เสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มบวกกับเสียงหัวใจของศศิรญาที่ดังไม่แพ้กันร่างสูงที่กำลังเป็สารถีอยู่ขณะนี้ทำให้หล่อนรู้สึกกลัวยิ่งนักใบหน้าคมคายบึ้งตึงด้วยความไม่สบอารมณ์เสียงเร่งเครื่องยนต์แต่ละทีพร้อมกับความเร็วที่ขับปาดหน้ารถยนต์คันอื่นไปมาทำให้ร่างบางต้องนั่งกำเบาะแน่นและหลับตาด้วยความหวาดผวา ก่อนที่รถยนต์คันหรูจะหยุดจอดลงข้างทางธานต์เมธาหันหน้าไปทางหญิงสาวทันที
“ฉันเบื่อเต็มทีที่จะต้องมานั่งทนคนอย่างเธอศศิรญา!”
หญิงสาวหันไมองเขาหน้าซีดเผือดเขากำลังจะหาเื่อะไรหล่อนอีกแค่เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาเขาขับรถปาดหน้ารถคันอื่นก็น่ากลัวอยู่แล้วยังจะมาหาเื่หล่อนต่ออีกเหรอ
“ฉันไปทำอะไรให้คุณนักหนาคุณถึงได้ชอบหาเื่ฉันนัก!”ต่อว่าเขาอย่างเหลืออด
“เธอยังกล้าบอกว่าเธอไม่ได้ทำอะไรให้ฉันงั้นหรือ?” ชายหนุ่มย้อน ดวงตาเรียวคมวาววับ
ศศิรญาหันไปมองรอบๆ กายที่นี่เปลี่ยวแล้วก็มืดมาก หล่อนรู้สึกหวาดๆ กับสถานที่ที่เขากำลังจอดรถอยู่นี้จริงๆ
“คุณธานต์ค่ะพาฉันกลับบ้านเถอะค่ะ”หญิงสาวพยายามอ้อนวอนเขา
“บ้านเหรอ บ้านเธออยู่ที่ไหนล่ะที่เธออาศัยอยู่ทุกวันนี้มันบ้านของฉันรู้ไว้ด้วย!”
ริมฝีปากเม้มสนิทนั่งนิ่งเงียบเพราะไม่อยากพูดอะไรให้เขาย้อนกลับมาให้เจ็บอีก
“เงียบทำไม!”
“ฉันไม่อยากพูดอะไรอีกแล้วต่อให้อธิบายอะไรกับคุณแค่ไหนคุณก็ไม่มีวันเข้าใจฉันอยู่ดี!”หญิงสาวเริ่มฉุนเขาบ้าง
“ใช่! ฉันไม่มีวันเข้าใจคนอย่างเธอหรอกศศิรญาทางที่ดีเธอควรไปจากบ้านฉันซะแล้วไม่ต้องมาให้พ่อฉันเห็นหน้าเธออีกมันจะเป็เื่ที่ง่ายกว่า!”
“ฉันบอกแล้วไงคะว่าฉันขอเวลาสักหน่อย!”
“ตกลงเธอจะยังไม่ไปจากบ้านฉันใช่ไหม!” เขาหันมาถามเสียงกร้าว
“ฉันยังไปตอนนี้ไม่ได้ค่ะ”หล่อนไม่ได้มีเงินเก็บมากพอในการตั้งต้นชีวิตใหม่ขอเวลาสักพักทำงานได้เงินสักหน่อยเมื่อนั้นหล่อนยินดีเดินออกจากบ้านของคุณท่านอย่างไม่อิดออดเลย
“ถ้าไม่ยอม งั้นเราสองคนจะได้เห็นดีกัน!”
ธานต์เมธากระชากเรียวแขนตวัดเอวบางเข้ามาใกล้
“อุ๊ย! คุณจะทำอะไรปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!” หล่อนนร้อง ดิ้นรนด้วยความใ
“เดี๋ยวเธอก็รู้!”
มือจับตรงขอบกระโปรง
แควก !
เสียงกระโปรงของหญิงสาวขาดออกเผยให้เห็นท่อนขาขาวเรียว
“ว้าย! คุณทำอะไร” หญิงสาวร้องพร้อมกับใช้มือหยิบชิ้นส่วนของผ้าที่เหลือมาปกปิด
“ฉันจะทำให้เธอรู้ว่าอย่ามาเล่นกับคนอย่างฉัน!”
ร่างสูงเปิดประตูรถออกมาก้าวอาดๆ เดินไปเปิดประตูฝั่งที่หญิงสาวนั่งอยู่ ร่างบางถูกกระชากลงมาจากรถ เหวี่ยงลงบนพื้นอย่างไม่แยแสเขากลับขึ้นรถแล้วขับมันออกห่าง ศศิรญาอ้าปากค้างด้วยความใ กวาดตามองรอบๆเป็ป่าหญ้ารกทึบ ทั้งเปลี่ยว ทั้งน่ากลัว ผู้ชายคนนั้นช่างเลวร้ายจริงๆ
ศศิรญาค่อยๆยันกายลุกขึ้นมา แล้วเดินไปตามทางเปลี่ยวมืด หล่อนหันซ้ายหันขวาคอยระแวดระวังภัย เสียงคนพูดคุยทำให้หญิงสาวชะงักรีบวิ่งเข้าข้างทางแอบซ่อนด้วยความกลัวเมื่อเสียงพูดคุยสงบแล้วหญิงสาวค่อยๆ ออกจากพงหญ้าและก้าวเดินต่อแสงไฟสว่างจากหน้ารถส่องเข้ามาคนมองสาวเท้าหนี หล่อนกำลังกลัว! ใจของหล่อนกำเต้นตุบๆไม่เป็จังหวะแล้ว มือข้างหนึ่งปิดปากสะอื้นเมื่อรู้สึกว่าตนเองกำลังหมดหนทางแล้ว
“คุณศศิรญาครับ!”
หญิงสาวชะเง้อมองชายคนหนึ่งที่กำลังป้องปากยืนเรียกหล่อนอยู่หล่อนหรี่ตามองแล้วก้าวเข้าใกล้ จำได้ว่าเขาคือบอดี้การ์ดของคุณท่าน
“ฉันอยู่นี่ค่ะ” หล่อนร้องะโบอกเขาเสียงลั่นปล่อยโฮออกมา
บอดี้การ์ดเดินมาหาแล้วเข้าประคองร่างบาง “ไม่เป็ไรนะครับ”
เสียงสะอื้นของหญิงสาวยังคงมีอย่างต่อเนื่องนึกสมเพชตัวเองยิ่งนักที่ต้องมาทนในสภาพเช่นนี้ผู้ชายอย่างธานต์เมธาร้ายกาจยิ่งกว่าเสือ เ้าเล่ห์ยิ่งกว่าสุนัขจิ้งจอก หล่อนไม่เคยไว้ใจเขาแต่ก็ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะร้ายกาจเช่นนี้ เขาคิดฆ่าหล่อนให้ตาย ถึงได้ทำเช่นนี้
กว่าหนึ่งชั่วโมงรถเคลื่อนมาจอดหน้าบ้านร่างบางค่อยๆ เดินลงมาจากรถโดยมีบอดี้การ์ดคอยพยุงศศิรญาหน้าซีดหยาดน้ำตายังคงเปราะเปื้อนทั่วใบหน้า ธานุภาพมองเห็นว่าที่สะใภ้ก็รู้สึกเศร้าใจยิ่งนักเขาไม่น่าปล่อยให้เกิด เื่เช่นนี้เลย นี่ถ้าไม่ให้บอดี้การ์ดสะกดรอยตามไปคงเกิดเื่ใหญ่หากศศิรญาเป็อะไรไป เขาคงไม่มีหน้าไปพบยายอิ่มเป็แน่ พอเห็นหล่อนเดินเข้ามาเขาเลยรีบเข็นรถเข้าหา
“หนูญาไม่เป็อะไรนะลูก?”
“ญาไม่เป็อะไรหรอกค่ะ” พยายามทำสีหน้าปกติ แม้ในใจยังคงสั่นกลัว
“ไปพักผ่อนเถอะลูก”
หล่อนค่อยๆพยุงร่างเดินขึ้นบันได ธานุภาพชำเลืองมองจนลับจากสายตา วันนี้เขาคงต้องจัดการกับลูกชายตัวดีเสียทีเสียงรถยนต์เข้ามาจอดภายในบ้านร่างสูงเดินตรงเข้ามาภายในก่อนหยุดเท้าเมื่อเห็นบิดา
“เ้าธานต์ มานั่งคุยกันหน่อย!”ธานุภาพเรียกบุตรชาย
ธานต์เมธาเดินมาหาบิดาก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาด้วยความเบื่อหน่ายอยากจะรู้นักว่าพ่อจะมีวันไหนบ้างที่จะไม่พูดกับเขาเพราะเื่ศศิรญาบ้าง
“มาคนเดียวหรือ เ้าธานต์?”
“ครับ” ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ
“แล้วหนูญาล่ะ”
“ไม่รู้เหมือนกันผมให้มากับผมที่งานแต่ไม่ยอมมาสงสัยจะไปกับท่านรัฐมนตรีแล้วมั้งพ่อ”
“เ้าธานต์!” ธานุภาพตวาดลั่น “แกยังเป็ลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่าแกถึงกล้าทำเื่แบบนี้ได้!” แววตาวาววับ ขบกรามแน่น รับไม่ได้กับการกระทำของบุตรชาย
“ผมทำเื่อะไร?”แสร้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“แกปล่อยหนูญาไว้ในซอยเปลี่ยวแบบนั้นได้ยังไงแถมยังมีหน้าขับรถไปเที่ยวต่อกับผู้หญิงของแกอีกแกมีตาไว้ที่ตาตุ่มหรือไงเ้าธานต์ ถึงได้ไม่รู้ว่าอันไหนเพชร อันไหนก้อนกรวด!”
“แม่นั้นเหรอพ่อเพชรมาจากบ้านนอกกลิ่นโคลนสาบควายยังไม่จาง ต่อให้จับแต่งยังไงกลิ่นมันก็ไม่มีวันหายไปหรอก!” เขาเถียงด้วยความโมโห ทำไมต้องโดนตำหนิตลอดเวลาเื่ทุกอย่างมันต้องเกิดจากผู้หญิงคนนั้น
“คนเราเค้าดูกันที่นิสัยใจคอไม่ใช่ชาติตระกูล หรือแกเป็คนแรกของแม่นภาลักษณ์นั้นเหรอ!”
ชายหนุ่มเงียบกริบ เขาไม่อาจเถียงข้อนี้กับบิดาได้มันเป็ความจริงที่เขาไม่ใช่คนแรกของนภาลักษณ์
“ไม่กล้าเถียงสินะ!” ธานุภาพส่งเสียงเยาะ
“ทำไมผมจะต้องเถียง ต่อให้ผมไม่ใช่คนแรกของนภาแต่ยังไงนภาก็คือคนที่ผมรัก”
“แกไม่ได้รักแม่นั้นหรอก แต่แกหลงเสียมากกว่าคนมันเคยมามากเื่บนเตียงมันเลยเก่ง ถ้าแกอยากได้ผู้หญิงแบบนั้นสู้แกไปซื้อผู้หญิงหากินมานอนด้วยไม่ดีกว่าหรือ ยังไงมันก็มีค่าเท่ากัน!”
“พ่อ!”
“ทำไม!ทำอย่างกับแกไม่มีคนอื่นนอกจากแม่นี่ ในที่ทำงานฉันก็รู้เื่ของแกนะเ้าธานต์ แค่ไม่อยากพูดเท่านั้นจำไว้ถ้าฉันให้แกแต่งงานกับหนูญาแกก็ต้องแต่ง และต่อไปนี้อย่าให้มีเื่แบบนี้เกิดขึ้นอีกไม่อย่างนั้นทรัพย์สมบัติของฉันแกจะไม่ได้สักแดงเดียว!”
“พ่อทำไมพูดแบบนี้แม่นั่นของพ่อสำคัญกว่าผมใช่ไหม! ผมเป็ลูกพ่อนะผมเป็ลูกพ่อเข้าใจไหม!” ะโออกมาน้ำตาคลอมือกำแน่น
“เพราะแกเป็ลูกนะสิ! ฉันถึงต้องหาสิ่งที่ดีให้แกไม่ใช่ให้แกจมปลักอยู่กับอาจมพวกนั้น!”
“ทำไมพ่อทำแบบนี้ผมเป็ลูกพ่อแท้ๆ ใช่สินะ... แม้แต่แม่พ่อยังทำให้ตายได้เลยแล้วกับลูกทำไมพ่อจะไม่กล้าทำ!”
เพียะ!
เสียงฝ่ามือที่กระทบลงบนใบหน้าดังสนั่นธานุภาพมือสั่นมองมือตนเอง แล้วช้อนสายตามองใบหน้าบุตรชายด้วยความปวดร้าว เขารู้สึกเสียใจที่ตบหน้าบุตรชายลงไปแต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าเ้าลูกชายตัวดีจะกล้าพูดเื่แบบนี้ นี่คือสิ่งที่ลูกคิดมาตลอดเลยสินะ
“ฉันไม่เคยคิดว่าคำพูดนี้จะออกจากปากของแกเ้าธานต์...” ธานุภาพบอกกับลูกเสียงเครือเข็นรถออกไปด้วยความเสียใจ
ธานต์เมธาทิ้งกายลงบนโซฟาน้ำตาคลอเขาผิดไปแล้ว เขาไม่ได้ตั้งใจทำให้พ่อเสียใจเลย เขาแค่โมโหมากเลยพลั้งปากเขารู้ดีว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นพ่อเสียใจมากแค่ไหน และเขาก็ไม่เคยโทษพ่อเลย...แม้จะรู้สึกเสียใจมากกับการสูญเสียแม่ก็ตาม แต่วันนี้เขากลับพูดคำต้องห้ามนั้นออกมาจากปาก
“ทั้งหมดมันเป็เพราะเธอคนเดียวศศิรญา!”
ศศิรญานอนกระสับกระส่ายไปมาได้ยินเสียงแว่วๆ จากชั้นล่าง หล่อนเงี่ยหูฟังแต่ไม่ได้ยินเสียงอะไรมากนักแต่เสียงเดียวที่หล่อนได้ยินคือเสียงะโของเขาที่เต็มไปด้วยความเจ็บแค้นที่มีต่อหล่อนเื่ชักบานปลายใหญ่แล้ว หล่อนจะรักษาตัวรอดได้อย่างไรล่ะคราวนี้