บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 1 โลกเยาหลิง โลกแห่งจิตอสูร บทที่ 19 เด็กรุ่นใหม่ของครอบครัว

            แสงจันทร์สว่างกระจ่างตาและผืนป่าต่างแต่งแต้มไปด้วยเงาตะคุ่มของแมกไม้


            บรรยากาศละมุนละไมชวนวาบหวามในใจ

            เนี่ยหลีช่วยเซียวหนิงเอ๋อร์นวดรอยจ้ำมองเซียวหนิงเอ๋อร์ค่อยๆ สวมเสื้อกลับให้เรียบร้อย ทั้งคู่นิ่งเงียบไม่พูดจา

            เซียวหนิงเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมองเนี่ยหลีใบหน้าของเนี่ยหลีสงบสุขุม ยังมีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่ที่บริเวณรอยจ้ำ เซียวหนิงเอ๋อร์เต็มไปด้วยความรู้สึกตื้นตันขอบคุณจากใจจริงหากมิใช่เพราะเนี่ยหลี นางก็ไม่รู้ว่าตนเองยังจะต้องทนเจ็บปวดต่อไปอีกมากเท่าไหร่ เป็นเนี่ยหลีที่ช่วยดึงนางออกมาจากโคลนตมอันไม่สิ้นสุด

            เนี่ยหลีถูกเซียวหนิงเอ๋อร์จ้องมองเขาเขินอายอยู่บ้าง ไม่ว่าอย่างไร จุดที่ไม่ควรแตะต้องก็แตะต้องไปแล้ว ทั้งยังรู้สึกดีอย่างยิ่ง

            “เนี่ยหลี เจ้าขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่ง เจ้าต้องระวังตัวให้มาก” เซียวหนิงเอ๋อร์รู้ว่าตระกูลเสินเซิ่งนั้นต่ำช้าและไร้ยางอายยิ่ง ปีนั้นตระกูลปีกมังกรอี้หลงของนางตกต่ำเป็นตระกูลเสินเซิ่งนี่เองที่วางกับดักตระกูลอี้หลง การค้าและทรัพย์สินกว่าแปดสิบส่วนตกไปอยู่ในมือของตระกูลเสินเซิ่งทำให้ไม่มีทางเลือก ต้องถูกตระกูลเสินเซิ่งผูกมัดไว้

            กระทั่งบัดนี้ตระกูลอี้หลงก็ยังไม่อาจฟื้นตัวขึ้นมาได้กลายเป็นตระกูลชนชั้นสูงปลายแถว และอีกไม่นานก็คงต้องถูกตระกูลเสินเซิ่งกลืนกิน

            “ข้าคำนวณไว้แล้ว ตระกูลเสินเซิ่งเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงจอมปลอม ดังนั้นช่วงนี้พวกมันจึงไม่กล้าแตะต้องข้าเดาว่าอีกสักสองสามเดือน พอเรื่องเงียบลงแล้วจึงกล้ามาหาเรื่องข้า” เนี่ยหลียิ้มเจื่อนๆ แต่รอถึงอีกสองสามเดือน ข้าก็มีปัญญาตอบโต้ได้แล้ว

            สีหน้าของเนี่ยหลีเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นเซียวหนิงเอ๋อร์มีความรู้สึกบางอย่าง ไม่ว่าจะมีปัญหาใดๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าเนี่ยหลีล้วนไม่เป็นปัญหาในใจนางเต็มไปด้วยความชื่นชมเนี่ยหลียิ่งนัก

            “เมื่อกลับไป เจ้าหาผลึกวิญญาณที่ยังไม่เคยถูกผู้อื่นใช้มาไว้สักชิ้นหนึ่ง ข้าจะช่วยเจ้าทดสอบพรสวรรค์”เนี่ยหลีจ้องมองเซียวหนิงเอ๋อร์และพูด ดูแล้วต่างคนต่างมีความเข้าใจอีกฝ่ายดีขึ้นเนี่ยหลีรู้สึกว่าเซียวหนิงเอ๋อร์เป็นเด็กสาวที่ดีคนหนึ่ง ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งข้างหน้านางอาจจะกลายเป็นผู้ช่วยที่เข้มแข็งของเขาก็ได้เนี่ยหลีจึงตัดสินใจที่จะสอนเคล็ดวิชาชั้นเลิศแก่นาง

            “ผลึกวิญญาณที่ไม่เคยถูกใช้หรือ? ใช่สิ่งนี้หรือไม่?”เซียวหนิงเอ๋อร์เอ่ยถาม นางล้วงผลึกวิญญาณเบื้องต้นออกมาชิ้นหนึ่งจากแหวนมิติ“ข้ามีอยู่สามชิ้น”

    “ที่แท้เจ้าก็มีแล้วเช่นนั้นดียิ่งนัก” เนี่ยหลียิ้มและหยิบชิ้นหนึ่งขึ้นมา “ถ่ายเทพลังวิญญาณของเจ้าเข้าไปในนี้และให้ข้าตรวจดู”

            “ได้” เซียวหนิงเอ๋อร์พยักหน้า นางถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าไปในผลึกวิญญาณผลึกวิญญาณก็พลันปลดปล่อยแสงสว่างสุกใสออกมา ภายในแสงสว่างนั้นค่อยๆ ก่อรูปเป็นลักษณะปีกมังกรที่กำลังเหินบิน

            เนี่ยหลีจ้องมองเซียวหนิงเอ๋อร์ด้วยสีหน้าอัศจรรย์ใจ“พลังวิญญาณแปดสิบสามจุด คุณลักษณะของอาณาเขตวิญญาณเป็นธาตุสายฟ้าวายุ รูปร่างปีกมังกร”

            ไม่แปลกใจที่ความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์ของเซียวหนิงเอ๋อร์เป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งถึงแม้ว่าจะต้องนอนแนบอยู่บนเตียงถึงสองปี แต่การฟื้นตัวก็ยังเป็นไปอย่างรวดเร็วนักที่แท้ก็มีรูปแบบอาณาเขตวิญญาณเป็นปีกมังกรซึ่งนับเป็นพรสวรรค์ที่สุดยอดที่สุดนี่เองมีรูปแบบวิญญาณเช่นนี้ ไม่ว่าจะฝึกเคล็ดวิชาแบบไหนก็มีความก้าวหน้าได้รวดเร็วยิ่ง หากนางได้ฝึกเคล็ดวิชาในหมวดธาตุสายฟ้าวายุก็เกินกว่าที่จะคิดไปถึงแล้ว

            “คุณลักษณะสายฟ้าวายุ รูปแบบปีกมังกร คือสิ่งใด?” เซียวหนิงเอ๋อร์ไม่เข้าใจในสิ่งที่เนี่ยหลีเพิ่งพูดออกมาดวงตางดงามเต็มไปด้วยความสงสัย

            “หมายความว่าเจ้าเหมาะที่จะฝึกเคล็ดวิชาธาตุสายฟ้าวายุอย่างไรเล่า” เนี่ยหลีครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ข้ามีอยู่เคล็ดวิชาหนึ่งข้าจะมอบให้เจ้า”

            เคล็ดวิชาธาตุสายฟ้าวายุชุดนี้เนี่ยหลีค้นพบได้จากเมืองโบราณที่หายสาบสูญไปแห่งหนึ่งเป็นเคล็ดวิชาที่เหมาะกับคนที่มีรูปแบบวิญญาณปีกมังกรที่สุด หากเซียวหนิงเอ๋อร์ได้ฝึกเคล็ดวิชานี้ฝีมือของนางจะต้องก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดแน่นอน เกรงว่าคงเร็วยิ่งกว่าเนี่ยหลีและพวกเสียอีก

            วิญญาณรูปร่างปีกมังกรพรสวรรค์นี้เยี่ยมยอดกระทั่งเนี่ยหลีก็ยังอิจฉาแล้ว!

            “เคล็ดวิชาชุดนี้แข็งแกร่งกว่าเคล็ดวิชาที่เจ้ากำลังฝึกอยู่!” เนี่ยหลีพูด ถ่ายทอดเคล็ดวิชาทั้งหมดให้แก่เซียวหนิงเอ๋อร์

            เซียวหนิงเอ๋อร์จดจำเคล็ดวิชาและบันทึกเก็บไว้ขณะท่องจำซึมซับเคล็ดวิชา ช่างเป็นดังที่เนี่ยหลีบอก เคล็ดวิชาสายฟ้าวายุชุดนี้ไร้เทียมทานยิ่งนัก!บรรดาเคล็ดวิชาที่นางเคยฝึกมาก่อนทั้งหมดล้วนกลายเป็นขยะเมื่ออยู่ต่อหน้าเคล็ดวิชาชุดนี้!

            “เคล็ดวิชาชุดนี้มีชื่อว่าเคล็ดวิชาปีกมังกรสายฟ้าวายุ!” เนี่ยหลียิ้มแย้มพูด “เป็นเคล็ดวิชาที่ดีที่สุดสำหรับเจ้า!”

            “ขอบคุณ” เซียวหนิงเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นจ้องมองเนี่ยหลีด้วยความสำนึกรู้คุณในความกรุณาของเนี่ยหลีที่มีต่อนางนางไม่ทราบจะตอบแทนอย่างไรดี อย่างแรกคือช่วยนางให้พ้นจากความเจ็บป่วย ต่อมาก็ยังมอบเคล็ดวิชาอันล้ำเลิศเช่นนี้ให้แก่นางนางขบริมฝีปาก ใบหน้าก็เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา “ข้าไม่ทราบว่าจะตอบแทนเจ้าอย่างไรดีไม่ว่าเจ้าต้องการให้ข้าทำสิ่งใด ข้าก็ยินดีจะทำทุกอย่าง”

            ได้ยินคำพูดนุ่มนวลอ่อนโยนจากเซียวหนิงเอ๋อร์ ในใจของเนี่ยหลีสะท้านไหว เขามองๆ เซียวหนิงเอ๋อร์ผู้เปี่ยมเสน่ห์ชวนมอง ยิ้มเจื่อนๆและพูดว่า “พวกเราล้วนเป็นเพื่อนกัน ย่อมต้องช่วยเหลือกันต่อไปหากข้ามีปัญหา เจ้าก็ต้องช่วยข้าอยู่แล้วใช่หรือไม่?”

            “อืม” เซียวหนิงเอ๋อร์พยักหน้า ดวงตาดำขลับงดงามเจือแววผิดหวังเล็กน้อยหากเวลานี้เนี่ยหลีขอให้นางเป็นเพื่อนหญิงของเขา นางจะต้องตอบตกลงอย่างไม่ลังเล

            ทั้งสองฝึกยุทธ์ต่อไปอีกสองสามชั่วโมงเซียวหนิงเอ๋อร์ฝึกเคล็ดวิชาปีกมังกรสายฟ้าวายุที่เนี่ยหลีมอบให้อยู่ครู่หนึ่ง พลังยุทธ์ของนางเพิ่มพูนขึ้นอย่างฉับพลันจนยากจะจินตนาการถึงได้ผู้มีรูปร่างอาณาเขตวิญญาณแบบปีกมังกรถือว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่ไร้เทียมทานซึ่งจะมีโอกาสปรากฏขึ้นหนึ่งในหมื่นคนเพียงเท่านั้นประกอบกับได้ฝึกเคล็ดวิชาที่เยี่ยมยอดอันเหมาะสมกับร่างกาย ความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์ย่อมก้าวกระโดดไปเป็นพันลี้

            แม้เคล็ดวิชาเทียนเต้าจะมีความล้ำเลิศกว่าเคล็ดวิชาปีกมังกรสายฟ้าวายุในท้ายที่สุดทว่าช่วงต้นของการฝึก เคล็ดวิชาปีกมังกรสายฟ้าวายุกลับมีอัตราก้าวหน้าที่รวดเร็วกว่าเคล็ดวิชาเทียนเต้า

            เมื่อรุ่งอรุณใกล้มาเยือนร่างของเซียวหนิงเอ๋อร์กระจายรัศมีแสงสีฟ้าออกมาเรืองรอง

            “ความเร็วของการฝึกเคล็ดวิชาปีกมังกรสายฟ้าวายุช่างน่ากลัวจริงๆ ใช้เวลาเพียงไม่นานก็แตะเขตแดนของระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้ว”เนี่ยหลีอดที่จะคร่ำครวญมิได้ เทียบกันแล้ว พรสวรรค์ของเขา ตู้เจ๋อ ลู่เพียวและพวกถือว่าเหมือนพวกธรรมดายิ่งนัก

            เมื่อเซียวหนิงเอ๋อร์ลืมตาขึ้นมาเนี่ยหลีก็จากไปแล้วดวงตาของเซียวหนิงเอ๋อร์ฉายแววผิดหวัง แต่เล็กจนใหญ่ นางแทบไม่เคยพูดคุยกับเด็กผู้ชายเนี่ยหลีเป็นเด็กผู้ชายเพียงคนเดียวที่ทำให้นางมองเขาในมุมที่ต่างออกไป เมื่อครุ่นคิดถึงเนี่ยหลีหัวใจของเซียวหนิงเอ๋อร์ก็เต็มไปด้วยความอบอุ่น

            หากนางไม่ได้พบเนี่ยหลีชีวิตนางก็ไม่รู้ว่าจะมืดมนเพียงใด? จะเป็นเหมือนเช่นเวลานี้ได้อย่างไรเวลาที่เต็มไปด้วยความหวัง?

            นางตัดสินใจแล้วไม่ว่าเนี่ยหลีจะชอบนางหรือไม่ นางจะอยู่ข้างกายเนี่ยหลีเสมอ จนกว่าจะถึงวันที่เนี่ยหลีจะสนใจในตัวนาง

            หากเวลานี้พวกเด็กผู้ชายที่ชื่นชอบหนิงเอ๋อร์ทราบการตัดสินใจของนางไม่ทราบว่าจะช้ำใจถึงเพียงใด

            “พลังวิญญาณเก้าสิบสองจุด อีกไม่นานก็จะถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้ว!”ร่างของเซียวหนิงเอ๋อร์ชุ่มโชกด้วยเหงื่อไคล เหนียวตัวจนรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวแต่ผิวพรรณของนางกลับยิ่งเปล่งปลั่งและอ่อนเยาว์กว่าเดิม

            หลังจากเฝ้ามองไปยังทิศทางที่เนี่ยหลีจากไปได้ครู่หนึ่งเซียวหนิงเอ๋อร์จึงเริ่มเก็บข้าวของของตนและเดินตรงไปทางประตูสนามฝึก 

            หลังฟ้าสาง

            ร้านค้าสมุนไพรต่างๆทั้งร้านเล็กร้านใหญ่ในเมืองกวงฮุยต้อนรับบุคคลลึกลับกลุ่มหนึ่ง พวกเขาบอกว่าเป็นบ่าวรับใช้จากตระกูลใหญ่แห่งหนึ่งสนใจซื้อหญ้าจื่อหลันในร้าน มีเท่าไหร่ก็ซื้อหมด บางร้านขายไม่ออกมานานปีก็ยังถูกกว้านซื้อไปจนหมดเกลี้ยง

            “พวกเขาจะซื้อหญ้าจื่อหลันไปทำไมกันตั้งมากมาย?”

            “ข้าว่าข้ารู้จักคนพวกนั้นนะ มันเป็นบ่าวรับใช้ของคุณหนูเซียวหนิงเอ๋อร์แห่งตระกูลอี้หลง!”

            “คุณหนูเซียวหนิงเอ๋อร์จะซื้อหญ้าจื่อหลันไปทำไมกัน? นึกไม่ออกจริงๆ!”

            หญ้าจื่อหลันนอกจากใช้ไล่ยุงแล้วก็ไม่มีประโยชน์อื่นใดอีกบ้านตระกูลอี้หลงทั้งหลังใช้หญ้าจื่อหลันสักสิบกว่าจินก็เหลือเฟือแล้ว แต่บ่าวรับใช้พวกนั้นกลับซื้อไปเป็นสิบหมื่นจินจำนวนขนาดนี้ ทำให้ผู้คนตกใจยิ่งนัก

            หญ้าจื่อหลันทั้งหมดที่มีล้วนถูกบ่าวรับใช้ของเซียวหนิงเอ๋อร์ซื้อไปจนหมดเกลี้ยง ร้านสมุนไพรบางร้านกระทั่งไปถอนหญ้าจื่อหลันออกจากแปลงเพาะปลูกของตนเพื่อนำออกมาขายคาดว่าในอีกสามปีข้างหน้าเมืองกวงฮุยคงต้องขาดแคลนหญ้าจื่อหลันเป็นแน่ แต่หญ้าจื่อหลันจะมีใช้หรือไม่ไม่มีผู้ใดสนใจ

            ในขณะที่เนี่ยหลีรับหญ้าจื่อหลันมาจากเซียวหนิงเอ๋อร์นั้นมันช่างน่าตกใจที่มีจำนวนหญ้าจื่อหลันนับแสนจิน เกรงว่าคงต้องใช้เงินไปนับแสนเหรียญจิตอสูรเงินจำนวนมากมายปานนี้มิใช่น้อยๆ!

            แต่เซียวหนิงเอ๋อร์ไม่ได้ใส่ใจขอเพียงเนี่ยหลีพอใจ จะให้นางทำสิ่งใดก็ย่อมได้ ยังไม่นับว่านี่เป็นเงินแค่ไม่กี่แสนเหรียญจิตอสูรหากจะตีมูลค่า เงินแสนเหรียญจิตอสูรอาจมีค่าไม่ถึงหนึ่งในร้อยส่วนของเคล็ดวิชาปีกมังกรสายฟ้าวายุด้วยซ้ำไป

            เมื่อรู้ว่าการฝึกยุทธ์ของเซียวหนิงเอ๋อร์มีความก้าวหน้าเป็นอันมากเพียงไม่กี่วันพลังวิญญาณก็เพิ่มขึ้นถึงเก้าสิบกว่าจุด และกำลังจะทะลวงผ่านขึ้นเป็นนักสู้ระดับทองแดงหนึ่งดาวทั้งบ้านต่างก็ตื่นเต้น มอบเงินให้เซียวหนิงเอ๋อร์แสนเหรียญจิตอสูรและยังมีของล้ำค่าอีกหลายอย่างที่ช่วยส่งเสริมการฝึกยุทธ์ดังนั้นเซียวหนิงเอ๋อร์จึงไม่ขาดแคลนเงินทอง

            แม้อยู่ในภาวะตกต่ำอูฐผอมโซตัวหนึ่งก็ยังใหญ่กว่าม้า ฐานะการเงินของตระกูลอี้หลงยังคงน่าพิศวงไม่น้อยและเพื่อส่งเสริมการฝึกยุทธ์ของเด็กรุ่นใหม่ในบ้าน สักนิดก็ไม่ขี้เหนียว

            เมื่อได้หญ้าจื่อหลันมามากมายปานนี้เนี่ยหลีพอใจอย่างยิ่ง แม้ยังไม่อาจคืนเงินให้แก่เซียวหนิงเอ๋อร์ได้ในเวลานี้ แต่ก็คงอีกไม่นานนัก

            ไม่ว่าจะเป็นตู้เจ๋อหรือลู่เพียวต่างก็พากันสงสัยในใจยิ่งนักพวกเขาล้วนไม่เข้าใจว่าเหตุใดเนี่ยหลีจึงจงใจซื้อหญ้าจื่อหลันมาเก็บตุนไว้มากมายถึงเพียงนี้เนี่ยหลีได้ที่นั่งหนึ่งในห้องสมุดและไม่ทราบว่าเขากำลังเขียนสิ่งใดอยู่

            ช่วงบ่ายมีคนมากมายเข้าๆออกๆ ห้องสมุด ตู้เจ๋อกับลู่เพียวกำลังอ่านหนังสือบางอย่างเกี่ยวกับยันต์และเคล็ดวิชาการต่อสู้ภายใต้การชี้แนะของเนี่ยหลีหากต้องการฝึกยุทธ์เลื่อนสู่ระดับสูง ก้าวแรกย่อมต้องมีความรู้กว้างขวางเสียก่อน

            หลังจากได้ฝึกเคล็ดวิชายุทธ์สมองของพวกเขาพัฒนาไปมาก สามารถจดจำความรู้ทั่วไปได้ไม่ลืม และยังเรียนรู้ได้เร็วขึ้น

            บริเวณหนึ่งไม่ไกลจากกลุ่มของเนี่ยหลีและพวกมีนักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังรวมตัวกัน ส่งเสียงคุยจ้อกแจ้ก

            “ชุดเกราะในมือของข้าชิ้นนี้เรียกว่าชุดเกราะเหยียนหมิง มีระดับเงิน ต่อให้มีเงินแสนเหรียญจิตอสูรก็หาซื้อในตลาดไม่ได้”นักเรียนคนหนึ่งแสดงชุดเกราะสีแดงที่สวมใส่อยู่บนร่างกาย เขามีรูปร่างสูงกำลังสวมใส่ชุดเกราะ ท่วงท่ากลิ่นอายคล้ายชายชาติทหาร

            เขาคือเฉินหลินเจี้ยนเป็นบุตรสายเลือดตรงผู้หนึ่งของตระกูลเตียนเฟิง หนึ่งในตระกูลชนชั้นสูง อายุสิบห้าปีและเป็นถึงผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงห้าดาวแล้ว อีกไม่นานก็จะเลื่อนถึงระดับเงินหนึ่งดาวในบรรดาตระกูลชนชั้นสูง ตระกูลเตียนเฟิงถือว่าร่ำรวยที่สุด เฉินหลินเจี้ยนเป็นที่นับถือในหมู่นักเรียนไม่น้อยมีพี่น้องร่วมกลุ่มขนาดใหญ่

            “พอสวมชุดเกราะเหยียนหมิงนี้กับตัว ต่อให้เป็นนักสู้ระดับเงินก็ไม่สามารถเอาชนะเจ้าได้”

            “เป็นชุดเกราะที่เยี่ยมยอดนัก!”

            นักเรียนหญิงหลายคนด้านข้างเมื่อได้เห็นเข้าสีหน้าเต็มไปด้วยความอิจฉา หลายคนในหมู่พวกนางส่งสายตาหว่านเสน่ห์ชำเลืองมองไปทางเฉินหลินเจี้ยนเป็นพักๆ

             “ข้ามอบให้เจ้า!” เฉินหลินเจี้ยนสะบัดมือ โยนชุดเกราะเหยียนหมิงให้ลูกน้องคนหนึ่งในกลุ่ม

            ชุดเกราะสำหรับการต่อสู้มีราคากว่าแสนเหรียญจิตอสูรมอบให้ง่ายๆ เช่นนี้? ทุกคนออกจะงุนงงไปหน่อย

            หนึ่งแสนเหรียญจิตอสูรเท่านั้นเงินจำนวนนี้ถือว่าไม่มีความหมายสำหรับเฉินหลินเจี้ยน เขายิ้มบางๆ แล้วพูดว่า “นี่เป็นหญ้าเซิ่งหมิงอายุห้าปีหกต้นที่ข้านำมาจากบ้าน หากพวกเจ้ายอมติดตามข้าขยันทำงาน รางวัลตอบแทนย่อมมีไม่ขาด!

    --------------------------------------

    *จิน (斤Jīn) คือมาตราชั่งของจีน โดยที่ 1 จิน = 500 กรัม

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน