวี้กล่าวหยอกพร้อมกับไม่เว้นช่องให้เ้าตัวคัดค้าน นางหันไปถามต่อ
“ข้าไม่อยู่เสียหลายวันที่ไร่มีปัญหาอันใดหรือไม่”หยางเถาอวี้เอ่ยถามขึ้นหลังจากที่จางเหยาได้ทำความรู้จักกับทุกคนพอสมควรแล้ว
“เรียนนายหญิงสมุนไพรที่เพิ่งลงต้นอ่อนเจริญงอกงามดี ไม่มีปัญหาโรคเชื้อราหรืออะไรอื่นเลยขอรับแถมยังโตไวมากจนพวกข้าใขอรับ ถ้ายังเติบโตในอัตรานี้อยู่ข้าว่าเดือนหน้าเราก็เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้บ้างแล้วขอรับ”
“โอ้ เช่นนั้นหรือพรุ่งนี้เช้าพวกเราไปสำรวจไร่กันนะเ้าคะท่านยาย พี่เหยา” หยางเถาอวี้หันไปชักชวนสองย่าหลาน
“เอ่อ... นายหญิงขอรับเื่ที่นายหญิงให้พวกข้ากลับไปคิด ข้าน้อยทบทวนมาอย่างละเอียดแล้วขอรับข้าขอยืนยันว่าข้าอยากเป็ผู้ฝึกปราณขอรับ”อาเฮยก้าวเข้ามาด้านหน้าก้าวหนึ่งขณะพูด เขาครุ่นคิดกลับไปกลับมาหลายรอบ หากตนมีโอกาสไปเข้าสำนักฝึกยุทธ์ต่างๆแต่ละสำนักล้วนมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการทำพันธะสัญญานายบ่าวเพื่อป้องกันมิให้ศิษย์ทรยศสำนักมิให้สำนักเกิดความเสื่อมเสีย เช่นนั้นแล้วการทำพันธะสัญญากับคุณหนูหยางก็มิได้แตกต่างอันใดจะมีอะไรน่ากลัวไปกว่าการได้เข้าเป็ศิษย์ของสำนักยุทธ์หนึ่งๆ ซึ่งพวกเขาไม่เคยได้รับโอกาสเล่าพันธะสัญญานายบ่าวสำคัญตรงความสัตย์ซื่อ ตราบใดที่ไม่ทรยศก็ไม่มีอันตรายถึงตายแล้วยังจะกลัวอะไรอีกหากมั่นใจในความสัตย์ซื่อของตน
เมื่อคนแรกเริ่มพูด คนต่อๆมาต่างตกอยู่ในภวังค์ พวกเขาไม่เคยจับกลุ่มถกกันในหัวข้อนี้ เนื่องจากเื่นี้เกี่ยวพันถึงอนาคตของแต่ละคนจึงอยากมีอิสระในการตัดสินใจ มิใช่ใช้วิธีพวกมากลากไปต่างฝ่ายต่างจึงทบทวนเื่นี้ในใจมาหลายวัน สุดท้ายอาจูจึงก้าวออกมาพูดเป็คนที่สอง
“ข้าก็คิดเช่นเดียวกับอาเฮยขอรับคุณหนูนี่คงเป็โอกาสสุดท้ายที่พวกเราจะได้ทำตามความฝัน ทั้งอายุ ทั้งพร์คงไม่มีสำนักไหนรับพวกเราอีกแล้ว .. ข้าทบทวนอยู่หลายรอบพันธะสัญญานายบ่าวเป็การให้สัจจะต่อผู้เป็นายว่าจะซื่อสัตย์ตลอดไป ไม่คิดคดทรยศข้อนี้ไม่ว่าสำนักไหนต่างก็ต้องมีกฎเกณฑ์พวกนี้เหมือนกันการทำพันธะสัญญานายบ่าวกับคุณหนูจึงมิใช่เื่แปลกหรือเสียเปรียบอะไรเลย”
“ข้าก็เช่นกันขอรับ”
“ข้าก็พร้อมขอรับ”ทุกคนทยอยแสดงจุดยืนและความมุ่งมั่นที่ไม่สั่นครอน
“ข้าก็เช่นกันเ้าค่ะ” เหล่าคนงานหญิงก็ไม่น้อยหน้าพากันตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว
“เอาเถอะในเมื่อพวกท่านตัดสินใจได้แล้วข้าก็ยินดีเ้าค่ะ” หยางเถาอวี้กล่าวในที่สุด
“เมื่อทำพันธะสัญญาแล้วย่อมไม่มีทางถอยกลับอีกพวกท่านพร้อมที่จะเริ่มทำพันธะสัญญาเดี๋ยวนี้เลยหรือไม่”หยางเถาอวี้เอ่ยถามอีกครั้ง
“ขอรับ/เ้าค่ะ” ทุกคนพร้อมใจกันตอบ
“ดี เช่นนั้นก็ขอให้ทุกคนทำตัวตามสบายอย่าต่อต้านหรือขัดขืนเจตจำนงแห่งพันธะสัญญา”หยางเถายกสองมือขึ้นวาดท่ามุทราอันซับซ้อนตามวิธีทำพันธะสัญญานายบ่าวแบบหมู่จากนั้นจึงสะบัดมือออกไปเบื้องหน้าพลันปรากฏเส้นแสงจำนวนเท่ากับทุกคนตรงหน้าพุ่งวาบเข้าไปยังจุดมโนทวารกลางหน้าผากของทุกคนเพียงสามลมหายใจทุกอย่างก็เสร็จสิ้นลง
“บ่าวคารวะนายหญิงขอรับ/เ้าค่ะ”ทุกคนคุกเข่าลงทำความเคารพหยางเถาอวี้ผู้เป็นายอย่างพร้อมเพรียงทันทีที่พันธะสัญญาเสร็จสิ้นสมบูรณ์
“ลุกขึ้นเถิดเ้าค่ะเวลานี้พวกเราถือเป็คนในครอบครัวเดียวกันนะเ้าคะ ขอให้เข้าใจว่าทั้งหมดที่ข้าเรียกร้องเพียงเป็ไปเพื่อความปลอดภัยของข้าเท่านั้น นับแต่นี้ไป ทุกอย่างที่ข้าถ่ายทอดให้ทุกอย่างในบ้านสกุลจางแห่งนี้ล้วนเป็ความลับที่พวกท่านต้องปกปิดห้ามมิให้แพร่งพรายออกไปเด็ดขาด”หยางเถาอวี้กล่าวพร้อมกับหันไปมองจางเหยาเป็นัยว่าสิ่งนี้คือเงื่อนไขที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดนั่นเอง
“รับทราบเ้าค่ะ/ขอรับ” พวกอาเฮยตอบรับแข็งขัน
‘ฟู่ เท่านี้ก็หมดกังวลเสียทีข้าจะได้พัฒนาที่ดินผืนนี้และทุกๆ คนได้อย่างสบายใจและเปิดเผย’นางคิดในใจ ทั้งหมดก็แค่อยากช่วยทุกคนให้ได้พัฒนาตนเอง (ภายใต้เงื่อนไขที่ตนเองก็ปลอดภัยด้วย)
“งั้นคืนนี้ ข้าขอวางค่ายกลรอบเขตบ้านของเราก่อนนะเ้าคะแล้วพรุ่งนี้ข้าจึงจะเริ่มฝึกพวกท่านเ้าค่ะ” หยางเถาอวี้สั่งความ
“ตกลง” จางเหยากล่าว
“รับทราบขอรับ/เ้าค่ะนายหญิง”
“แต่ว่า เพื่อเป็การเตรียมร่างกายของพวกท่านให้แข็งแรงและพร้อมสำหรับการเปิดจุดชีพจรขอให้พวกท่านนำน้ำทิพย์นี้ไปใช้หยดลงถังอาบน้ำหนึ่งหยดเพื่อแช่ตัวเป็เวลาครึ่งชั่วยามั้แ่คืนนี้และหยดหนึ่งหยดลงในโอ่งน้ำสำหรับดื่มกิน หมดเมื่อไหร่ให้มาบอกข้าโปรดจำไว้ว่าอย่าดื่มทีเดียวหมดขวดนะเ้าคะร่างกายของพวกท่านยังรับพลังปราณทั้งหมดในคราวเดียวไม่ไหว หากไม่เชื่อฟังกินเข้าไปร่างะเิขึ้นมาอย่ามาโทษข้านะเ้าคะ” หยางเถาอวี้กล่าวติดตลกพร้อมวาดมือขึ้นครั้งหนึ่งก็พลันปรากฏขวดหยกในน้ำทิพย์พิสุทธิ์ขึ้นเท่าจำนวนบ่าวครั้นวาดมืออีกครั้ง ขวดหยกแต่ละขวดก็ลอยไปอยู่ตรงหน้าของแต่ละคน
“รับทราบขอรับ/เ้าค่ะ”ทุกคนยื่นมือออกมารับขวดหยกน้ำทิพย์ไปด้วยจิตใจที่ทั้งฮึกเหิมทั้งสั่นไหว พวกเขารู้ว่าน้ำทิพย์นี้จะต้องเป็ของวิเศษแน่นอนเพียงแต่ไม่เคยอยู่ในยุทธภพจึงยังไม่รู้ถึงมูลค่าและคุณค่าที่แท้จริงของสิ่งที่อยู่ในมือตนหากรู้เข้าคงต้องเข่าอ่อนทีเดียว
น้ำทิพย์พิสุทธิ์มิใช่สิ่งที่จะหาได้ในโลกบำเพ็ญเซียนหากตีออกมาเป็ตัวเงิน ขวดหนึ่งๆ ไม่ทราบว่าจะมีมูลค่ากี่สิบกี่ร้อยล้านตำลึงทอง และหากเื่นี้หลุดรอดไปถึงหูคนชั่วช้าไม่รู้ผลลัพธ์จะร้ายแรงถึงปานไหน
“อ้อ เกือบลืม พี่เฮยข้าขอมอบหน้าที่ให้ท่านหยดน้ำทิพย์ลงในบ่อน้ำและสระน้ำที่ใช้ดื่มกินหรือใช้เลี้ยงสัตว์ปลูกพืชทุกจุดด้วยนะเ้าคะแห่งละขวด อาทิตย์ละครั้งนะเ้าคะ หมดเมื่อไหร่มาบอกเ้าค่ะ”กล่าวจบก็วาดมือส่งแหวนมิติที่บรรจุน้ำทิพย์พลังปราณนับร้อยๆ ขวดให้แก่อาเฮย“แหวนนี่พรุ่งนี้ท่านจึงจะใช้ได้เ้าค่ะ เพราะต้องใช้พลังปราณในการเปิด”
“รับทราบขอรับ”
“หากไม่มีข้อสงสัยอะไรเพิ่ม พวกท่านก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนตามสบายเถิดเ้าค่ะ”หยางเถาอวี้เห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงสั่งให้พวกคนงานแยกย้ายกันกลับเรือนไป
“ส่วนพี่เหยา ร่างกายของท่านแข็งแกร่งกว่าพวกเขามากเพราะได้กินผลเพลิงอัคคีมาตลอดหนึ่งปีท่านสามารถดื่มน้ำทิพย์พิสุทธิ์นี้ได้วันละหนึ่งขวดนะเ้าคะ หลังจากดื่มให้โคจรพลังปราณธาตุอัคคีตามวิธีที่ข้าจะถ่ายทอดให้ท่านหลังจากนี้”กล่าวจบนางก็ยกมือขึ้นจรดหน้าผากตน เรียกดึงความทรงจำของคัมภีร์โคจรพลังปราณธาตุอัคคีที่เคยอ่านพบในเรือนไผ่เขียวออกมาและถ่ายทอดให้แก่จางเหยา
“ท่านลองทบทวนเคล็ดวิชาดูก่อนหากเข้าใจแล้วค่อยดื่มน้ำทิพย์และฝึกบ่มเพาะพลังนะเ้าคะ”นางสำทับถึงขั้นตอนที่ควรปฏิบัติและสั่งความทิ้งท้าย หยางเถาอวี้ชะลอความตั้งใจที่จะพาจางเหยาเข้าไปบ่มเพาะพลังในมิติส่วนตัวเพราะคืนนี้นางอยากจะติดตั้งค่ายกลรอบเขตบ้านให้เสร็จอีกทั้งนี่เป็คืนแรกที่จางเหยากลับมาบ้านเขาคงมีเื่มากมายอยากอยู่คุยกับท่านยาย
“เข้าใจแล้ว ขอบใจอวี้เอ๋อมาก”จางเหยาเอ่ยขอบคุณ ความรู้สึกมากมายเอ่อล้นขึ้นมาแทบไม่ต่างกับพวกบ่าวนี่สินะความลับส่วนหนึ่งที่นางต้องปกปิดไว้ เพียงสะบัดมือคราวเดียวก็เอาน้ำทิพย์ออกมาแจกได้ครบทุกคนหากเื่นี้รั่วไหลออกไป ชีวิตนางคงไม่ปลอดภัยแน่