หลังจากเหตุการณ์ร้อนแรงในห้องน้ำ ความสัมพันธ์ลับระหว่างหนูนากับรัฐก็ดำเนินต่อไปอย่างเงียบเชียบและระมัดระวัง ทั้งคู่ต่างรู้ดีถึงความอันตรายและความไม่ถูกต้อง แต่ความปรารถนาที่ก่อตัวขึ้นนั้นยากเกินกว่าจะควบคุมได้ พวกเขาแอบพบกันใน่เวลาสั้นๆ ในมุมลับตาของธนาคาร หรือส่งข้อความหากันในยามวิกาล ความตื่นเต้นของการลักลอบและความสุขสมที่ได้รับนั้น หอมหวานและอันตรายจนหนูนาเริ่มติดใจ
รัฐยังคงแสดงความใส่ใจต่อหนูนาอย่างสม่ำเสมอ ซื้อขนมมาฝากบ้าง หาโอกาสพูดคุยทักทายด้วยคำพูดที่แฝงไปด้วยความนัย แม้ภายนอกจะดูเหมือนเป็เพียงความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับยาม แต่ภายในใจของทั้งคู่กลับเชื่อมโยงกันด้วยความลับอันเร่าร้อน
วันหนึ่ง ใน่เย็นหลังเลิกงาน ขณะที่หนูนาเดินไปยังลานจอดรถ เธอสังเกตเห็นยามอีกคนหนึ่งยืนอยู่ใกล้รถของเธอ เขาชื่อ วินัย เป็ชายวัยกลางคน รูปร่างท้วม ผิวคล้ำ มีหนวดเคราเล็กน้อย วินัยเป็คนพูดน้อย แต่ก็ดูเป็มิตรและจริงใจ
"คุณหนูนาครับ รอสักครู่ได้ไหมครับ ผมมีเื่อยากจะคุยด้วยหน่อย" วินัยเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังผิดปกติ
หนูนาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอไม่ค่อยได้คุยกับวินัยมากนัก ส่วนใหญ่เธอจะติดต่อกับรัฐมากกว่า
"มีอะไรรึเปล่าคะคุณวินัย?" หนูนาถามด้วยความระแวงเล็กน้อย
วินัยมองซ้ายขวาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะก้มลงกระซิบเสียงเบา "ผมรู้เื่ของคุณหนูกับเ้ารัฐ..."
หัวใจของหนูนาเต้นกระหน่ำ เธอรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางวัน ความลับที่เธอพยายามปกปิดไว้ถูกเปิดเผยเสียแล้ว ใบหน้าสวยของเธอซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
"คุณ... คุณรู้เื่อะไรคะ?" หนูนาพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น
วินัยถอนหายใจออกมาเบาๆ "ผมเห็น... ตอนที่พวกคุณเข้าไปในห้องน้ำวันนั้น... แล้วก็... อีกหลายครั้งที่พวกคุณแอบคุยกันลับๆ ล่อๆ"
ความรู้สึกหวาดกลัวแล่นปราดไปทั่วร่างของหนูนา เธอไม่รู้ว่าวินัยรู้มากน้อยแค่ไหน และเขา้าอะไรจากเธอ
"คุณ... คุณ้าอะไรคะ?" หนูนาถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด
วินัยมองหน้าหนูนาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา "ผมไม่ได้้าจะแฉเื่ของคุณหนูนาให้ใครรู้หรอกครับ... ผมเองก็มีเหตุผลของผม"
"เหตุผลอะไรของคุณคะ?" หนูนาถามด้วยความสงสัยและความหวาดระแวงที่ยังคงอยู่
วินัยเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังชั่งใจว่าจะพูดอะไรออกมาดี "ผม... ผมแอบชอบคุณหนูนามานานแล้วครับ ั้แ่คุณหนูนาเข้ามาทำงานที่นี่..."
คำพูดนั้นทำให้หนูนาตกตะลึง เธอไม่เคยสังเกตเห็นความรู้สึกของวินัยมาก่อน เขาเป็คนเงียบๆ และไม่ค่อยแสดงออก
"คุณ..." หนูนาพูดไม่ออก เธอไม่รู้ว่าจะตอบสนองต่อคำสารภาพนี้อย่างไร
วินัยรีบพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "ผมจะไม่บอกเื่ของคุณหนูกับใคร... ถ้าคุณหนูนา... ยอมให้ผม... ได้ใกล้ชิดกับคุณบ้าง..."
คำพูดนั้นราวกับดาบสองคมที่จ่ออยู่ที่คอของหนูนา เธอตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก หากเธอปฏิเสธ วินัยอาจจะนำความลับของเธอไปบอกคนอื่นๆ ในธนาคาร ซึ่งจะนำมาซึ่งความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อชื่อเสียงและชีวิตแต่งงานของเธอ แต่การยอมรับข้อเสนอของวินัยก็หมายถึงการทรยศต่อสามี และอาจนำพาเธอไปสู่ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและอันตรายยิ่งกว่าเดิม
หนูนาจ้องมองวินัยด้วยความรู้สึกที่สับสนวุ่นวาย เธอไม่รู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไรดี ในใจของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ความกังวล และความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่กำลังต่อสู้กันอย่างหนักหน่วง เงาที่สามได้เข้ามาในความลับของเธอและรัฐแล้ว
ความเงียบปกคลุมระหว่างหนูนากับวินัย ราวกับมีกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็นไหลวนอยู่รอบตัว หนูนาพยายามรวบรวมสติ เสนอทางออกที่เธอคิดว่าจะสามารถยุติเื่นี้ได้โดยไม่ต้องมีใครต้องเ็ป
"คุณวินัย... ดิฉันเข้าใจสิ่งที่คุณ้า... แต่เื่แบบนั้นมัน..." หนูนาพูดเสียงสั่น พยายามหาคำพูดที่เหมาะสม "ฉัน... ฉันพอจะให้เงินคุณได้ไหมคะ? เพื่อ... เพื่อปิดปากเื่นี้..."
วินัยหัวเราะออกมาเบาๆ เป็เสียงที่ฟังดูเย้ยหยันในความรู้สึกของหนูนา "เงินเหรอครับคุณหนูนา? คุณคิดว่าความรู้สึกที่ผมมีให้คุณ มันตีค่าเป็เงินได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ?"
หนูนาหน้าซีดลง เธอรู้สึกถึงความผิดพลาดในการประเมินสถานการณ์ วินัยไม่ได้้าแค่เงิน เขา้าบางสิ่งบางอย่างที่ลึกซึ้งและอันตรายกว่านั้น
"ถ้าอย่างนั้น... คุณ้าอะไรกันแน่คะ?" หนูนาถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มหมดหนทาง
วินัยจ้องมองหนูนาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาอย่างไม่ปิดบัง "ผมบอกไปแล้ว... ผมอยากใกล้ชิดคุณ... อยากััคุณ... เหมือนที่เ้ารัฐได้ทำ..." คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงบนหัวใจของหนูนา
ความรู้สึกหวาดกลัวแล่นปราดไปทั่วร่างของเธอ วินัยกำลังข่มขู่เธออย่างชัดเจน หากเธอไม่ยอมทำตามข้อตกลง ความลับของเธอกับรัฐอาจถูกเปิดเผย และชีวิตของเธอคงพังทลายลงอย่างแน่นอน
หนูนาเม้มริมฝีปากแน่น น้ำตาคลอเบ้า เธอไม่มีทางเลือกอื่น เธอต้องปกป้องความลับของเธอ แม้จะต้องแลกมาด้วยการทรยศต่อสามีอีกครั้ง และต้องยอมตกอยู่ภายใต้อำนาจของวินัย
"ตกลงค่ะ... ฉันจะทำตามที่คุณ้า..." หนูนาตอบกลับด้วยเสียงที่แ่เบา ราวกับิญญาหลุดลอยออกจากร่าง
วินัยยิ้มออกมาอย่างพอใจ เป็รอยยิ้มที่ทำให้หนูนาขนลุกซู่ "ดีมากครับคุณหนูนา... ผมรับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวัง"
การนัดพบเกิดขึ้นในเย็นวันนั้นเอง หลังเลิกงาน วินัยรอหนูนาอยู่หน้าธนาคารพร้อมกับรถจักรยานยนต์เก่าๆ คันหนึ่ง หนูนาสวมชุดเดรสผ้าลูกไม้สีดำเข้ารูปพอดีตัว กระโปรงยาวคลุมเข่า เผยให้เห็นเรียวขาสวยเมื่อยามก้าวเดิน เธอสวมรองเท้าส้นสูงสีดำ และสะพายกระเป๋าถือใบเล็ก
"ขึ้นรถเลยครับคุณหนูนา" วินัยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่กระตือรือร้นผิดปกติ ยื่นหมวกกันน็อคเก่าๆ ให้เธอ
หนูนาสวมหมวกกันน็อคอย่างเงียบๆ ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของวินัยอย่างประหม่า อากาศยามเย็นค่อนข้างเย็น แต่ร่างกายของเธอกลับร้อนรุ่มไปด้วยความกังวลและความหวาดกลัว
วินัยขับรถด้วยความเร็วที่ไม่มากนัก พาหนูนาไปยังโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากธนาคารนัก โรงแรมดูทรุดโทรม มีแสงไฟสีแดงสลัวๆ ส่องออกมา บรรยากาศโดยรอบดูเงียบเหงาและเปลี่ยวร้าง
เมื่อเข้าไปในห้องพักราคาถูก แสงไฟสีส้มนวลส่องสว่างภายในห้อง เฟอร์นิเจอร์เก่าคร่ำครึ และกลิ่นอับชื้นลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ หนูนารู้สึกขยะแขยง แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น
วินัยหันมามองหนูนาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหื่นกระหาย เขาเดินเข้ามาใกล้เธออย่างรวดเร็ว คว้าเอวบางของเธอเข้ามาแนบชิดกับร่างกายที่แข็งแรงของเขา
"คุณหนูนา... ผมรอวันนี้มานานแล้ว" วินัยกระซิบเสียงแหบพร่า ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจูบริมฝีปากของเธออย่างรุนแรงและหยาบกระด้าง
หนูนาหลับตาลง ปล่อยให้วินัยบดเบียดริมฝีปากของเธออย่างไม่ปราณี เธอรู้สึกถึงความรังเกียจ แต่ก็ต้องอดทน
มือหยาบกร้านของวินัยลูบไล้ไปตามร่างกายของหนูนาอย่างรวดเร็วและรีบร้อน เขาพยายามปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธออย่างไม่ทะนุถนอม เดรสผ้าลูกไม้สีดำถูกกระชากหลุดลุ่ย เผยให้เห็นชุดชั้นในสีเนื้อที่ปกปิดสัดส่วนสวยงามของเธอ
วินัยจ้องมองร่างกายของหนูนาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหื่นกระหาย ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องเหยื่อ เขาไม่รอช้า โน้มตัวลงไปจูบและดูดดึงเนินอกอวบอิ่มของเธออย่างรุนแรง สร้างความรู้สึกขยะแขยงและหวาดกลัวให้กับหนูนา
"อื้อ... คุณวินัย... เบาๆ หน่อยค่ะ..." หนูนาพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ แต่ดูเหมือนวินัยจะไม่ได้ยิน
วินัยไม่สนใจคำขอร้องของหนูนา เขายังคงบ้าคลั่งกับการััร่างกายของเธอ มือของเขาลูบไล้ลงต่ำไปตามหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะหยุดอยู่ที่หว่างขาของเธอ ัักับกางเกงชั้นในเนื้อนุ่ม
หนูนาหายใจถี่กระชั้น เธอรู้สึกถึงความรังเกียจและความหวาดกลัวที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า
วินัยไม่รอช้า เขาปลดกางเกงของตัวเองอย่างรีบร้อน แท่งเนื้อแข็งขืนปรากฏสู่สายตาภายใต้แสงไฟสลัวๆ เขากระแทกแท่งเนื้อเข้าไปในช่องทางรักของหนูนาอย่างรุนแรงและหยาบกระด้าง โดยไม่สนใจความเ็ปและความขยะแขยงที่เธอรู้สึก
"อ๊า... คุณวินัย... เจ็บค่ะ..." หนูนาครางออกมาด้วยความเ็ป น้ำตาไหลอาบแก้ม
วินัยยังคงกระแทกกระทั้นร่างกายของเธออย่างไม่ยั้งคิด ราวกับ้าปลดปล่อยความใคร่ที่เก็บกดไว้มานาน หนูนาหลับตาแน่น พยายามอดทนกับความรู้สึกเลวร้ายที่ถาโถมเข้ามา
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ในที่สุดวินัยก็ปลดปล่อยน้ำเชื้ออุ่นร้อนเข้าไปในร่างกายของหนูนาจนเต็มเปี่ยม เขาทรุดตัวลงนอนข้างๆ เธอ หายใจหอบถี่ด้วยความเหนื่อยล้า
หนูนานอนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างๆ เขา น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอรู้สึกสกปรกและต่ำต้อยอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เธอได้ทรยศต่อสามีอีกครั้ง และต้องแลกมาด้วยความรู้สึกขยะแขยงและเ็ป
หลังจากนั้นไม่นาน วินัยก็ลุกขึ้นแต่งตัวอย่างรีบร้อน "ผมไปก่อนนะครับคุณหนูนา... อย่าลืมข้อตกลงของเรา" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่กลับมาเป็ปกติ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้หนูนานอนร้องไห้อยู่บนเตียงอย่างเดียวดาย ในห้องพักราคาถูกของโรงแรมม่านรูดแห่งนี้... ความลับของเธอได้ขยายวงกว้างขึ้นแล้ว และมันกำลังกัดกินเธอจากภายใน