ภพ์
เทียนจวินและเทพาุโถูกพลังมารกำบังตาชั่วขณะหนึ่งจึงไม่ทันสังเกตว่าจอมมารเล่นแร่แปรธาตุหลบหนีตามสังหารคนของตัวเอง
ร่างมารของกงจื่อเย่ที่อยู่บนแดนมนุษย์ดูดกลืนพลังชีวิตผู้คนเป็อาหารทำให้พลังความชั่วร้ายของเขาในร่างมารบน์เพิ่มขึ้นด้วย
แท่นเสาศักดิ์สิทธิ์ที่ผูกมัดเขาเอาไว้ถูกกงจื่อเย่สั่นะเืเล็กน้อยให้อีกฝ่ายใเล่นในใจมองว่าพลังเทพเซียนเ่าั้ช่างเหมือนเด็กน้อยไม่มีผิด
เขาสั่งการหลิวอิงอิงค้นหาคำตอบว่าเทพาเล่นกลอันใดกับตัวเขาก่อนที่ร่างจะสลายพลางจ้องหน้าเทพวายุด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“ดวงตาสีฟ้า เรือนผมสีขาว เหมือนกันมากทีเดียว” กงจื่อเย่หัวเราะลั่นแม้จะยังไม่เคยพบหน้าเทพดาราตัวจริงมาก่อนแต่ภาพที่เห็นจากรายงานของโจวเหวินหลงก็ทำให้เข้าใจอย่างหนึ่ง
ไม่ว่านางจะลงมาเกิดเป็ผู้ใด หากแต่รูปลักษณ์ของนางไม่เคยเปลี่ยน
จอมมารอยากโอ้อวดผู้เป็พี่ชายของนางแทบใจจะขาดว่าเขาเข้าใกล้น้องสาวสุดที่รักของอีกฝ่ายมากแค่ไหนแต่กลับต้องอดใจไว้เพราะถ้าเทพ์รู้ตัวคงแห่กันลงไปในแดนมนุษย์เป็แน่
ร่างมารในแดนมนุษย์ดูดกลืนพลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนแข็งแกร่ง เวลานี้เขาเพียงแค่รอจังหวะที่เหมาะสมสังหารปรปักษ์ตนเองได้เมื่อได้ก็ไม่ต้องแสร้งเล่นละครอ่อนแอ ค่อยทำลายแท่นเสาศักดิ์สิทธิ์แล้วกำราบสรรพสิ่งบนภพ์
สวีต้าเฟิงยังคงมองไม่ออกว่าจอมมารมีแผนอันใดเพราะม่านศักดิ์สิทธิ์คุ้มกันต้นไม้แห่งโชคชะตายังคงอยู่และหลิวอิงอิงก็รามือไปโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
ดวงตาสีฟ้าจ้องมองดวงตาสีม่วงแดงของคนตรงหน้าราวกับ้าค้นหาสิ่งที่อยู่ในความคิดของเขาแต่กลับได้เห็นแค่รอยยิ้มยียวนกวนประสาท
แม้จะมีท่าทีทรมานเพราะพลังเทพกดทับ หากแต่กงจื่อเย่ยังมีหน้ามาถามสวีต้าเฟิงว่า“เล่าเื่น้องสาวของเ้าให้ข้าฟังได้หรือไม่”
“...” เทพวายุเลิกคิ้วไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน
“เหตุใดนางจึงสามารถสังหารข้าได้” เขาไม่ยอมแพ้ พ่นคำถามอีกชุดใหญ่
“...”สวีต้าเฟิงไม่จำเป็ต้องบอกความลับ์ให้จอมมารล่วงรู้เพื่อความปลอดภัยของน้องสาวยามลืมสิ้นทุกความทรงจำและพลังเทพ
“เหตุใดเทพ์จึงไร้มารยาทเช่นนี้ เพราะข้าเป็มารพวกเ้าจึงไม่อยากเสวนาด้วยอย่างนั้นหรือ” ดวงตาสีม่วงแดงจ้องเทพวายุไม่ลดละ
“...”ทุกคนต่างเงียบใจจดจ่อกับการต้านทานพลังมารปีศาจที่กงจื่อเย่แผ่ออกมาไม่หยุดหย่อน
“มารดามันเถอะ” เขาสบถพลางแสยะยิ้มคันปากอยากเล่าสิ่งที่ตนเองเพิ่งพบเจอแทบทนไม่ไหวจึงปรายหางตามองรอบตัวหาที่ระบาย
สายตาหยุดลงตรงเซียนน้อยผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักเสื้อผ้าอาภรณ์ที่นางสวมใส่ดูแล้วคล้ายอยู่ในตำหนักเทพดาราก็ไม่ปานกงจื่อเย่ง้างมือออก หากแต่ลำคอของนางกลับมีไอสีดำล้อมรอบ
เมื่อเขายกมือสูงขึ้น ร่างเซียนน้อยก็ลอยจากพื้นด้วยเช่นกัน
“ข้าอยากฟังเื่ของเทพดารา จะบอกข้าสักนิดได้หรือไม่”น้ำเสียงราวขอร้องอ้อนวอนแต่การกระทำตรงกันข้ามแรงบีบรัดจำนวนมหาศาลทำให้นางหน้าถอดสี
สวีต้าเฟิงปากระบี่ประจำกายลอยลิ่วเพื่อช่วยเหลือนางแต่กลับถูกพลังของหลิวอิงอิงสะบัดหนีนางยิ้มให้คู่ปรับด้วยความเ้าเล่ห์ก่อนจะตวัดแส้มาทางเขาพร้อมเข้าสู้รบตบมืออีกครั้ง
จอมมารไม่สนใจสิ่งอื่นใดมองเพียงแค่เซียนน้อยตรงหน้าที่กำลังจะแหลกสลายคามือเ็ปถึงเพียงนั้นนางกลับไม่ปริปากพูดเื่ของเทพดาราสักคำ
ความอดทนของเขามีขีดจำกัดยิ่งทุกคนตั้งใจเมินเฉยคำถามของเขาก็ยิ่งต้องหาที่ระบายก่อนจะอดทนแสดงละครต่อไปไม่ไหว
การเชือดเฉือนสังหารให้เหล่าเทพเซียนที่อยู่ตรงนั้นเห็นความสามารถของเขาจึงเป็อีกสิ่งหนึ่งที่พอจะทำได้
“ให้โอกาสพูดแล้วไม่พูด เช่นนั้นจงดับสูญไปเสีย”จอมมารแสยะยิ้มกำมือจนสุดแรงบีบร่างเซียนลึกร้าวถึงแก่นิญญาจนกลายเป็เถ้าธุลี
ไร้ซึ่งแก่นิญญา เซียนน้อยผู้นั้นไม่อาจฟื้นกลับคืนได้อีกต่อไป
อารมณ์คุกรุ่นยังคงไม่จางหาย เขาเลือกเหยื่อที่แสนอ่อนแอจากภพ์อีกหลายสิบในเวลาเดียวกันทำเช่นเดิมอย่างที่เคยทำกับเซียนน้อยเมื่อครู่
“ตอบคำถามข้า” จอมมารขู่พวกเขาให้หวาดกลัว “ชีวิตพวกเ้าเลือกเอาเถิด” เขาทิ้งท้ายไว้เท่านั้นแต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครเอ่ยตอบสิ่งที่เขาอยากรู้แม้แต่คนเดียว
จังหวะที่เขากำลังทำลายแก่นิญญาเซียนห่าธนูจากคันศรเทพร่วงโรยลงมายังเบื้องล่าง บาดร่างมารของกงจื่อเย่จนได้เืปวดแสบปวดร้อนไปทั่วร่างจนปล่อยเซียนตัวน้อยพวกนั้นหลุดมือไป
กงจื่อเย่หันขวับไปมองคนที่มาใหม่เทพปฐีห่าวอู๋ง้างคันศรรออยู่อีกฟากหนึ่งสบตากันเพียงครู่แล้วปล่อยลูกศรยิงยาวข้ามกองทัพ์เสียดทะลุอกจอมมารทันที
“ลอบกัดเก่งเสียจริง” แววตาเดือดดาลปรากฏพร้อมพลังมารพลางคิดในใจว่า เห็นทีจะทนเล่นละครต่อไปไม่ได้แล้ว
จอมมารหงายฝ่ามือหลอมรวมพลังเปิดประตูข้ามแดนเรียกขุนพลมืดจากภพมารกลิ่นอายปีศาจกระจายไปทั่วบริเวณ ทั้งเหม็นเน่า เยือกเย็น และชั่วร้าย
กองทัพเงาสีดำเคลื่อนขบวนตามคำสั่งเ้านายไปทางเทพปฐีซึ่งเป็ผู้นำกองทัพ์คนใหม่
ฝ่ายนั้นเห็นท่าทางโกรธเกรี้ยวและบรรยากาศดุเดือดของกงจื่อเย่แล้วยิ้มมุมปากพลางหันไปมองเทพสายฟ้าิเซียน “ระวังตัวด้วยเล่า มารน้อยนั่นฝีมือไม่เบา”
“ข้ารู้แล้วน่า” ิเซียนกำกระบี่สายฟ้าไว้ในมือสั่งกองทัพ์แปรขบวนต้านทานขุนพลมืดล่อพวกมันไปอีกทางหนึ่งให้ไกลเพื่อที่จอมมารจะไม่สามารถควบคุมได้ดังใจ
เสียงะโของห่าวอู๋ดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหล “เทียนจวิน ผู้าุโพวกท่านอย่าเพิ่งหมดแรงไปเสียก่อนเล่า”
อาวุธเทพาอยู่ในมือของเขาห่าวอู๋ชูหอกสามง่ามขึ้นเหนือหัวแล้วฟาดลงมาเป็ทางยาวเสียงดังเปรี๊ยะลั่นเลื่อนจากตรงที่เขาอยู่ะเิตามทางจนมาถึงแท่นเสาศักดิ์สิทธิ์ที่ผนึกจอมมารเอาไว้อย่างจัง
ร่างมารของกงจื่อเย่กระเด็นห่างไปสิบจั้งแรงโจมตีเฉือนแขนข้างซ้ายจนหลุดห้อย
“เฮอะ” จอมมารไม่คาดคิดว่าอาวุธเทพเล่มนี้จะทะลวงเกราะกำบังของเขาได้
ทว่าผู้าุโกลับโวยวายห่าวอู๋ทันทีที่เห็นแท่นเสาศักดิ์สิทธิ์แตกละเอียด“เ้าทำอันใดลงไป!!!”
“กำจัดจอมมารอย่างไรเล่า” เ้าตัวเลิกคิ้วตอบ ไม่แยแสสิ่งใดนิสัยกวนประสาทยียวนผู้าุโยังคงเหมือนเดิมถ้าไม่ติดที่พี่ชายเป็เทียนจวินคงถูกเตะลงมาจาก์นานแล้ว
หากไม่ใช่เพราะว่าภพ์ถูกรุกราน ป่านนี้แล้วเทพเืร้อนชวนหาเื่จะยังคงถูกกักบริเวณอยู่ในเกาะเซียนอีกนับพันปี
“นี่พวกท่านคงไม่ได้คิดว่าเสาเปราะบางนี่จะผนึกเ้านั่นได้ใช่หรือไม่”ห่าวอู๋ทำสีหน้าไม่เชื่อตาตัวเองล้อเลียนผู้าุโที่ส่งเขาไปลงเกาะ
“ห่าวอู๋!!!” เสียงเข้มเตือนให้น้องชายเพลา ๆ นิสัยเช่นนั้นอย่างไรเสียภพ์ก็อยู่ในา แม้ห่าวอู๋จะไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใดทั้งยังบ้าระห่ำคิดสะบั้นศัตรูแหลกหลาญ แต่จอมมารผู้นี้ก็ไม่ธรรมดา
แม้เทพปฐีจะเป็หนึ่งในสิบเทพ์ที่มีพละกำลังเหนือชั้นแต่ก็ไม่อาจประมาทได้
กงจื่อเย่มองศัตรูผู้มาใหม่ตาขวางเพราะประเมินกำลังพลาดไปก่อนจะร่ายพลังมารรักษาร่างที่ฉีกขาดของตนเองแล้วเรียกดาบเขี้ยวอสูรกลับมา
“เทียนจวิน อย่าเพิ่งดุข้านักเลย ดูสิ มารเด็กน้อยนั่นฟื้นแล้ว”ห่าวอู๋อายุมากกว่าจอมมารหลายพันปี ย่อมมองว่าคนตรงหน้าเหมือนเด็กแรกเกิดไม่เก็บมาใส่ใจด้วยซ้ำ
“เฮอะ มารเด็กน้อยอย่างนั้นหรือ”จอมมารเบื่อหน่ายเต็มทนที่มีใครมาเรียกเขาเช่นนั้นจึงกัดฟันกรอดเืขึ้นหน้าเล็งปลายดาบเขี้ยวอสูรไปทางห่าวอู๋ “ชังน้ำหน้ายิ่งนัก”