การเริ่มต้นทำงานในสัปดาห์ที่สองของปีใหม่เต็มไปด้วยความคึกคัก แผนกการตลาดได้รับอนุมัติงบประมาณสำหรับแคมเปญใหญ่ประจำไตรมาสแรก ปกป้องเรียกประชุมทีมเพื่อแบ่งงาน และจงใจมอบหมายให้มินตราจับคู่ทำงานวิจัยวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคร่วมกับนนท์พนักงานใหม่ โดยให้เหตุผลต่อหน้าทุกคนว่าเพื่อให้พนักงานใหม่ได้เรียนรู้งานจากผู้มีประสบการณ์ทำงานจริงอย่างมินตราได้รวดเร็วที่สุด
ตลอดหลายวันที่ต้องทำงานร่วมกัน มินตราค้นพบว่านนท์เป็คู่คิดที่ดีมาก ชายหนุ่มมีความคิดสร้างสรรค์และพลังงานล้นเหลือ ทั้งคู่ช่วยกันจัดระเบียบข้อมูล วางโครงร่างรายงาน และแลกเปลี่ยนไอเดียกันอย่างราบรื่น โต๊ะทำงานของทั้งสองเต็มไปด้วยแผ่นจดบันทึกสีสันสดใสและร่างเอกสารที่พิมพ์ค้างไว้ มินตรารู้สึกว่าการทำงานในแต่ละวันดูลดความกดดันลงไปมาก ความสดใสร่าเริงของนนท์ช่วยดึงให้จิตใจที่หม่นหมองช้ำรักของเธอได้รับการเยียวยาทีละน้อย เด็กสาวหัวเราะได้อย่างเป็ธรรมชาติกับมุกตลกฝืด ๆ ของนนท์ที่คอยงัดมาหยอกล้อแก้เครียดระหว่างคีย์ข้อมูล
"มินต์เก่งจังเลยครับ จัดกลุ่มข้อมูลพวกนี้แปดนาทีก็เสร็จแล้ว ถ้าเป็ผมทำเองคงมึนไปครึ่งวันแน่ ๆ" นนท์เอ่ยปากชมพลางขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้เพื่อชะโงกดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอ ฝ่ามือหนาของเด็กหนุ่มแตะลงบนพนักพิงเก้าอี้ของมินตราแ่เบาด้วยท่าทีสนิทสนมที่เป็ธรรมชาติ
"ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะนนท์ มินต์ทำมาหลายรอบแล้วเลยจับจุดถูกเฉย ๆ ถ้านนท์ฝึกทำบ่อย ๆ ก็จะเก่งกว่ามินต์แน่นอนค่ะ" มินตราหันไปส่งยิ้มหวานตอบ แววตากลมอิ่มฉายความอบอุ่นผ่อนคลาย
โดยที่ทั้งคู่ไม่ทันรู้ตัว ทุกท่วงท่าการขยับใกล้ชิด เสียงหัวเราะกระซิบกระซาบ และรอยยิ้มแสนหวานของมินตรา ตกอยู่ในสายตาของใครบางคนที่ยืนจ้องมองอยู่เงียบ ๆ หลังม่านกระจกของห้องทำงานผู้บริหาร ปกป้องยืนกอดอกแน่น ั์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังมือของนนท์ที่วางอยู่บนเก้าอี้ของมินตราด้วยความตึงเครียดรุนแรง ลมหายใจของหัวหน้าแผนกหอบกระชั้นขึ้นด้วยไฟหึงหวงที่แผดเผาหัวใจจนร้อนรุ่ม เขาได้แต่กดข่มอารมณ์ดิบไว้ในใจ พยายามทำหน้าที่หัวหน้างานต่อไปทว่าความเงียบขรึมของเขากลับทวีความกดดันมากขึ้นจนทุกคนในแผนกััได้
---
ความสนิทสนมที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็วของเด็กหนุ่มสาวคู่ใหม่ในแผนกไม่เพียงแต่รบกวนใจของปกป้องเท่านั้น ทว่ายังตกเป็เป้าสายตาของ 'แพรว' รุ่นพี่สาวจอมจับผิดผู้ทะเยอทะยาน แพรวสังเกตเห็นรังสีความตึงเครียดของปกป้องที่แผ่ออกมาทุกครั้งยามหันมองโต๊ะทำงานของมินตราและนนท์ รวมถึงท่าทางหวงก้างและแรงหึงเงียบ ๆ ของหัวหน้าแผนก
่บ่ายของวันพฤหัสบดี มินตราเดินเลี่ยงเข้าไปชงเครื่องดื่มร้อนในห้องแพนทรีเพียงลำพังเพื่อพักสายตา เด็กสาวกำลังยืนรอฟองนมร้อนในแก้วอย่างเหม่อลอย ทันใดนั้น แพรวก็ก้าวเท้าเดินเข้ามาในห้องครัวเล็ก ๆ กลิ่นน้ำหอมโทนหวานเข้มของรุ่นพี่สาวโชยมาก่อนตัว แพรวยืนพิงเคาน์เตอร์ครัว ถือถ้วยกาแฟในมือส่งยิ้มมุมปากที่ดูลึกลับจับผิดมาให้
"ทำงานคู่กับน้องใหม่ดูเข้าขากันดีจังเลยนะจ๊ะน้องมินต์" แพรวเอ่ยทักน้ำเสียงประชดประชันเบา ๆ "พี่เห็นคุยกันกะหนุงกะหนิง หัวเราะคิกคักกันทั้งวัน น้องมินต์นี่เสน่ห์แรงจริง ๆ เพิ่งมีคนใหม่เข้ามาก็คว้าใจไว้ได้อยู่หมัดเลย"
มินตราสะดุ้งตัวน้อย ๆ ร่างกายบางเกร็งขึ้นมาทันที เธอรีบหันไปหาแพรวด้วยรอยยิ้มเจื่อนพยายามคุมน้ำเสียงให้ปกติ "ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอกค่ะพี่แพรว มินต์กับนนท์เราแค่คุยกันเื่ข้อมูลรายงานแคมเปญใหม่เฉย ๆ ค่ะ นนท์เขาหัวไวและอัธยาศัยดีด้วย"
"เหรอจ๊ะ... คุยเื่งานแต่หัวเราะหวานขนาดนั้น พี่เห็นแล้วยังแอบอิจฉาเลย" แพรวหัวเราะแ่เบาในลำคอ แววตาจิกคมกริบกวาดมองใบหน้าของมินตราดั่งกำลังตรวจหาพิรุธ "แต่น้องมินต์ต้องระวังหน่อยนะจ๊ะ วางตัวสนิทกันเกินไปในออฟฟิศมันดูไม่ค่อยงามเท่าไหร่ ยิ่งแผนกเรามีหัวหน้าแผนกที่เข้มงวดเื่วินัยด้วย... พี่แอบเห็นคุณปกป้องหันมามองโต๊ะเราบ่อย ๆ หน้าตานี่ดูตึงเชียวล่ะ ระวังจะโดนเตือนเื่การวางตัวนะจ๊ะ เดี๋ยวหาว่าพี่สาวคนนี้ไม่เตือน"
คำพูดกึ่งเตือนกึ่งจับผิดแฝงการคุกคามของแพรวทำให้หัวใจของมินตราหล่นวูบ ร่างกายรู้สึกเย็นวาบั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า เด็กสาวกำหูแก้วกาแฟแน่นจนปลายนิ้วขาวซีดด้วยความหวาดกลัวลึก ๆ ว่าแพรวอาจเริ่มสังเกตเห็นความสัมพันธ์ลับของเธอกับปกป้อง หรือไม่ก็กำลังพยายามจุดกระแสข่าวลือเพื่อทำลายชื่อเสียงของเธอ
"ค่ะพี่แพรว ขอบคุณที่ช่วยเตือนนะคะ มินต์จะระวังตัวและระมัดระวังการวางตัวให้มากกว่านี้ค่ะ" มินตราฝืนพยักหน้ารับคำอย่างสุภาพ ก่อนจะรีบประคองแก้วเครื่องดื่มเดินเลี่ยงออกจากห้องแพนทรีไปรวดเร็ว ปล่อยให้แพรวยืนมองตามแผ่นหลังบางด้วยรอยยิ้มพึงพอใจและแววตาระแวดระวังจับตา
---
บรรยากาศยามเย็นของวันนั้น ออฟฟิศเริ่มเงียบสงัดลงพนักงานทยอยกลับบ้านไปเกือบหมด เหลือเพียงแสงไฟสลัวไม่กี่ดวง มินตราจัดการจัดเก็บเอกสารรายงานตัวสมบูรณ์จัดใส่แฟ้มเรียบร้อยเพื่อเตรียมนำไปส่งตรวจ เด็กสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะก้าวเดินไปเคาะประตูห้องทำงานของปกป้องแ่เบา
"เข้ามาได้" เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉียบดังตอบรับจากด้านใน
มินตราเปิดประตูเข้าไปและปิดลงอย่างเงียบงัน ปกป้องนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ชายหนุ่มถอดแว่นสายตาวางไว้ข้างตัว ใบหน้าหล่อเหลาคมขรึมดูเ็าและตึงเครียด แสงไฟสีนวลจากโคมไฟตั้งโต๊ะฉายกระทบใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขาทำให้ดูดุดันเดาใจยาก มินตรารู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เธอเดินเข้าไปวางแฟ้มรายงานลงบนโต๊ะ
"รายงานวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคตัวสมบูรณ์ที่มินต์กับนนท์ช่วยกันทำเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะคุณปกป้อง" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็ทางการ รักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัย
ปกป้องไม่แม้แต่จะปรายตาดูแฟ้มรายงานเล่มนั้น ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างใหญ่สง่าก้าวเดินช้า ๆ อ้อมมาล็อกประตูห้องทำงานเสียงดัง *คลิก* ท่ามกลางความใของมินตราที่เบิกตากว้าง
"พี่ป้อง... ล็อกประตูทำไมคะ เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นจะดูไม่ดีนะ" มินตราเอ่ยกระซิบเสียงสั่น พยายามก้าวถอยหลังรักษาระยะห่าง
"ทำไมต้องกลัวคนอื่นเห็นขนาดนั้นล่ะมินต์? กลัวเด็กใหม่คนนั้นจะมาเจอหรือยังไง?" ปกป้องเอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบทว่าแฝงกระแสไฟหึงรุนแรง ชายหนุ่มสาวเท้าเข้าหาต้อนร่างบางจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดติดกับตู้เอกสารไม้หนาหมดทางหนี
"ไม่ใช่นะคะ นนท์เขาเป็แค่เพื่อนร่วมงาน มินต์แค่ทำตามหน้าที่พี่เลี้ยงตามที่พี่ป้องสั่งงานเอง" มินตราพยายามชี้แจง แววตากลมอิ่มสั่นระริกอ้อนวอนคนตรงหน้าให้ใจเย็น
"เพื่อนร่วมงานงั้นเหรอ? เพื่อนร่วมงานแต่คุยสนุกสนานยิ้มแย้มสดใสขนาดนั้นเชียว? พี่ไม่เคยเห็นมินต์ยิ้มกว้างแบบนั้นในออฟฟิศนี้เลยนะมินต์... ทำไมเวลาอยู่กับพี่ต้องเกร็งกลัวคอยปิดบัง แต่กับมันทำไมคุยง่ายดายขนาดนั้นล่ะ หืม?" ปกป้องถามเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนหอบกระชากเป่ารดหน้าผากมน สองมือหนาตะปบกักตัวเธอไว้กับผนังตู้เอกสาร บีบคั้นอารมณ์และกดดันเธอจนมุม
"มินต์อึดอัด... พี่ป้องก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเรามันบอกใครไม่ได้ มินต์ต้องระแวงกลัวคนจับได้ตลอดเวลา แต่นนท์เขาเป็แค่เพื่อนร่วมงาน มินต์เลยผ่อนคลายเฉย ๆ ไม่มีอะไรเกินเลยจริง ๆ นะคะ" น้ำตาใสเอ่อล้นสั่นคลอนหัวใจคนฟัง
คำสารภาพถึงความอึดอัดใจของมินตราแทนที่จะทำให้ปกป้องอ่อนลง กลับยิ่งปลุกเร้าความหวงแหนคลุ้มคลั่งและสัญชาตญาณความเป็เ้าของให้ทะยานถึงขีดสุด ชายหนุ่มโถมตัวเข้าหาดึงร่างบางเข้ามากอดรัดแแ่จนแทบไร้ช่องว่าง ใบหน้าคมซุกลงบดเบียดริมฝีปากหนาทาบทับลงบนกลีบปากอิ่มอย่างรุนแรงเอาแต่ใจ
จูบครั้งนี้ไม่ใช่อ่อนโยนทว่าดุดันเต็มไปด้วยไฟหึงหวงและการสั่งสอน ปกป้องขบเม้มเรียวปากบางอย่างรุนแรงดูดดึงความหวานล้ำคุกคามจนมินตราครางอู้อี้ในลำคอ มือหนาบีบเฟ้นหัวไหล่มนรั้งกายเธอให้แอ่นรับจูบร้อนแรงทว่าเจือปนความเ็ปลึกซึ้ง มินตราพยายามขัดขืนด้วยการดันอกเขาไว้ในตอนแรก ทว่าความโหยหาและความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดันก็ทำให้ร่างกายบางละลายอ่อนระทวยยอมจำนนจูบตอบสนองความปรารถนาอันปวดร้าวของเขาอย่างลืมตัว
ในวินาทีที่อารมณ์รักรักใคร่กำลังโชติ่จนสติเตลิดเปิดเปิง
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังกดดันขึ้นกะทันหัน พร้อมน้ำเสียงเฉียบของแพรวที่ดังแทรกผ่านแผ่นไม้เข้ามา
"คุณปกป้องคะ... พอดีคุณรินรดาโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาที่เครื่องกลางบอกว่าติดต่อคุณปกป้องไม่ได้ เลยอยากรบกวนคุณปกป้องโทรกลับด่วนเื่ลูกสาวคนเล็กไม่สบายค่ะ"
เสียงนั้นเปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่ราดลงบนเปลวไฟร้อนระอุ ทั้งสองร่างสะดุ้งตัวผละออกจากกันทันที มินตราใจเต้นรัวะเิใบหน้าหวานแดงซ่านปนซีดเผือดด้วยความตระหนกใอย่างรุนแรง เธอรีบก้มหน้าจัดระเบียบปกเสื้อเชิ้ตที่ยับย่นและจัดทรงผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่ด้วยปลายนิ้วสั่นเทาคล้ายคนทำความผิดร้ายแรง
ปกป้องปรับสีหน้าขรึมเ็าและจัดเนกไทให้เนี้ยบกิ๊กภายในไม่กี่วินาทีอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มสูดหายใจลึกข่มอารมณ์พลุ่งพล่าน ก่อนจะก้าวเดินไปเปิดประตูห้องทำงานออกกว้าง
"ขอบคุณมากครับคุณแพรว เดี๋ยวผมจะรีบโทรกลับเดี๋ยวนี้ครับ" ปกป้องเอ่ยเสียงทุ้มเรียบนิ่งไร้พิรุธ
แพรวยืนอยู่หน้าประตู แววตาคมกริบจิกมองเข้าไปด้านในห้องทำงานทันที สายตารุ่นพี่สาวกวาดมองใบหน้าแดงก่ำของมินตราที่ยืนก้มหน้านิ่งเลี่ยงสายตาและมือเรียวที่ยังคงจิกเกร็งกระโปรงแน่น ก่อนจะตวัดมองท่าทางเนี้ยบขรึมของปกป้อง แพรวยกยิ้มมุมปากแปลก ๆ ที่สื่อความหมายลึกซึ้ง
"ค่ะ... งั้นแพรวขอตัวกลับก่อนนะคะ น้องมินต์ทำงานดึกระวังสุขภาพด้วยนะจ๊ะ ดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะ" คำพูดของแพรวแฝงความเหน็บแนมอย่างชัดเจนก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
มินตราเอ่ยลาเสียงแ่เบาแทบไม่ได้ยิน เด็กสาวหันมาสบตาคมกริบของปกป้องเป็ครั้งสุดท้าย แววตาคมของชายหนุ่มมีกระแสความกังวลและสั่งเตือนให้เธอเก็บงำความลับนี้ไว้ มินตราก้าวเดินก้มหน้ากึ่งวิ่งออกจากห้องทำงานส่วนตัวของเขาออกมาที่โต๊ะทำงานของเธอทันที ร่างบางสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกกดดันและเหนื่อยล้าจนแทบหมดแรง ความจริงตอกย้ำให้ตระหนักอีกครั้งว่าภัยอันตรายรอบตัวและสายตาคอยจับผิดกำลังเริ่มบีบคั้นกรงขังความลับของเธอกับเขาให้พังทลายลงในไม่ช้า...
แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าสายตาจับผิดรอบตัว คือความกริ้วโกรธจากแรงหึงหวงของปกป้องที่พร้อมจะะเิออกมาทุกวินาที... และมินตราไม่มีวันคาดคิดเลยว่า ในวันรุ่งขึ้น ความหวงก้างของเขาจะนำพาบทเรียนรักอันดุดัน เอาแต่ใจ และร้อนแรงเกินต้านทาน หลังบานประตูห้องประชุมที่ถูกลงกลอนอย่างแ่า...