ซิ่วอิงเริ่มมองเห็นแสงสว่างอยู่รำไรรีบเปิดประเด็นทันที “ข้าน้อยอยากเรียนถามคุณชาย ว่าเพราะเหตุใดท่านจึงให้การช่วยเหลือพาข้ามานอนที่ห้องของท่านหรือขอรับ”
สิงเทียนเท้าคางมองเขา ตอบว่า “นี่คือเื่ที่เ้าอยากถามงั้นรึ ที่ข้าพาเ้ามานอนที่นี่นั่นก็เป็เพราะข้าไม่อยากไปเหยียบเรือนของเ้า เรือนไม้ไผ่ที่เล็กเท่ารูหนูแถมยังเต็มไปด้วยฝุ่น เ้าจะให้ข้ากล้าเข้าไปเหยียบได้อย่างไร”
ซิ่วอิงถึงกับขมวดคิ้ว คำตอบของอีกฝ่ายช่างฟังดูสับสนนักราวกับเลี่ยงที่จะตอบความจริง หากรังเกียจห้องรูหนูนั่น แล้วทำไมไม่รังเกียจตัวเขาที่เปรียบเสมือนหนูล่ะ แถมยังให้มานอนแผ่หราบนเตียงอีก ซิ่วอิงไม่กล้าถามซ้ำจึงต้องแกล้งพยักหน้าเข้าใจ
“เอ่อ เช่นนั้นข้าน้อยขอถามอีกสักหนึ่งคำถาม คือว่า ท่านพอจะรู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงตกจากต้นไม้”
สิงเทียนถอนหายใจยาว สีหน้าดูเบื่อหน่ายเต็มทน “ข้าก็อยากจะถามเ้าเช่นกันว่าเหตุใดจึงะโลงมา ข้าเพียง้าเรียกมาคุยธุระสำคัญ แต่เ้ากลับวิ่งหนีแล้วปีนขึ้นต้นไม้ ซ้ำยังะโเอาหัวลงมาอีก นับว่าดีแค่ไหนแล้วที่เ้ารอดตาย”
ซิ่วอิงขมวดคิ้วอีกรอบ สรุปที่มาในวันนี้มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิด คำตอบของคำถามเขารู้สึกไม่เป็ที่พอใจแถมยังถูกฝ่ายนั้นดุอีก ตกลงแล้วปัญหาอยู่ตรงไหนกัน ไอ้เ้าซิ่วอิงคนก่อนมันหนีอะไร หรือว่าไปทำผิดไว้ถึงได้พยายามเอาหัวโหม่งดินตาย
สิงเทียนลุกขึ้นเดินมาตรงหน้าเขา “เอาล่ะข้าตอบคำถามของเ้าหมดแล้ว ถึงคราวข้าถามบ้าง”
ซิ่วอิงทำใจดีสู้เสือ พยายามไม่แสดงอาการตื่นเต้นออกมา หากอีกฝ่ายจับได้ว่าเขาไม่ใช่ซิ่วอิงตัวจริงล่ะก็ งานนี้ได้ตายของจริงแน่
“เ้าแอบอ่านตำราของข้าใช่หรือไม่”
“หา?”
คนฟังเบิกตาค้าง คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเปิดประเด็นมาตรงขนาดนี้ ไม่สิ หรือว่าสิงเทียนจะรู้แล้วว่าเขาแอบอ่านตำราถึงได้ถามคำถามลองเชิง ต้องใจเย็นเข้าไว้ อย่าสติแตก อย่าสติแตก!
“อ่า..คุณชาย ท่านหมายถึงอะไรขอรับ ข้าน้อยฟังไม่เข้าใจเลยตำราอะไรหรือ” เขาเอียงคอถามคำถามคล้ายกับคนไม่รู้เื่
สิงเทียนหยิบตำราเล่มหนึ่งขึ้นมาชูตรงหน้า “ตำราบนโต๊ะไม้นี่ยังไงล่ะ เ้าแอบเปิดอ่านในขณะที่ข้าไม่อยู่ใช่หรือไม่”
เสียงในหัวอุทานดังลั่น ตายละหว่า! เ้าตัวทนสบตากับพระเอกตรง ๆ ไม่ได้จึงพยายามหันเหความสนใจไปที่มุมอื่นในห้อง นิ้วทั้งห้าสั่นจนต้องจิกชายเสื้อไว้แน่น เมื่อไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดสิ่งใดเขาจึงแสร้งตีหน้าซื่อพูดต่อ
“เอ่อ ข้าน้อยจะกล้าทำเื่พรรค์นั้นได้อย่างไร คุณชายคิดมากไปแล้วขอรับ”
สิงเทียนยิ้มบาง “งั้นหรือ เอาล่ะคำถามต่อไป เ้าขโมยโอสถทิพย์ของข้าไปใช่หรือไม่”
ซิ่วอิงปฏิเสธทันที “ไม่ใช่ขอรับ! ข้าน้อยไม่เคยคิดอะไรต่ำช้าเช่นนั้น โอสถทิพย์เป็ของล้ำค่าหายาก เหตุใดคนใช้กระจอกอย่างข้าน้อยต้องไปขโมยโอสถของท่านด้วย”
สิงเทียนพยักหน้าเดินไปนั่งที่เตียง จ้องเขม็งมาทางคนรับใช้ตัวน้อย “ข้าจะให้โอกาสเ้าตอบใหม่อีกครั้ง หากยังกล้าโกหกข้าเ้าได้ถูกลงโทษแน่”
“…”
ซิ่วอิงได้แต่กรีดร้องในใจ ทำไมเขาต้องมายอมรับด้วยว่าตนเองเป็คนทำ โอสถทิพย์อะไรนั่นเขายังไม่เคยเห็นหน้าตาจริงของมันด้วยซ้ำ ในนิยายระบุไว้ว่าโอสถทิพย์เป็ของล้ำค่า ใครได้ดื่มมันเข้าไปจะมีพลังมหาศาลช่วยส่งเสริมการบ่มเพาะพลัง ทั้งยังเป็ยาดีช่วยเหลือพระเอกในตอนที่ถูกธาตุไฟเข้าแทรกด้วย ใครหน้าไหนมันจะโง่ไปยุ่งกับของพรรค์นั้นกันเล่า!
สิงเทียนถามอีก “เ้าขโมยโอสถทิพย์ของข้าไปใช่หรือไม่”
ซิ่วอิงลังเลเล็กน้อย แต่เพราะเขามั่นใจว่าตนไม่ได้ทำเช่นนั้นแน่จึงส่ายหัวตอบ “ข้าน้อยเปล่าทำขอรับ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของสิงเทียนค่อย ๆ จางหายไปราวกับผิดหวังในคำตอบที่ได้ยิน “นู่เฉิน! มาลากตัวมันไปที่สนามฝึก”
เมื่อได้ยินดังนั้นซิ่วอิงก็ถึงกับผงะ รูม่านตาหดเล็กลงโดยอัตโนมัติ “เอ๊ะ..อะไรนะ คุณชายโปรดรับฟังข้าน้อยด้วย คุณชาย!”
ซิ่วอิงถูกสมุนของสิงเทียนหิ้วคอไปที่สนามฝึก สถานที่สุดโหดที่ไม่ว่าใครที่ผ่านเข้ามาแล้วก็จะไม่มีโอกาสได้กลับออกไปอีก หรือต่อให้กลับออกไปได้ก็มีเพียงแค่ร่างอันไร้ิญญาเท่านั้น
นู่เฉินลากเขามายังใจกลางลานซึ่งบริเวณนี้ใช้ทำโทษโดยเฉพาะ มีแท่นหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่คล้ายกับแท่นบูชา โดยรอบมีแต่ฝุ่นและหญ้าขึ้นเต็มไปหมด ซิ่วอิงแม้สั่นกลัวแต่ก็อดเกิดความสงสัยขึ้นมาไม่ได้ หรือว่าที่ผ่านมายังไม่เคยมีใครถูกทำโทษบนแท่นนี้มาก่อนหรือ ไม่อย่างนั้นแล้วเหตุใดมันจึงดูเก่าถึงเพียงนี้กันเล่า!
นู่เฉินเหวี่ยงเขาจนล้มกลิ้งคลุกดิน สิงเทียนเดินตามมาด้านหลัง ข้างกันนั้นเป็ชายหนุ่มที่มีหูยาวหางสีส้มเข้มฟูฟ่องโบกไปมา นะ นั่น หูเซินหรือ! เทพจิ้งจอก อ๊าาาาาา! ซิ่วอิงตัวสั่นเป็ลูกนกเกิดใหม่หดแขนขาจนแทบเป็ก้อนกลม เขาเพิ่งมาอยู่ได้ไม่นานเองนะทำไมถึงต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตให้คุ้มก็ต้องมาถูกกระทืบตายเสียก่อน ช่างน่าเจ็บใจนัก!
สิงเทียนกอดอกพลางกล่าว “เ้าจะตอบข้าได้หรือยัง ว่าทำไมถึงขโมยโอสถทิพย์ไป มีเหตุอันใดให้เ้าต้องทำเช่นนี้ หรือแท้จริงแล้ว มีผู้อยู่เื้ัคอยชักใยให้เ้าทำตาม”
ซิ่วอิงเอาหัวโขกพื้น “ข้าน้อยไม่ได้ทำขอรับ ข้าไม่รู้เื่สักนิด ไม่เคยคิดเื่เลวทรามเช่นนั้น ไม่อาจหาญถึงขั้นขโมยของสำคัญของท่านแน่นอน ข้าน้อยไม่ได้ทำจริง ๆ นะขอรับ!”
สิงเทียนกัดฟันกรอดเหลือบมองนู่เฉินทีหนึ่ง ฝ่ายนั้นค้อมกายรับคำสั่งเดินตรงไปยังคนที่นั่งหัวหดทันที ซิ่วอิงตาเหลือกและกำลังจะคลานหนี แต่ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ฝ่ายนั้นก็หวดลำแข้งใส่กลางหลังเขาเต็ม ๆ จนทั้งตัวกระเด็นไปไกล
ผู้เคราะห์ร้ายรู้สึกจุกในอกเหมือนมีก้อนบางอย่างติดอยู่ที่คอหอย ท่าเตะเมื่อครู่นู่เฉินต้องใส่เต็มแรงแน่ หากเป็ผู้อื่นคงกระดูกหักกระอักเืคำโตไปแล้ว แม้จะไม่รู้สึกว่าาเ็หนักแต่ความรู้สึกที่ถูกเตะมันก็เจ็บมากอยู่ดี ลอบกลืนน้ำลายลงคอก็ไม่มีกลิ่นเจือสนิม ดูท่าดวงเขาในชาตินี้คงแข็งอยู่พอควร
โล่งใจได้ไม่ทันไรสิงเทียนก็เดินเข้ามาใกล้เขา เอามือไพล่หลังก้มมองด้วยสายตาสุดแสนจะรังเกียจ ซิ่วอิงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ หากเป็ต้นฉบับดั้งเดิม พระเอกต้องสั่งให้ลูกสมุนตะลุมบอนเขาจนตายไปแล้ว แต่เมื่อครู่แค่ถูกนู่เฉินเตะไปทีเดียว และขณะนี้ทั้งสามกำลังจับจ้องมาที่ตนโดยไม่รู้ความหมาย สายตาหกคู่จ้องเขาไม่วางตายิ่งทำให้ใจหวิวไปใหญ่
สิงเทียนผ่อนลมหายใจ เหมือนว่าเขาจะเริ่มอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแล้วที่เห็นอีกฝ่ายหน้าซีดเผือด ทั้งตัวสั่นงันงกอย่างคนขลาด เขาเอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เ้าจะยอมรับหรือไม่ว่าเป็คนขโมยโอสถทิพย์ของข้าไป แล้วยังแอบเปิดตำราของข้าอ่านอีก เ้าลักลอบฝึกวิทยายุทธ์ บ่มเพาะพลังเพื่อให้ตนเองแข็งแกร่ง และมีความคิดจะหักหลังข้า”
ซิ่วอิงยังคงปฏิเสธเช่นเดิม ถึงแม้นเขาจะถูกเตะสั่งสอนไปหยก ๆ แต่เขานั้นไม่ได้เป็คนทำจริง ๆ จึงได้แต่บอกออกไปตามตรง
“คุณชายขอรับ! ข้าน้อยมิได้กระทำเื่เช่นนั้น จริงอยู่ที่ข้าแอบอ่านตำราของท่านและลักลอบฝึกวิชา แต่ข้าไม่ได้ขโมยโอสถและไม่มีความคิดที่จะหักหลังท่านด้วย คุณชายได้โปรดเชื่อข้านะขอรับ!”
เขายอมรับในส่วนนี้ไปตามตรง พยายามขอโทษอีกฝ่ายเต็มที่ถึงขั้นเอาหัวโขกพื้นจนเือาบหน้า ต่อให้โลกนี้จะเป็นิยายต้นฉบับแต่ใครหน้าไหนมันจะกล้าลองดีกับตัวเอกกันเล่า! สู้เกาะขาเอาตัวรอดไม่ดีกว่ารึ! เขาสู้อุตส่าห์พยายามหาวิธีเปลี่ยนจุดจบ แล้วเหตุใดถึงตกเป็เป้าเช่นนี้ได้ แถมโดนเข้าใจผิดคิดว่าเป็หนอนบ่อนไส้อีก นี่มันอะไรวะเนี่ย!
สิงเทียนเรียกสมุนอีกคน “หูเซิน ตัดมือทั้งสองข้างของมันออก”
“หา!”
ซิ่วอิงใจสลายรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ลุกขึ้นวิ่งทันที แต่โชคไม่ดีเพราะเขาดันถูกหนวยเฉินดักหน้าไว้ก่อน หนวยเฉินคือสมุนคนที่สามของสิงเทียนเป็เทพวานรที่ว่องไว ต่อให้วิ่งเร็วแค่ไหนก็ไม่อาจรอดพ้นจากเงื้อมมือเทพตนนี้ไปได้อยู่ดี
เขาถูกหิ้วตัวกลับมายังที่เดิม สองสมุนจับแขนสองข้างไว้แน่นไม่อาจดิ้นขัดขืน ส่วนอีกหนึ่งยกดาบขนาดใหญ่ขึ้นเหนือหัว ก่อนจะฟันฉับลงมายังข้อมือบางจนแขนทั้งสองข้างชาดิก ซิ่วอิงใลืมความเจ็บจนสิ้น เืพุ่งกระฉูดราวกับน้ำไหล หลังจากผ่าน่ใมาได้ ความเ็ปรวดร้าวจึงเริ่มก่อตัว
อ้ากกกกกก!!
เขาแหกปากลั่น นอนดิ้นตะเกียกตะกายอยู่ในสนามฝึก สิงเทียนจ้องมองสภาพที่น่าเวทนา
ของคนตรงนั้นโดยไม่แสดงอารมณ์ใดออกมา ก่อนจะหมุนกายไปกระซิบบางอย่างกับหนึ่งในลูกสมุน ทางฝั่งของซิ่วอิงร้องจนเจ็บคอและเพราะเสียเืมากเกินไปเขาจึงหมดสติในเวลาต่อมา