[คฤหาสน์อัครภูมิ-ห้องทำงานของเอกพล]
ในขณะที่เอกพลกำลังหมกมุ่นอยู่กับการทำงานอยู่นั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นรบกวนสมาธิของเขา
น๊อค น๊อค น๊อค
เอกพลจิ๊บปากอย่างไม่พอใจ ก่อนที่จะตะโกนออกไปด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ
"เข้ามา"
และทันใดนั้นประตูห้องทำงานส่วนตัวของเอกพลก็ถูกผลักเข้ามาโดยทินกร
ผลั่ก!
"พี่ครับ! แย่แล้วครับพี่! ชินเป็นลมหมดสติอยู่ในห้องครับพี่!"
ทินกรวิ่งพรวดเข้ามาในห้องทำงาน พร้อมกับบอกเอกพลเสียงเครียด ซึ่งเอกพลเอกก็ลุกขึ้นทันทีด้วยความตกใจ
"อะไรนะ?"
"ชินแย่แล้วครับพี่ ชินล้มหมดสติอยู่ในห้องครับพี่ ตอนนี้แม่บ้านดูแลอยู่ครับ แต่ผมโทรตามหมอแล้วครับ เดี๋ยวอีกสักพักหมอก็มาถึงแล้วครับ"
"เกิดอะไรขึ้นกับชิน? ทำไมจู่ ๆ ชินถึงเป็นลมแบบนั้น?"
"ผมก็ไม่แน่ใจครับ ผมรู้แต่ว่าเมื่อเช้าหลังกลับจากไปส่งคุณแอนนี่แล้ว ชินก็ขึ้นห้องแล้วก็เงียบไปเลย ผมขึ้นไปเคาะประตูเรียกชินให้ลงมาทานมื้อเที่ยงสองรอบ แต่ชินก็เงียบ ผมก็เลยใช้กุญแจสำรองเปิดเข้าไปดู... แล้วก็อย่างที่บอกนะครับ"
คำบอกเล่าของทินกรทำให้เอกพลทรุดลงไปนั่งลงกับเก้าอี้ด้วยท่าทีเหนื่อยอ่อน แล้วเอกพลก็เงียบไปพักใหญ่เพราะกลุ้มใจเรื่องเตชิน ก่อนที่เอกพลจะสะบัดมือไล่ทินกรให้ออกไปก่อน พร้อมกับกำชับให้ทินกรดูแลเตชินอย่างใกล้ชิด...
[หนึ่งชั่วโมงผ่านไป]
เอกพลยังคงนั่งกุมขมับเพราะเป็นห่วงลูกชายคนเดียวจับใจจนไม่เป็นอันทำอะไรเลย และในขณะที่เอกพลกำลังเครียดอยู่นั้น เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นอีกครั้ง
น๊อค น๊อค น๊อค
“เข้ามา”
เอกพลไม่รอช้ารีบลุกจากเก้าอี้ทำงานของตัวเอง ก่อนจะตะโกนออกไปเสียงสั่น เพราะเอกพลรู้ดีอยู่แล้วว่าต้องเป็นทินกรที่มารายงานอาการของเตชินแน่นอน และเมื่อประตูถูกผลักเข้ามา เอกพลก็เห็นหมอเดินตามทินกรเข้ามาหาเขาถึงโต๊ะทำงาน
“หมอ? ลูกชายผมเป็นยังไงบ้าง?”
เอกพลถามหมอเสียงสั่นเพราะไม่สามารถควบคุมอาการตื่นกลัวได้
“ก็อย่างที่หมอเคยเตือนคุณท่านไว้เมื่อคราวที่แล้วครับ”
เอกพลขมวดคิ้วมุ่นพร้อมกับหวนนึกถึงคำพูดของหมอเมื่อหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา แล้วเอกพลก็เอ่ยถามหมอต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“แล้ว...ชินจะอยู่กับผมได้อีกนานแค่ไหนครับ?”
“ถ้าคุณชายอาการทรุดหนักแบบนี้ก็ไม่น่าจะเกิดหนึ่งเดือนครับ”
เอกพลทรุดลงไปนั่งบนเก้าอี้ทันทีหลังจากที่หมอตอบคำถามของเขาอย่างตรงไปตรงมา ก่อนที่หมอจะแนะนำการดูแลให้กับเอกพลตบท้าย
“ตอนนี้สภาพจิตใจของคุณชายเตชินกำลังย่ำแย่ ยังไงหมออยากให้คุณท่านช่วยปลอบใจและให้กำลังใจคุณชายให้มาก ๆ ด้วยนะครับ ถึงแม้เวลาของเขาจะเหลืออีกไม่มาก แต่อย่างน้อยถ้าเขาได้รับกำลังใจที่ดีจากคนใกล้ชิดก็อาจจะช่วยยื้อเขาได้อีกสักระยะนะครับ”
“หมอออกไปก่อนเถอะ ผมขอเวลาอยู่กับตัวเองสักพัก”
เอกสะบัดมือไล่ให้หมอออกจากห้องทำงานของเขาไป หลังจากนั้นทินกรก็รีบวิ่งไปเปิดประตูห้องให้กับหมอพร้อมกับเดินออกไปส่งหมอถึงรถ ก่อนที่ทินกรจะกลับมาหาเอกพลที่ห้องทำงานอีกครั้ง
“พี่เอกครับ? เรื่องชินเราจะทำยังไงต่อไปดีครับ?”
ทินกรถามเอกพลเสียงเครียด พร้อมกับยืนรอฟังคำตอบจากเอกพลอย่างจดจ่อ แต่เอกพลกลับหลีกเลี่ยงที่จะตอบเรื่องเตชิน
“คุณผู้หญิงจะกลับมาถึงมะรืนนี้ใช่ไหม?”
“ครับ”
ทินกรตอบเอกพลกลับไปสั้น ๆ แต่ได้ใจความ ก่อนที่ทินกรจะถามเรื่องเตชินต่อด้วยสีหน้ากังวล
“พี่ครับ? แล้วเรื่องชิน...”
เอกพลนิ่งเงียบไปพักใหญ่ พร้อมกับยกมือขึ้นมาบีบนวดขมับของตัวเองเพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียดไปพลาง ๆ ก่อนที่เอกพลจะถามความคิดเห็นของทินกรเสียงเรียบ
"แกว่าฉันควรทำยังไงดี?"
"ถ้าพี่อยากให้ชินมีความสุขก่อนที่เขาจะ...”
ทินกรหยุดประโยคของเขาเอาไว้กลางคันเพื่อหลีกเลี่ยงคำที่ไม่ควรพูด ก่อนที่ทินกรจะเสนอแนะแนวทางแก้ไขต่อด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“ผมว่าพี่เอกคงต้องแก้ไขที่ต้นเหตุแล้วละครับ"
"จะแก้ยังไง? ในเมื่อตอนนี้หนูแอนนี่เธอก็ย้ายเข้ามาอยู่บ้านเดียวกับชินแล้ว แกยังคิดว่าจะแก้ไขอะไรได้อีก?"
เอกพลพูดกับทินกรเสียงสูงด้วยอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่นเต็มทนจนทินกรเองจำต้องก้มหน้าเงียบไปพักใหญ่เพื่อรอให้พี่ชายของเขาอารมณ์เย็นลง ก่อนทินกรจะแนะนำทางออกอย่างที่เขาคิดว่าควรจะทำ
"ก็แค่ขอยกเลิกทุกอย่างไป แล้วก็ให้เงินเขานิดหน่อย ก็น่าจะไม่ใช่เรื่องยากอะไรหรอกครับ"
"แกคิดว่ามันจะง่ายขนาดนั้นจริง ๆ เหรอ? "
เอกพลถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหนักอย่างคนคิดไม่ตก
"ผมคิดว่าไม่น่าจะยากครับ"
ทินกรยิ้มกว้างให้กับพี่ชายของเขาด้วยท่าทางมีความหวัง จนกระทั่งเอกพลพยักหน้าขึ้นลงเบา ๆ
"งั้นแกลองโทรไปหายงยุทธหน่อยสิ แล้วก็นัดให้เขาเข้ามาเจอฉันด่วนที่สุดเลยนะ ตอนนี้เลย"
เอกพลยื่นมือถือของตัวเองให้กับทินกรด้วยท่าทางคะยั้นคะยอปนกดดันไปในตัว และทินกรก็รับมือถือไปอย่างรวดเร็ว
''ผมจะจัดการให้เดี๋ยวนี้เลยครับ"
ทินกรถือมือถือออกจากห้องไปเพื่อจัดการธุระตามคำสั่งของเอกพลอย่างรวดเร็ว จากนั้นเอกพลก็ยืดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วก็เดินออกไปยืนรับลมรอทินกรอยู่ที่ริมระเบียงห้องทำงาน และหลังจากนั้นเพียงไม่นานทินกรก็ถือมือถือกลับมาหาเอกพล
“พี่ครับ?”
"ว่าไงทิน? เขาว่ายังไงบ้าง? เขาจะมาพบฉันตอนนี้เลยไหม? หรือเขาจะมาเมื่อไหร่? "
เอกพลหันกลับมาถามทินกรรัวด้วยความตื่นเต้น
"เขาไม่มาครับ เขาบอกว่าจะไม่ยอมให้ลูกสาวของเขาถอนหมั้นกับชินด้วยครับ ยกเว้นแต่ว่า... ฝ่ายเราจะยอมจ่ายค่าเสียหายให้เขาครับ "
"เขาต้องการเท่าไหร่?"
ทินกรก้มหน้างุดพร้อมกับชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว ก่อนที่เขาจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงขาดห้วง
"ย... ยี่สิบ.... ล้าน! ค...ครับพี่! ผมนี่เหงื่อแตกเลยล่ะครับ!"
"งั้นแกก็รีบไปจัดการให้เขาตามนั้นเดี๋ยวนี้เลย"
"แต่ผมว่ามันเยอะไปนะครับพี่.... ลูกสาวเขาก็ไม่ได้สวยเท่าไหร่ ถึงจะเป็นดาราก็เถอะ ความจริงแล้ว... ผมว่าเด็กที่ชื่อนิวนั่นสวยกว่าหลายเท่าเลยนะครับ”
ทินกรร่ายยาวออกมาอย่างลืมตัว และเขารู้ตัวอีกทีว่าพูดอะไรออกไปก็ตอนที่โดนเอกพลจับตามอง
“เฮ่...แค่มุมมองส่วนตัวน่ะครับพี่"
ทินกรยิ้มแห้ง ๆ และบ่นอุบอิบแก้เก้อออกมาเบา ๆ ก่อนจะก้มหน้าหลบตาของเอกพล แต่เอกพลก็ไม่ได้ถือสาคำพูดของทินกรแต่อย่างใด
"แกไม่ต้องพูดมาก...ฉันบอกให้รีบไปทำก็ไปทำ! อย่าโยกโย้ให้มันมาก มันเสียเวลา"
เอกพลตวาดทินกร เพื่อกดดันให้เขารีบไปทำงานตามที่สั่ง
"ครับ ๆ ผมไปตอนนี้เลยครับ"
ทินกรก้มหัวให้พี่ชายอย่างนอบน้อม ก่อนจะหันหลังเตรียมตัวเดินออกจากห้องเพื่อจัดการเรื่องที่ได้รับมอบหมาย แต่ว่าเขาก็ยังไม่ทันได้ก้าวขาขยับตัวเลย คุณผู้หญิงของบ้านก็เดินพรวดสวนเข้ามาอย่างกะทันหัน
"ค ...คุณผู้หญิง ม ...มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?"
ทินกรทักทายคุณผู้หญิงของบ้านด้วยน้ำเสียงขาดห้วง พร้อมกับรีบก้มหน้าหลบสายตาที่เอาเรื่องของคุณผู้หญิง เพราะกลัวโดนตำหนิเรื่องเตชิน
"ฉันมาถึงได้สักพักแล้ว"
คุณหญิงของบ้านตอบทินกรกลับไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา พร้อมกับปรายตามองคนที่เป็นสามีที่ยังยืนนิ่งอึ้งด้วยความตกใจอยู่ริมระเบียง
"งั้น...เชิญตามสบายนะครับ พอดีผมมีธุระพอดีครับ ขอตัวนะครับ"
ทินกรบอกคุณผู้หญิง พร้อมกับรีบก้มหน้าเดินออกจากห้องไปทันทีอย่างไม่คิดชีวิต พร้อมคิดในใจว่า...
“รอดตายแล้วกู”
และพอคล้อยหลังทินกรแล้ว เอกพลก็เดินเข้ามาหาคุณผู้หญิงของบ้าน พร้อมกับเอ่ยถามสารทุกข์สุกดิบตามปกติเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น
"คุณหญิง? กลับมาแล้วทำไมไม่โทรบอกก่อนล่ะ ผมจะได้ออกไปรับ คุณจะได้ไม่ต้องลำบากมาเองแบบนี้ไง”
เอกพลยิ้มกว้างให้กับภรรยาของตัวเองเพื่อปกปิดความจริงเรื่องเตชิน ก่อนที่จะทำทีเป็นถามไถ่เรื่องอื่นอย่างต่อเนื่อง
“คุณไปเที่ยวมาสนุกไหม?"
คุณหญิงมาลีเชิดหน้าเสมอผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี ก่อนที่จะพรั่งพรูความอัดอั้นตันใจออกมา
"ฉันไม่อยู่ดูคุณจะก่อเรื่องไว้เยอะไม่น้อยเลยนะคะ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าคุณจะกล้าทำกับลูกได้ขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่คุณก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเขารักใคร แต่คุณก็ยังบังคับให้เขาหมั้นกับผู้หญิงที่เขาไม่รู้จัก ไม่ได้รักได้ลงคอ ฉันผิดหวังในตัวคุณจริง ๆ ค่ะคุณเอกพล"
"คุณหญิง? ตอนนี้ผมกำลังแก้ปัญหาอยู่นะ คุณก็อย่าเพิ่งอารมณ์เสียใส่ผมนักสิ"
เอกพลยกมือขึ้นอย่างยอมจำนนต่อความจริง แต่ดูเหมือนคุณผู้หญิงจะไม่ยอมให้อภัยง่าย ๆ อย่างที่เอกพลคิด
"ที่ชินถึงกับเป็นลมหมดสติแบบนั้นก็คงจะเพราะเรื่องนี้สินะคะ มิน่าล่ะ... เมื่อกี้ฉันเข้าไปหาลูก ลูกถึงได้ซีดผอมอย่างกับคนตรอมใจแบบนั้น เขาดูไม่สดใสเหมือนตอนที่เขาเพิ่งจะกลับมาใหม่ ๆ เลย”
คุณหญิงมาลีจ้องมองสามีด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองร้องไห้อย่างห้ามไม่ได้
“ฉัน... ฉันทำใจไม่ได้หรอกที่ต้องเห็นลูกชายตัวเองนอนป่วยอยู่แบบนั้นน่ะ... ฉันสงสารลูก"
"คุณหญิงฟังผมก่อนนะ...คือ...
เอกพลพยายามอธิบายเหตุผลให้คุณหญิงฟัง แต่เธอกลับไม่ต้องการที่จะฟังอะไรอีกแล้ว เพราะเธอหันหลังให้กับสามีทั้งที่ยังพูดไม่ทันจบประโยค ก่อนที่เธอจะเดินเชิดหน้าปาดน้ำตาออกจากห้องทำงานของสามีไป...
[ห้องเตชิน]
คุณหญิงมาลีกลับมานั่งเฝ้าลูกชายคนเดียวของเธอแบบชิดขอบเตียงด้วยความเป็นห่วงสุดหัวใจ และพอถึงเวลาบ่ายคล้อย เตชินก็ค่อย ๆ กะพริบตาถี่ติดต่อกันหลายครั้ง ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ ลืมตาที่หนักอึ้งขึ้นอีกครั้งอย่างยากลำบาก
จากนั้นเตชินก็ค่อย ๆ กวาดสายตาที่เหนื่อยล้าของเขามองไปรอบ ๆ ห้องนอนจนกระทั่งเขาเห็นคุณหญิงแม่ของเขาพอเลือนรางนั่งอยู่ข้าง ๆ เตียง
“แม่เหรอครับ?”
เตชินถามออกไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แล้วเขาก็ระบายยิ้มบางเบาออกมาด้วยความดีใจเมื่อภาพของคุณหญิงแม่เริ่มชัดเจนขึ้น จนเขามั่นใจว่านั่นคือแม่ของเขาจริง ๆ ไม่ผิดตัวแน่นอน
“ชินลูกแม่”
-----------------------------------
ซันด๊อก