ตอนที่ 8 ไปดี ไม่ขอส่งนะ (2)
“ไม่ทราบว่าคุณชายใหญ่กู้มาถึงหวนอวี๋อย่างกะทันหันแบบนี้ มีอะไรจะแนะนำเหรอ” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยการสัพยอกและเย้ยหยัน ใครไม่รู้ถึงความเกลียดชังของกู้เฉิงเฟิงที่มีต่อลูกชายภรรยาเก่าบ้าง แต่ไหนแต่ไรไม่เคยยอมรับฐานะของลูกชายคนนี้อย่างเปิดเผยเลย
ั้แ่เข้ามาในออฟฟิศ ลี่เฟิงก็อดกลั้นโทสะมาตลอด ใน YNG มีใครกล้าชักสีหน้าใส่ประธานกู้บ้าง ถ้ามีจริงก็ไม่รู้ว่าต้องตายไปกี่ร้อยรอบ ถ้าไม่ใช่เพราะประธานกู้กำชับมาล่วงหน้าว่าอย่าวู่วาม คนคนนี้คงโดนอัดจนพิการครึ่งตัว ดูแลตัวเองไม่ได้ไปแล้ว ไม่มีโอกาสได้ทำตัวสามหาวแบบนี้หรอก
กู้อู๋เหยียนน้อมรับการดูแคลนและสัพยอกของอีกฝ่ายไว้ทั้งหมด ใบหน้าเผยยิ้มอบอุ่นไม่เปลี่ยนแปลง หวังว่าอีกเดี๋ยวเมื่อเ้าตัวเห็นเอกสารในมือ ยังจะทำจองหองแบบนี้ได้ไหม
“ผมไม่กล้าให้คำแนะนำหรอกครับ แค่ประธานบอร์ดกู้มีเอกสารชุดหนึ่งให้ผมเอามาให้คุณ” กู้อู๋เหยียนรับเอกสารจากลี่เฟิงมาแล้วโยนไปบนโต๊ะหวังรุ่ย ถือโอกาสมองสำรวจออฟฟิศอย่างผ่อนคลาย ‘จุ๊ๆ การตกแต่งของออฟฟิศนี้ยากจะบรรยายในประโยคเดียวจริงๆ ดูเหมือนว่าทั้งหมดต้องรื้อถอนแล้วตกแต่งใหม่สักหน่อย’
หวังรุ่ยเห็นเขาเดินสำรวจทุกอย่างในออฟฟิศตนอย่างสบายๆ ในใจก็กระสับกระส่าย จึงหยิบเอกสารบนโต๊ะมาพลิกเปิดด้วยความสงสัย เอกสารเข้ารับตำแหน่งหัวสีแดงตัวใหญ่เบ้อเริ่มนี้เจิดจ้าจนตาลายไปแล้ว เขาขยี้ตาสองที จับจ้องที่สองประโยคเริ่มต้นบนกระดาษอย่างเอาเป็เอาตาย
‘ผ่านมติเป็เอกฉันท์ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท นับั้แ่วันนี้ แต่งตั้งให้คุณกู้อู๋เหยียนเป็ประธานกรรมการของบริษัทหวนอวี๋เอนเตอร์เทนเมนต์ รับผิดชอบการลงทุนในภาพยนตร์และโทรทัศน์ทั้งหมด รวมถึงงานบริหารรายวันของบริษัท’
ลี่เฟิงมองสีหน้าไม่อยากจะเชื่อและหมดอาลัยตายอยากราวกับโดนฟ้าผ่าของเขาแล้วรู้สึกสะใจ เกิดเป็คนก็ต้องเหลือทางหนีทีไล่ให้ตัวเองสักหน่อยจะดีกว่า
กู้อู๋เหยียนในตอนนี้ดึงเก้าอี้จากด้านข้างมานั่งลงตรงข้ามหวังรุ่ยอย่างไม่ใส่ใจ ยกขาขึ้นนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม พลางจับจ้องชายที่อยู่ตรงข้ามซึ่งตะลึงงันไปนานจนยังไม่ได้สติอย่างไม่สะทกสะท้าน
“ถ้าประธานหวังไม่มีข้อคัดค้านกับกำหนดการแต่งตั้งนี้ละก็ ขอเชิญไปจากออฟฟิศห้องนี้ทันที ผมไม่ชอบให้มีผู้ไม่เกี่ยวข้องอยู่ในอาณาบริเวณของผม” แม้ว่ากู้อู๋เหยียนจะพูดแกมยิ้ม แต่ความแข็งกร้าวในน้ำเสียงก็ทำให้คนไม่กล้าฝ่าฝืน
หวังรุ่ยผุดลุกขึ้น ออกแรงโยนเอกสารในมือลงบนโต๊ะดัง ‘ปึ้ง’ เสียงนั้นดังจนทำเอาคนที่อยู่นอกออฟฟิศต่างกุมหน้าอกตัวเอง
“นี่แกยกเอาคนมีอำนาจมาบีบบังคับคนอื่นเหรอ แกเชื่อไหม แค่ฉันยกหูโทรไป แกมาจากทางไหนก็ต้องกลับไปทางนั้น!” เขาไม่เชื่อหรอก กู้อู๋เหยียนคนที่ไม่มีอะไรเลยจะกล้ามา่ชิงตำแหน่งกับเขา
“โอ๊ะ งั้นเหรอ งั้นผมก็ขอรอดูอยู่ตรงนี้ว่าประธานหวังจะทำให้ผมมาทางไหนต้องกลับไปทางนั้นได้ยังไง!” กู้อู๋เหยียนวางท่าทีผ่อนคลายโดยไม่สะทกสะท้าน ทำให้หวังรุ่ยมือไม้ลนลาน โทรศัพท์มือถือในมือเขาไม่รู้ว่าหล่นพื้นไปั้แ่เมื่อไร
ลี่เฟิงที่ปกติสำรวมกิริยาเห็นภาพที่คนตรงหน้าลนลานควานหาโทรศัพท์ก็กลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ได้
เสียงเมื่อครู่ทำให้กลุ่มสนทนาในบริษัทหวนอวี๋คึกคักขึ้นอีกครั้ง ต่างถกเถียงกันว่าข้างในเกิดเื่อะไรขึ้น แม้จะถกแล้วยังไม่ได้ข้อสรุป แต่การสันนิษฐานอีกอย่างในกลุ่มกลับทำให้ผู้คนตกตะลึง
แม้อวี๋รั่วหลานจะไม่ได้แสดงความคิดเห็นในกลุ่ม แต่เธอก็ติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด ถึงก่อนหน้าจะคาดเดาฐานะของกู้อู๋เหยียนได้แล้ว พอโดนความจริงตอกย้ำ ในใจก็ยังหวาดหวั่นเล็กน้อย โชคดีที่เมื่อครู่ตอนเจอกัน เธอแสดงท่าทีเป็ปกติ ไม่อย่างนั้นเธออาจต้องผิดใจกับเ้านายใหม่โดยตรงเสียแล้ว
เมื่อคนในกลุ่มสนทนาดูข่าวน่ายินดีที่เปิดโปงออกมา ต่างพากันตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าชายหนุ่มหล่อเหลาขนาดนี้จะเป็ลูกชายของประธานบอร์ดกู้ แถมยังเป็ซีอีโอคนใหม่ของพวกเธอ นับเป็ข่าวที่ร่วงจากฟ้ากระแทกใส่จนพวกเธองุนงงไปเลยจริงๆ
บรรดาพนักงานที่อยู่ด้านนอกพากันยินดีปรีดา แต่หวังรุ่ยที่อยู่ภายในออฟฟิศผู้จัดการใหญ่ หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น ไม่คิดเลยว่าพี่สาวจะให้เขาปฏิบัติตามระเบียบบริษัท กู้อู๋เหยียนคนนี้สรุปแล้วมีความสามารถอะไรกัน ถึงทำให้พี่สาวไม่กล้ายุ่ง
“ดูเหมือนประธานหวังจะไม่มีวิธีทำให้ผมมาจากทางไหนต้องกลับไปทางนั้นแล้วสินะ ในเมื่อเป็แบบนี้ งั้นก็ไปดี ไม่ขอส่งแล้วกันนะครับ”
คำพูดนี้ทำให้หวังรุ่ยที่คุยโวโอ้อวดเงียบกริบ ท่าทางโอหังวางอำนาจบาตรใหญ่หายวับไป ได้แต่อึ้งงันอยู่กับที่
ลี่เฟิงเห็นสภาพสะบักสะบอมของเขาก็เย้ยหยันอย่างเ็าออกไป “ถ้าประธานหวังไม่มีที่ไป พนักงานทำความสะอาดในออฟฟิศของประธานกู้ยังไม่มี ตำแหน่งนี้ก็เหมาะกับประธานหวังมากนะครับ!”
ไม่คิดเลยว่าแค่ผู้ช่วยคนหนึ่งจะกล้าสร้างความอัปยศให้เขาขนาดนี้ เขาต้องร้องเรียนเื่กู้อู๋เหยียนต่อหน้าประธานน้อยกู้ให้ได้ ให้ประธานน้อยกู้เปิดโปงโฉมหน้าคนคนนี้ต่อหน้าประธานบอร์ดกู้ ดูซิว่าอีกฝ่ายยังจะกล้าเหิมเกริมขนาดนี้อีกไหม
“กู้อู๋เหยียน ฝากไว้ก่อน ไม่พ้นหนึ่งเดือน ผู้จัดการใหญ่ของหวนอวี๋จะต้องเป็ฉันแน่” พูดจบเขาก็ขึงตาใส่อย่างเหี้ยมเกรียม เปิดประตูเดินออกไปโดยไม่หันหน้ามอง
กู้อู๋เหยียนหัวเราะเยาะ จัดการลูกกะจ๊อกแบบนี้ช่างสิ้นเปลืองเวลาจริงๆ เพียงแต่ตอนนี้ต้องแสร้งทำเป็หมูเพื่อหลอกกินเสือ[1] ทำได้แค่คับข้องใจ
ลี่เฟิงวางแผนขึ้นในใจ อีกเดี๋ยวเขาจะแอบไปสั่งสอนหวังรุ่ยเป็การส่วนตัว ให้อีกฝ่ายรู้ว่าประธานกู้ไม่ใช่คนที่จะมาดูแคลนได้ตามใจชอบ
กู้อู๋เหยียนเหลือบตามองลี่เฟิงที่อยู่ข้างกายก็รู้ว่าเ้าตัวกำลังคิดอะไร แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา “ลี่เฟิง ถ้ายังไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน ห้ามสร้างปัญหาตามอำเภอใจ”
เมื่อได้ยินคำสั่งนั้น ลี่เฟิงเลยจำต้องล้มเลิกแผนการไว้เป็การชั่วคราว ไม่ใช่จะไม่สนอง แต่เวลายังมาไม่ถึง เขาจะต้องมีโอกาสคิดบัญชีกับอีกฝ่ายแน่นอน
เชิงอรรถ
^ อุปมาว่า วางอุบายโดยแกล้งทำเป็นอ่อนแอเพื่อให้ศัตรูตายใจ