ตอนที่ 4
ไป๋อวี้ผู้นี้หลงรักโอวหยางิเซียนจนหมดหัวใจ (1/2)
สองวันแล้วที่นางอยู่ในร่างนี้
หลังจากคืนแรกที่หลับไปทั้งน้ำตา ในฝันนางเห็นตัวเองเดินวนเวียนอยู่ในสถานที่หนึ่งแต่เพ่งดูอย่างไรก็ดูไม่ออกว่าคือที่ใด นางตื่นมาพร้อมกับสภาพดวงตาปูดบวมและขอบดำคล้ำจนเสี่ยวซีต้องวิ่งหาสมุนไพรมาประคบเพื่อคืนความงามให้กับคุณหนูของตน
ชีวิตประจำวันของไป๋อวี้วนอยู่เช่นนี้มากว่าสองวันแล้วหยกนภาตายไปทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะผ่านเหตุการณ์ที่ทำให้หัวใจสลาย ทั้งยังมาโผล่ในร่างนางร้ายที่ตนเคยรับบทแสดงในซีรีส์ฟอร์มใหญ่ไหนจะเื่ราวในงานเลี้ยงที่เจอทันทีที่มาถึงรวมไปถึงความทรงจำและความรู้สึกของร่างนี้ที่ถาโถมเข้ามาจนรู้สึกสับสนไปหมด เช่นนี้แล้วผู้ใดจะไปหลับลง
ถึงแม้นางจะดูสงบนิ่งั้แ่คราแรกที่มาถึงแต่นั่นเป็เพราะทักษะการปรับตัวและการแสดงที่ได้มาจากประสบการณ์ของชีวิตก่อน แต่เมื่อมีเวลาได้อยู่คนเดียวในต่างที่ต่างทางแล้วอย่างไรเสียนางก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งจึงอดไม่ได้ที่จะต้องหลั่งน้ำตาเพราะความกลัว
นางกลัวโลกที่ตนไม่คุ้นเคย กลัวว่าชีวิตนี้จะมีจุดจบไม่ต่างจากในซีรีส์กลัวเหลือเกินว่าจะต้องตกตายด้วยน้ำมือของคนรัก หากนางลงมือเปลี่ยนแปลงสิ่งใดไปนางก็ไม่รู้ว่าจะต้องเดินทางไหนจึงจะไม่พลั้งพลาดให้มีจุดจบเช่นเดิม
เหนือสิ่งอื่นใด...นางกลัวตัวเองจะหลงรักบุรุษที่ทำให้นางต้องตายเฉกเช่นเดียวกับชาติที่แล้ว
ไป๋อวี้เฝ้าคิดเกี่ยวกับทางเดินของชีวิตใหม่นี้โดยไม่ย่างกรายออกจากห้องนอนั์ตาสีรัตติกาลเฝ้ามองกลีบดอกเหมยสีแดงร่วงหล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“คุณหนูเ้าคะ สองวันมานี้คุณหนูแทบไม่กินอันใดเลยนะเ้าคะ”
สาวใช้มองคุณหนูของตนที่แปลกไปอย่างเห็นได้ชัดไม่ว่าจะเป็ท่าทีที่ดูเงียบขรึม ไม่สนใจแม้แต่การแต่งกายประทินโฉมที่เคยชมชอบทั้งยังเก็บตัวอยู่ในห้องนอนและที่น่าเป็ห่วงที่สุดคือนางแทบไม่แตะอาหารเลย
“เช้าวันนี้คุณหนูอยากกินสิ่งใดเป็พิเศษไหมเ้าคะ บ่าวจะให้คนครัวรีบเตรียมให้เลยเ้าค่ะ”
“ข้าอยากกินเคเอฟซี”
“เอ๋ ?”
นางเบื่ออาหารที่นี่ ไม่ใช่มันไม่อร่อย แต่างคิดถึงอาหารที่คุ้นเคยอยากกินไก่ทอดอยากกินนักเก็ต ร่างกาย้าเฟรนช์ฟรายส์ !
“คะ เคเอบเซียหรือเ้าคะ มันเป็เช่นใดหรือเ้าคะ ?”
ไป๋อวี้ถอนหายใจ “ช่างมันเถอะ”
“จะ เ้าค่ะ” เสี่ยวซีรับคำเสียงหงอยแล้วยืนนิ่งก้มหน้าหลับตาไม่เอ่ยสิ่งใดต่อคิดว่าคงทำให้ผู้เป็นายโกรธเข้าแล้ว คุณหนูถอนหายใจเช่นนี้นางอาจจะโดนหยิกหรือโดนบางอย่างขว้างปาใส่อีกตามเคย
“วันนี้สุขภาพท่านแม่เป็อย่างไรบ้าง”
“มะ เมื่อเช้าฮูหยินใหญ่ปวดหัวเล็กน้อยเ้าค่ะ”เสี่ยวซีเงยหน้าตอบไป๋อวี้ด้วยความฉงน นางไม่ถูกระบาบอารมณ์ใส่ ช่างแปลกประหลาดเสียจริง
“แจ้งเรือนใหญ่ว่าข้าจะกินมื้อเช้าที่นั่น”
“เ้าค่ะ” เสี่ยวซียิ้มกว้างแล้วรีบสั่งการกับสาวใช้นอกห้องทันที
ในซีรีส์วันนี้เยวี่ยเหมยจะล้มป่วยเพราะตรอมใจที่ไป๋อวี้ถูกลงโทษกักบริเวณและเสื่อมเสียชื่อเสียงจากการถูกไป๋ฮวาเปิดโปงในงานเลี้ยงแต่จากการที่เสี่ยวซีบอก ดูเหมือนมารดาของนางจะสบายดีกว่าที่คิด
เพื่อความแน่ใจไป๋อวี้จึงจะไปดูให้เห็นกับตาถือโอกาสนี้พบปะผู้คนในจวนด้วย เพราะอาหารมื้อเช้าเ้านายในจวนจะต้องกินพร้อมกันหากว่าไม่ติดสิ่งใดจริงๆ ปกติไป๋อวี้จะกินอาหารกับมารดาที่เรือนใหญ่ทุกมื้อแต่สองวันมานี้นางยังไม่พร้อมคิดทำสิ่งใดจึงหลีกเลี่ยงโดยอ้างว่า้าพักผ่อนแต่วันนี้ถึงเวลาต้องลงสนามจริงเสียแล้ว
สำหรับจวนตระกูลไป๋ การกินอาหารมื้อเช้าเหมือนกับการลงสนามรบของสตรีในจวนนางเอกของเื่โชคดีที่ไม่ต้องร่วมรบสนามนี้เพราะฐานะในจวนของนางและมารดาต่ำต้อยเกินไปแต่กับไป๋อวี้ผู้เป็บุตรีของภรรยาเอกนั้นสู้รบมามากว่าสิบปีแล้ว
นอกจากมารดาของไป๋อวี้และไป๋ฮวาแล้วบิดานางยังมีฮูหยินผู้อื่นอีกสองคน รวมไปถึงลูก ๆ ของเหล่าฮูหยินทั้งหลายด้วยนี่ยังไม่รวมอนุภรรยาหรือสาวใช้อุ่นเตียงอีกหลายคนที่ไม่มีสิทธิ์มาร่วมรับประทานอาหารที่เรือนใหญ่ได้
ไป๋หานแม้จะรักเยวี่ยเหมยมากเพียงใดแต่ด้วยขนบธรรมเนียมและตำแหน่งหน้าที่ทำให้เขาไม่อาจหยุดอยู่ที่สตรีผู้เดียวได้ยิ่งเวลาล่วงผ่านไปเช่นนี้ใจคนยิ่งยากที่จะคาดเดา ไม่รู้ว่ารักนั่นจะยังหลงเหลืออยู่หรือไม่
“นั่นอาหารของผู้ใด” ไป๋อวี้ถามเสี่ยวซีพลางมองสาวใช้แปลกหน้าที่ยอบตัวเคารพตนสองมือถือถาดที่มีข้าวหนึ่งถ้วยและอาหารเพียงหนึ่งอย่างที่คล้ายว่าจะเย็นชืดเสียแล้ว
“ของคุณหนูสี่เ้าค่ะ”
“ปกตินางกินเช่นนี้หรือ”
“เ้าค่ะ คุณหนูเป็ผู้สั่งการเองนี่เ้าคะ” เสี่ยวซีเอียงคอมองคุณหนูของตนอย่างงุนงง
“จริงด้วย” นางเออออรับไปอย่างแเีร่างบางก้าวเดินต่อโดยไม่ได้สนใจอาหารอันน่าอดสูของผู้เป็นางเอก ได้กินเพียงแค่นี้ก็ดีกว่าอดตาย
.
.
.
“อวี้เอ๋อร์คารวะท่านพ่อ ท่านแม่ ฮูหยินรอง ฮูหยินสาม”
เมื่อมาถึงเรือนใหญ่ไป๋อวี้ก็ยอบตัวเคารพบิดามารดาด้วยน้ำเสียงและกิริยาอ่อนหวานก่อนเอ่ยภรรยารองของบิดาเสียงเรียบ ก่อนพยักหน้ารับการเคารพจากน้องสาวคนที่ห้า
ตามธรรมเนียมแล้วนางต้องเรียกฮูหยินรองและฮูหยินสามของบิดาว่าท่านแม่รองและท่านแม่สามแต่ไป๋อวี้ผู้นี้หยิ่งยโสนัก สตรีที่นางเรียกว่าแม่มีเพียงเยวี่ยเหมย ทั้งยังไม่ได้ให้ความเคารพอันใดกับฮูหยินทั้งสองนักแต่ในทางกลับกันฮูหยินหรืออนุภรรยาทั้งหลายต้องเกรงใจนางอยู่หลายส่วน
“เ้าหายดีแล้วหรือลูกพ่อ”
“ลูกดีขึ้นมากแล้วเ้าค่ะท่านพ่อ” ไป๋อวี้เอ่ยตอบผู้เป็บิดาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ความรู้สึกของร่างนี้ไป๋อวี้นั้นรักบิดาอยู่หลายส่วน แม้บิดาจะมีภรรยามากนัก แต่ก็ตามใจนางและพี่ชายคนโตที่กำเนิดจากเยวี่ยเหมยเป็พิเศษ
“น่าแปลก พี่รองมีมนตราแกร่งกล้าเหตุใดจึงพลั้งพลาดให้พิณบาดนิ้วได้” เสียงแหลมเล็กเอ่ยขัดบทสนทนาของนางกับบิดาเรียกความสนใจจากทุกคนในที่นี้
“เยว่เอ๋อร์ เ้าพูดอันใดเช่นนั้น” ‘ฮูหยินรอง’ ปรามคุณหนูห้า ‘ไป๋เยว่’ ผู้เป็บุตรีด้วยน้ำเสียงไม่จริงจัง ทั้งยังมองหน้านางอย่างท้าทาย
“ท่านแม่ เย่วเอ๋อร์ด้อยปัญญา คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก..”น้องห้าของนางยังคงรักษาท่าที ‘ใสซื่อ’ แต่เอ่ยวาจาเสียดแทงนางไม่หยุด “..พี่รองนั้นมีมนตราสีแดงชั้นสูงจะโง่เขลาโดนวางยาจนาเ็ได้อย่างไรเ้าคะ”
“บางทีคนที่วางยาอาจจะมีมนตราสูงกว่าคุณหนูรองก็ได้”ผู้หนึ่งส่ง ผู้หนึ่งรับ แม่ลูกคู่นี้เข้าขากันดียิ่ง
“แต่พี่สี่ผู้วางยานั้นไร้มนตราจะสูงส่งไปกว่าพี่รองได้อย่างไรเ้าคะ..” ดวงตากลมโตดั่งลูกกวางน้อยมองมายังไป๋อวี้พลางเอ่ยต่ออย่างเป็ธรรมชาติ “..สตรีไร้ประโยชน์นั่นคงมีวิธีที่ชั่วช้าจนพี่รองพลาดท่าเป็แน่”
ไป๋อวี้กำลังโดนด่าว่าโง่งมจนถูกคนไร้มนตรามาลูบคมด่าตรง ๆ เลยไม่ได้หรือ ? จะเปลืองน้ำลายให้พูดยาวเหยียดทำไมกัน
“น้องห้า..” นางขยับตัวนั่งหลังตรงแย้มริมฝีปากอวดลักยิ้มเล็กน้อย “..เื่ของการใช้มนตราในวังนั้นสำหรับเ้ายังคงไม่เข้าใจกฎเกณฑ์ของวังหลวงไว้เจี่ยเจียจะสอนเ้าเมื่อเ้ามีโอกาสได้เข้าวัง”
จริง ๆ แล้วไป๋อวี้คนใหม่ก็ไม่รู้หรอกว่าในวังมีกฎเช่นไรเกี่ยวกับการใช้มนตราชนและเชื่อว่าไป๋เยว่ผู้ไม่ค่อยได้เข้าวังก็ไม่รู้เช่นกัน คงไม่เป็ไรหากนางเอ่ยถึงเื่นี้เป็นัยแล้วเอามาจัดการน้องสาวกล้าตายคนนี้
ไว้เ้ามีปัญญาเข้าวังได้เมื่อไรค่อยมาเหน็บแนมข้าก็แล้วกัน
“เยว่เอ๋อร์ยังเล็กนัก ศึกษาเื่ราวในวังไว้ก็ดีนะเมื่อเ้าเติบโตแล้วจะได้ไปเยี่ยมพี่สามของเ้าในวัง” ‘ฮูหยินสาม’สอดปากเข้ามาในบทสนทนานี้เพื่ออวดอ้างถึงบุตรีของนาง ‘ไป๋เสวี่ย’ คุณหนูสามแห่งตระกูลไป๋ ผู้เป็นางสนมในวังหลังของฮ่องเต้
“ด้วยฐานะของน้องสามมีบุญได้เป็ถึงนางสนมนั้นถือว่าหายากนักหากจะให้น้องห้าเข้าวังไปเยี่ยมน้องสามผู้เป็สนมเล็ก ๆ ...” นางปรายตามองทั้งสองฮูหยินและน้องสาวตน“...ด้วยฐานะแล้วคงยากกว่า”
“อวี้เอ๋อร์ก็พูดเกินไปแม่ส่งเสริมให้ลูกสามได้เป็ถึงนางสนม เพียงให้ลูกห้าไปเยี่ยมลูกสามจะยากอันใด”
“จริงด้วยเ้าค่ะท่านแม่...” นางหันไปยิ้มให้เยวี่ยเหมยอย่างอ่อนหวานก่อนมองบิดาเพื่อตอกย้ำความจริงแก่เหล่าภรรยารองและลูกๆ ของนาง “...ท่านพ่อว่าอย่างไรบ้างเ้าคะ”
“เื่นั้น...” บิดาลูบเคราพลางขบคิด“...ด้วยฐานะของเยว่เอ๋อร์ หากเข้าวังไปผู้เดียวคงทำได้ยากนักเสวี่ยเอ๋อร์เองก็มิได้เป็สนมตำแหน่งใหญ่อันใดแต่หากมีเ้าพาน้องเข้าไปคงง่ายขึ้น”
เพียงประโยคเดียวของไป๋หานก็ชัดเจนแล้วว่าสตรีเหล่านี้มีฐานะอันใดในจวนนี้
“เช่นนั้นเมื่อเ้าหายดีแล้วก็พาลูกห้าไปเยี่ยมลูกสามเถอะอวี้เอ๋อร์”มารดาเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้ม
“เ้าค่ะท่านแม่” นางรับคำมารดาพลางส่งยิ้มอ่อนหวานทว่าเคลือบยาพิษให้ผู้ร่วมรับประทานอาหารเช้าในวันนี้ไป๋อวี้นึกขอบคุณระบบชนชั้นฐานะของที่นี่ เพราะมันทำให้คนเราสงบปากสงบคำได้ดียิ่ง
เจริญอาหารดีแท้
--- จบตอน ---
E-Book >> https://joo.gl/vnW56T
สนใจรูปเล่มหรือพูดคุยกับนักเขียน
Facebook : หงเฟย 弘飛
Twitter : @hongfei_writer
#นางร้ายสายสวย #หงเฟยคนสวน
-------------