“งั้นเหรอ.. เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน ฉันจะจัดการกับพวกมันเองเป็การส่วนตัว.. ก่อนอื่นเอาเื่รถที่แกบอกว่าจะเอามาให้ฉันในตอนเช้านี้ก่อน ใช่คันนั้นหรือเปล่า” เฟยกล่าวกับพิทักษ์เกี่ยวกับคนกลุ่มนั้นเล็กน้อย ซึ่งพิทักษ์ก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา แต่เมื่อบอสของเขากล่าวออกมาเช่นนั้นเขาก็ทำอะไรไม่ได้ ก่อนที่ตัวของเขาจะเรียนเชิญเฟยให้ไปดูรถคันใหม่ตามความประสงค์..
“..Audi RS5 สปอร์ตคาร์สองประตู เครื่องยนต์ 2.9T 456PS ความเร็วสูงสุด...” พิทักษ์กล่าวนำเสนอรถที่เขานำมาด้วย ซึ่งเฟยก็ไม่ได้สนใจสักเท่าไร เขาโบกมือปัดๆก่อนจะเปิดดูเข้าไปข้างในตัวรถ ซึ่งมันก็เป็อะไรที่หรูหรา และตรงใจเขามาก เขาจึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ..
“ดีมาก.. ราคาของมันเท่าไร ฉันจะได้โอนเงินไปให้” เฟยกล่าวถาม
“เออ.. ไม่ต้องก็ได้ครับบอส ถือว่าเป็คำขอโทษอย่างเป็ทางการจากผมครับ..” พิทักษ์กล่าวตอบ
“งั้นเหรอ.. เอางั้นก็ได้ ถ้าอย่างนั้นเอารถคันนั้นแลกกันก็แล้วกัน..”
เฟยกล่าวตอบพร้อมกับชี้ไปที่รถเน่าๆคันเดิม ถึงมันจะเพิ่งออกมาวิ่งได้ไม่ถึงหนึ่งวันเต็มก็เถอะ จากนั้นพวกเขาก็รอให้ข้างนอกนี้จัดการให้เรียบร้อย ก่อนที่เฟยจะให้ทุกคนกลับไปก่อนเหลือเพียงแค่พิทักษ์ ครอบครัวของเขา และเหล่านักเลงที่ทำร้ายพ่อเท่านั้น แน่นอนว่าเขาก็ให้แม่กับน้องสาวเข้าไปที่ตัวบ้านก่อน เพราะเหตุการณ์หลังจากนี้มันอาจจะไม่น่ามองสักเท่าไร
“พ่อ!.. พวกมันใช่พวกเดียวกับที่ทำร้ายพ่อหรือเปล่า” เฟยกล่าวถาม
“ใช่!.. เป็พวกมัน!” พ่อภูมิกล่าวตอบพร้อมกับกัดฟันแน่น ส่วนเ้าพวกนักเลงก็ได้แต่เหงื่อตก พวกเขารู้ชะตากรรมของตัวเองดีว่าจะจบลงแบบไหน ั้แ่เมื่อคืนที่ถูกจับกุมตัว และฟังเื่ราวทั้งหมดแล้ว พวกเขาก็หมดหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อบนโลกนี้อีกต่อไป
แน่นอนว่าพวกเขาทำการร่ำลาครอบครัวเอาไว้ล่วงหน้าเป็ที่เรียบร้อยแล้วด้วย ดังนั้นมันจึงไม่มีอะไรที่ให้ห่วงอีกต่อไป พวกเขาพร้อมที่จะตายเพื่อชดใช้ความผิดแล้วตอนนี้
“อื้มมม แล้วพ่อจะเอายังไงกับพวกมันล่ะ จะให้ฆ่าพวกมันเลยไหม?..” เฟยกล่าวถามตรงๆอย่างไร้ความรู้สึกใดๆ ภูมิที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็หัวใจสั่นไม่เป็จังหวะ การฆ่าคนนั้นไม่ใช่เื่ที่จะทำใจกันได้ง่ายๆขนาดนั้น ถึงเขาจะรู้ดีว่าลูกชายของเขาไม่เหมือนกับคนก่อนก็ตาม
“พวกเขาอาจจะมีครอบครัวที่ต้องดูแล อีกอย่างบางคนอาจจะเป็เสาหลักของบ้านด้วยก็ได้.. อย่างมากพ่อก็แค่อยากจะให้พวกเขาติดคุก และชดใช้กับสิ่งที่ตัวเองก่อก็เท่านั้น.. อย่าให้มันถึงขั้นต้องฆ่าแกงกันเลย” พ่อภูมิกล่าวตอบ ส่วนเฟยที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็หันหรี่ตามองที่พ่ออย่างเข้าใจ โลกใบนี้สามัญสำนึกของคนมันไม่เห็นกันกับโลกเมจิก เขาเข้าใจดี..
“เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นพ่อก็กลับไปอยู่กับแม่ก่อน..” เฟยกล่าวตอบอย่างนิ่งๆ พ่อภูมิที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็พยักหน้ารับก่อนจะเดินจากไปอย่างเงียบๆ ไม่มีใครรู้เลยว่าหลังจากนี้มันจะเกิดอะไรขึ้น เหล่านักเลงทำเพียงแค่ภาวนาว่าชายคนนี้จะทำตามผู้เป็พ่อกล่าว ถ้าเป็อย่างนั้นก็ถือว่าพวกเขาโชคดีมากแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้
“เอายังไงดีครับบอส!.. เดิมทีพวกมันเองก็เป็ลูกน้องที่ซื่อสัตย์ของผม ซึ่งต้องกล่าวกันตามตรงว่าผมเองก็สงสารพวกมันไม่น้อย ถ้าบอสจะกรุณาช่วยเลือกวิธีการที่เบาที่สุดด้วยครับบอส.. ในอนาคตผมเชื่อว่าพวกมันจะสำนึกบุญคุณของบอส และมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ” พิทักษ์กล่าว
“หืออ นี่แกกำลังขอร้องฉันอยู่อย่างนั้นเหรอพิทักษ์.. อื้มมม” เฟยหันไปกล่าวกับพิทักษ์ และกุมคางของตนพยายามจะคิดอะไรบางอย่างอยู่ ซึ่งพิทักษ์เองก็ก้มหัวให้กับเฟยอีกครั้ง ก่อนจะตอบอย่างมั่นใจ..
“ใช่ครับบอส!..” พิทักษ์กล่าว เขาเองก็ไม่อยากจะสูญเสียลูกน้องเพิ่มอีกแล้ว เขาเองก็ถือว่าเป็นักเลงคนหนึ่งที่ใจมาใจกลับ ถึงพวกมันจะทำอะไรที่บ้าๆไปบ้าง แต่พวกมันทุกคนก็ถือว่าเป็พี่น้องของเขาเช่นกัน
“แกกำลังจะผิดข้อตกลงที่แกทำเอาไว้กับฉันก่อนหน้านี้หรือเปล่าพิทักษ์.. แกแน่ใจอย่างนั้นเหรอว่าจะทำอย่างนี้ เพราะมันไม่ใช่แค่แกจะเดือดร้อน แต่เป็พิภพพี่ชายของแกด้วยนะ” เฟยกล่าว
“ผมพิทักษ์ระลึกคำสัญญาที่ให้กับบอสไว้ในใจเสมอครับ.. เพียงแต่นักเลงพวกนี้แม้มันจะทำผิดพลาดไปบ้าง แต่มันก็ยังถือว่าเป็คนของผม ถ้าบอสจะกรุณาช่วยพวกมันเอาไว้ผมก็จะยินดีกับพวกมันด้วย แต่ถ้าบอสเลือกทางอื่นก็ถือเสียว่าพวกมันหมดบุญวาสนาของตนเองไปครับ” พิทักษ์กล่าวพร้อมกับคุกเข่า..
“อื้มมม ช่างเถอะ! พ่อของฉันก็้าให้พวกมันรอด พวกมันก็จะรอด.. เพียงแต่ว่าฉันมีเงื่อนไขให้กับพวกมัน.” เฟยกล่าวพร้อมกับปัดมือเบาๆ เหล่านักเลงที่ได้ยินว่าตัวเองจะรอดจากความตาย พวกมันก็ยิ้มออกมาดีใจ แต่เมื่อได้ยินว่าชายตรงหน้ามีเงื่อนไขอะไรบางอย่างพวกเขาก็กลับมานั่งหน้าเครียดเหมือนเดิม..
“จะว่าเงื่อนไขมันก็คงจะไม่ถูกซะทีเดียว มันเหมือนเป็ข้อเสนอเชิงบังคับเสียมากกว่า..” สิ้นสุดคำพูดของเฟยบรรยากาศรอบๆก็เปลี่ยนไปทั้งหมด และสิ่งที่เฟยกำลังใช้อยู่นั้นเองเป็สิ่งที่เรียกกันว่า ‘เขตแดนปิดกั้น’ ซึ่งบุคคลภายนอกจะไม่เห็นไม่ได้ยินสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ภายในอาณาเขต..
“จากนี้เป็ต้นไปพวกแกทุกคนจะกลายมาเป็มือเป็เท้า เป็โล่ และเป็อาวุธให้แก่ตระกูลของฉัน.. พวกแกจะถูกสลักตราข้ารับใช้บนร่างกาย และเมื่อใดก็ตามที่พวกแกคนใดคิดที่จะทรยศคนในตระกูลแม้แต่เพียงเสี้ยววินาทีเดียว พวกแกจะต้องตกตายอย่างทุกข์ทรมาน..”
“..นอกจากนั้นคำสาปตายทั้งเป็จะถูกส่งต่อไปถึงคนที่มีสายเืใกล้เคียงกันทั้งหมด นั่นมันก็หมายความว่าครอบครัวของพวกแกจะตายกันทั้งหมด หากแกคิดจะทรยศ.. แน่นอนว่าไม่มีทางให้ได้ปฏิเสธ ถ้าพวกแกทำงานได้ดีก็จะมีรางวัล แต่ถ้าไม่ก็คงตกตายกันทั้งตระกูลซะ!..” เฟยกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมาให้แก่พวกมันทุกตัว ก่อนพลังเวทย์ที่รวบรวมในมือของเขาจะค่อยๆขยายใหญ่ทับร่างของทุกคนที่อยู่ที่นั่น
“เวทย์ระดับสูง.. พันธสัญญาิญญา!...” เฟยกล่าวพร้อมกับเวทมนตร์ที่เริ่มทำงานตามหน้าที่ของมัน จากนั้นในเวลาไม่นานเฟยก็กระอักเืออกมาเล็กน้อย เฟยรู้ตัวดีว่ามันจะมีอาการเป็ผลข้างเคียงเหล่านี้ ดังนั้นเขาจึงเตรียมที่จะหยิบโพชั่นต่างๆเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะหมดสติไปแล้วก็เป็ไปได้
ส่วนทางด้านของนักเลงรวมกับพิทักษ์ก็มี 6 คนด้วยกัน ตอนนี้ในหัวของพวกเขาเหมือนจะมีข้อตกลงอะไรบางอย่างปรากฏขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็เพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียวที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ทว่าพวกเขากลับเข้าใจอะไรหลายอย่าง หนึ่งเลยคือเื่ของเวทมนตร์ สองคือเื่ของพันธสัญญาที่เขาได้ถูกบังคับทำ ซึ่งในวินาทีต่อมาพวกเขาก็ได้แต่มองหน้ากันและกันราวกับว่าเข้าใจเื่ราวทั้งหมดแล้ว..
“บอสครับ.. ผม ‘สมกิต’ จะซื่อสัตย์ และจงรักษ์ภัคดีกับตระกูลของบอสตลอดไปครับ” ชายที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าของกลุ่มนักเลงกล่าวสัญญากับเฟย ก่อนที่เขาจะเขกหัวลงไปกับพื้นเหมือนกับที่พิทักษ์ทำ ซึ่งเมื่อมีคนเปิดก็ย่อมมีคนตาม เหล่านักเลงที่เหลือต่างไม่รอช้ารีบแนะนำตัวเองกับบอสคนใหม่ของพวกเขาทันที ‘พีร์’ ‘ตุ่น’ ‘นาย’ และ ‘ไกร’ นั่นคือชื่อของเหล่านักเลงที่เหลือ..
“อื้มม ต่อจากนี้ไป พวกแกทุกคนจะไม่ใช่คนธรรมดาอีกต่อไป หลังจากนี้พวกแกจะกลายเป็ตัวตนที่เรียกกันว่า ‘นักเวทย์’ ...ดื่มนี่เข้าไป มันจะทำให้พวกแกััถึงพลังเวทย์ได้มากขึ้น..” เฟยกล่าวพลางหยิบน้ำยาขวดสีฟ้าให้กับทุกคนไปคนละขวด ก่อนจะใช้เวทย์ที่มีชื่อว่า ‘จิตเชื่อมต่อ’ กับพวกมันทุกคน แน่นอนว่ารวมถึงพิทักษ์ด้วยเช่นกัน
“ภายในเย็นวันนี้ฉันเชื่อว่าพวกแกจะสามารถเลื่อนระดับเป็นักเวทย์ระดับ 0 ได้ ฝึกฝนอยู่ที่นี่จนกว่าฉันจะกลับมาในตอนเย็น เข้าใจแล้วนะ”
เฟยกล่าวก่อนที่เหล่าอดีตนักเลง ซึ่งแน่นอนว่าพวกมันรวมถึงพิทักษ์ก็ขานรับกันเสียงดัง เฟยที่ได้ยินเขาก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ และหันหลังกลับเข้าไปภายในบ้านที่มีครอบครัวของเขาอยู่
การฝึกฝนเพื่อที่จะเป็นักเวทย์ระดับ 0 หรือในโลกเมจิกจะเรียกขั้นนี้ว่า ‘ผู้ััพลังเวทย์’ พวกเขาจะเพียงแค่ััพลังเวทย์ได้เท่านั้น แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นระดับที่ 1 เหมือนที่เฟยทำก่อนหน้านี้ และพวกเขาจะยังไม่สามารถเรียกใช้งานพลังเวทย์ได้เหมือนกับนักเวทย์เช่นกัน..
เฟยที่สีหน้าเมื่อครู่ดูซีดราวกับผิวสีของพวกปีศาจ เป็เพราะว่าเขาฝืนใช้เวทย์ที่ทรงพลังกว่าระดับของตัวเอง แต่มันก็ค่อยๆดีขึ้นตามลำดับเพราะได้โพชั่นช่วยเอาไว้
หลังจากนี้เขาต้องคำนึกถึงพลังเวทย์ให้มากกว่าเดิมแล้ว ถึงระดับสองของเขาในตอนนี้จะใช้ได้ทุกเวทย์ตามที่้า แต่มันก็ต้องใช้ทรัพยากรอย่างโพชั่นตลอดมันก็คงจะไม่ไหว ตอนนี้โพชั่นเองที่มีอยู่เป็หมื่นๆขวด แต่ถ้ายังใช้มันเรื่อยๆอย่างนี้สักวันก็คงหมดลง และอาจจะหามาทดแทนกันไม่ได้อีกเลยก็เป็ได้..
“เป็อย่างไรบ้างครับ คิดได้หรือยังว่าอยากจะได้เฟอร์นิเจอร์อะไรเพิ่มน่ะ..” เฟยที่เดินเข้ามายังตัวบ้านเอ่ยถามกับสมาชิกครอบครัวของเขา ซึ่งแต่ละคนก็กำลังทำหน้าเคร่งเครียดเอามากๆในเวลานี้
“ลูก!.. ลูกคงจะไม่ได้ทำอะไรพวกเขาใช่ไหม..” แม่ไหมเป็คนแรกที่กล่าวถาม ซึ่งมันก็ทำให้เฟยถึงกับทำหน้างง แต่เขาก็เข้าใจว่าพ่อคงจะบอกอะไรสักอย่างกับแม่ และน้องสาวแน่นอน ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงจะไม่แสดงสีหน้านั้น และถามคำถามแบบนี้...
“คิดว่าลูกเป็คนยังไงกันครับ.. ก็พ่อบอกเองว่าให้ไว้ชีวิตพวกเขานะ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ หลังจากนี้พวกเขาจะกลายเป็บอดี้การ์ดของบ้านให้กับทุกคนนะครับ..” เฟยกล่าว ซึ่งทุกคนที่ได้ยินก็แสดงสีหน้าเหวอๆ
“บอดี้การ์ด!?..” เสียงร้องจากทั้งสามคน...