Chapter 13 วันสุข
แอมเบอลีนเป็เมืองสุดท้ายในตารางงาน เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นคณะของสการ์เล็ตจึงต้องเดินทางกลับเมืองหลวง
โชคดีที่เรมิเรสมีแว่นตาอาคมของชาร์ล็อตสำรองไว้จึงไม่มีปัญหาอะไรเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางฝูงชน อีกไม่กี่วันเขาต้องกลับไปยังองค์กรเวทมนตร์แล้วแผนที่สการ์เล็ตเคยคิดไว้ก็ได้กำหนดเวลาก่อนกลับถึงปราสาท นางจึงขอให้เพิลและเอวาช่วยตระเตรียมการบางอย่างโดยปิดเป็ความลับกับคนอื่น ๆ หวังทำให้ใครบางคนประหลาดใจ
“วันนี้มีอะไรพิเศษหรือครับ” เรมิเรสถาม สังเกตว่าบรรยากาศมื้อค่ำแตกต่างไปจากเดิม
สการ์เล็ตเป็สตรีสูงศักดิ์ก็จริง หากนางไม่ได้ใส่ใจนัก ว่าตนจะต้องกินหรือพักแต่ในสถานที่เลิศหรู
ทว่าวันนี้ พวกเขาพักในโรงแรมชั้นดีแห่งหนึ่งไม่ห่างจากเมืองหลวงแห่งเรสทอเรียมากนัก ห้องพักส่วนตัวที่ว่าสวยงาม ยังเทียบไม่ได้กับห้องที่สการ์เล็ตเตรียมไว้สำหรับเขาและนางในยามนี้
ระเบียงกว้างขวางมองเห็นวิวทะเลสาบ ระลอกคลื่นล้อแสงจันทร์นวลบนฟากฟ้าสายลมเอื่อยพัดม่านผืนบางจนพลิ้วไหว เปลวไฟบนเชิงเทียนร่ายรำเคล้าเสียงเพลงบรรเลงจากที่ใดสักแห่งมา
“วันนี้เป็วันพิเศษสำหรับข้า” สการ์เล็ตเริ่มตอบคำที่พ่อมดถามเมื่อครู่
เนื่องจากเรมิเรสไม่ดื่มสุราด้วยเหตุผลที่ไม่อาจสูญเสียสติสัมปชัญญะได้นางจึงยกแก้วน้ำผลไม้ผสมเหล้าอ่อน ๆ พอมีกลิ่นหอมที่สั่งพิเศษมาให้ เขารับมามองชั่วครู่ก่อนยกแก้วขึ้นลองดื่ม
“วันนี้เป็วันที่คนสำคัญของข้าได้ถือกำเนิด” นางพูดต่อแล้วดึงแขนพ่อมดมายืนข้างโต๊ะที่มีจานขนมอบราดครีมสีขาว ประดับด้วยผลไม้สีแดงและม่วงสวยสดงดงามมีเทียนสีแดงปักไว้ตรงกลางเล่มหนึ่ง
พ่อมดมองขนม ก่อนเบนหน้ากลับมามองเ้าหญิงแล้วดวงตาสีประหลาดหลังกรอบแว่นก็เบิกกว้าง
“สุขสันต์วันครบรอบวันเกิดนะ”
เป็ดังที่นางคาดส่วนหนึ่ง เรมิเรสมีสีหน้าใเขาคงไม่คิดสืบสาวประวัติตัวเองเลยสินะ
“ข้าสืบจากระเบียนด้วยสกุลเ้า เ้าเกิดในเรสทอเรียจึงมีประวัติอยู่” เ้าหญิงแถลงไข แต่ไม่เอ่ยสิ่งที่รู้มากไปกว่านั้นเมื่อเห็นแววตาหลังกรอบแว่น
ตอนที่นางพบเขาในวัยเยาว์ เรมิเรสยังเด็กมากต้องใช้ชีวิตลำพังโดยไม่มีใครให้พึ่งพา ความลำบากอาจทำให้เขาไม่สนใจอะไรไปมากกว่าปากท้องนางไม่ทราบว่าเขาจะรู้จักสิ่งที่เรียกว่าครอบครัวมากแค่ไหน เคยได้ใช้เวลาใน่นั้นมากน้อยเพียงไรไม่รู้ว่าเขาสนใจการมีใครสักคนที่คอยห่วงหาอาทรทุกเวลาบ้างหรือเปล่า แต่นางมีสิ่งที่อยากให้เขาได้รับรู้
“เ้าอาจคิดว่าไม่จำเป็หรือไม่้ารู้ แต่ข้าอยากให้เ้าได้รับรู้…” นางหยิบแก้วในมือเขาวางลงแล้วกุมมือนั้นขึ้นมาวางแนบอก จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำเงินเจือม่วงผ่านกรอบแว่น
“ข้ายินดีที่เ้าเกิดมา ยินดีที่ได้พบและรักเ้า ยินดีที่เราได้อยู่ด้วยกันตอนนี้ยินดีที่จะอยู่เคียงข้างเ้าเสมอ ขอเพียงเ้า้า ข้าจะรักและอยู่กับเ้าตลอดไป”
สการ์เล็ตมีอะไรที่อยากพูดมากกว่านั้นแต่ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อเรมิเรสรวบร่างนางมากอดไว้ เขาโน้มศีรษะลง ประกบปากลงบนริมฝีปากนางแแ่เสียจนส่งเสียงไม่ได้ ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปในโพรงปาก ควานลึกราวจะล้วงสู่หัวใจหญิงสาวมือข้างหนึ่งของเขาประคองศีรษะนาง ส่วนอีกข้างโลมไล้ั้แ่ลำคอถึงแผ่นหลัง เลื่อนมาััเอวก่อนจะเลื่อนขึ้นััร้อนถ่ายทอดจากมือเขาผ่านเนื้อผ้า วาบหวิวซาบซ่านอย่างที่นางไม่เคยรู้สึกมาก่อนเมื่อร่างกายอ่อนระทวยแทบยืนไม่อยู่ จึงปล่อยให้เขาประคองเอนลงบนเก้าอี้ยาว
พ่อมดจุมพิตเ้าหญิงอย่างหน่วงหนักเรียกร้องัันางอย่าง้าจะจนแทบทนไม่ไหว เมื่อละจูบจากเรียวปากอวบอิ่ม ก็ไล้ชิมพวงแก้มและปลายคางจูบเม้มลำคอลงเรื่อยไปจนถึงเนินอก จูบวนตรงวงเวทที่เขาเคยประทับไว้บนตำแหน่งของหัวใจสูดดมและลิ้มรสหอมหวานอันอุ่นร้อนจากผิวเนื้อนาง เลื่อนไล้ปลายนิ้วััเ้าหญิงของตนทุกอณู
เขากระหายความรัก ปรารถนาให้ใครสักคน้าตนอยู่เสมอเมื่อสตรีอันเป็ยอดดวงใจเอ่ยคำรัก กล่าวว่าเขาเป็คนสำคัญ ้าอยู่ด้วยกันตลอดไปจึงหน้ามืดตามัวเกือบเผลอไผลล้วงล้ำเข้าไปแดนต้องห้ามเสียแล้ว
“เร…” เสียงหวานครางสั่น มือทั้งสองข้างวางบนศีรษะพ่อมดที่ซุกไซ้บนอกตนนางชอนนิ้วเข้าไปใต้เส้นผมหงอกขาวแล้วขยุ้มเบา ๆ “เรมิเรส”
เขาชะงัก เงยหน้าขึ้นสบดวงตาสีทับทิมที่สั่นไหวใบหน้านางแดงก่ำ เรียวปากเผยอหอบหายใจ
นางไม่ได้ปราม แต่ก็ไม่ได้เรียกร้องให้เขากระทำมากกว่านี้
พ่อมดซบหน้าลงบนทรวงอกเ้าหญิง ผ่อนลมหายใจ
ให้ตายเถอะ เขากำลังทำอะไร ทั้งที่ตั้งใจไว้ั้แ่เมื่อปีก่อนตอนที่ตัดสินใจไปพบนาง ว่าจะไม่ยอมปล่อยใจจนดึงนางลงมาให้เสื่อมทรามเพราะตัวเขา เป็เื่เดียวที่ยินยอมให้เป็ไปไม่ได้จนกว่าร่างกายนี้จะหลุดพ้นจากชะตาต้องสาป แม้ใจจริงจะปรารถนาััรักจากนางมากเพียงใดก็ตาม
เรมิเรสกอดสการ์เล็ตแแ่ครู่หนึ่ง ก่อนลุกขึ้นนั่งเขาพยุงหญิงสาวให้ลุกตาม ช่วยจัดแจงแต่งเสื้อผ้าและทรงผมให้นางพลางกล่าว “ขอโทษครับ ข้าทำอะไรเกินเลยไป”
ใบหน้าสการ์เล็ตแดงก่ำราวผลแอปเปิลสุกนางไม่อาจตำหนิเขา เพราะใจส่วนหนึ่งก็้าััสิเน่หาจากคนรัก ไม่ต่างจากปุถุชนทั่วไป
“เป็ข้าที่ชักนำท่านไปเอง” เรมิเรสกล่าว เพื่อให้คนรักสบายใจแต่นางกลับมุ่นคิ้ว
“ไม่ใช่แค่เ้า ข้าเองก็คาดหวังเช่นกัน” สการ์เล็ตยอมรับถ้าให้แต่เด็กน้อยผู้นี้คอยออกหน้า นางจะเป็ที่พึ่งพาให้แก่เขาได้อย่างไร
พ่อมดเลิกคิ้วประหลาดใจ วันนี้เ้าหญิงของเขาแปลกไปนัก
“ถ้าอย่างนั้น...ข้าขอโลภมากอีกสักนิดได้ไหม” เขายิ้มมุมปาก“ขอให้ข้าได้กอดท่านนานกว่านี้ได้หรือเปล่า”
“วันนี้ข้าฉลองให้เ้า” สการ์เล็ตยิ้ม โอบศีรษะพ่อมดให้ซบลงบนไหล่ตนแล้วจุมพิตหน้าผาก
“ถ้าแค่กอด ตอนนี้จะยอมให้สักคืนก็ได้ แต่ถ้าเ้าตัดสินใจกลับมาอยู่กับข้าที่เรสทอเรียเมื่อไหร่เราอาจได้วางแผนการที่จะทำอะไรมากกว่านั้น”
เรมิเรสหัวเราะแ่ต่อการโน้มน้าวทางอ้อมของเ้าหญิงแค่คิดวาดฝันตามก็มีความสุขมากแล้ว
เขาหลับตาลง ซุกซบซอกคอหอมละมุนจนมึนเมาในห้วงฝันหากสติยังตระหนักรู้ ว่า่เวลาแห่งความสุขนั้นมักแสนสั้น ดังนั้นเขาจะจดจำตราตรึงไว้ในใจชั่วนิรันดร์



