หลินเสวี่ยจู๋ต่อสู้กับจิตใจอยู่นานสุดท้ายก็ตัดสินใจเข้าไปแทรกแซงการเข้าสู่ด้านมืดของหยวนซิวถึงอย่างไรหากพระเอกกลายเป็คนต่อต้านสังคม เืเย็น และไร้เมตตาก็จะเป็ภัยต่อความปลอดภัยของนางอย่างใหญ่หลวง
นางทำเช่นนี้ไม่ใช่ว่ายุ่งไม่เข้าเื่เพียงทำเพื่อให้ตนเองมีชีวิตที่ดีขึ้นสักเล็กน้อยก็เท่านั้นเมื่อคิดถึงตรงนี้หลินเสวี่ยจู๋ก็ขยี้ตา แสร้งทำเป็เพิ่งตื่น หาน้ำดื่ม ก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างกายหยวนซิว
นางหยิบแท่งไม้ไผ่ขึ้นมา แล้วเอ่ยถามอย่างสะลึมสะลือ“ของสิ่งนี้ไม่เลว ใช้สร้างกับดักล่าหมูได้เลย”
หยวนซิวไม่แม้แต่จะเงยหน้าเพียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงมืดมน “และใช้ฆ่าคนได้ด้วย”
หลินเสวี่ยจู๋ตัวสั่นสะท้านนางถอยห่างจากเขาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว พลางหัวเราะแห้ง “ท่าน ท่านจะฆ่าผู้ใดหรือเ้าคะ?”
หยวนซิวไม่ตอบคำมือเคลื่อนไหวรวดเร็วยิ่งขึ้น
ขณะที่หลินเสวี่ยจู๋เค้นสมองไม่รู้ว่าจะสนทนาต่ออย่างไรดี ก็ได้ยินเสียงดังกรอบแกรบดังแว่วมาจากด้านหลัง
นางหันหน้าไปมองโดยไม่รู้ตัวเห็นเพียงหลินเฉิงคุนลุกขึ้นจากพื้น เดินไปข้างตัวกู้เจินเหนียงที่หลับสนิทแล้วใช้มือปิดปากของนาง
กู้เจินเหนียงสะดุ้งตื่น พยายามดิ้นรนเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็หลินเฉิงคุนก็สงบลง
หลินเฉิงคุนขยิบตาให้นางแล้วเดินนำไปยังป่าเล็กๆ ที่อยู่ด้านข้าง
กู้เจินเหนียงมองท้องฟ้าด้วยสายตาว่างเปล่าก่อนจะลุกขึ้นราวกับศพเดินได้ แล้วเดินตามหลินเฉิงคุนเข้าไปในป่า
ไม่นานก็มีเสียงกรอบแกรบดังแว่วมาอีกระลอก
หลินเสวี่ยจู๋ตกตะลึง
ไม่หรอกกระมัง? พวกเขาถูกเนรเทศอยู่นะ
ร่างกายส่วนล่างของหลินเฉิงคุนน่ารังเกียจเพียงใดกัน?ในสถานการณ์เช่นนี้ยังอยู่นิ่งไม่ได้!
สมกับเป็บุรุษที่แต่งอนุมากถึงเก้าคนเสียจริง
หากพูดว่าตัณหาทำให้ผู้คนสับสนก็ไม่นับว่าใส่ความเขา
หลินเสวี่ยจู๋กลอกตาด้วยความรังเกียจพลางขมวดคิ้วอย่างขยะแขยง
เมื่อนางสงสัยว่ามี ‘เื่ใด’บ้างที่จะทำให้ลุงผู้นั้นอับอายก็เห็นใบหน้าของหยวนซิวขึ้นสีแดงเรื่ออย่างน่าสงสัย มือที่กำลังตัดแท่งไม้ไผ่หยุดลง
หลินเสวี่ยจูลอบหัวเราะโอ๊ะ พระเอกที่เข้าสู่ด้านมืดยังมีด้านที่ไร้เดียงสาอยู่ด้วย
ยังไม่ทันที่นางจะทอดถอนใจเสร็จก็ได้ยินเสียงดังสวบแท่งไม้ไผ่ลอยผ่านหน้านางตรงไปที่ป่าด้านหลัง
“อ๊าก!”ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องอย่างน่าอดสูของหลินเฉิงคุนดังแว่วมาจากในป่า
เสียงนี้ดังก้องเป็พิเศษในยามราตรีที่เงียบสงัดคนมากมายรอบข้างสะดุ้งตื่นทันที รวมถึงคนสกุลหลินสายหลักด้วย
เมื่อเห็นหลินเฉิงคุนเสื้อผ้าหลุดลุ่ยเอามือปิดบั้นท้ายวิ่งออกมาจากป่าสภาพอุจาดตาเช่นนั้นทำให้เหล่าสตรีกรีดร้องเสียงแหลมด้วยความใ
“เกิดเื่อันใดขึ้น?” ผู้คุมที่ทำหน้าที่เฝ้ายามตอนกลางคืนเดินมาจากบริเวณที่อยู่ไม่ไกลนัก
หลินเสวี่ยจู๋รีบใช้แขนเสื้อกลบเกลื่อนร่องรอยนางนำแท่งไม้ไผ่ใต้ฝ่าเท้าของหยวนซิวเข้าไปเก็บในมิติ จากนั้นก็เอียงศีรษะพิงต้นไม้แกล้งทำเป็หลับ
หยวนซิวที่เห็นนางเคลื่อนไหวอย่างเป็ธรรมชาติเช่นนี้ก็ยกริมฝีปากขึ้นอย่างมีความหมาย
สตรีผู้นี้เสแสร้งเก่งเสียจริง
เมื่อผู้คุมเห็นสภาพของหลินเฉิงคุนหว่างคิ้วก็ขมวดเป็รูปตัวอักษร ‘川’ พลางกำหมัดแน่น และเมื่อเห็นกู้เจินเหนียงเดินตามหลังหลินเฉิงคุนออกมาอย่างเซื่องซึมพลางเอามือจัดเสื้อผ้ายังจะมีอะไรที่เข้าใจไม่ได้อีก?
ไม่รอให้ผู้คุมเอ่ยกัวซื่อก็แผดเสียงะโ
“นางแพศยากู้เจินเหนียงเวลาเช่นนี้ยังยั่วยวนบุรุษ บิดามารดาเ้าสั่งสอนเ้าเช่นนี้หรือ?”ขณะที่ะโก็พุ่งไปคว้าเส้นผมของกู้เจินเหนียงแล้วตบหน้านางฉาดใหญ่
กู้เจินเหนียงถูกตบจนใบหน้าบวมปูดนางยกมือขวางกัวซื่อเอาไว้โดยไม่รู้ตัว แต่กัวซื่อทำเื่ไร้เหตุผลจนเคยชินแล้วยิ่งกู้เจินเหนียงขัดขวางนางก็ลงมือโเี้ยิ่งกว่าเดิม
เล็บอันแหลมคมทิ้งรอยเืสองสามรอยไว้บนใบหน้าของกู้เจินเหนียงอย่างรวดเร็ว
หลินเสวี่ยอีขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของหลินเสวี่ยหลานด้วยความใ
ฮูหยินผู้เฒ่าทำเป็ไม่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดนี้
เว่ยหงเอ๋อร์กำลังอ้าปากเตรียมที่จะพูดอะไรบางอย่างทว่าหลินเซิ่งจิ่งที่อยู่ข้างกายนางพุ่งตัวออกไปคว้าคอเสื้อของกัวซื่อเอาไว้แล้วกระชากอย่างแรง
กัวซื่อไม่ทันตั้งตัวจึงล้มก้นจ้ำเบ้าเมื่อเห็นว่าผู้ใดทำร้ายนาง นางก็เข้าใจเื่ราวทั้งหมดขึ้นมาทันที ก่อนจะหันไปมองหลินเฉิงคุนด้วยสีหน้ามีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น
ใบหน้าของหลินเฉิงคุนแปรเปลี่ยนเป็สีดำราวกับถ่านทันที
“เจินเหนียงเ้าเป็อันใดหรือไม่?”หลินเซิ่งจิ่งประคองกู้เจินเหนียงที่ยืนโซเซเอาไว้ ความสงสารในแววตาทอประกายชัดเจน
กู้เจินเหนียงทำตัวเซื่องซึมเสมอมาทว่าเมื่อสบตากับหลินเซิ่งจิ่ง ท่าทางก็เปลี่ยนเป็ตื่นตระหนกและหวาดผวา
เว่ยหงเอ๋อร์เห็นสถานการณ์เป็เช่นนี้ก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วก้าวไปดึงหูของหลินเซิ่งจิ่งแล้วตบหน้าเขาสองที
กู้เจินเหนียงฉวยโอกาสสลัดหลินเซิ่งจิ่งออกนาง้าหนีไป สายตาจับจ้องไปที่ฮูหยินผู้เฒ่า หลินเฉิงคุนและสองพี่น้องหลินเสวี่ยหลาน แต่กลับไม่มีผู้ใดเป็ที่พักพิงให้นาง
นางส่งยิ้มเศร้าสร้อย พลางชี้ไปที่หลินเฉิงคุน“พวกท่านสกุลหลินไม่มีตัวดีอันใดเลยจริงๆ”
พูดจบนางก็ใช้กำลังทั้งหมดพุ่งไปยังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด
“เจินเหนียง!”หลินเซิ่งจิ่งะโ
แต่กู้เจินเหนียงกลับไม่รั้งรอแม้แต่น้อยในขณะที่ศีรษะกำลังจะกระแทกกับต้นไม้ใหญ่นั้นเอง
จู่ๆเงาร่างสายหนึ่งก็กระโจนไปหากู้เจินเหนียงก่อนที่ศีรษะของนางจะกระแทกเข้ากับต้นไม้ทำให้นางล้มลงกับพื้น
กู้เจินเหนียงกลิ้งบนพื้นสองตลบก่อนจะมองเห็นอย่างชัดเจนว่าผู้ที่กระโจนเข้ามาคือหลินเสวี่ยจู๋
“คุณหนูเสวี่ยจู๋”ดวงตาของนางแดงก่ำ ความน้อยเนื้อต่ำใจพุ่งขึ้นเต็มอกเมื่อสบตากับหลินเสวี่ยจู๋ก็ะเิออกมาทันที นางกอดหลินเสวี่ยจู๋พลางร้องห่มร้องไห้
หลินเสวี่ยจู๋ตบหลังนาง พลางเอ่ยปลอบโยนเสียงเบา “อย่าร้องไห้ไม่มีเื่ใดที่ผ่านไปไม่ได้ ผู้อื่นดูแคลนท่านได้ แต่ท่านไม่ควรดูแคลนตนเอง”
“คุณหนูเสวี่ยจู๋ข้าไม่มีทางรอดแล้ว” กู้เจินเหนียงเอ่ยเสียงสั่นเครือ “ข้าถูกส่งมาใช้หนี้สัญญาร่างกายของข้าอยู่ในมือของนายท่าน เขาย่อมไม่ปล่อยข้าไป ข้าอยากหนีแต่บิดามารดาข้าเห็นข้าเป็ภาระ อยากขายข้าทิ้ง ข้าจะหนีไปที่ใดได้? คุณหนูเสวี่ยจู๋ข้ามีเพียงความตาย มีเพียงความตายเท่านั้น!”
หลินเสวี่ยจู๋ปล่อยให้นางร้องไห้ไปสักพักจึงค่อยๆปล่อยนาง สองมือประคองใบหน้านางอย่างแรง บังคับให้นางสงบสติอารมณ์
“ฟังข้านะ”หลินเสวี่ยจู๋เอ่ยช้าๆ “ผู้อื่นให้ท่านตาย ท่านยังดิ้นรนต่อสู้ได้แต่หากตัวท่านอยากตาย ผู้ใดก็ช่วยท่านไม่ได้”
เมื่อเห็นกู้เจินเหนียงหยุดร้องไห้นางก็เอ่ยต่อ “ตอนนี้ข้ามีทางเลือกให้ท่านสองทาง ทางแรกคือฆ่าตัวตายหายไปจากโลกนี้อย่างเงียบงัน ไม่มีแม้กระทั่งผู้ใดหลั่งน้ำตาให้ท่าน ทางเลือกที่สองคือติดตามข้าใช้แรงงานแลกของกิน ท่านอาจเหนื่อยมาก แต่ท่านจะมีชีวิตอย่างภาคภูมิใจท่านจะเลือกอย่างไร?”
กู้เจินเหนียงย่อมไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยินแม้ว่านางจะใช้ชีวิตอย่างสันโดษยามอยู่ในจวนสกุลหลิน แต่รู้ดีว่าคุณหนูเสวี่ยจู๋ผู้นี้มีนิสัยไม่สนใจสิ่งใด
ทว่าตอนนี้อีกฝ่ายกลับพูดเช่นนี้กับนาง!
กู้เจินเหนียงไม่แม้แต่จะคิดนางพยักหน้าอย่างบ้าคลั่ง “ข้าจะติดตามท่าน”
ขอเพียงหลีกหนีจากเงื้อมมือมารของหลินเฉิงคุนได้ให้นางเป็บ่าวไพร่ก็ย่อมได้ทั้งนั้น
“ดี” หลินเสวี่ยจู๋คลี่ยิ้มจากใจจริง
นางยืนหยัดเพื่อสิ่งที่ถูกต้องนางไม่ชอบพฤติกรรมของคนสกุลหลินสายหลัก ทั้งยังสงสารกู้เจินเหนียงที่ต้องพบเจอเื่น่าสังเวชด้วย
แต่สาเหตุที่นางเลือกเก็บกู้เจินเหนียงเอาไว้เพราะนาง้าแรงงานจริงๆ
.............................