เล็กน้ำตื่นเเต่เช้ามืด ความเมื่อยล้าจากการทำงานทำให้เขาหลับสนิทไปหลายชั่วโมง เวลานี้แม้ท้องฟ้ายังคงมืดอยู่แต่แสงไฟจากบ้านหลังอื่น ๆ ได้ส่องสว่างขึ้นเเล้ว เหมือนเป็สัญญาณการมาถึงของเช้าวันใหม่ หลังจากเก็บกวาดที่นอนเรียบร้อย เขาลงมาข้างล่างเดินสำรวจรอบบ้านเพื่อหากิ่งไม้นำมาก่อไฟตั้งใจจะทำมื้อเช้าง่าย ๆ
เล็กน้ำกินไข่ปิ้งเข้าไปถึงสี่ลูก ควันจากกาแฟร้อนลอยฉุยฉายจากแก้วจ่อจรดตรงริมฝีปาก เขานั่งมองทุ่งข้าวโพดทอดยาวไปจนถึงเนินเขาที่มีหมอกปกคลุมราวกับมันถูกห่มด้วยขนสัตว์สีขาว
ตอนนี้ถ้าอยู่ในเมืองกรุง เขาคงเปรียบเป็กลไกเล็ก ๆ ของเครื่องจักรขนาดั์ที่เปิดระบบทำงานตลอดเวลาไม่มีหยุดพัก เมืองที่ผู้คนขวักไขว่แข่งขันกับเวลาเพื่อความอยู่รอด เมืองที่ไม่เคยหลับอันแสนสวยงาม วุ่นวาย สับสน สว่างไสว ซับซ้อน ดำมืด
ยามเช้าสดชื่นเสมอ ท้องฟ้าแจ่มใสหมู่เมฆขาวลอยเอื่อยเคลื่อนคล้อย แสงเเดดสาดส่องต้นข้าวโพดคล้ายกับเวลานี้พวกมันถูกฉาบด้วยทอง เขาเหมือนต้องมนต์สะกดขณะมองทิวทัศน์สวยงามที่ตั้งวางอยู่ตรงหน้า
ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านกำลังจับกลุ่มพูดคุยกันถึงเื่ในอดีตที่ผ่านมาอย่างสนุกสนานเสียงดัง ดั่งเื่ราวนั้นกลับมามีชีวิตเต็มไปด้วยรสชาติ บางคนเดินออกกำลังกายเเกว่งหมุนแขนขาขึ้นลงมีหมาประจำตัวตามปกป้องคุ้มครองไม่ห่าง คนหนุ่มสาวเร่งรีบเก็บพืชผักผลไม้ไปขาย พ่อตั้งหน้าตั้งตาตรวจเช็คเครื่องมือเตรียมออกไปทำไร่ แม่กำลังหุ้งหาข้าวปลาอาหาร เด็ก ๆ จัดระเบียบเสื้อผ้าข้าวของเตรียมตัวไปโรงเรียน
เล็กน้ำรู้สึกว่าตนคิดถูกที่ตัดสินใจออกจากงานมาอาศัยที่หมู่บ้านเเห่งนี้ บรรยากาศเงียบสงบ ธรรมชาติที่สวยงาม ไม่ต้องเเข่งขันกับใคร ไม่ต้องรีบเร่งให้เร็วกว่าคนอี่น ไม่ต้องประจบสอพลอเอาใจเ้านาย เมียเ้านาย เพื่อนเ้านายยันลูกเ้านาย เขาเอือมระอากับชีวิตเเบบนั้นเต็มทน
เล็กน้ำขับรถผ่านทุ่งข้าวโพดที่ปลูกเป็ระเบียบเรียงรายตลอดสองข้างทาง สวนพืชผักกำลังออกดอกผลรอให้เก็บเกี่ยว เส้นทางคดเคี้ยวโค้งขึ้นลงไปมาผ่านเพื่อนบ้านหลายหลังที่ตอนนี้เขาเเทบไม่รู้จักใครเลย มันเเปลกดีเหมือนกันนะ ถึงจะย้ายมาอยู่ใหม่ได้แค่2วัน เเต่เขากลับได้รับการทักทายตอบรับจากทุกคนเมื่อขับรถผ่าน สิ่งนี้ช่วยเพิ่มความเป็มิตรไมตรีทุกครั้งที่ได้ััพบเจอ มันกระตุ้นให้เขารู้สึกตื่นเต้นมาก อยากเป็ส่วนหนึ่งของหมู่บ้านเล็ก ๆ เเห่งนี้ให้เร็วที่สุด
เล็กน้ำขับรถวนเข้าไปในตัวอำเภอเพื่อศึกษาเส้นทางทั้งหมด สถานที่สำคัญทางราชการ โรงพยาบาล ร้านค้าต่าง ๆ เขาใช้เวลาไม่นานเลือกซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ พัดลม กาต้มน้ำร้อน ตู้เย็น เตาเเก๊ส เครื่องซักผ้า เตียงนอน เขาส่ายหัวเล็กน้อยรู้สึกขบขันเมื่อคิดถึงบ้านที่แทบไม่มีอะไรเลย หลังจากขอที่อยู่จากเขาทางร้านจะจัดส่งสินค้าขนาดใหญ่ให้ถึงบ้านในวันรุ่งขึ้น
ข้างร้านขายเฟอร์นิเจอร์เป็ร้านขายขนมขึ้นชื่อของตัวอำเภอ ร้านนี้โด่งดังในโลกโซเชียลจากการทำขนมที่อร่อยถูกปากจนทุกคนให้การยอมรับ รูปถ่ายดาราที่เคยมาอุดหนุนถูกแขวนไว้เต็มพรืดสองข้างฝาผนัง ขนมของร้านนี้สดใหม่ขายหมดวันต่อวัน หลังรออยู่นานเล็กน้ำซื้อขนมปั้นขลิบหลายถุง มีทั้งไส้ปลา ไก่น้ำพริกเผา หมูเเดง หมูเห็ดหอม ผลไม้รวม เขาคิดจะนำไปให้เพื่อนบ้านเพื่อขอฝากตัวทำความรู้จัก
ขากลับเล็กน้ำเเวะตลาดเปิดท้ายภายในหมู่บ้านเพื่อทำความคุ้นเคย ตัวตลาดตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเขา ตลาดเล็ก ๆ บนถนนเส้นหลักใจกลางของหมู่บ้าน แผงค้าขายตั้งอยู่หน้าห้องเเถวสองชั้นที่สร้างจากไม้เต็ง ไม้แดง ทอดยาวตลอดสองฝั่ง ดูจากตัวห้องเเถวสภาพเก่าแก่คงอยู่มาหลายสิบปี น่าจะถูกใจเหล่าสาวกคอคลาสสิคทั้งหลาย
ร้านค้าสองฝั่งถนนคราคร่ำไปด้วยผู้คนเดินจับจ่ายใช้สอย บางคนกลับจากการทำงาน บางครอบครัวรับลูกน้อยกลับจากโรงเรียน สามีภรรยาเดินจูงมือช่วยกันเลือกซื้ออาหาร วัยรุ่นรวมกลุ่มเฮฮาเรียกร้องความสนใจจากหญิงสาว พ่อค้าแม่ขายเเข่งขันะโบอกราคาพืชผล ร้านขายกับข้าวผู้คนมุงออชี้นิ้วเลือกซื้อกันเต็มหน้าร้าน ร้านขายไก่ย่างส่งกลิ่นหอมฉุยเรียกน้ำย่อยไปทั่วทั้งตลาด
" กาแฟเย็นเเก่ ๆ ครับ " เขาหันไปบอกอาเเป๊ะเ้าของร้านพร้อมนั่งลงบนโต๊ะด้านหน้าสุดมองกระเเสผู้คนเดินขวักไขว่ยามเย็น
" ไม่คุ้นหน้าเลยพ่อหนุ่ม มาหาซื้อที่ดินเเถวนี้ใช่ไหม? อั๊วะเเนะนำให้ได้นา หมู่บ้านนี้อั๊วะรู้จักทุกคน หลายคนที่ย้ายมาก็เริ่มต้นจากร้านอั๊วะนี้เเหละ ฮ่า ฮ่า " อาแปะร่ายยาวด้วยความภูมิใจรีบกุลีกุจอวางกาแฟเย็นตรงหน้าเขา ดึงเก้าอี้มานั่งร่วมโต๊ะโดยไม่ได้รับเชิญ พร้อมเฝ้ารอคำตอบด้วยสีหน้าคาดหวัง
" อ๋อ ไม่ใช่ครับ ผมเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ " เขายิ้มตอบ อาแปะมีสีหน้าผิดหวังแต่ด้วยความเป็พ่อค้าในสายเื เขารีบเปลี่ยนบทสนทนาทันที
" เสียดาย ๆ เเล้วลื้ออยู่ตรงไหน อั๊วะรู้จักทุกคน เผื่อมีอะไรได้ช่วยเหลือกันล่าย "
" บ้านไม้เก่าบนเนินเกือบสุดทางใกล้เชิงเขาครับ "
" บ้านไม้เก่าบนเนิน บ้านไม้เก่าบน...เนิน " อาแปะนั่งครุ้นคิดโบกพัดจีนในมือไปมา
" บ้านไม้ที่เลยจากบ้านกำนันสมยศไปสามโค้งครับ "
" ไอ้หยา!!! อากงซ่วยล่วย!!! อยากบอกว่าลื้ออยู่บ้านร้างหลังนั้นนะอาตี๋ " อาแปะใจนลืมตัวะโขึ้นสุดเสียง พอรู้ตัวอีกทีเขารีบสงบอารมณ์ให้เป็ปกติอย่างรวดเร็ว
" แปะ! ใทำไม บ้านหลังนั้นเป็ยังไง มีอะไรหรือครับ "
" เปล่า ๆ ไม่มีอะไร เเค่บ้านมันร้างมานานไม่มีใครดูเเล " อาแปะโบกพัดปฎิเสธ " อั๊วะ...อั๊วะเป็ห่วง ่นี้เริ่มเข้าหน้าฝนกล้วมันจะล้มพังใส่ลื้อตอนพายุมา " เขาลุกลี้ลุกลนแสร้งมองดูเล็กน้ำดั่งผู้ใหญ่จอมปลอมที่หวังดีต่อลูกหลานด้วยความเป็ห่วง
" อ๋อ บ้านหลังนั้นบางส่วนที่ผุพังผมซ่อมเเล้วครับ ตอนนี้พออยู่ได้ ขอบคุณครับแปะที่เป็ห่วง "
" ไม่เป็ไร ๆ ที่นี่อั๊วะรู้จักทุกคน ไหน ๆ ก็มีวาสนาได้รู้จักกันเเล้ว คนกันเอง ๆ " อาแปะตบไหล่เล็กน้ำพร้อมขอตัวเพราะมีลูกค้ากำลังเดินเข้าร้าน....
' ทหารคือรั้วของชาติ เพื่อนบ้านคือรั้วของเรา ' เล็กน้ำคิดถึงประโยคนี้เเล้วอมยิ้มเขิน ๆ เย็นนี้เขามีความคิดจะไปเยี่ยมเยียนทำความรู้จักเพื่อนบ้านใกล้เคียงเพื่อเเนะนำตัวเเละกระชับความสัมพันธ์
หมู่บ้านเเห่งนี้เป็หมู่บ้านเล็ก ๆ มีไม่กี่ครัวเรือน ทุกบ้านล้วนประกอบอาชีพปลูกผักปลูกข้าวโพดทำเกษตกรรม นั่นทำให้บ้านแต่ละหลังสร้างห่างกันพอสมควรเพราะทุกบ้านต่างเนี้อที่เป็ของตนเองจำนวนหลายไร่
เล็กน้ำหิ้วถุงขนมปั้นขลิบเดินมองต้นข้าวโพดพริ้วไหวลู่ตามลมโยกไปโยกมาเหมือนใบปัดน้ำฝนหน้ารถ พื้นหลังเป็เทือกเขาเขียวทะมึนตั้งย้อนเเสงส้มทองเเดงของดวงอาทิตย์ยามเย็นตัดกับท้องฟ้าสีครามน้ำเงินกว้างใหญ่
" 31ตัว " เขานับฝูงนกที่บินเกาะกลุ่มกันบนฟ้า มีความเชื่อว่าถ้าใครนับพวกมันครบหมดทั้งกลุ่ม คนนั้นจะโชคดี เขากำลังจะเริ่มนับฝูงที่หก!!!
" แซ่ก แซ่ก แซ่ก แซ่ก " เขาหยุดเดินพลางเพ่งมองพุ่มไม้ข้างทางที่สั่นไหวด้วยความสงสัย
" เฮ้ย!!! " ปรากฏเป็นกกะปูดใหญ่ดวงตาสีเเดงดั่งเื มันออกมาจากพุ่มไม้วิ่งตัดหน้าเขาระยะกระชั้นชิด หัวใจเขาเกือบวายด้วยความใ
" โธ่เอ้ย! ฮ่า ฮ่า ฮ่า " เขารู้สึกตลกขบขันที่ตนเองเปรียบดั่งมือใหม่หัดเดินในเส้นทางสายเขียวสายนี้ พร้อมกับชื่นชมในความงามความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่รายล้อมอยู่รอบตัว เส้นทางลูกรังสีส้มอ่อน ๆ พาเขาไปพบกับยายเเก่กำลังออกเเรงฟันกิ่งไม้ข้างทาง
" สวัสดีครับคุณยาย ทำอะไรอยู่ครับ "
" ไม่มีอะไรหรอกพ่อหนุ่ม ต้นไม้ข้างทางมันได้ฝนเมื่อวันก่อนเลยเเตกกิ่งงอกออกมาขวางถนน พอดีหลานสาวยายใกล้ปิดเทอมเเล้ว เดี๋ยวมันจะกลับบ้าน ยายเลยมาถากถางทางไว้รอมัน "
" ให้ผมช่วยนะครับยาย " เล็กน้ำเดินเขยิบเข้าใกล้
" ไม่ต้องลำบากหรอกพ่อหนุ่ม จะเสร็จเเล้ว "
ยายยังคงยืนฟันกิ่งไม้ที่ยื่นรกออกมาโดยไม่หันมองเขา แม้ร่างกายของยายจะดูเล็กเเกร็นเหมือนไร้เรี่ยวเเรง แต่เขากลับไม่กล้าดูถูกชีวิตที่อดทนของเกษตกร ชีวิตที่เปรียบดั่งกระดูกสันหลังของชาติ เเต่กลับเป็ชีวิตที่น่าเศร้า ชีวิตที่มีค่าในบางเวลา เช่น ตอนที่นักการเมืองบางประเภทยกมือไหว้ปะหลก ๆ นับถือเสมือนเป็พี่เป็น้องดั่งบังเอิญคลานตามตูดออกมาจากท้องเเม่เดียวกันยามร้องขอคะเเนนเสียง เเต่พอพวกมันได้เป็รัฐบาลฝ่ายบริหารประเทศ เกษตกรเหล่านี้กลับจนลง ๆ ปุ๋ยมีราคาเเสนเเพงสวนทางกับพืชผลราคาตกต่ำ มันเป็อย่างนี้ทุกครั้ง แทบทุกครั้ง ไหนล่ะพี่น้อง ไอ้จัญไร!!!!! ต่างคนต่างทำตัวชูคอสูงส่งเหมือนกิ้งก่าั์จระเข้น้อยกันทั้งนั้น เงยสูงมองเมินไม่เห็นหัวเห็นใจใคร ไอ้พวกหน้าเหี้...!!!!!
" ผมชื่อเล็กครับยาย ย้ายมาอยู่บ้านบนเนินตรงนั้น " พลางยกมือชี้ไปยังทิศที่บ้านตั้งอยู่
มือคล้ำเเดดที่กำลังง้างมีดขึ้นกลับหยุดชะงักค้าง ไม่ฟันลงมาตามปกติ ยายหันมองเล็กน้ำ จ้องตาเขา จนเขารู้สึกเเปลก ๆ บอกไม่ถูกเมื่อถูกมองด้วยดวงตาดำลึกคู่นั้น ยายเดินเข้ามาหาเขาช้า ๆ ตอนนี้เขาเพิ่งสังเกตุเห็นขาข้างหนึ่งของยายที่พิการ เพราะเมื่อเวลาออกเดินขาข้างนั้นยกไม่ขึ้นต้องลากไปกับพื้นชวนน่าสังเวชใจนัก
" หนูไม่ต้องกลัวนะลูก ที่นี่ไม่มีอะไรต้องกลัว "
" กลัว? ต้องกลัวอะไรครับยาย " เขาแบมือสงสัย
" ความเงียบ " ยายยิ้มพูดสั้น ๆ
"........." เล็กน้ำเลิกคิ้วสูง งุนงงกับคำตอบที่คาดไม่ถึง