มันจะสำเร็จได้จริงหรือ?
หลังจากไฟโหมกระพือรุนแรงภายในถ้ำก็ปกคลุมไปด้วยควันไฟ
โชคดีแม้ควันจะมากแต่ปากถ้ำก็กว้างพอ ทั้งสองจึงไม่ถึงกับสำลักควัน
ไม่ช้าชายอาภรณ์ที่เปียกชื้นของเหลียนเซวียนก็อบความร้อนจนแห้งสนิทรู้สึกกระทั่งว่าหนวดเคราบนใบหน้าของตนเองแทบจะเกรียมไปด้วย
"ว้าว ฮ่าๆๆ"
ทางเซวียเสี่ยวหรั่นแยกเอากองไฟออกเห็นหม้อดินใบใหญ่ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่เสียหาย ก็หัวเราะลั่น
"ไม่ไหม้ ไม่ร้าว รูปทรงยังคงเหมือนเดิม แค่สีภายนอกแลดูแดงขึ้นกว่าเดิมมาก"
เซวียเสี่ยวหรั่นหยิบไม้มาเขี่ยขี้เถ้าออกแล้วลองเคาะดูสองครั้ง
"ปึกๆ" เสียงฟังดูหนักแน่นแข็งแรงมาก
"เยี่ยมไปเลย พวกเรามีหม้อแล้ว"
เซวียเสี่ยวหรั่นยืนหัวเราะพลางะโโลดเต้นอยู่ข้างกองไฟตื่นเต้นจนอยากะโร้อง "โห่ฮี้โห่ ฮี้โห่...." เลียนแบบในเื่ทาร์ซานเ้าป่า
เผาแบบนี้ก็สำเร็จได้? เหลียนเซวียนเลิกคิ้วน้อยๆ อาจเป็เพราะว่าเครื่องดินเผาแบบหยาบๆไม่จำเป็ต้องประณีตนักก็ได้
"ตอนนี้ยังร้อนอยู่ ต้องรอมันเย็นก่อน ค่อยดูกันอีกทีพวกเรากินมื้อค่ำกันเถอะ ข้ารู้สึกหิวจนแทบจะกลืนวัวได้ทั้งตัวแล้ว" เซวียเสี่ยวหรั่นลูบท้องที่ว่างเปล่าของตัวเอง
เมื่อก่อนท้องน้อยของเธอมักจะป่องอยู่เสมอตอนนี้แบนลงไปแล้ว สายรัดกางเกงก็หลวมไปหมด เซวียเสี่ยวหรั่นไม่รู้ว่าควรร้องไห้หรือหัวเราะดี
หม้อยังใช้ไม่ได้จำต้องย่างเนื้อเหมือนเดิมไปก่อน
เกาลัดยังเหลืออยู่นิดหน่อยจึงโยนเข้าไปในกองไฟทั้งหมด
"งานที่ต้องทำพรุ่งนี้มีอีกมาก เก็บเกาลัด ขุดดินเหนียว เก็บกระเทียมป่าหาต้นเฮ่อหรือไม่ก็ต้นหมา อ้อ แล้วก็เื่สำคัญสุดยอด ทำประตู"
พอฟ้ามืดมีเงาไม้ตะคุ่มๆ จากภายนอก รอบด้านมืดสนิท เซวียเสี่ยวหรั่นมองแค่ปราดเดียวก็รู้สึกกลัวขึ้นมาโรคกลัวความมืดของเธอนับวันจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น
เมื่อครู่ตอนที่ออกไปเก็บเสื้อกันแดดป่ามืดมิดทำให้เธอรู้สึกหนาวไปถึงสันหลัง
เหลียนเซวียนเหลือบสายตา 'มอง' นางปราดหนึ่งแม่นางผู้นี้กล้าหาญชาญชัยในตอนกลางวันแต่พอตกกลางคืนกลับใจเสาะถึงขั้นต้องหาประตูสักบาน นางจึงจะรู้สึกปลอดภัย
พวกเขากินแต่เนื้อย่างติดต่อกันมาหลายมื้อเซวียเสี่ยวหรั่นทำหน้ามุ่ยเอ่ยว่า "พรุ่งนี้จะตุ๋นน้ำแกงไก่ใส่เห็ดมากินแต่เช้าเลย"
พอกินเนื้อเสร็จก็ตามด้วยกล้วยน้ำว้าอีกสองลูก และปอกเกาลัดอีกกำมือในที่สุดกระเพาะก็ได้เติมจนเต็มอิ่มเสียที
เซวียเสี่ยวหรั่นวิ่งมาทั้งวันเริ่มง่วงอยู่บ้าง
"เหลียนเซวียน เกาลัดกองนี้ ท่านปอกเองเถอะนะ"
เธอวางมีดใส่มือเขาก่อนหาที่เหมาะๆ เอนกาย แต่พอเห็นเล็บไม่เป็ระเบียบบนนิ้วมือเรียวยาวของเขาก็รู้สึกว่ามือสวยงามน่ามองคู่หนึ่งกลับถูกเล็บสั้นๆ ยาวๆราวกับถูกสุนัขแทะบั่นทอนความงามลงไปหลายส่วน
จึงหันมาค้นของในกระเป๋าเป้ด้านหน้าแล้วหยิบกรรไกรตัดเล็บออกมาจากกระเป๋าใส่ของจุกจิกสีชมพูของตนเอง
"เหลียนเซวียน ให้ข้าช่วยตัดเล็บให้เถอะ"
เธอนั่งลงหน้าเขาขณะกำลังฉวยนิ้วมือของอีกฝ่าย เหลียนเซวียนกลับหดมือไปด้านหลัง หัวคิ้วขมวดน้อยๆ 'จดจ้อง' มาที่เธอ
เซวียเสี่ยวหรั่นมองตาปริบๆนิ่งงันไปชั่วขณะ
เธอแค่อยากจะช่วยตัดเล็บให้เท่านั้นเองไม่ได้มีเจตนาเสียมารยาทกับเขาสักหน่อย
"เล็บของท่านยาวแล้ว ทั้งยังไม่เสมอกัน ข้ามีกรรไกรตัดเล็บแค่อยากจะช่วยตัดเล็บให้เสมอกันเท่านั้นเอง"
กรรไกรตัดเล็บ? ของวิเศษชิ้นใหม่อะไรอีกแล้วเหลียนเซวียนย่อมตระหนักได้ว่าเล็บของตนเองน่าเกลียดขนาดไหนถึงมองไม่เห็นแต่เขาคลำดูก็รู้สึกได้
ไม่เพียงแต่เล็บมือเล็บเท้าก็น่าเกลียดไม่แพ้กัน
แต่เขาไม่อยากให้นางตัดเล็บให้การกระทำเช่นนั้นดูสนิทชิดเชื้อกันมากเกินไป
นางไม่ใช่สาวใช้และไม่ใช่ญาติพี่น้องของเขา แต่เป็หญิงสาวผู้มีพระคุณเขาไม่อยากทำลายชื่อเสียงของนาง
เซวียเสี่ยวหรั่นไม่รู้ว่าเขาพะวงมากมายขนาดนั้นแต่คิดว่าคนโบราณคงจะถือสาเื่ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกันเกินไปล่ะมั้ง
"งั้นก็ตัดเองเถอะ ว่าแต่ที่นี่ พวกท่านมีกรรไกรตัดเล็บรึเปล่า"
เธอเริ่มถามก่อนที่นี่เป็แคว้นฉีอะไรก็ไม่รู้ เธอไม่ค่อยเก่งประวัติศาสตร์ ใครจะรู้ว่าสถานที่แห่งนี้จะมีกรรไกรตัดเล็บหรือไม่
เหลียนเซวียนสั่นศีรษะเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
"งั้นข้าจะสอนท่านเอง ยื่นมือออกมาสิ ข้าจะตัดให้ดู ข้าไม่ััตัวท่านยังไม่ได้อีกหรือ?"
เห็นเขายังคงลังเลอยู่เหมือนเดิมเซวียเสี่ยวหรั่นก็ลอบกลอกตาอยู่เงียบๆ ตัดเล็บห้ามแตะต้องตัวแต่ตอนประคองเขากลับมา เขาก็แทบจะทับมาบนตัวเธออยู่แล้ว
ในที่สุดเหลียนเซวียนก็ยื่นนิ้วมือออกมา
"ท่านอย่าขยับนะ" เซวียเสี่ยวหรั่นกำชับประโยคหนึ่งก้มศีรษะเข้าไปใกล้นิ้วมือของเขา เอากรรไกรตัดเล็บเข้าไปชิดกับนิ้วหัวแม่มือของเขา
พอปลายนิ้วัักับวัตถุเย็นเฉียบชิ้นหนึ่งเหลียนเซวียนก็นิ่วหน้า
ได้ยินเสียง "แกร๊บ" แว่วมาเบาๆ ปลายนิ้วขยับเล็กน้อยดูเหมือนว่าเล็บจะหลุดออกไป
"ดูนะ ทำแบบนี้ เอาปลายเล็บใส่เข้าไปตรงส่วนคมของกรรไกรหลังจากนั้นก็กดตรงนี้ออกแรงหน่อย เล็บก็จะหักแล้ว ท่านลองดูสิ" เซวียเสี่ยวหรั่นยัดกรรไกรตัดเล็บใส่มือเขา
เหลียนเซวียนใช้มือััวัตถุประหลาดที่เรียกว่ากรรไกรตัดเล็บน่าจะทำมาจากเหล็กชั้นดี ผิวภายนอกเรียบลื่น มีใบมีดคมคู่หนึ่งอยู่ตรงข้ามกันเอาเล็บใส่เข้าไปที่ปลายใบมีด ออกแรงกดอีกด้าน เล็บก็จะถูกตัดออกมาออกแบบมาได้แยบยลยิ่ง
เซวียเสี่ยวหรั่นนึกว่าเขารู้สึกอัศจรรย์ใจก็เลยลองััดู
รออยู่ครู่ใหญ่เห็นเขายังลูบคลำอยู่ เธอก็อดไม่ได้ที่จะเร่งรัดอีกครั้ง
"ท่านรีบตัดเร็วๆ เข้าเถอะ อย่ามัวแต่ลูบคลำ เอาเล็บใส่เข้าไปหลังจากนั้นก็กดแค่นี้ก็เสร็จแล้ว แต่กรรไกรตัดเล็บนี้คมมากอย่าให้หนีบถูกเนื้อก็แล้วกัน ท่านลองดูเร็วๆ ข้าจะดูว่าท่านใช้ถูกต้องหรือไม่"
ที่เหลียนเซวียนนิ่งไปแต่แท้จริงแล้วกำลังทอดถอนใจ ของเล็กๆ ชิ้นนี้ออกแบบมาวิเศษยิ่ง งานก็ประณีตน่าจะใช้เหล็กชั้นดีเป็องค์ประกอบ พอถูกเซวียเสี่ยวหรั่นเร่งแล้วเร่งอีกเขาก็ตระหนักว่าตนเองคงจะชักช้าร่ำไรจริงๆ
เอาเถอะแม่นางผู้นี้ใจร้อน เขาไม่ควรถือสานาง
เหลียนเซวียนเริ่มทดลองตัดเล็บเขาเป็คนทำงานใช้อาวุธ การใช้ของเล็กน้อยประเภทนี้ไม่ยากสำหรับเขา
เพียงแต่แม้ว่าวิธีการจะถูกต้อง แต่ตอนกดกลับต้องเปลืองแรงไม่น้อย
ประการแรกตอนนี้เขาใช้แรงไม่ได้มากประการที่สองเล็บของเขาแข็งมากไม่ออกแรงหน่อยก็กดไม่ลง
เซวียเสี่ยวหรั่นเห็นเขาต้องออกแรงมากว่าจะตัดเล็บได้แต่ละชิ้นก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก "ให้ข้าช่วยตัดดีๆเถอะ"
เหลียนเซวียนทำหน้าไร้อารมณ์พลางสั่นศีรษะ
เซวียเสี่ยวหรั่นมุมปากกระตุกเอาเถอะ ท่านพอใจก็แล้วไป
"งั้นท่านก็ตัดเองแล้วกัน ข้าง่วงแล้ว ขอนอนก่อนล่ะ"
เธอแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เขาพลางหาวหวอด นอนลงที่เดียวกับที่หลับเมื่อคืน
"โอย... เมื่อยเอว ปวดหลัง เจ็บขา"
"ในที่สุด ก็ได้นอนเสียที แต่พื้นก็ดันเป็หินชีวิตฉันช่างลำบากแสนเข็ญเสียเหลือเกิน"
"พรุ่งนี้ตัดหญ้าแห้งมาปูเตียงน่าจะดี"
"พรุ่งนี้ฉันต้องกินไก่ตุ๋นเห็ดให้ได้เลย"
หลังพูดงึมงำสามสี่ประโยคเสียงก็ค่อยๆ เงียบไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจเบาบาง
แม่นางผู้นี้รวดเร็วไปเสียทุกเื่จริงๆแม้แต่เข้านอนยังเร็วกว่าชาวบ้าน
เหลียนเซวียนปรายตามองไปทางเสียงหายใจสม่ำเสมอก่อนก้มหน้าก้มตาสู้กับเล็บของตนเองต่อ
ยามเซวียเสี่ยวหรั่นลืมตาขึ้นมาภาพที่มองเห็นก็คือแผ่นหลังเหยียดตรงของเหลียนเซวียน ซึ่งอยู่ใกล้มากเขานั่งอยู่ไม่ไกลจากด้านหน้าของเธอ
เธอขยี้ตาด้วยความงุนงงค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่ง
"เหลียนเซวียน? ท่านไม่ได้นอนทั้งคืนเลยหรือ"
เหลียนเซวียนเอี้ยวตัวมาเล็กน้อยก่อนส่ายหน้า
"นอนแล้ว ตื่นแล้ว?"
ตื่นก็ตื่นสิทำไมต้องมานั่งตรงหน้าเธอด้วยล่ะ เซวียเสี่ยวหรั่นมองตำแหน่งที่เขานั่งอยู่ตรงกลางระหว่างเธอกับกองไฟ
อ๋า?