เด็กใหม่ ตอน การล้างแค้นของนักมายากล

    ตอนที่ 31 มันน่าสงสัย

    ณโรงเรียนเวชจุฬาลักษณ์

    เวลา08:15 น.

     

            ​เสียงสัญญาณเลิกแถวดังขึ้นพร้อมกับฝูงนักเรียนที่เริ่มทยอยแยกย้ายกันไปตามอาคารเรียนอย่างคึกคักทว่าบรรยากาศสดใสในยามเช้ากลับไม่ได้ช่วยให้ความกระวนกระวายในใจของเบนซ์ลดน้อยลงเลยแม้แต่บทสวดมนต์ไหว้พระเมื่อครู่ ก็ไม่สามารถปัดเป่าภาพติดตาของคมขวานเมื่อคืนออกไปได้

             

            ขอบตาที่ดำคล้ำจากการนอนไม่หลับตอกย้ำว่าเขาเพิ่งผ่านการเฉียดความตายมาหมาดๆเบนซ์สูดหายใจลึกก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าตรงไปยังห้องเรียนเพื่อสะสางสิ่งที่ค้างคา

             

    ​ณ ห้องเรียนม.6/1

             

            ​บรรยากาศภายในห้องเรียนโล่งและเงียบสงัดเนื่องจากเพื่อนร่วมชั้นส่วนใหญ่ยังคงอยู่ที่โรงอาหาร เบนซ์หลุบตาลงต่ำแววตาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดขณะก้าวขาเข้าไปในห้องทว่าความเงียบนั้นก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหู

             

            ​“ลมพายุอะไรพัดมึงเข้าห้องมาวะไอ้เบนซ์”

             

            เสียงของธันวาทักขึ้นจากโต๊ะเรียนแถวหน้าเขากำลังนั่งอ่านเอกสารเกี่ยวกับกิจกรรมวันภาษาไทยที่กำลังจะจัดขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้านี้ท่าทางนิ่งสงบตามสไตล์ผู้กุมอำนาจในโรงเรียน

             

            ​เบนซ์หันมองตามเสียงก่อนจะเดินตรงดิ่งเข้าไปหาธันวาที่โต๊ะทันทีเขาไม่รีรอที่จะเปิดประเด็นเรื่องเฉียดเป็นเฉียดตายเมื่อคืน น้ำเสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อยแต่สีหน้าของเขาจริงจังกว่าครั้งไหนๆทว่าสำหรับธันวา มันกลับฟังดูเหลวไหลไร้สาระเกินกว่าจะเชื่อได้ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเบนซ์เคยทำตัวแบบนั้นใส่เขามาโดยตลอดก่อนจะหันไปมองด้วยแววตาที่เรียบเฉย แล้วถามสั้นๆ

             

            ​“เรื่องเกิดตอนกี่โมงล่ะ…”

             

            ​“เมื่อคืนตอนประมาณเกือบๆ สะ…สามทุ่มได้”

             

            ​ธันวาเลิกคิ้วขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยพลางถามต่อด้วยเสียงเรียบ “แล้วมึงยังอยู่ในโรงเรียนทำไมทั้งๆที่มันดึกขนาดนั้น”

             

            ​“กู...กูนั่งเล่นเกม…” เบนซ์ตอบอ้อมแอ้มสั้นๆ

             

            ​นั่นยิ่งทำให้ธันวาเหลือบมองเบนซ์ด้วยสายตาเงียบเชียบท่าทีนิ่งเฉยของอีกฝ่ายทำให้เบนซ์เริ่มลนลานและเลิ่กลั่กในใจเพราะรู้ดีว่าธันวาไม่เชื่อเขาแน่ๆ จึงพูดต่อ

             

            “มันไม่สำคัญหรอกกูจะทำอะไรตอนนั้น แต่มันสำคัญตรงที่มีนักเรียนหญิงคนนึงถือขวานไล่ฟันกู!”

             

            แม้ว่าเขาจะพูดออกไปแบบนั้นแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังเหมือนจะไม่เชื่ออยู่ดีราวกับกำลังมองคนสติไม่ดีที่แต่งเรื่องมาพูดให้ฟัง ทำให้เบนซ์ต้องหวนนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นเพื่อหาเหตุผลหรืออะไรก็ได้ที่เป็นหลักฐานชัดๆ พอจะให้ธันวาเชื่อ ไม่นานเขาก็นึกขึ้นได้แล้วจึงพูดขึ้น

             

            ​“ถ้ามึงไม่เชื่อกู...มึงก็ลองไปเช็กดูสิ คนที่ทำงานให้มึงน่ะ น่าจะถูกยัยนั่นฆ่าตายไปสามคนได้มั้ง”

             

            ​คำพูดนั้นทำให้ธันวานิ่งไปชั่วครู่ความรู้สึกตะขิดตะขวงใจเริ่มก่อตัวขึ้นในอกแต่เขาก็เลือกที่จะปัดความรู้สึกนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็วก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงตัดรำคาญ

             

            ​“เรื่องคนทำงานหรือการเช็กจำนวนคนมันเป็นหน้าที่ของไอ้ออร์แกน ไม่ใช่เรื่องของกู”

             

            ​พอได้ยินชื่อ ออร์แกนคนที่เขาไม่ชอบขี้หน้าอยู่แล้ว เบนซ์ก็หมดอารมณ์ที่จะอธิบายต่อทันที

             

            “เออๆ ช่างมัน... แล้วแต่มึงจะเชื่อเลยก็ได้”

             

            ความหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นมาจนเขาเลือกที่จะหันหลังเตรียมเดินออกจากห้องไปทว่าก่อนที่เท้าจะก้าวพ้นประตู เบนซ์หยุดชะงักแล้วหันกลับมาทิ้งท้าย

             

            “แต่กูขออะไรมึงอย่างหนึ่งดิวะ”

             

            “ว่า…”

             

            “มึงช่วยไปหาข้อมูลของนักเรียนหญิงคนนึงที่ชื่อยูริให้กูหน่อย”

             

            ​ธันวาถอนหายใจพิงพนักเก้าอี้ “นักเรียนหญิงในโรงเรียนที่ชื่อยูริมันไม่ได้มีแค่คนเดียวนะมึง...”

             

            ​เบนซ์พูดแทรกขึ้นมาทันควันอย่างใส่อารมณ์“ถ้าจะมีเป็นสิบคน มึงก็เอามาให้กูดูทั้งหมดนั่นแหละ! กูเห็นหน้าแล้วกูจำได้เอง!” พูดจบเบนซ์ก็สะบัดหน้าเดินออกจากห้องไปทันทีทิ้งให้ความเงียบเข้าปกคลุมห้องเรียนอีกครั้ง

             

            ​ทางฝั่งของธันวาที่นั่งอยู่คนเดียว เขาค่อยๆเอกสารในมือถูกวางลงนัยน์ตาคมกริบ หรี่ลงอย่างใช้ความคิดคำถามหนึ่งลอยเด่นขึ้นมาในใจและมันเริ่มสร้างความรำคาญใจขึ้นมา

             

            ​ยูริ... ใครวะ

             

            ​แม้จะดูเหมือนไม่ใส่ใจคำพูดของเบนซ์แต่สัญชาตญาณบางอย่างบอกธันวาว่าเรื่องนี้มีกลิ่นอายที่ไม่ชอบมาพากล เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดต่อสายหาเอิร์ธเพื่อนสนิทในกลุ่มสภานักเรียนที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับครูฝ่ายทะเบียนของโรงเรียนทันทีรอสายไม่นาน ปลายสายก็กดรับ

             

            [ว่าไงไอ้ธัน]

             

            “เอิร์ธกูขอรบกวนมึงหน่อยได้ไหม”

             

            [ไม่รบกวนเลย มึงมีอะไรเหรอ]

             

            ​“มึงช่วยเข้าไปที่ห้องทะเบียนไปดึงประวัติข้อมูลของนักเรียนหญิงในโรงเรียนทุกคน... ที่ชื่อยูริมาให้กูหน่อยได้ไหม”

             

            [หืม…ยูริเหรอ ได้ๆแต่ว่ามึงจะเอาด่วนเปล่าล่ะ]

             

            “ไม่ด่วน ตอนไหนก็ได้ แต่ถ้าได้ตอนนี้เลยยิ่งดี”

             

            [อ่าๆ เดี๋ยวถ้าว่าง กูไปเอามาให้]

             

            “ขอบคุณ”

             

            จากนั้นธันวาก็ตัดสายไปนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะเรียนเป็นจังหวะช้าๆ นัยน์ตาก้มลงมองเอกสารที่อยู่บนโต๊ะ ทำให้ความเงียบงันกลับคืนสู่ห้องอีกครั้งทว่าไม่กี่อึดใจต่อมา เหล่าเพื่อนๆร่วมชั้นก็เดินเข้าห้องมา

            ​

            ​เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวดังระงมขึ้นทันทีบ้างก็หอบหิ้วขนมขบเคี้ยวมาด้วย บ้างก็หยอกล้อหัวเราะร่าเริงตามประสาวัยรุ่น ตามมาด้วยครูผู้สอนที่เดินเข้าห้องมาทำให้ทุกคนรีบแยกย้ายกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองทันที แล้วเริ่มการสอนในรายวิชาแรก

             

    ณ ห้องเรียนม.5/1

            ​

            คาบเรียนช่วงสายดำเนินไปท่ามกลางเสียงบรรยายของครูผู้สอนที่ดังสลับกับเสียงปากกาที่ขีดเขียนสมุดของนักเรียนเพื่อนร่วมชั้นหลายคนนั่งฟังอย่างตั้งใจ บางคนก็แอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นแก้เบื่อ

             

            จนกระทั่งสัญญาณออดหมดเวลาดังขึ้นครูผู้สอนเก็บข้าวของเดินออกจากห้องไปปล่อยให้นักเรียนภายในห้องเริ่มขยับตัวยืดเส้นยืดสายและพูดคุยกันเสียงดังขึ้น

             

            ​ริวที่นั่งอยู่ที่โต๊ะประจำของตัวเองแววตาแฝงไปด้วยความอ่อนล้า เขาละสายตาจากหน้ากระดานแล้วมองตรงไปยังโต๊ะหน้าสุดของแถวที่ตรงนั้น... แนนโน๊ะนั่งอยู่คนเดียวเงียบๆ เธอทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างรื่นรมย์ราวกับแยกตัวออกจากความวุ่นวายทั้งมวล

             

            ​ริวเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่ไม่มีใครสนใจเขาจึงลุกขึ้นแล้วก้าวเท้าตรงเข้าไปหาเธอทันที

             

            ​“แนนโน๊ะครับ...”ริวเรียกเสียงเบาพลางทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ว่างข้างๆ เธอ

             

            ​แนนโน๊ะหันมามองเขารอยยิ้มราบเรียบและแววตาใสๆเหมือนทุกครั้ง แล้วตอบ “มีอะไรเหรอคะริว”

             

            ​ริวอึกอักอยู่ครู่หนึ่งความวิตกกังวลที่อัดอั้นมาตั้งแต่เมื่อคืนทำให้เขาหลุดปากพูดสิ่งที่คิดอยู่ออกมา

             

            “คือ...เรื่องเมื่อคืนน่ะหลังจากที่พาพวกผมออกมา แล้วคุณ…. เห็นผู้หญิงอีกคนนึงอยู่ในโรงเรียนด้วยหรือเปล่าครับ”น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงที่ยังไม่จางหาย

             

            ​แนนโน๊ะเอียงคอเล็กน้อยมองลึกเข้าไปในดวงตาของริวก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ

             

            “จุนโกะเหรอคะ น่าจะออกไปหลังจากริวไม่นานค่ะ”

             

            ​คำตอบของแนนโน๊ะทำให้ริวรู้สึกโล่งใจขึ้นมานิดนึงแต่ก็แฝงไปด้วยความสงสัย

             

            คุณรู้จักจุนโกะด้วยเหรอครับ…

             

            ขณะเดียวกัน เขาก็อดนึกย้อนไปถึงท่าทีแปลกๆของจุนโกะเมื่อคืนไม่ได้แต่แล้วความสงสัยถัดมากลับทำให้เขาขยับตัวเข้าไปใกล้เธออีกนิด แล้วถามในสิ่งที่ค้างคาใจมานาน

             

            ​“แล้ว... ยูริล่ะครับ”

             

            ​แนนโน๊ะไม่ได้ตอบในทันทีเธอเพียงแค่ใช้นิ้วมือเรียวแหลมหมุนปากกาเล่นไปมา สีหน้าและแววตาของเธอเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรกับชื่อของเด็กสาวที่ถูกพูดถึงเลยสักนิด

             

            ​“คุณรู้จักยูริมาก่อนหนิครับ!”

             

            ริวชักสีหน้าไม่ดี น้ำเสียงของเขาเริ่มหนักแต่ก็พยายามคุมเสียงไม่ให้ดังเกินไป

             

            “แนนโน๊ะ... คุณรู้ใช่ไหมครับว่าแท้ที่จริงแล้วยูริพยายามจะทำอะไร”

     

             

            เมื่อได้ยินแบบนั้นแล้ว ปากกาในมือของแนนโน๊ะหยุดหมุนลงกะทันหันแล้วละสายตาจากปากกาขึ้นมาสบตากับเพื่อนร่วมชั้นที่อยู่ตรงหน้าแววตาของเธอนิ่งสนิท

             

            “แนนโน๊ะคิดว่า…. สิ่งที่ยูริทำมันก็เรื่องที่ดีนะคะ แต่มันก็… อาจจะดูรุนแรงไปหน่อยก็เท่านั้นเอง”

             

            ริวขมวดคิ้ว “รุนแรงเกินไปเหรอครับ…”

             

            เขาพูดเสียงเบาราวกับกำลังพึมพำกับตัวเองซะมากกว่าให้อีกฝ่ายได้ยินก่อนที่ประโยคหนึ่งจะดังขึ้นในใจ

             

            แล้วมันดีตรงไหนล่ะครับ…

             

            ไม่มีคำอธิบายไม่มีคำตอบสั้นหรือยาวหลุดออกมาจากปาก มีเพียงเสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอที่ชวนให้คนฟังขนลุกซู่

             

            ​ริวหลุบตาลง “ผมไม่เข้าใจเลยครับ…”เขาเหลือบมองคนที่อยู่เบื้องหน้าแล้วกลั้นใจถามต่อ“ทำไมยูริถึง… ไม่ฆ่าผม ตอนอยู่กับคุณด้วยล่ะครับ”

             

            เมื่อได้ยินแบบนั้นแล้ว แนนโน๊ะเอนหลังพิงเก้าอี้สองมือไขว้ไว้หลังศีรษะอย่างสบายใจ ใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ แบบทุกครั้ง แล้วตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

             

            “แนนโน๊ะไม่รู้ค่ะ แต่ยูริเอง… ก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ”

             

            ​ทว่าคำตอบของเธอทำให้ยิ่งสับสนเข้าไปใหญ่คลุมเครือจนน่าปวดหัว ริวยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความสิ้นหวัง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้คิดทบทวนอะไรให้แล้วเสร็จแนนโน๊ะทำหน้าเหมือนกำลังน้อยใจอะไรบางอย่าง แล้วก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง

             

            ​“นี่… ริวไม่เชื่อที่แนนโน๊ะพูดเหรอคะ” เธอค่อยๆเอียงศีรษะเล็กน้อยนัยน์ตาจ้องลึกเข้ามาคล้ายกำลังอ่านทุกความสับสนของอีกฝ่าย

             

            “แปลกจังนะคะ...ทีกับจุนโกะพูดไม่กี่คำริวก็เชื่อแล้ว”

             

            ​ประโยคนั้นเปรียบเสมือนลิ่มที่ตอกลึกลงไปในอกริวสะดุ้งวาบขึ้นมาในใจ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วร่างกายเขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าแนนโน๊ะไปรู้จักจุนโกะตั้งแต่ตอนไหน ทั้งๆที่จุนโกะเคยบอกกับเขาว่าเธอเรียนอยู่ที่นี่มาได้นึงเทอมแล้วแต่แนนโน๊ะเพิ่งจะย้ายเข้ามาเรียนพร้อมๆกันกับเขาในเทอมนี้แท้ๆ

             

            ​ริวอึกอักจนพูดไม่ออกสัญชาตญาณเริ่มเตือนว่ามีบางอย่างผิดปกติอย่างแรงแต่แนนโน๊ะกลับขยับตัวเข้ามาใกล้เขาอีกนิด รอยยิ้มกว้างขึ้นทว่าดวงตากลับว่างเปล่าแฝงกระแสเสียงประชดประชันเป็นประโยคทิ้งท้าย

             

            ​“ริวเนี่ย...เป็นคนเชื่อคนง่ายจังเลยนะคะ”

             

            “แต่ก็ระวังหน่อยนะ... เพราะแผลที่เจ็บที่สุดอาจจะมาจากมือที่ช่วยรักษาให้ก็ได้นะคะ”

             

            ริวขมวดคิ้วด้วยความงุนงง “มะ…หมายความว่ายังไงครับ!”

             

            ​แนนโน๊ะไม่ตอบคำถามนั้น ​แล้วภาพของจุนโกะที่เดินนำเขาไปในโรงเรียนยามค่ำก็ผุดขึ้นมาก่อนที่เธอจะหายไป และก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในเวลานั้นอย่างประจวบเหมาะ... แต่ริวก็มั่นใจแน่ๆว่าสิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่ผีหลอกหรือภาพลวงตาใดๆทุกอย่างเริ่มขัดแย้งและน่าตงิดใจขึ้นมาในความคิดของเขา

             

            ​ริวนั่งนิ่งอึ้ง สติลอยเตลิดไปไกลขณะที่แนนโน๊ะค่อยๆหันกลับไปมองหน้าต่างห้องเรียนตามเดิม ทิ้งให้ความระแวงกัดกินหัวใจของเพื่อนตรงหน้าทีละน้อยก่อนจะได้สติกลับมา แล้วเขาก็ลุกขึ้นเดินกลับไปที่โต๊ะประจำที่อยู่ด้านหลังสุดของแถว

             

            ระหว่างทาง ความรู้สึกตงิดใจกลับยิ่งทวีความรุนแรงในหัวของเขาเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ทั้งเรื่องของยูริและจุนโกะเมื่อคืน

             

            ยูริจะไล่ฆ่านักเรียนกับผมทำไม ทั้งๆที่เธอก็ยังเรียนอยู่ในโรงรียนนี้เหมือนกัน

             

            ส่วนจุนโกะ เธอจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไหมนะ…คงไม่หรอกมั้งครับ

             

            แต่ที่น่าแปลกกว่านั้น... คือความกลัวต่อยูริและความสงสัยในตัวของจุนโกะยังไม่สามารถเทียบได้กับความอึดอัดใจที่มีต่อแนนโน๊ะในตอนนี้เลยแม้แต่น้อย ​เธอรู้ทุกเรื่องเหมือนอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย และเขาสงสัยในตัวเธอมาตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว

             

            จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้คำตอบ และไม่เคยคาดเดาออกเลยสักครั้งว่าภายใต้รอยยิ้มที่ดูสดใสนั้น เธอกำลังซ่อนอะไรเอาไว้

             

             ริวจ้องมองไปที่แผ่นหลังแนนโน๊ะ สายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงพร้อมกับประโยคหนึ่งที่ดังขึ้นในใจ

             

            แนนโน๊ะ… คุณเป็นใครกันแน่ครับ

    คล้ายกับเรื่องเด็กใหม่ ตอน การล้างแค้นของนักมายากล ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808