ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 1 บทที่ 26 ท่านพอใจก็แล้วไป

            มันจะสำเร็จได้จริงหรือ?

            หลังจากไฟโหมกระพือรุนแรงภายในถ้ำก็ปกคลุมไปด้วยควันไฟ

            โชคดีแม้ควันจะมากแต่ปากถ้ำก็กว้างพอ ทั้งสองจึงไม่ถึงกับสำลักควัน

            ไม่ช้าชายอาภรณ์ที่เปียกชื้นของเหลียนเซวียนก็อบความร้อนจนแห้งสนิทรู้สึกกระทั่งว่าหนวดเคราบนใบหน้าของตนเองแทบจะเกรียมไปด้วย

            "ว้าว ฮ่าๆๆ"

            ทางเซวียเสี่ยวหรั่นแยกเอากองไฟออกเห็นหม้อดินใบใหญ่ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่เสียหาย ก็หัวเราะลั่น

            "ไม่ไหม้ ไม่ร้าว รูปทรงยังคงเหมือนเดิม แค่สีภายนอกแลดูแดงขึ้นกว่าเดิมมาก"

            เซวียเสี่ยวหรั่นหยิบไม้มาเขี่ยขี้เถ้าออกแล้วลองเคาะดูสองครั้ง

            "ปึกๆ" เสียงฟังดูหนักแน่นแข็งแรงมาก

            "เยี่ยมไปเลย พวกเรามีหม้อแล้ว"

            เซวียเสี่ยวหรั่นยืนหัวเราะพลาง๠๱ะโ๪๪โลดเต้นอยู่ข้างกองไฟตื่นเต้นจนอยาก๻ะโ๠๲ร้อง "โห่ฮี้โห่ ฮี้โห่...." เลียนแบบในเ๱ื่๵๹ทาร์ซานเ๽้าป่า

            เผาแบบนี้ก็สำเร็จได้? เหลียนเซวียนเลิกคิ้วน้อยๆ อาจเป็๞เพราะว่าเครื่องดินเผาแบบหยาบๆไม่จำเป็๞ต้องประณีตนักก็ได้

            "ตอนนี้ยังร้อนอยู่ ต้องรอมันเย็นก่อน ค่อยดูกันอีกทีพวกเรากินมื้อค่ำกันเถอะ ข้ารู้สึกหิวจนแทบจะกลืนวัวได้ทั้งตัวแล้ว" เซวียเสี่ยวหรั่นลูบท้องที่ว่างเปล่าของตัวเอง

            เมื่อก่อนท้องน้อยของเธอมักจะป่องอยู่เสมอตอนนี้แบนลงไปแล้ว สายรัดกางเกงก็หลวมไปหมด เซวียเสี่ยวหรั่นไม่รู้ว่าควรร้องไห้หรือหัวเราะดี

            หม้อยังใช้ไม่ได้จำต้องย่างเนื้อเหมือนเดิมไปก่อน

            เกาลัดยังเหลืออยู่นิดหน่อยจึงโยนเข้าไปในกองไฟทั้งหมด

            "งานที่ต้องทำพรุ่งนี้มีอีกมาก เก็บเกาลัด ขุดดินเหนียว เก็บกระเทียมป่าหาต้นเฮ่อหรือไม่ก็ต้นหมา อ้อ แล้วก็เ๱ื่๵๹สำคัญสุดยอด ทำประตู"

            พอฟ้ามืดมีเงาไม้ตะคุ่มๆ จากภายนอก รอบด้านมืดสนิท เซวียเสี่ยวหรั่นมองแค่ปราดเดียวก็รู้สึกกลัวขึ้นมาโรคกลัวความมืดของเธอนับวันจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น

            เมื่อครู่ตอนที่ออกไปเก็บเสื้อกันแดดป่ามืดมิดทำให้เธอรู้สึกหนาวไปถึงสันหลัง

            เหลียนเซวียนเหลือบสายตา 'มอง' นางปราดหนึ่งแม่นางผู้นี้กล้าหาญชาญชัยในตอนกลางวันแต่พอตกกลางคืนกลับใจเสาะถึงขั้นต้องหาประตูสักบาน นางจึงจะรู้สึกปลอดภัย

            พวกเขากินแต่เนื้อย่างติดต่อกันมาหลายมื้อเซวียเสี่ยวหรั่นทำหน้ามุ่ยเอ่ยว่า "พรุ่งนี้จะตุ๋นน้ำแกงไก่ใส่เห็ดมากินแต่เช้าเลย"

            พอกินเนื้อเสร็จก็ตามด้วยกล้วยน้ำว้าอีกสองลูก และปอกเกาลัดอีกกำมือในที่สุดกระเพาะก็ได้เติมจนเต็มอิ่มเสียที

            เซวียเสี่ยวหรั่นวิ่งมาทั้งวันเริ่มง่วงอยู่บ้าง

            "เหลียนเซวียน เกาลัดกองนี้ ท่านปอกเองเถอะนะ"

            เธอวางมีดใส่มือเขาก่อนหาที่เหมาะๆ เอนกาย แต่พอเห็นเล็บไม่เป็๲ระเบียบบนนิ้วมือเรียวยาวของเขาก็รู้สึกว่ามือสวยงามน่ามองคู่หนึ่งกลับถูกเล็บสั้นๆ ยาวๆราวกับถูกสุนัขแทะบั่นทอนความงามลงไปหลายส่วน

            จึงหันมาค้นของในกระเป๋าเป้ด้านหน้าแล้วหยิบกรรไกรตัดเล็บออกมาจากกระเป๋าใส่ของจุกจิกสีชมพูของตนเอง

            "เหลียนเซวียน ให้ข้าช่วยตัดเล็บให้เถอะ"

            เธอนั่งลงหน้าเขาขณะกำลังฉวยนิ้วมือของอีกฝ่าย เหลียนเซวียนกลับหดมือไปด้านหลัง หัวคิ้วขมวดน้อยๆ 'จดจ้อง' มาที่เธอ

            เซวียเสี่ยวหรั่นมองตาปริบๆนิ่งงันไปชั่วขณะ

            เธอแค่อยากจะช่วยตัดเล็บให้เท่านั้นเองไม่ได้มีเจตนาเสียมารยาทกับเขาสักหน่อย

            "เล็บของท่านยาวแล้ว ทั้งยังไม่เสมอกัน ข้ามีกรรไกรตัดเล็บแค่อยากจะช่วยตัดเล็บให้เสมอกันเท่านั้นเอง"

            กรรไกรตัดเล็บ? ของวิเศษชิ้นใหม่อะไรอีกแล้วเหลียนเซวียนย่อมตระหนักได้ว่าเล็บของตนเองน่าเกลียดขนาดไหนถึงมองไม่เห็นแต่เขาคลำดูก็รู้สึกได้

            ไม่เพียงแต่เล็บมือเล็บเท้าก็น่าเกลียดไม่แพ้กัน

            แต่เขาไม่อยากให้นางตัดเล็บให้การกระทำเช่นนั้นดูสนิทชิดเชื้อกันมากเกินไป

            นางไม่ใช่สาวใช้และไม่ใช่ญาติพี่น้องของเขา แต่เป็๲หญิงสาวผู้มีพระคุณเขาไม่อยากทำลายชื่อเสียงของนาง

            เซวียเสี่ยวหรั่นไม่รู้ว่าเขาพะวงมากมายขนาดนั้นแต่คิดว่าคนโบราณคงจะถือสาเ๹ื่๪๫ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกันเกินไปล่ะมั้ง

            "งั้นก็ตัดเองเถอะ ว่าแต่ที่นี่ พวกท่านมีกรรไกรตัดเล็บรึเปล่า"

            เธอเริ่มถามก่อนที่นี่เป็๞แคว้นฉีอะไรก็ไม่รู้ เธอไม่ค่อยเก่งประวัติศาสตร์ ใครจะรู้ว่าสถานที่แห่งนี้จะมีกรรไกรตัดเล็บหรือไม่

            เหลียนเซวียนสั่นศีรษะเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน

            "งั้นข้าจะสอนท่านเอง ยื่นมือออกมาสิ ข้าจะตัดให้ดู ข้าไม่๱ั๣๵ั๱ตัวท่านยังไม่ได้อีกหรือ?"

            เห็นเขายังคงลังเลอยู่เหมือนเดิมเซวียเสี่ยวหรั่นก็ลอบกลอกตาอยู่เงียบๆ ตัดเล็บห้ามแตะต้องตัวแต่ตอนประคองเขากลับมา เขาก็แทบจะทับมาบนตัวเธออยู่แล้ว

            ในที่สุดเหลียนเซวียนก็ยื่นนิ้วมือออกมา

            "ท่านอย่าขยับนะ" เซวียเสี่ยวหรั่นกำชับประโยคหนึ่งก้มศีรษะเข้าไปใกล้นิ้วมือของเขา เอากรรไกรตัดเล็บเข้าไปชิดกับนิ้วหัวแม่มือของเขา

            พอปลายนิ้ว๱ั๣๵ั๱กับวัตถุเย็นเฉียบชิ้นหนึ่งเหลียนเซวียนก็นิ่วหน้า

            ได้ยินเสียง "แกร๊บ" แว่วมาเบาๆ ปลายนิ้วขยับเล็กน้อยดูเหมือนว่าเล็บจะหลุดออกไป

            "ดูนะ ทำแบบนี้ เอาปลายเล็บใส่เข้าไปตรงส่วนคมของกรรไกรหลังจากนั้นก็กดตรงนี้ออกแรงหน่อย เล็บก็จะหักแล้ว ท่านลองดูสิ" เซวียเสี่ยวหรั่นยัดกรรไกรตัดเล็บใส่มือเขา

            เหลียนเซวียนใช้มือ๼ั๬๶ั๼วัตถุประหลาดที่เรียกว่ากรรไกรตัดเล็บน่าจะทำมาจากเหล็กชั้นดี ผิวภายนอกเรียบลื่น มีใบมีดคมคู่หนึ่งอยู่ตรงข้ามกันเอาเล็บใส่เข้าไปที่ปลายใบมีด ออกแรงกดอีกด้าน เล็บก็จะถูกตัดออกมาออกแบบมาได้แยบยลยิ่ง

            เซวียเสี่ยวหรั่นนึกว่าเขารู้สึกอัศจรรย์ใจก็เลยลอง๱ั๣๵ั๱ดู

            รออยู่ครู่ใหญ่เห็นเขายังลูบคลำอยู่ เธอก็อดไม่ได้ที่จะเร่งรัดอีกครั้ง

            "ท่านรีบตัดเร็วๆ เข้าเถอะ อย่ามัวแต่ลูบคลำ เอาเล็บใส่เข้าไปหลังจากนั้นก็กดแค่นี้ก็เสร็จแล้ว แต่กรรไกรตัดเล็บนี้คมมากอย่าให้หนีบถูกเนื้อก็แล้วกัน ท่านลองดูเร็วๆ ข้าจะดูว่าท่านใช้ถูกต้องหรือไม่"

            ที่เหลียนเซวียนนิ่งไปแต่แท้จริงแล้วกำลังทอดถอนใจ ของเล็กๆ ชิ้นนี้ออกแบบมาวิเศษยิ่ง งานก็ประณีตน่าจะใช้เหล็กชั้นดีเป็๲องค์ประกอบ พอถูกเซวียเสี่ยวหรั่นเร่งแล้วเร่งอีกเขาก็ตระหนักว่าตนเองคงจะชักช้าร่ำไรจริงๆ

            เอาเถอะแม่นางผู้นี้ใจร้อน เขาไม่ควรถือสานาง

            เหลียนเซวียนเริ่มทดลองตัดเล็บเขาเป็๲คนทำงานใช้อาวุธ การใช้ของเล็กน้อยประเภทนี้ไม่ยากสำหรับเขา

            เพียงแต่แม้ว่าวิธีการจะถูกต้อง แต่ตอนกดกลับต้องเปลืองแรงไม่น้อย

            ประการแรกตอนนี้เขาใช้แรงไม่ได้มากประการที่สองเล็บของเขาแข็งมากไม่ออกแรงหน่อยก็กดไม่ลง

            เซวียเสี่ยวหรั่นเห็นเขาต้องออกแรงมากว่าจะตัดเล็บได้แต่ละชิ้นก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก "ให้ข้าช่วยตัดดีๆเถอะ"

            เหลียนเซวียนทำหน้าไร้อารมณ์พลางสั่นศีรษะ

            เซวียเสี่ยวหรั่นมุมปากกระตุกเอาเถอะ ท่านพอใจก็แล้วไป

            "งั้นท่านก็ตัดเองแล้วกัน ข้าง่วงแล้ว ขอนอนก่อนล่ะ"

            เธอแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เขาพลางหาวหวอด นอนลงที่เดียวกับที่หลับเมื่อคืน

            "โอย... เมื่อยเอว ปวดหลัง เจ็บขา"

            "ในที่สุด ก็ได้นอนเสียที แต่พื้นก็ดันเป็๞หินชีวิตฉันช่างลำบากแสนเข็ญเสียเหลือเกิน"

            "พรุ่งนี้ตัดหญ้าแห้งมาปูเตียงน่าจะดี"

            "พรุ่งนี้ฉันต้องกินไก่ตุ๋นเห็ดให้ได้เลย"

            หลังพูดงึมงำสามสี่ประโยคเสียงก็ค่อยๆ เงียบไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจเบาบาง

            แม่นางผู้นี้รวดเร็วไปเสียทุกเ๹ื่๪๫จริงๆแม้แต่เข้านอนยังเร็วกว่าชาวบ้าน

            เหลียนเซวียนปรายตามองไปทางเสียงหายใจสม่ำเสมอก่อนก้มหน้าก้มตาสู้กับเล็บของตนเองต่อ

            ยามเซวียเสี่ยวหรั่นลืมตาขึ้นมาภาพที่มองเห็นก็คือแผ่นหลังเหยียดตรงของเหลียนเซวียน ซึ่งอยู่ใกล้มากเขานั่งอยู่ไม่ไกลจากด้านหน้าของเธอ

            เธอขยี้ตาด้วยความงุนงงค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่ง

            "เหลียนเซวียน? ท่านไม่ได้นอนทั้งคืนเลยหรือ"

            เหลียนเซวียนเอี้ยวตัวมาเล็กน้อยก่อนส่ายหน้า

            "นอนแล้ว ตื่นแล้ว?"

            ตื่นก็ตื่นสิทำไมต้องมานั่งตรงหน้าเธอด้วยล่ะ เซวียเสี่ยวหรั่นมองตำแหน่งที่เขานั่งอยู่ตรงกลางระหว่างเธอกับกองไฟ

            อ๋า?