EP : 49 เรื่องวุ่นวาย
“ท่านหมอแล้วเขาละครับ เขาจะนอนที่ไหนขอรับ” หลังทานอาหารเสร็จหลิ่วหมิงจื่อก็เอ่ยถามทันทีอย่างสงสัย ถ้าจะให้นอนที่นี่ก็ไม่น่าจะได้
“ที่นี่/โรงเตี๊ยม” เซียวป้อจ้านและเว่ยลู่เซียนตอบพร้อมกันจากนั้นก็สบตากันแทบจะทันที
“ที่นี่เต็มแล้ว” เว่ยลู่เซียนบอกพลางจ้องตาอีกฝ่ายอย่างไม่ยินยอมที่จะให้อีกฝ่ายนอนที่นี่ด้วย นางไม่ไว้ใจเขา
“ข้านอนกับเจ้าก็ไม่เต็มแล้ว” เซียวป้อจ้านกล่าวบอกพลางจ้องตาเว่ยลู่เซียนกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“ข้าจะนอนกับจิ่งยู๋” เว่ยลู่เซียนตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ เรื่องอะไรจะให้คนแบบนี้เข้ามานอนในห้องของนางกัน
“นอนกันสามคนอบอุ่นดีจะตาย” เซียวป้อจ้านพูดบอกดูท่านางจะไม่ยอมให้เขานอนด้วยง่ายๆ สินะ แต่ถึงนางจะห้ามยังไงเขาก็เข้าไปนอนกับนางได้อยู่แล้ว
“เตียงข้าเล็ก” เว่ยลู่เซียนกล่าวบอกอีกฝ่ายที่มีท่าทีจะไม่ยอมรามือจากนางไปง่ายๆ“เมื่อครู่ข้านอนดูมันก็พอดีสำหรับเราสามคนดีนี่” เซียวป้อจ้านเอ่ยบอกยิ่งเห็นท่าทีไม่ยินยอมของนางง่ายๆ เขาก็รู้สึกว่านี่แหละคือนาง แต่ถ้าหากนางจำเขาได้ก็คงจะดี คนที่จำทุกอย่างได้คือคนที่เจ็บปวดที่สุด
และนั้นมันก็สาสมกับสิ่งที่เขาทำกับนางเมื่อครั้งเก่าก่อนนั้นล่ะ เป็นอย่างที่นางกล่าวเอาไว้ไม่มีผิดว่าเขาจะต้องเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปทั้งหมด
“นะ…นอนด้วยกันหรือขอรับ” หลิ่วหมิงจื่อกล่าวถามตอนนี้เขาหูอื้อตาลายไปหมดเมื่อได้ยินประโยคเมื่อครู่ของเซียวป้อจ้าน
“ใช่แล้ว ข้าจะทำน้องให้จิ่งยู๋” เซียวป้อจ้านยอมรับหน้าตายแต่แววตาส่อความภาคภูมิใจอย่างมากที่ได้ข่มหลิ่วหมิงจื่อ
“พูดอะไรของท่านกัน” เว่ยลู่เซียวกล่าวถามพลางใช้มืออุดหูของเซียวจิ่งยู๋ไปด้วย
นางไม่คิดว่าเขาจะพูดเช่นนั้นออกมา ไม่อายคนหรือแม้แต่เด็กเช่นนี้เลยจริงๆ
“ก็ข้าพูดเรื่องจริง” เซียวป้อจ้านกล่าวบอกพร้อมกับเดินเข้าห้องนอนของเว่ยลู่เซียนราวกับว่าเป็นห้องของตัวเองก็ไม่ปาน
“เอ่อ ถ้าท่านหมอลำบากให้จิ่งยู๋ไปนอนกับข้าก็ได้นะเจ้าคะ” ชิวสี่หลัวเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มพลางมองเซียวจิ่งยู๋ด้วยสายตาเปล่งประกายนางไม่เคยมีน้องมาก่อนก็เลยรู้สึกเอ็นดูเซียวจิ่งยู๋เป็นพิเศษ
“ข้าอยากนอนกับท่านแม่” เซียวจิ่งยู๋เอ่ยบอกชิวสี่หลัวทันที หญิงสาวคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว นางคิดจะพรากเขาออกจากท่านแม่
“ยังไงก็กลับไปก่อนเถอะ วันนี้ขอบใจเจ้ามากที่ดูแลจิ่งยู๋ให้ จริงสิ ข้ายังไม่เห็นท่านตาเลยนะ เจ้าเห็นหรือไม่หมิงจื่อ” เว่ยลู่เซียนกล่าวบอกชิวสี่หลัวก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าลืมเรื่องของใครไปก็หันไปถามหลิ่วหมิงจื่อที่น่าจะรู้เรื่องดีที่สุดเพราะอยู่ด้วยกันเป็นคนสุดท้าย
“งั้นข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” กล่าวจบก็เดินออกไปทันที แม้จะเสียดายที่อยากจะอยู่ต่อสักหน่อยก็ตาม แต่เวลานี้คงไม่เหมาะนัก
“เอ่อ ข้าเห็นเขาอยู่กับชายหนุ่มคนหนึ่งนะขอรับ แต่พอดีว่าคาดกันนิดหน่อยทำให้ไม่รู้ว่าท่านตาไปไหนขอรับ” หลิ่วหมิงจื่อเอ่ยบอกตอนนี้เขาก็ยังสงสัยอยู่ว่าชายชราไปไหนและไปกับใคร
“งั้นหรือ คงไม่ได้ถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่หรอกนะ” เว่ยลู่เซียนพึมพำกับตัวเองก่อนจะถอนหายใจกับเรื่องของเซียวป้อจ้านที่อยู่ๆ ก็มาบอกว่าเป็นสามีของนาง
“ไม่หรอกขอรับท่านตาเก่งจะตายไป” หลิ่วหมิงจื่อเอ่ยเพราะชายชราคนนั้นเก่งกาจยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก ถ้าให้เทียบน่าจะอยู่ในระดับกับเจ้าสำนักนครเวหาเป็นแน่ไม่ระดับเดียวกันก็ใกล้เคียง
“นั้นสินะ” เว่ยลู่เซียนกล่าวกับตัวเองก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกว่ามีรถม้ามาจอดที่หน้าบ้านของนาง ใครกันที่มาหานางในเวลาแบบนี้
อีกอย่างไม่น่าจะมีใครรู้ที่อยู่ของนางนี่น่า เฮ้อ หรือนางต้องย้ายไปที่บ้านหลังใหญ่ของเว่ยเฉินเทียนกัน จะได้ไม่ต้องมีใครมาวุ่นวายกับนางอีก แถมจะได้ไม่ต้องมานอนกับเซียวป้อจ้านอีกด้วย
“ลู่เซียนข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ที่นี่ออกมาเถอะ” เสียงร้องจากด้านนอกทำเอานางต้องถอนหายใจเมื่อก่อนนางอาจจะดีใจ
แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ตอนนี้นางรู้สึกเฉยๆ กับการที่เห็นหน้าของอีกฝ่าย นางไม่ได้มีความรู้สึกแบบนั้นกับอีกฝ่ายแล้ว และนางก็ไม่รู้ด้วยว่าความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ก่อนหน้านี้มันหายไปตอนไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน
“คนรู้จักหรือขอรับ” หลิ่วหมิงจื่อเอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะอยู่มาตั้งนานแล้วมีคนมาหาเว่ยลู่เซียนที่นี่แทบจะนับได้
“เคยรู้จักนะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกพลางอุ้มเซียวจิ่งยู๋ลงกับพื้นก่อนจะเดินออกไปด้านนอก
ก่อนจะเห็นร่างสูงของอี้หยางที่ยืนอยู่หน้าบ้านเพราะเข้ามาไม่ได้เนื่องจากถูกม่านอักขระของนางขวางเอาไว้
“เขาดูไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด” หลิ่วหมิงจื่อที่เดินตามมาก็พูดขึ้นเขาจำได้ว่าชายหนุ่มคนนี้คือคนที่ทำให้เว่ยลู่เซียนเศร้าเมื่อตอนงานแข่งประลอง
“ข้าก็คิดเหมือนกับเจ้า” เว่ยลู่เซียนเอ่ยเพราะไม่นานหลังจากนั้นก็มีรถม้าอีกคันที่วิ่งมาจอดเทียบกับรถม้าของอี้หยาง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร
“อี้หยางท่านมาหานางทำไมกัน” หลี่หรงที่ตามมาทันทีก็ร้องถามนางไม่คิดเลยว่าอี้หยางจะกล้าทำเช่นนี้กับนาง
“ข้ามาหานางเพาะเรื่องอะไรเจ้ารู้ดีแก่ใจ” อี้หยางกล่าวบอกหลี่หรงอย่างเย็นชา
หากไม่เป็นเพราะเขาบังเอิญไปได้ยินบทสนทนาของนางเขา เขาคงไม่มีทางได้รู้ความจริงกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นแน่
“ไม่นะ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ท่านก็รู้ดีนี่” หลี่หรงเอ่ยบอกพลางรู้สึกกลัวว่าอี้หยางจะทิ้งนางไปหาเว่ยลู่เซียน
“มีเรื่องอะไรก็รีบๆ พูดมาเถอะเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยขึ้นพลางรู้สึกรำคาญทั้งสองขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ จะมาทะเลาะกันต่อหน้าเธอทำไมกัน
“ข้ามีเรื่องต้องบอกกับเจ้าลู่เซียน” อี้หยางกล่าวบอกด้วยความรู้สึกผิดที่เคยทำเอาไว้กับเว่ยลู่เซียน
“มีเรื่องอะไรกัน” เซียวป้อจ้านเอ่ยขึ้นพลางเดินมาโอบเอวของเว่ยลู่เซียนพลางจ้องมองอี้หยางเขม็ง
ถึงลูกชายของเขาไม่มาขอร้องให้เขาออกมาข้างนอกเขาก็จะมาอยู่แล้ว เรื่องอะไรจะยอมให้ผู้ชายเข้ามาใกล้นางกันเล่า นางเป็นผู้หญิงของเขาใครหน้าไหนจะมาแย่งนางไปจากเขาไม่ได้
แม้แต่เจ้านั่นก็ตาม ครั้งนี้เขาไม่มีทางให้นางได้ไปรักกับชายคนอื่นนอกจากเขาแน่ ต้องเป็นเขาเท่านั้นที่นางจะรักได้