"ชิงชิง! นี่เธอทำอะไรลงไป รู้ไหมว่าแจกันนี่มูลค่าเท่าไหร่!" หวังเจิ้ง ผู้เป็พ่อตวาดกลบเกลื่อนความสับสนในใจ
ชิงเซียนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า (ที่เธอรู้สึกว่ามันรุ่มร่ามและโชว์เนื้อหนังเกินงาม) ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาชายวัยกลางคนตรงหน้าด้วยสายตาที่เย็นเฉียบดุจน้ำค้างแข็ง
"แจกันใบเดียว... ถึงกับต้องทำให้เื่มันใหญ่โตเหมือนข้าไปเผาศาลบรรพบุรุษเชียวรึ?" เธอเอ่ยเสียงเรียบ
[เฮอะ! ไอ้ตาแก่หน้าดุหน้าเหมือนคางคกขาดน้ำนี่น่ะรึพ่อของร่างนี้? มีตาแต่หามีแววไม่ ลูกสาวแท้ๆ ถูกรังแกจนิญญาสลายไปแล้วยังจะมาตะคอกใส่ข้าอีก ถ้าข้ามีตบะเหมือนเดิมนะ ข้าจะเสกให้เ้าไปนั่งเฝ้าหน้าสำนักข้าสักสิบปี ให้ซึมซับความยุติธรรมซะบ้าง!]
หวังเจิ้งถึงกับหน้าเปลี่ยนสีจากแดงเป็เขียว 'คางคกขาดน้ำ?!' เขาคือประธานบริษัทหมื่นล้านนะ! เขาหันไปสบตากับลูกชายคนโต หวังอี้ ที่ตอนนี้ยืนนิ่งเป็หินไปแล้ว
หวังอี้ (พี่ใหญ่) พยายามตั้งสติ เขาเป็มาเฟียในวงการธุรกิจที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก "ชิงชิง... เธอจำไม่ได้เหรอว่าเธอเพิ่งจะผลักรินดาจนแจกันแตก?"
[อื้อหือ... ไอ้พี่คนโตนี่ก็นึกว่าจะมีสมอง หน้าตาคมเข้มมาดดีเสียเปล่า ที่แท้ก็โดนยัยเด็กนี่ปั่นหัวจนรอยหยักในสมองหายไปหมดแล้วสิเนี่ย? เห็นๆ อยู่ว่ายัยนั่นล้มเองแล้วเอาแจกันมากระแทกใส่ตัวข้า ข้านอนเป็ผักอยู่บนพื้นยังจะมีแรงไปผลักใครได้? ไอ้พวกมนุษย์หน้าปลากระเบนเอ๊ย!]
คำว่า 'หน้าปลากระเบน' กระแทกเข้ากลางหน้าหวังอี้อย่างจังจนเขาคิ้วกระตุกรัวๆ เขาเริ่มมั่นใจแล้วว่าเขาไม่ได้หูฝาด และที่สำคัญ... ดูเหมือนรินดาจะไม่ยินเสียงพวกนี้เลย เพราะเธอยังคงพรรณนาความแสนดีของตัวเองต่อไปไม่หยุด
"คุณพ่อคะ พี่ใหญ่คะ อย่าดุพี่ชิงชิงเลยค่ะ รินดาเจ็บแค่นิดเดียว..."
[เจ็บแค่นิดเดียว? แต่บีบน้ำตาอย่างกับประปาแตก ถ้าข้าไม่ช่วย 'สงเคราะห์' ให้เจ็บจริงๆ เสียหน่อย คงเสียเกียรติศิษย์เอกเ้าสำนักผู้ผดุงความยุติธรรม!]
ฉับพลันนั้น ชิงเซียนขยับมือเพียงเล็กน้อย เธอใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางคีบเอาอากาศเบาๆ ส่งพลังปราณอันเบาบางที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่าง (ซึ่งมีน้อยนิดจนเธออยากจะร้องไห้) ดีดใส่จุดสะบักของรินดา
"โอ๊ย!" รินดาร้องลั่น ร่างกายซีกซ้ายพลันอ่อนแรงจนเธอเสียหลักล้มแปะลงไปทับเศษแจกันที่แตกอยู่พอดี "เจ็บ! พี่ชิงชิง พี่ทำอะไรคะ!"
"ข้ายังไม่ได้ขยับตัวเลยนะ... ทุกคนก็เห็น" ชิงเซียนพูดพลางยักไหล่
[สมน้ำหน้า! อยากเจ็บนักไม่ใช่รึ ข้าจัดให้ตามคำขอ คราวนี้แผลสดของจริง ไม่ต้องใช้เมคอัพช่วยหรอกนะแม่นางเอกหน้าขนมเข่ง!]
พี่ชายทั้งสามและพ่อแม่ยืนอึ้ง... พวกเขาเห็นเต็มสองตาว่าชิงชิงไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้รินดาเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เสียงในหัวของเธอนั้น... มันช่างสะใจและเผ็ดร้อนจนพวกเขาเริ่มรู้สึก "หน้าชา" แทนรินดาขึ้นมาเสียอย่างนั้น
"เอาล่ะ... ข้าเพิ่งฟื้น รู้สึกล้าไปทั้งตัว ข้าจะไปพัก ใครมีปัญหาอะไรก็ไปคุยกับเศษแจกันที่พื้นนั่นแล้วกัน" ชิงเซียนทิ้งท้ายก่อนจะเดินเชิดหน้าก้าวขึ้นบันไดไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้คนทั้งบ้านยืนตกตะลึงกับ "ความจริง" ที่เพิ่งได้ยินผ่านความคิดของเธอ
"พวกแก... ได้ยินเหมือนพ่อไหม?" หวังเจิ้งถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
หวังอี้ หวังลั่ว และหวังซิง พยักหน้าพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย สายตาของพวกเขามองไปที่รินดาที่กำลังร้องไห้อย่างหนักด้วยความเ็ปจริงๆ... แต่ความรู้สึกสงสารที่เคยมี กลับถูกแทนที่ด้วยคำถามว่า 'หรือที่ผ่านมา... เราจะโง่จริงๆ อย่างที่ยัยนั่นด่า?'