ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือณ ห้องสำราญ แผ่นดินจอมยา สองร่างเปลือยเปล่าที่กำลังสุขสมด้วยต่างกอดก่ายแแ่จังหวะขึ้นลงสลับกระแทกกระทั้นเรียกเสียงครางกระเส่าเป็ระยะ ยิ่งร่างอวบอัดออกอาการทุรนทุรายบิดเร่ามากเท่าไหร่เหมือนยิ่งส่งให้ร่างหนาเบื้องบนถาโถมเข้าใส่มากเท่านั้น
เนื้อตัวอุ่นระอุด้วยชื้นเหงื่อจากแรงราคะอันหนักหน่วงยังไม่มีทีท่าลดละ..หากพลันต้องชะงักค้างเมื่อหญิงสาวในชุดสีแดงสด ประดับอัญมณีทั่วผืนผ้าจนระยิบระยับยามเคลื่อนไหวร่างกายภายใต้แสงไฟสลัวก้าวพรวดพราดเข้ามาเ้าตัวดูไม่สนใจกับคำว่า มารยาท หนำซ้ำยังจิกสายตาขับไล่ใส่หญิงสาวร่างเปลือยตรงหน้าจนนางต้องรีบลนลานออกไป
“มีอะไรซินตา! ถึงเข้ามาเวลานี้” เ้าของชื่อหันหน้านิ่วหงิกมามอง ขณะที่อีกฝ่ายกำลังคว้าเสื้อคลุมยาวมาห่อหุ้มร่างกาย
“ท่านพี่ก็มัวสำราญใจอยู่ได้ข้าร้อนใจจะแย่ ทำไมข่าวถึงช้านัก” ซินตาส่งเสียงเกรี้ยวกราดไม่ต่างจากชายหนุ่มที่ยังอารมณ์ค้างอยู่เช่นกัน
“เ้าก็รู้นี่ว่าเนเรนไม่เคยอยู่เป็ที่เป็คนที่ติดดินเสียอย่างนั้น ข่าวของเขาย่อมไม่ได้มาง่ายๆ” คนร่างสูงที่ลุกพรวดจากเตียงนุ่มคือซิคาล ผู้ปกครองแผ่นดินจอมยา หนุ่มรูปงามเ้าสำราญผู้มากรัก
เขาหย่อนตัวลงกับเก้าอี้บุด้วยผ้าสักหลาดสวยงาม
“แต่ข้าว่าเพราะท่านพี่มัวแต่เชยชมหญิงงามอยู่ทั้งวันทั้งคืนแบบนี้มากกว่าข่าวถึงไม่มาสักที ระวังเถ๊อะ! จะไม่ทันคนอื่น”
“เอ๊ะเ้านี่!” ชายว่าร้อนไม่เท่าหญิงร้อนกว่า
“ท่านพี่ไม่ต้องเถียงข้า ข้า้าเพชรแห่งอำนาจได้ยินไหมท่านเนเรนกล้าดีที่ปฏิเสธข้าให้ต้องอับอายผู้คนไปทั่ว ข้าไม่มีวันให้อภัยเขาท่านพี่ต้องได้เพชรนั่นมา ต้องทำให้เขามายอมสยบอยู่แทบเท้าข้าให้ได้” นางแผดเสียงราวคนบ้าจนคนฟังต้องทอนอารมณ์ตัวเองลง
“ข้าถือเป็ของกำนัลให้กับเ้าแต่ตอนนี้เ้ากลับไปก่อนเถอะ อ่อ! แล้วอย่าเข้ามาแบบนี้อีกนะ”คำยืนยันของคนเป็พี่ไม่ทำให้อีกฝ่ายคลายความรู้สึกร้อนรุ่มลงได้กลับยิ่งนึกเคืองด้วยความไม่ได้ดั่งใจ
“แล้วจะให้ข้าเข้ามาตอนไหนเล่านี่ก็สามวันแล้วนะที่ท่านพี่ขลุกอยู่แต่ในห้องกับนางเล็กๆ พวกนั้นสำเริงสำราญใจกันจริง น่าเบื่อ!” คนฟังทิ้งลมหายใจหนักพอๆกับเสียงลงเท้าปึงปังของคนเป็น้องที่แม้ยอมออกไปโดยดีแต่ก็ทิ้งความน่าหนักใจไว้ให้
“ข้าไม่มีวันแพ้เ้าเช่นกัน! เนเรน”
เพราะเหตุการณ์ปวดร้าวในอดีตมิอาจลืมหญิงงามนางหนึ่งแห่งแผ่นดินจอมยาเกิดต้องตาต้องใจหลงรักเนเรนซึ่งเดินทางมาเพื่อขอซื้อตัวยาหายากโดยไม่สนใจใยดีในความรักของตนแม้แต่น้อยนางยอมทิ้งแผ่นดินเกิดเพื่อหวังไปพบรักในแผ่นดินคนูเาแต่โชคร้ายระหว่างทางถูกฆ่าตายเสียก่อน มันสร้างความอัปยศอดสูและเสียเกียรติให้กับเขาอย่างที่สุดเมื่อคนในแผ่นดินตัวเองแท้ๆกลับยังไม่เคยได้เชยชมนางสักครั้งหากต้องมีอันหลุดลอยไปถึงมือชายอื่นนั่นต้องหมายถึงเศษเดนเหลือจากเขาเท่านั้น..สายเนตร
ระหว่างทางไปต้องฟ้า เมืองหลวงของแผ่นดินคนูเา นาตาลีเงยหน้ามองหมู่แมกไม้ที่พร้อมใจกันปลิดดอกปลิดใบจนร่วงพริ้วเป็ทางดั่งโปรยเล่น
“หายไปไหนมา คืนนั้น…”เธอถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ
“ข้าต้องขอโทษ..เื่คืนก่อน”
ง้อก็เป็นี่
“ไม่เป็ไรหรอก ฉันลืมแล้ว”
“ข้าไปตามม้าอีกตัวเผื่อโชคดีอาจเจอเพราะในลังไม้มีของมีค่าอยู่มาก”
“แล้วเจอไหม”
“ไม่ทันเจอ..มีพายุเข้าเสียก่อนข้าเลยไม่ได้กลับไป”
“แล้วถ้าไม่บังเอิญมาเจอกันหลังพายุสงบ..คุณจะตามหาฉันหรือเปล่า” เขามองคนหน้าสวยที่กำลังตั้งใจรอฟังคำตอบด้วยความรู้สึกหลากหลาย
สุดท้ายต้องเป็ฝ่ายละสายตาไปเอง
ก็เพราะอย่างนั้นน่ะสิ ถึงได้มา
พลันหัวใจเต้นแรงเมื่อหวนนึกถึงเสียงท้วงเมื่อครั้งเข้าเขตหมู่บ้านด่านท่า
“นี่! แล้วรีบกลับมานะ”
คำนั้นแทบรั้งเขาไว้ได้อยู่หมัดเชียว แต่จำต้องฝืนก้าวต่อโดยไม่หันกลับไปมองรู้ดีว่าหากทำอย่างนั้น เขาคงไปไหนไม่ได้
เมื่อต่างคนต่างทิ้งความรู้สึกให้ไหลเรื่อยไปกับความเงียบหากแต่จังหวะหัวใจกลับเต้นระรัวราวกับอยู่ในงานเลี้ยง นาตาลีหลุบตาต่ำแก้เก้อ
สำหรับเขา..เธอก็คงเป็เพียงแค่นักโทษคนหนึ่งเท่านั้นเขาทำกับเธอยังไงในคืนนั้นยังจำได้ดี ในสายตาเขา..เธอคือคนผิด ตอนนั้นถ้าคิดหนีไปจริงๆก็ย่อมทำได้ แต่พอคิดว่าจะต้องแยกจากกันกลับรู้สึกเหมือนมีอะไรค้านในใจ เวลานี้ยังหาคำตอบให้ความรู้สึกนั้นไม่ได้
ตอนนี้รู้สึกอุ่นใจเวลาที่มีเขาอยู่ใกล้ หรือเป็เพราะเขาหน้าตาคล้ายคนที่มีตัวตนจริงอยู่ในโลกของเธอเพียงแต่เขาเป็ดาราเท่านั้นเอง หากวันหนึ่งเธอได้กลับไปยังโลกของตัวเอง
คงไม่ลืมที่นี่ไม่ลืมผู้ชายคนนี้
ตะวันตรงหัวบอกเวลาเที่ยงวันและบอกให้รู้อีกว่า..กองทัพต้องเดินด้วยท้อง แสงแดดอันแรงกล้ามิอาจเล็ดลอดอนุภาพนั้นยังพื้นดินได้เพราะม่านใบไม้อันหนาทึบช่วยบดบังจนมิดเสมือนเกราะป้องกันชั้นดีจากธรรมชาติที่มนุษย์ทุกคนควรรู้คุณค่าต้องหวงแหนและรักษาไว้ให้อยู่คู่กับโลกตราบนานเท่านาน
นาตาลีรู้สึกสะท้อนใจเมื่อนึกย้อนไปถึงบ้านเมืองของตัวเองที่ละเลยต่อสิ่งล้ำค่าเหล่านี้จนยากจะแก้
โลกคงร้อนขึ้นทุกวัน
คนที่ไม่อยากพะวงกับอนาคตจนเกินไปจึงเบนความสนใจตัวเองด้วยการชวนอีกฝ่ายคุย
“ต้องฟ้าเป็บ้านของท่านเซออนหรือคะ”เขาพยักหน้าก่อนหยิบอาหารใส่ปาก
“ท่านอื่นๆ ล่ะอยู่ที่นั่นด้วยไหม”
“แล้วเ้ารู้จักท่านไหนบ้าง”เธอส่ายหน้า
“ไม่รู้จักสักท่านแต่มาคินเล่าว่าผู้ปกครองแผ่นดินนี้คือท่านเนเรน แล้วยังมีนักรบเก่งๆ อีกตั้งสามคน” ดวงตากลมสวยกรอกขึ้นสูงเพื่อเรียบเรียง “ท่านฟาลีท่านเซออน และท่านอลัน”
ชายหนุ่มระบายยิ้ม
“ต้องฟ้าคือบ้านของทุกท่าน”
“คงต้องเป็สถานที่ที่กว้างขวางใหญ่โตมากเลยเนอะ”เธอนึกไปถึงพระราชวังกำแพงสูงอันเป็ที่อยู่ของเหล่าเชื้อพระวงศ์และนั่นย่อมไม่ธรรมดา
“ถ้าฉันไปถึงที่นั่นคงได้พบกับทุกท่านแต่ท่านแรกที่ฉันเจอก็คือท่านอลัน ดูเป็คนเงียบๆ ขรึมๆ ถึงจะชอบวางมาดดุแต่จริงๆแล้วน่าจะใจดี รู้สึกประทับใจจัง” ท่าทีหลงใหลได้ปลื้มคนที่กำลังถูกเอ่ยถึงทำรอยยิ้มคนฟังเหือดหายไม่รู้ตัว
ก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังชื่นชมผู้ชายอีกคนต่อหน้าเขา..เท่านั้น
“คุณรู้จักดีกับบรรดาท่านใช่ไหม”เขามองเธอแวบหนึ่งก่อนย้อนถาม
“อะไรทำให้เ้าคิดอย่างนั้น”
“ไม่รู้สิ แต่ฉันว่าท่านอลันดูไว้ใจคุณ..มากด้วย” คนฟังแกล้งหมุนตัวไปเก็บความเรียบร้อยด้วยสีหน้าเรียบเฉยทว่าส่วนลึกนึกประหลาดใจ ใครจะจับความรู้สึกคนอื่นได้รวดเร็วแค่่เวลาสั้นๆ
“ไม่งั้นคงไม่มอบให้ทำธุระสำคัญๆ หรอก”
“ทุกคนเป็ข้าแผ่นดินด้วยกันทั้งนั้นหากทำสิ่งที่เป็คุณประโยชน์ ไม่นำความเสียหายมาให้ก็ย่อมเป็ที่ไว้วางใจอยู่แล้วถึงท่านจะเก่งแค่ไหนแต่ก็ทำทุกอย่างในเวลาเดียวกันไม่ได้เป็ธรรมดาที่ต้องมอบหมายคนอื่น”
“คงงั้นล่ะ” เธอยักไหล่เพราะไม่ได้รู้สึกจริงจังอะไร ผิดกับอีกคนที่พยายามข่มแววพิรุธของตนไว้ได้อย่างแเี..นึกหวาดหวั่นในความฉลาดเกินตัวของคนตรงหน้าเหลือเกิน
เ้าเป็ใครกันแน่
สายลมเย็นพัดผ่านสบายจนหญิงสาวรั้งเปลือกตาไว้ไม่อยู่ประกอบกับหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อน กว่าที่อีกคนจะหันมาบอกให้เดินทางต่อ คนตัวเล็กก็หลับนิ่งพิงต้นไม้ไปเสียแล้ว
ชายหนุ่มค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้..ใกล้จนเห็นชัดถึงผิวพรรณขาวสะอาดริมฝีปากสีชมพูอ่อนบนใบหน้าเรียวได้รูป ขนตางอนเรียงเป็แพรอย่างประณีตทุกองค์ประกอบล้วนเป็ภาพแจ่มชัดแม้ยามหลับตา ทว่า...
เขาชะงักมือที่ยื่นไปหวังัันวลแก้มอย่างชั่งใจ
ไม่ควร
ทำได้แค่ทิ้งตัวลงใกล้กัน..อย่างน้อยพักบ้างก็คงดี ชายหนุ่มสะดุ้งเมื่อศีรษะเล็กๆพลิกมาแปะ่บ่าราวกับได้หมอนชั้นดี คนทั้งต้องฟ้าคงต้องตะลึงหากมาเห็นเ้าแผ่นดินยอมสละบ่าให้ผู้หญิงหนุนแทนการวางเกราะเหล็กยอมวางดาบเพื่อใช้มือประคองหน้าเล็กๆ ให้ได้หลับสบาย
เขาคือใคร..เหตุใดเวลานี้จึง้าเป็แค่ เนเรนผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่มีภาระหนักอึ้งอย่างที่เป็เปลือกตาหนาปิดลงเพื่อปล่อยใจให้ว่างเปล่า เขา้าขจัดความรู้สึกปั่นป่วนข้างในให้หมดไป
ฮี้~~ฮี้!
ชายหนุ่มผึงตาเร็วอย่างคนที่รับรู้ถึงสิ่งผิดปกติขณะคว้าคนข้างกายพากันเร้นกายหลบหลังพุ่มไม้ใหญ่อย่างรวดเร็วนาตาลีพยายามตั้งสติเพื่อพร้อมรับกับทุกเหตุการณ์
ทันใดนั้น!
ธนูดอกหนึ่งพุ่งเฉียดปลายจมูกไปปักนิ่งยังลำต้นให้คนเห็นเหตุการณ์ระยะประชิดแทบหยุดหายใจไม่นานเกินรออีกสองสามดอกก็ตามมาให้ยิ่งใจหาย คนตัวเล็กถูกกดแนบพื้นชายชุดดำสี่คนปรากฏกายแวบวับไปมาให้ชายหนุ่มต้องอ้อมไปอีกด้านเพื่อเบนความสนใจ
“อยู่นี่! อย่าไปไหน!”
เธออยากค้านเหลือเกินเขาทำอย่างกับลืมไปแล้วว่าเธอเคยต่อกรกับโจรจนกระเจิงกันไปข้างหนึ่งแต่ในเมื่อสั่งมาก็ตามนั้น
สี่ต่อหนึ่งคงรับมือไว้นะ
คนกำลังประเมินสถานการณ์อยู่เงียบๆพลันชาวาบทั้งตัวเมื่อรู้สึกถึงบางสิ่งฟาดอยู่ตรงลำคอ
ปลายดาบคมกริบ
และหากผู้ถือใช้แรงกดเพียงนิดอาจถึงเื
เธอกรอกตาหาตัวช่วย หากคราวนี้เหมือนโชคไม่เข้าข้างไม่มีแม้แต่ท่อนไม้หรือก้อนหินสักก้อน
บ้าจริง!
มือหยาบหนากระชากผมยาวอย่างไม่ปราณี
“โอ๊ยย!”
ชายหนุ่มหันขวับ
“นาตาลี!” คนตกอยู่ในอันตรายยังไม่ร้อนใจเท่าคนที่เห็นเขารุกการต่อสู้เพื่อฝ่าวงล้อมออกมาอย่างสุดกำลัง ่จังหวะนั้นเองหญิงสาวกระทุ้งศอกหนักๆเข้า่ท้องให้มันจุกแบบร้องไม่ออก พร้อมหมุนตัวมาบิดแขนของมันให้คลายมือออกสัมพันธ์กับเท้าที่ยกขึ้นตวัดเตะข้อมืออีกข้างของมันจนดาบหล่น
เธอฉวยโอกาสนั้นรีบผละหนี มันคงโกรธจัดแทบเป็บ้าถึงได้คว้ามีดสั้นออกมาคว้างใส่ให้เธอม้วนตัวหลบแทนไม่ทันอนิจจามีดนั้นพุ่งตรงยังอกหนึ่งในชายชุดดำเข้าเต็มเปาจนขาดใจล้มลงคนตัวเล็กรีบตะเกียกตะกายหนีโดยไม่ทันสังเกตว่ามีบางคนกำลังเล็งปลายธนูมาทางเธอ
ชายหนุ่มร้องะโพร้อมทะยานตัวเข้าหา
“หลบไป!”
ฉึก!
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนน่าใจหาย
“เนล!” นาตาลีร้องลั่นเมื่อภาพที่เห็นราวกับหนังแอ็คชั่นที่เธอชอบดูแต่นี่มันคือความจริง เขาถูกยิง เธอปราดเข้าไปประคองคนที่ถลามารับลูกดอกแทนด้วยความใ
“เป็ไงมั่ง! เจ็บมากไหม”
“ไม่เป็ไร แค่เฉี่ยว” ริมฝีปากบางเม้มแน่น
ปักคาเด่อย่างนี้ ยังว่าแค่เฉี่ยวอีก
แต่คร้านโต้เถียงเพราะใช่ที่
“ใจเย็นๆ นะ แข็งใจลุกหน่อย ไปหลบทางโน้นก่อน” ชายหนุ่มกัดฟันข่มความเจ็บทำตาม
เธอวางคนเจ็บในที่ปลอดภัยตรวจดูาแก่อนครางเสียงสั่น “เืยังไหลอยู่เลย” แล้วก้มลงฉีกเสื้อผ้าบางส่วนของตัวเองมาพันแผล
“ขอบคุณนะที่ช่วยคุณเจ็บตัวเพราะช่วยฉันสองครั้งแล้ว”
“เล็กน้อยถ้าเ้าโดนเองสิคงเจ็บกว่า” คนฟังย่นคิ้ว
“พูดแบบนี้หมายความว่าผู้หญิงมีความอดทนน้อยกว่างั้นสิ”เขาส่ายหน้าเพราะเริ่มรู้แล้วว่าถ้าลองได้ส่งเสียงขุ่นๆ เช่นนี้
เดี๋ยวได้เถียงไม่เลิก
“อย่าลืมว่าเ้าอยู่ในความดูแลของข้าเพื่อไปให้ถึงต้องฟ้าอย่างปลอดภัยเท่านั้น” คนฟังยักไหล่
“คงงั้น”
เขาแค่ทำตามหน้าที่..ก็เท่านั้น
คนฟังอยากจะน้อยใจอยู่นะ..แต่ไม่ดีกว่าเพราะไม่ว่าจะแค่นั้นหรือแค่ไหน เธอต้องตระหนักไว้ให้มากว่าอาจอยู่ที่นี่อีกไม่นานเมื่อความจริงเป็อย่างนั้น ตราบใดที่เธอยังอยู่ที่นี่..ทุกอย่างต้องดำเนินไปตามวิถีของมัน
ไปพบท่านเซออน
“พวกโจรมันจะตามเรามาอีกไหม”เขาส่ายหน้า
“มันไม่ใช่โจร”
“ไอ้โม่งชุดดำแบบนั้นน่ะที่บ้านฉันเรียกว่าโจรถ้าไม่ใช่แล้วอะไรล่ะ”
“นักฆ่า”
“ห๊า!” คนฟังตาโต “รู้ได้ไง”
“ธนูกับมีดสั้นอาวุธหลักสำคัญไม่ต้องเข้าใกล้เป้าหมายมากนักก็สามารถจัดการได้แม่นยำ รวดเร็ว ขาดใจในฉับพลัน”ทำคนฟังเสียวสันหลังวาบ
“มันตามมาฆ่าเราทำไม”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”ปากบอกไปแต่ใจรู้ดี
ไอ้ฮามัว..มันกล้ามาก
“มาจากเมืองหลวงหรือเปล่า”
“ไม่ใช่ พวกอื่น” ชายหนุ่มยืนยันได้อย่างหนักแน่น เพราะทีมนักฆ่าจากเมืองหลวงเขาย่อมรู้จักดี
“ฉันว่าเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมันคงไม่ใช่เราหรอกต้องเป็ใครสักคนที่ต้องฟ้าแน่ๆ อาจจะเป็ท่านเนเรนก็ได้นะ เรารีบเข้าเมืองหลวงไปบอกท่านกันเถอะ”
“เ้าสนใจเื่ของท่านด้วยหรือ”
“ฉันเป็ห่วงทุกคนที่กำลังตกอยู่ในอันตรายโดยเฉพาะคุณเนี่ยน่าเป็ห่วงกว่าใคร..โดนเข้าแล้ว” แม้เ้าหล่อนจะใช้น้ำเสียงกึ่งดุแต่นั่นกลับทำให้หัวใจของชายหนุ่มพองโตอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เพราะฐานะของเขาทำให้ใครต่อใครอยากรี่เข้าหาหลายครั้ง หลายคนมิอาจแยกแยะระหว่าง จริงใจ กับ หลอกลวง
ครั้งนี้เขาดูออก..นางให้ความสำคัญกับผู้ชายธรรมดาที่ชื่อเนล มากกว่าผู้เป็หนึ่งในแผ่นดินที่ควรค่าแก่การใส่ใจอย่าง ท่านเนเรน
“อย่าห่วง..คงไม่พ้นหูพ้นตาของท่านไปได้หรอก”