หลงเฟยก้าวเข้าสู่ดินแดนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็เมืองเจียงหนานภายใต้แสงจันทร์อันริบหรี่ หลังจากเดินทางรอนแรมมาหลายวันหลายคืน เขาไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ดวงตาของเขาแดงก่ำจากการอดนอน แต่ในแววตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นและแรงแค้นที่มิอาจดับมอดได้ สภาพของเมืองเจียงหนานที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้จิตใจของเขาปวดร้าวอย่างแสนสาหัส มันไม่ใช่เมืองที่งดงามและคึกคักเหมือนในความทรงจำเลือนรางของเขาอีกต่อไป แต่เป็เพียงซากปรักหักพังที่ดำมืด เศษไม้ที่ไหม้เกรียม ก้อนหินที่ถล่มลงมา และกำแพงเมืองที่พังทลายเป็หย่อม ๆ บ่งบอกถึงความรุนแรงของาในอดีต กลิ่นควันไฟยังคงอบอวลจาง ๆ ผสมกับกลิ่นอับชื้นของซากปรักหักพัง ราวกับเมืองนี้ยังคงร้องไห้คร่ำครวญถึงความสูญเสีย
เขาเดินลึกเข้าไปในใจกลางเมืองที่เคยเป็บ้าน หลงเฟยทรุดตัวลงคุกเข่ากลางซากปรักหักพังของบ้านหลังเก่าของตนเอง มือของเขาลูบไล้ไปบนก้อนหินที่ไหม้เกรียม ที่แห่งนี้เคยเป็สวนดอกไม้ที่คุณย่าของเขามักจะเล่านิทานให้ฟัง ใต้ซากไม้ที่ถล่มลงมาคือที่ที่มารดาของเขาสิ้นใจไปเมื่อสิบห้าปีก่อน ความทรงจำอันเ็ปถาโถมเข้าใส่จนเขารู้สึกเหมือนถูกบีบรัดหัวใจ ภาพเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ เสียงกรีดร้อง และใบหน้าของมารดาที่เต็มไปด้วยความรักและความแน่วแน่ยังคงชัดเจนในมโนสำนึกของเขา เขาหลับตาลง สูดหายใจลึกๆ พยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลริน
"ท่านแม่...พี่น้อง...ชาวเจียงหนานทั้งหลาย" เสียงของหลงเฟยแหบพร่าและสั่นเครือ "ข้า...หลงเฟย...ได้กลับมาแล้ว ข้ากลับมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับพวกท่านทุกคน" เขากำป้ายหยกรูปัคู่ที่พบบนข้อมือแน่น ราวกับจะส่งผ่านความมุ่งมั่นทั้งหมดไปให้ดวงิญญาของผู้ที่จากไป "ข้าจะชุบชีวิตเจียงหนานให้กลับคืนมา จะสร้างบ้านเมืองขึ้นใหม่ให้รุ่งเรืองยิ่งกว่าเดิม และจะล้างแค้นให้พวกท่านอย่างสาสม!" คำพูดนั้นดังก้องอยู่ในความเงียบงันของซากเมือง เป็คำสาบานที่หลุดออกมาจากส่วนลึกของจิติญญาที่บอบช้ำ แต่เปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
หลงเฟยใช้เวลาอีกหลายวันในการสำรวจพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด เขาเดินสำรวจกำแพงเมืองที่พังทลาย คูเมืองที่แห้งขอด และเส้นทางเข้าออกของเมือง เขาพบว่าแม้เจียงหนานจะถูกทำลายจนย่อยยับ แต่ตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของมันยังคงมีความสำคัญ ด้วยแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลผ่าน และเส้นทางเชื่อมต่อกับแคว้นอื่น ๆ มันยังคงเป็จุดศูนย์กลางที่สามารถพัฒนาขึ้นมาใหม่ได้ หากมีผู้นำที่ชาญฉลาดและมีความมุ่งมั่นมากพอ เขาจดบันทึกทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็น ลงบนแผนที่ที่วาดด้วยมืออย่างคร่าวๆ ในสมุดพกเล่มเล็กๆ ที่เขาพกติดตัวมา
ในระหว่างการสำรวจ เขาได้พบกับชาวบ้านกลุ่มเล็ก ๆ ที่เคยเป็ส่วนหนึ่งของเจียงหนาน พวกเขาเป็ผู้รอดชีวิตที่หนีรอดไปได้ในคืนที่เกิดเหตุ และกลับมาใช้ชีวิตอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ในหมู่บ้านเล็ก ๆ รอบนอกเมือง ด้วยความหวังว่าสักวันหนึ่งบ้านเกิดของพวกเขาจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง พวกเขาอาศัยอยู่ในกระท่อมเล็ก ๆ ที่สร้างขึ้นจากเศษไม้และดินโคลน ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความสิ้นหวัง แต่เมื่อหลงเฟยปรากฏตัวขึ้น พร้อมชุดนักรบที่บ่งบอกถึงการเป็ทหารเก่า และดวงตาที่เต็มไปด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่น พวกเขาก็ได้แต่มองด้วยความสงสัยระคนหวาดระแวง
"ท่านเป็ใคร? มาทำอะไรในที่แห่งนี้?" ชายชราคนหนึ่งถามด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง มือของเขากำไม้เท้าไว้แน่น หลงเฟยคุกเข่าลงต่อหน้าพวกเขา ถอดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าของบุรุษหนุ่มที่ดูองอาจ "ข้าคือหลงเฟย ผู้รอดชีวิตจากเจียงหนานเช่นเดียวกับพวกท่าน" เขาชี้ไปที่ซากเมืองเื้ั "ข้ากลับมาที่นี่เพื่อสร้างเจียงหนานขึ้นมาใหม่ เพื่อทวงคืนในสิ่งที่พวกเขากระทำกับบ้านเกิดของเรา"
ชาวบ้านต่างมองหน้ากันอย่างไม่เชื่อสายตา พวกเขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครกล้ากลับมาเหยียบย่ำดินแดนแห่งความพินาศนี้ และประกาศกร้าวเช่นนี้ ชายชราคนเดิมมองไปที่ดวงตาของหลงเฟย เขาััได้ถึงประกายไฟที่ลุกโชนอยู่ในนั้น เป็ประกายไฟที่เขาไม่ได้เห็นมานานแสนนาน "ท่าน...ท่านจะทำอะไรได้ ในเมื่อเราไม่มีแม้แต่กำลังคน ไม่มีเสบียง และไม่มีแม้แต่ที่พักพิงที่มั่นคง" น้ำเสียงของเขายังคงเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง "ข้าอาจจะไม่มีอะไรในตอนนี้" หลงเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "แต่ข้ามีความรู้ทางพิชัยาที่เรียนรู้มาจากแม่ทัพผู้เก่งกาจ มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างบ้านเมืองขึ้นใหม่ และที่สำคัญ ข้ามีความแค้นที่ต้องชำระ! ข้า้ากำลังจากพวกท่าน กำลังใจ และความเชื่อมั่นที่ว่าเราจะสามารถทำมันได้สำเร็จ!"
คำพูดของหลงเฟยทำให้ชาวบ้านบางคนเริ่มใจอ่อน พวกเขารู้สึกได้ถึงความจริงใจและความเด็ดเดี่ยวที่หลงเฟยแสดงออกมา พวกเขาเห็นความหวังเล็ก ๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางเถ้าถ่านแห่งความสิ้นหวัง หลงเฟยใช้เวลาหลายชั่วโมงในการพูดคุยกับพวกเขา เล่าถึงความมุ่งมั่นของเขา และขอความร่วมมือจากพวกเขาให้มาช่วยกันสร้างเจียงหนานขึ้นมาใหม่ ชาวบ้านหลายคนตัดสินใจที่จะเชื่อในตัวหลงเฟย เพราะพวกเขาไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว มีแต่ความหวังที่จะได้เห็นบ้านเกิดกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง