โจเวลเงียบในแบบที่ไม่มีใครกล้าขยับก่อนออร่าที่หลงเหลือในอากาศไม่ได้เพียงกดทับ หากแต่นิ่งค้างดุจคมดาบที่ยังไม่ถูกเก็บเข้าฝัก
อากาศรอบตัวหนืดขึ้นอย่างผิดปกติปลายดาบที่เหน็บอยู่ข้างเอวของอัศวินหลายคนสั่นครางแ่โลหะกำลังตอบสนองต่อบางสิ่ง ไม่ใช่เพราะแรงกดดัน แต่คล้ายถูกเรียกเหงื่อซึมออกจากขมับทั้งที่ลมยังพัดเย็น
[ ตรวจพบการสั่นพ้องของออร่า ]
[ค่าความเข้ากันได้กับลมหายใจแห่งคมดาบเพิ่มขึ้น ]
“ถ้าข้าตอบว่าใช่”ดวงตาสีโลหะสะท้อนแสงแห่งความเด็ดเดี่ยว
“งั้นคงต้องมองเ้าใหม่อีกครั้ง”
ความร้อนแล่นผ่านอากาศฝั่งของนิโคลตัดกับความนิ่งเย็นของโจเวล
แรงกดดันของทั้งสองปะทะกัน ไร้เสียงแต่หนักหน่วงเสียจนหนึ่งในอัศวินด้านหลังเผลอก้าวถอยโดยไม่รู้ตัวเท้าหยุดชะงักราวติดบางสิ่ง ก่อนจะถอยออกมาได้
[ ทักษะหัวใจแห่งผู้ท้าทายตอบสนองต่อแรงกดดันระดับสูง ]
[ เส้นทางเหนือราชันถูกกระตุ้น ]
ลมหายใจติดขัดมือที่มองไม่เห็นบีบลำคอเอาไว้
“พอแค่นั้น” เสียงหนึ่งดังแทรกเข้ามา
แม้ไม่ดังมากแต่ชัดพอจะตัดจังหวะบรรยากาศทั้งหมดลงในคำเดียว
ชายวัยกลางคนในชุดอัศวินเต็มยศก้าวเข้ามาอย่างไม่เร่งรีบผมสีเข้มถูกเสยไปด้านหลัง ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยร่องรอยของสนามรบมากกว่าสนามฝึก
โรเบิร์ตรองผู้บัญชาการหน่วยอัศวินแห่งลาเมทัสและหัวหน้าหน่วยอัศวินพิทักษ์อรุณ
สายตาของเขากวาดทั่วเพียงครั้งเดียวทุกคนลดออร่าลงพร้อมกัน ไม่ใช่เพราะความกลัว หากเป็สัญชาตญาณที่บอกให้หยุด
[ ตรวจพบแรงกดดันออร่าระดับสูง ]
[ความหวาดกลัวของเป้าหมายโดยรอบเพิ่มขึ้นชั่วคราว ]
“การท้าทายที่ไม่ได้รับอนุญาตและการใช้กำลังเกินความจำเป็”
น้ำเสียงของโรเบิร์ตเรียบแต่ทุกคำตอกลงบนหัวของแต่ละคนอย่างหนัก
“พวกเ้าคิดว่าที่นี่เป็สนามเด็กเล่นงั้นหรือ”
โจเวลและนิโคลเก็บอาการไว้ได้อย่างรวดเร็วแม้แต่หัวหน้าหน่วยที่เมื่อครู่ยังยืนแข็งกร้าว ก็ไม่มีใครตอบคำถามดังกล่าวพวกเขายืนตัวตรงเตรียมรับบทลงโทษ
“ขออภัยในความเสียมารยาทแทนคนของข้าด้วยคุณหนูนิโคล”
“เป็ข้าเองมากกว่าที่เสียมารยาทเช่นนั้น…ขอตัว” ดวงตาสีแดงสดจับจ้องไปยังโจเวลครู่หนึ่งแล้วเดินออกไปท่ามกลางการเฝ้ามองของทุกคน
[ ค่าความสนใจของนิโคลเพิ่มขึ้น ]
โรเบิร์ตค้อมศีรษะส่งแล้วหันไปยังคนที่เหลือ “รู้ความผิดของพวกเ้าหรือไม่”
“ขอรับ!” ทุกคนขานรับ
“หลังมื้อเย็นวิ่งแบกท่อนซุงรอบค่ายหนึ่งรอบ แล้วยืนเฝ้าเวรยามคืนนี้”
ใบหน้าหลายคนซีดขาวพวกเขารู้ดีว่าท่อนซุงนั้นหนักพอกับคนเต็มวัยทั้งคนแถมต้องไม่ใช้พลังออร่าช่วยด้วย
“ไม่ได้ยินหรือไง”
น้ำเสียงไม่ได้ดังขึ้นแต่หนักพอจะกดทุกคนให้หยุดหายใจ รุนแรงเสียจนหลายคนแทบทรุดลงกับพื้น
“รับทราบขอรับ!”
“รวมถึงท่านด้วย นายน้อย”
“เข้าใจแล้ว” โจเวลพยักหน้ากลับ
เขายอมรับบทลงโทษนี้ไว้ด้วยความเต็มใจถือเป็การลงโทษตัวเองที่เผลอใช้อารมณ์นำทางอีกครั้ง
กลุ่มอัศวินเลิกคิ้วทำหน้าสงสัยในการตอบรับของนายน้อยแห่งลาเมทัสต่างไม่คาดคิดว่าจอมเหลวแหลก จุดด่างพร้อยของตระกูลตรงหน้าจะกล้ารับปากทำอะไรที่พวกเขายังรับมือได้ยาก
“อย่าให้ข้าเห็นหรือได้ยินเื่พวกนี้อีกแยกย้าย”
กลุ่มอัศวินทำความเคารพแล้วเดินจากไปเป็ระเบียบเสียงซุบซิบดังแว่วผ่านสายลม
“เมื่อกี้…มันอะไรกันวะ”
“ออร่าระดับนั้นไม่น่าจะทำได้”
แต่คราวนี้มันไม่ใช่เสียงดูถูกหรือพูดจาดูิ่ มันคือ…ความกลัว
ก่อนหายลับไปจากแนวกำแพงอัศวินผู้เกรี้ยวกราดคนนั้นหันกลับมาทางโจเวลที่จ้องตอบเช่นกัน
[ ตรวจพบความหวาดกลัวจากเป้าหมาย ]
[อัศวินแห่งลาเมทัสจดจำชื่อของท่านเพิ่มขึ้น ]
[ ค่าอิทธิพลเพิ่มขึ้น ]
[ ค่าชื่อเสียงสังกัดของท่านเพิ่มขึ้น ]
“พวกนั้นจงใจยั่วโมโหท่าน”
“ข้ารู้” โจเวลพยักหน้าอีกครั้ง
เขาก้มมองมือตัวเองความรู้สึกบางอย่างยังเกาะแน่นไม่ยอมจาง ออร่าที่ควรสลายไปแล้วกลับยังฝังตัวนิ่งอยู่ใต้ิั
หรือว่านี่คือพลังที่ยังตกค้างอยู่คิ้วของเขาขมวดแน่นขึ้น
[ลมหายใจแห่งคมดาบตอบสนองต่อออร่าได้ชัดเจนขึ้น ]
[ ขีดจำกัดพลังออร่าเพิ่มขึ้น ]
“ท่านมีอะไรให้แปลกใจอยู่เรื่อย”โรเบิร์ตเอ่ยขึ้นจากด้านข้าง
โจเวลเงยหน้าขึ้นสายตาสีโลหะสบเข้ากับดวงตาที่ผ่านสนามรบมานับไม่ถ้วน
“ไม่คิดว่าท่านจะปล่อยผ่านไปง่าย”โจเวลเอ่ยเรียบ
โรเบิร์ตแค่นหัวเราะ“พวกนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่อยากรู้ว่าใครอยู่เื้ั”
ภาพเหตุการณ์ในวันที่โจเวลปลุกพลังออร่าฉายขึ้นอีกครั้งพลังออร่าในตอนนั้นกับเมื่อสักครู่ให้ความรู้สึกเดียวกันไม่มีผิดเพี้ยนมันอันตรายเสียจนเผลอคิดว่าสามารถฟาดฟันโลกให้ขาดออกจากกันได้และไม่เหมือนออร่าที่เขาเคยเห็นมาก่อน
อีกใจหนึ่งโรเบิร์ตก็อยากเห็นเช่นกันว่ามันจะสร้างความเสียหายได้ขนาดไหน
ข้อความจากระบบแจ้งเตือนให้โจเวลทราบว่าตอนนี้โรเบิร์ตรู้สึกแบบไหน
“หัวหน้าขอรับ!”
เสียงะโดังแทรกขึ้นให้ทั้งสองหันไปอัศวินสื่อสารในชุดเบากึ่งเกราะวิ่งฝ่าลานฝึกเข้ามา เขาหยุดตรงหน้าโรเบิร์ตหายใจถี่จนแทบพูดไม่ออก พยายามกลั้นความสั่นนั้นไว้
ก่อนจะคุกเข่าลงทันที
“มีรายงานด่วนขอรับ!”
โรเบิร์ตสีหน้าไม่ได้แสดงความใแต่แข็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หากมีการรายงานฉุกเฉินเช่นนี้ มักไม่ใช่เื่ดีภาวนาไว้ในใจให้เป็ระดับที่จัดการได้ไม่ยาก
“พูดมา”
“ตอนนี้กลุ่มลาดตระเวนติดต่อกับหมู่บ้านแนวตะวันตกเฉียงใต้ไม่ได้แล้วขอรับทั้งสามจุดหายไปพร้อมกัน”
โรเบิร์ตไม่ตอบในทันทีในหัวของเขาไม่ใช่แค่สามหมู่บ้านในเชิงยุทธศาสตร์
แต่เป็ภาพของอดีตปล่องควันที่ลอยขึ้นทุกเช้า เสียงเด็กวิ่งเล่นตามแนวรั้วไม้และแสงตะเกียงที่เคยเห็นยามลาดตระเวนยามค่ำ
ความรู้สึกบางอย่างหายไปจากอกอย่างฉับพลันมีแต่คำถามซ้ำๆ ทุกอย่างถูกตัดขาดได้อย่างไร
[เงื่อนไขลับเส้นทางแห่งผู้เหนือราชันถูกกระตุ้นขึ้น ]
โจเวลขยับสายตาเล็กน้อย แต่ร่างยังนิ่งลางสังหรณ์กระตุ้นให้ขบคิดไปด้วย
“หายไป หมายความว่ายังไง”โรเบิร์ตถามซ้ำ คล้ายไม่เชื่อสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
“ยังไม่ได้รับการตอบกลับไม่ว่าจะเป็สัญญาณควัน นกสื่อสาร หรือผู้ส่งสารหน่วยที่ออกไปตรวจสอบก็ยังไม่กลับมาขอรับ”
สายลมพัดผ่านลานฝึกเบาบางแต่กลับทำให้ความเงียบหนักอึ้งขึ้นทันที
โจเวลประเมินในใจขั้นตอนป้องกันภัยระดับนี้ควรรับมือได้ แต่เื้ัของเหตุการณ์ไม่ธรรมดาแน่นอน
โรเบิร์ตหรี่ตา “นานแค่ไหนแล้ว”
“ขาดการติดต่อมาแล้วสามวันขอรับหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนส่งกำลังคนเข้าไปทันที แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครกลับมาเลย”
“ตรวจสอบเอเทอร์หรือยัง”
“ั้แ่ตอนนั้นมา ทุกอย่างยังปกติขอรับไม่มีสัญญาณเปลี่ยนสีแม้แต่น้อย”
หมุดคริสตัลแจ้งภัยหากสีน้ำเงินเปลี่ยนเป็สีแดงจะเป็การขอความช่วยเหลือหรือแจ้งเหตุร้าย
“ทั้งสามหมู่บ้าน…” โรเบิร์ตพึมพำก่อนเงยหน้าหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ สายตาเหยียดออกไปไกลเกินกำแพง
“ทะเล”
คำพูดนั้นหลุดออกมาแ่เบาแต่หนักพอจะทำให้คนใกล้ตัวชะงัก และอุณหภูมิรอบตัวลดลงอย่างไม่มีเหตุผล
โจเวลเลื่อนสายตาไปยังทั้งสองพยายามคิดต่อให้จบ สภาพภูมิประเทศของที่นี่ยังไม่ตกตะกอนอยู่ในหัวของเขาเท่าไรแม้พอจะเห็นผ่านตา แต่หมู่บ้านน้อยใหญ่มีมากเสียจนอาจจำสลับกันได้
โรเบิร์ตขยับเดินไปข้างหน้าหยุดตรงขอบลานฝึก สายตาทอดยาวออกไปไกลกว่านั้น
“หมู่บ้านทั้งสามอยู่บนแนวเส้นทางบกก็จริงแต่อีกด้านเชื่อมต่อกับทะเลมืด”
ร่างของผู้ส่งสารสั่นสะท้านเพียงได้ยินคำว่าทะเลมืดดวงตาสั่นเครือไปด้วยความหวาดกลัว
“ชายฝั่งตรงนั้นถูกปิดผนึกเส้นทางไว้แล้ว…แปลกเกินไป”
โรเบิร์ตชะงัก สีหน้าเปลี่ยนทันทีเพียงคำสวดภาวนาคงไม่เพียงพออีกต่อไป หากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงตามที่เขาคาดไว้
“ติดต่อไปยังหอคอยเวทให้ทางนั้นตรวจสอบแท่นหินผนึก และส่งคนไปตรวจดูชายฝั่งทั้งหมดโดยเฉพาะจุดขึ้นเรือเก่าและท่าเทียบที่ถูกทิ้งร้าง”
“ขอรับ!”
อัศวินสื่อสารรีบวิ่งออกไปทันทีหลังได้รับคำสั่งโจเวลมองตามแผ่นหลังของเขา สายตาไม่ละออก
[ตรวจพบข้อมูลภูมิประเทศที่ยังไม่สมบูรณ์ ]
[ค่าความเข้าใจแผนที่เบื้องต้นเพิ่มขึ้น ]
“ถ้ามีร่องรอยการขึ้นจากฝั่งจริง…แปลว่าพวกมันเข้ามาลึกกว่าที่เราคิด”
โจเวลเข้าใจทันทีถึงความหมายของการรุกรานหรือสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้น
“ท่านพอจะเดาได้หรือไม่”
โรเบิร์ตนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาทีแต่ในหัวกลับไล่เรียงทุกความเป็ไปได้อย่างละเอียดกองกำลังที่สามารถเดินทัพเป็ระเบียบ รวดเร็วและโเี้พอจะกวาดล้างทุกอย่างก่อนใครตั้งตัว
ดวงตาของเขาหรี่ลงรอยแผลเป็กลางหลังคล้ายกรีดร้องจากความทรงจำ
“ออร์ค” เสียงนั้นต่ำลงราวกับคำนี้ไม่ควรถูกเอ่ยออกมา
สิ่งมีชีวิตที่คล้ายมนุษย์แต่โเี้และไร้เหตุผลยิ่งกว่า อีกทั้งพวกมันยังมีร่างกายที่แข็งแกร่งมาก
“ไม่ใช่ฝูงเล็กแน่นอนถ้าสามหมู่บ้านหายไปโดยไม่มีสัญญาณเตือน” เขาไม่อยากคิดเลย
“นั่นหมายถึงการโจมตีแบบปิดล้อมหรือไม่ก็ถูกกวาดล้างก่อนทันตั้งตัว”
โจเวลนิ่งฟังสมองประมวลผลตามคำพูดอย่างเป็ระบบ ไม่มีสัญญาณเตือน ไม่มีผู้รอดกลับมาและเอเทอร์ยังไม่ตอบสนอง
“เอเทอร์สามารถปิดการแจ้งเตือนได้ด้วยหรือไม่”โจเวลทบทวนกลไกจากเครื่องมือทันสมัยที่เคยใช้
“ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเอเทอร์ถือเป็เครื่องมือเวทที่ซับซ้อน ต้องใช้จอมเวทระดับ 6หลายคนจึงสร้างขึ้นมาได้”หลายทศวรรษแล้วที่สิ่งนี้เป็เครื่องมือช่วยให้สามารถรับมือกับภัยร้ายได้ทันท่วงที
“งั้นสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่ใช่การปิด แต่เป็การทำให้มันไม่ทำงานหรือไม่ก็…มีบางอย่างหลอกให้มันคิดว่าทุกอย่างยังปกติดี”
โรเบิร์ตขมวดคิ้วแน่นประโยคนั้นทำให้ต้องกลับมาตั้งสมมุติฐานใหม่
เอเทอร์ไม่ใช่แค่สัญญาณเตือนภัยธรรมดามันตรวจจับความผิดปกติของออร่า การบิดเบือนของสนามเวทแม้กระทั่งแรงสั่นะเืจากสิ่งมีชีวิตระดับสูง หากมันยังเงียบอยู่ได้ทั้งที่สถานการณ์ควรกระตุ้นการแจ้งเตือน
แปลว่ามีบางอย่างแทรกแซงหลักการทำงานของมัน
“ถ้าเป็แบบนั้นจริงศัตรูที่เรากำลังเผชิญคงไม่ใช่แค่ออร์ค”
“ออร์คทั่วไปคงทำแบบนั้นไม่ได้พวกมันแข็งแกร่งก็จริง แต่ไม่ใช่พวกวางแผนซับซ้อน”
“เท่าที่ข้ารู้ออร์คไม่ถูกกับเวทมนตร์ใช่หรือไม่” โจเวลนำความรู้จากเกมที่เคยเล่นมาพูด
“หรือว่า…” โรเบิร์ตเบิกตากว้างเขาไม่เคยคิดถึงเื่นี้มาก่อน
“ออร์คหมอผี วอร์ล็อก”
โจเวลพอเห็นภาพนั้นอยู่ในหัวบ้างเพราะเคยผ่านตามาไม่น้อยในหลากหลายสื่อ หรืออาจด้วยสัญชาตญาณบางอย่างในจิตใจเขากลับรู้สึกกังวลอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“ถ้าพวกมันขึ้นจากทะเลมืดได้จริงเส้นทางป้องกันทั้งหมดด้านนั้นจะไร้ความหมายทันที”
โรเบิร์ตเอ่ยไปพร้อมกับคำนวณเส้นทางของสามหมู่บ้านที่หายไปมันเป็แนวทางที่คุ้นเคยยิ่งกว่าเส้นทางไหน
“จุดต่อไป…”
พึ่บ…พึ่บ…
เสียงธงโบกสะบัดตามแรงลมเหนือกำแพงตั้งตระหง่านปราการแห่งลาเมทัส แนวหน้าของชายแดนที่พวกเขายืนอยู่ตอนนี้
แล้วสุดท้ายข้อความแจ้งเตือนของระบบก็ไขคำตอบทุกอย่าง
[ ท่านได้รับข้อความสำคัญจากระบบ ]
[ ภารกิจ : ตรวจสอบการรุกรานปริศนา ]
[ เป้าหมาย ]
[ตรวจสอบความจริงเื้ัการหายไปของสามหมู่บ้าน ]
[ ระดับความยาก : สูง ]
[ จำกัดเวลา :ก่อนแนวป้องกันลาเมทัสถูกโจมตี ]
[ของรางวัลภารกิจจะถูกคำนวณตามระดับผลงาน ]
[ยิ่งผลลัพธ์ของภารกิจเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้มาก รางวัลที่ได้รับจะยิ่งสูงขึ้น ]
[ บทลงโทษเมื่อภารกิจล้มเหลว ]
[ ปราการลาเมทัสเข้าสู่สถานะล่มสลาย ]
[ บุคคลสำคัญอาจเสียชีวิต ]
[ สูญเสียเส้นทางเหนือราชัน ]
[เนื่องจากภารกิจเชื่อมโยงกับเส้นทางเหนือราชัน ท่านไม่สามารถปฏิเสธได้ ]
แม้ยังจับจ้องบุคคลตรงหน้าแต่สายตาและความสนใจของโจเวลกลับอยู่ที่ข้อความอันน่าหวาดหวั่นเต็มเหนี่ยวรางวัลตอบแทนช่างกำกวม แต่ความผิดพลาดที่ต้องได้รับกลับหนักหนาเกินบรรยาย
หมายความว่า…ต้องสืบหาความจริงให้ได้ไม่เช่นนั้นที่นี่คงพังพินาศ
เหงื่อเย็นไหลผ่านแผ่นหลัง
อีกทั้งข้อความสีแดงขีดเส้นใต้ด้านล่างยิ่งชวนสยองเข้าไปใหญ่เพราะความหมายแฝงของมันบังคับให้ตอบตกลงทุกกรณี ปิดหนทางบ่ายเบี่ยงทั้งหมด
ทำไมระบบมันมัดมือชกได้ทุกรอบเลยวะ!