ธนนท์เงยหน้ามองตึกที่เขากำลังจะก้าวเท้าเข้าไป ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม พูดขึ้นโดยที่ไม่ได้หันหน้าไปหาเพื่อน
“เ้าของร้านคงจะรวยมากเลยสิ”
“เออ ตึกนี่ก็เป็ของตระกูลเขานั่นล่ะ กูได้ยินว่าคุณเชนทร์แกมีหลายธุรกิจ ร้านรับซื้อเป็กิจการเก่าก็เลยคงเอาไว้ เร็วเถอะไปถึงก่อนเวลานัดจะได้ไม่เสียมารยาท” เพื่อนซี้รีบแตะแขนธนนท์
“มึงแอบขโมยของในบ้านมาขายปล่อยไหม?”
“กูไม่ได้ขโมยโว้ย กูขอพ่อกูแล้ว มึงพูดแบบนี้ มึงขโมยมาหรือไง?”
“บ้าสิ คุณย่ากูตายแล้ว จะไปขอที่ไหนล่ะ?”
“เออ ไปๆ”
ราเชนทร์ลงจากลิฟต์ชั้นบนมารอลูกค้าด้วยความตื่นเต้น กล่องไม้ฝังมุกที่เพื่อนเขาสกรีนมาแล้วว่าเป็ของเก่าแก่หายากทำจากไม้มะเกลือกำลังจะถูกนำมาส่งที่ร้านมิ่งขวัญ ไม่เพียงแค่ของเก่าที่ทำให้ราเชนทร์ตื่นเต้น นามสกุลของคนที่นำเอาของเก่ามาขายก็มีส่วน
นั่งอยู่สิบนาที ลูกค้าชายแต่งกายดีสองคนก็ประคองกล่องใบหนึ่งเข้ามา เมื่อทั้งสองฝ่ายแนะนำตัวกันเรียบร้อย ธนนท์ก็เปิดลังกระดาษนำเอากล่องไม้ฝังมุกออกมาวาง
“ของเก่าของคุณย่าผมเองครับ ตอนนี้ท่านเสียไปแล้ว ผมเองก็ตกอยู่ในภาวะลำบากเลยจำใจต้องขายครับ” ธนนท์แสร้งตีหน้าเศร้า
“ครับ ขอแค่ไม่ใช่ของที่ได้มาโดยผิดกฎหมายก็พอ” ราเชนทร์สำรวจกล่องไม้ฝังมุกตรงหน้าจนพอใจ เขารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นของเก่าแก่ั้แ่ยุคอยุธยา ความประณีตงดงามของกล่องทำให้ชายหนุ่มรีบกดอินเตอร์คอมเพื่อเรียกให้ผู้จัดการเข้ามา
ร้านมิ่งขวัญของครอบครัวจิระไพบูลย์วงศ์ถูกส่งต่อมาหลายรุ่น ผู้จัดการร้านที่จริงก็คือญาติของราเชนทร์ที่มีความเชี่ยวชาญในการดูของเก่า
ธนนท์เกรงว่าตนเองจะได้ราคาต่ำ พอเห็นท่าทางของเ้าของร้านและผู้จัดการที่พิจารณากล่องฝังมุกด้วยอาการหน้านิ่วคิ้วขมวดก็นึกหวั่น
“ของในบ้านผมเองครับ ไม่มีปัญหาแน่นอน”
ผู้จัดการร้านเงยหน้าขึ้นเอ่ยราคาให้กับราเชนทร์ฟัง เ้าของร้านหันไปหาธนนท์ “ได้ราคานี้ครับ”
ธนนท์ทำตาโตเมื่อได้ยินว่าตนเองจะได้เงินก้อนใหญ่ เขาไม่เคยคิดเลยว่าของในตู้ที่คุณย่าเก็บรักษาเอาไว้ั้แ่วัยสาวจะมีราคาแพงขนาดนี้ ถ้าอย่างนั้นตู้แรกที่ว่างเปล่า บิดาของเขาก็คงจะได้เงินไม่น้อย แต่กลับอุบเงียบไม่ยอมบอกเขากับน้องสาว
“จริงเหรอครับ?”
ผู้จัดการดูอาการแล้วก็รู้ว่าธนนท์เพิ่งเคยเอาของเก่าออกมาขาย “ครับ ผมให้ราคาสูงสุดแล้ว ถ้าคุณไม่พอใจจะไม่ขายก็ได้”
เพื่อนของธนนท์รีบสะกิด “ที่นี่ให้ราคาสูงจริง กูเคยไปเปรียบเทียบกับร้านอื่นมาแล้ว มึงรีบรับเถอะ”
ธนนท์ได้ยินเพื่อนการันตีก็รีบพยักหน้า “ครับ ผมขาย”
“ถ้าอย่างนั้นก็ว่ากันไปตามกติกา ถ้าคุณพอใจราคาแล้วก็เซ็นชื่อขายในเอกสารและรับรองสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนด้วย ผมเองก็ต้องระวังปัญหาทางกฎหมายนะครับ คุณคงเข้าใจ” ราเชนทร์อธิบาย
“ครับ ผมเข้าใจ”
ธนนท์สำรวจเครื่องแต่งกายของราเชนทร์อยู่เงียบๆ ท่าทางผู้ชายตรงหน้าจะร่ำรวยมากเพราะแค่นาฬิกาเรือนที่สวมอยู่ก็ราคาหลายล้าน ในใจธนนท์เกิดความคิดอย่างหนึ่งขึ้นมา
‘วัลลภ หมดตัวแล้ว ให้แนนหาจับผู้ชายรวยๆ จะดีกว่า’
ธนนท์กับเพื่อนเดินตามหลังผู้จัดการออกมาที่เคาน์เตอร์เพื่อเซ็นเอกสารการขาย ที่นี่ใช้วิธีการโอนเงินเพื่อให้มีหลักฐาน
ระหว่างที่เดินออกจากร้านมาหน้าตึก ธนนท์จึงสอบถามเพื่อนถึงเื่ส่วนตัวของราเชนทร์
“คุณราเชนทร์ยังไม่ได้แต่งงานนะ หลายปีก่อนเคยมีคู่หมั้น ได้ยินว่าฝ่ายหญิงซุกกิ๊กก็เลยถอนหมั้นกันไป จนป่านนี้ก็ยังโสดอยู่เลย”
ธนนท์หูผึ่ง เขานึกถึงน้องสาวคนสวยของตนเอง “เขาชอบเที่ยวหรือว่าไปที่ไหนเป็ประจำ?”
“ได้ยินว่าชอบไปร้านอาหาร ร้านที่กูชอบไปบ่อยๆ นั่นล่ะ ส่วนผับก็ไปบ้าง แต่ไม่เคยหิ้วสาวหรือว่าจีบสาวเลยนะ ที่เคยได้ยินเขาซุบซิบกันก็ว่าคงจะเสียใจมาก ยังทำใจเื่คู่หมั้นไม่ได้ มึงถามแบบนี้ มีอะไรวะ?”
“น้องสาวกูกำลังโสดอยู่พอดี มึงแนะนำให้หน่อยได้ไหม?”
เลยเวลาเลิกงานไปร่วมชั่วโมง ธนนท์ก็ขับรถกลับมายังฟาร์มแสนรัก ธนียายืนรอด้วยใจระทึก พี่ชายของเธอโทรมาเล่าเื่เงินที่ขายกล่องฝังมุกด้วยความตื่นเต้น เงินที่ได้มากพอจะจ่ายหนี้บัตรเครดิตได้ส่วนหนึ่ง บรรเทาทุกข์ไปได้อีกสักระยะ
ทันทีที่ธนนท์เปิดประตูรถ ธนียาแทบถลาเข้าไปหา
“พี่นนท์ แบ่งแนนด้วยนะ”
ธนนท์ยิ้มกริ่ม เขามีแผนดีๆ จะมาบอกน้องสาวด้วย ชายหนุ่มรีบดึงแขนธนียาไปยังม้านั่งที่สนามหญ้าข้างบ้าน เขามองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีคนเดินผ่านก็รีบบอก
“แนน แกอยากได้เงินมากกว่าเอาของเก่าไปขายไหม?”
“อยากสิ แนนอึดอัดจะตายอยู่แล้ว แต่ก่อนเคยซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมใส่ ตอนนี้ต้องมาซื้อของก๊อบ”
“พี่มีแผนดีๆ แกสนไหม?”
“ว่ามาสิ”
“แกไปเลิกกับลภซะ พี่จะพาแกไปหาแฟนใหม่ๆ หล่อๆ รวยๆ”
ธนียานิ่วหน้า เธออุตส่าห์แย่งวัลลภมาจากพรรษาได้ ตอนนั้นเธอคิดว่าบ้านของวัลลภร่ำรวย แต่พอได้คบหากันจริงๆ เธอก็พบว่านามสกุลศราวุฒิกุลที่ตรงกับเ้าสัวตระกูลดังแห่งบริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจนั้น พวกเขากลับไม่มีส่วนใดๆ กับบริษัทที่ว่าเลย วัลลภเป็เพียงญาติห่างๆ ที่มีกิจการกงสีที่มีหน้ามีตา
“ยังไม่เลิกไม่ได้เหรอพี่นนท์ แนนยังพอได้เงินกับเขาไว้ใช้อยู่นะ”
คนเป็พี่หัวเราะเย้ยเบาๆ “การที่แกไปนอนกับเขาแล้วได้เงินมาใช้น่ะ มันไม่ต่างจากพวกผู้หญิงกลางคืนหรอกนะ แถมยังได้แค่พันสองพัน ไม่พอค่าใช้จ่ายของแกด้วยซ้ำ”
“พี่นนท์...” ธนียาหน้าคล้ำ ตวาดด้วยความโมโห
ธนนท์เล่าเื่ราเชนทร์ให้ธนียาฟัง “ผู้ชายแบบนี้ เพื่อนพี่เจออยู่บ่อยๆ พี่ขอให้มันหาแฟนใหม่ให้แกแล้ว ตอนนี้ที่วัลลภมันยังคบกับแกก็เพราะหวังจะสืบเื่เงินทองที่ต้องได้คืนจากคุณพ่อต่างหาก ดีนะที่มีจ่ายเขาคืนไปบ้างแล้ว ไม่งั้นคงมองหน้ากันไม่ติด”
ธนียาพยักหน้า หลังจากการล้มของบริษัทแชร์ลูกโซ่ บิดาของเธอหาเงินมาคืนวัลลภหนึ่งล้าน ส่วนที่เหลือทยอยจ่าย เธอเองก็รู้ว่าแฟนของเธอยังคงขุ่นเคืองอยู่ เื่หมั้นที่เคยคุยกันก่อนหน้านี้ก็ล้มเลิกไป ครอบครัวของวัลลภห้ามลูกชายพาเธอเข้าบ้านและวัลลภก็ไม่เข้ามาเหยียบฟาร์มแสนรักอีก
“ตกลงว่าพี่นนท์จะแบ่งเงินให้แนนเท่าไหร่?”
“พี่เป็คนเอาไปขาย พี่ต้องได้มากกว่าแกนะ”
“ก็ได้ โอนมาเลย”
ธนียาเห็นยอดเงินที่พี่ชายโอนให้ก็ยิ้มออก “ค่อยยังชั่ว เดือนนี้ถ้าขืนแนนยังส่งหนี้บัตรขั้นต่ำอยู่อีก เห็นทีไม่นานมันก็คงจะระงับ”
“แกก็อย่ารูดสนุกนักสิ”
“ไปบอกคุณพ่อเถอะค่ะ นี่ก็หายตัวไปั้แ่เช้ายังไม่เข้าบ้านเลย”
“คงจะไปหาวงสมาคมเหมือนเดิม พี่บอกแล้วนะว่าคนพวกนั้นช่วยอะไรไม่ได้หรอกก็จะดิ้นรนไปหาเขาอีก” ธนนท์ส่ายหน้า “ถูกหลอกก็เพราะคนพวกนี้แล้วยังจะหวังว่าเขาจะช่วยอีก”
“ห้ามได้ที่ไหนล่ะคะ? ไม่งั้นคุณแม่ก็คงไม่หนี” ธนียาหน้าบึ้ง เมื่อนึกถึงกลุ่มคนที่เคยมาหลอกบิดาของเธอให้บังเกิดความโลภจนเอาเงินทั้งหมดไปลงทุน สุดท้ายพอเป็คดีความก็ยังจะหาหนทางไปหลอกลวงเอาเงินคนอื่นต่อ
“ได้ยินว่าบริษัทนั่น แอบเปลี่ยนชื่อแล้วไปชักชวนคนมาลงทุนอีกนะ คงจะหวังหลอกเอาคนใหม่มาจ่ายคนเก่า”
“ช่างคุณพ่อเถอะพี่นนท์ ตอนนี้เราสองคนเอาตัวให้รอดก่อนก็พอ”
*******************