'จวนสกุลจ้าว'
เย็นวันนั้น ซิ่วอิงออกมาจากมิติส่วนตัวเป็เวลาใกล้ค่ำ เมื่อเดินออกจากห้องก็พบกับสาวใช้คนนึง ยืนคอยอยู่หน้าเรือนตนเอง สาวใช้เมื่อเห็นซิ่วอิงคำนับแล้วเอ่ยขึ้น
“ นายน้อยออกมาแล้ว..”
“ เ้าชื่ออะไร ทำไมมาอยู่ที่นี่..” ซิ่วอิงถามเสียงเข้ม
“ บ่าวชื่ออาจิงเ้าค่ะ เป็สาวใช้ส่วนตัวของนายหญิง.. เอ่อ.. นะ นายหญิงให้บ่าวมาคอยนายน้อยเ้าค่ะ” อาจิงตอบตะกุกตะกักด้วยความใในท่าทีของซิ่วอิง
“ อืม.. มีเื่อันใด”
“ นายหญิงให้บ่าวมารอ ถ้านายน้อยออกมาก็ให้เชิญไปที่ห้องทานอาหารเ้าค่ะ”
“ เช่นนั้นก็ไปกัน..” ซิ่วอิงพูดจบก็เดินตรงไปยังห้องอาหารที่เรือนหลักทันที อาจิงก็เดินตามไปห่างๆด้วยความเกรงกลัว
เมื่อซิ่วอิงเข้าไปยังห้องอาหาร เห็นว่าทุกคนมานั่งรออยู่แล้วแต่ยังไม่มีใครทานอาหาร ท่านพ่อของเธอกับพวกลุงตงนั่งดื่มสุราพูดคุยกัน ท่านแม่ พี่สาวเหม่ยหลิน อวี้เหมยและหลานอิงนั่งจิบชา น้องสาวตัวน้อยกินของว่างอย่างเอร็ดอร่อย มีพ่อบ้านเหลียนกับสาวใช้ 2 คน ยืนอยู่ด้านข้างคอยดูแลเ้านาย
“ รบกวนทุกท่านให้รอ ข้าต้องขออภัยด้วยเ้าค่ะ..”
ซิ่วอิงเดินเข้าไปแล้วกล่าวขึ้น
“ ฮ่ะๆๆ ไม่เป็ไรหรอกอิงเอ๋อร์..” เป็จ้าวเว่ยที่หัวเราะแล้วกล่าวออกมา
“ ใช่แล้วลูกแม่.. เ้ามีงานมากมายมาช้าไปบ้างไม่มีผู้ใดคิดมากดอก..” นางจ้าวเอ่ยออกมาด้วยความรักต่อบุตรสาวคนนี้อย่างลึกซึ้ง
ตงห่าวกับทุกคนยิ้มให้พร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วย แต่ในใจของพวกตงห่าวทั้ง 9 และบรรดาคนรับใช้ แอบมองซิ่วอิงในใจก็อดคิดไม่ได้ว่า สาวน้อยผู้นี้รูปร่างหน้าตาช่างงดงามยิ่ง แต่กลับชอบแต่งกายเหมือนบุรุษ อีกทั้งสายตาดูเ็าท่าทางดุดันยิ่งนัก แต่ทุกคนหารู้ไม่ว่านี่เป็อากัปกริยาที่เคยชินของซิ่วอิงหรือบุษยา ซุปเปอร์ซีอีโอสาวในโลกที่เธอจากมา
“ พี่สาวมานั่งข้างน้องสิเ้าคะ..”
เสี่ยวหวนตัวน้อยเอ่ยออกมา ซิ่วอิงจึงเดินไปนั่งเก้าอี้ว่างข้างน้องสาว แล้วหอมแก้มน้องสาวก่อนจะพูดว่า
“ เ้าหิวหรือไม่หยวนเอ๋อร์..”
“ ไม่หิวเ้าค่ะ เพราะน้องกินขนมรอไปด้วย ฮิๆๆ”
“ เอาละ.. ทุกคนมาพร้อมแล้วก็ทานอาหารกันเถอะ..”
จ้าวเว่ยกล่าวจบทุกคนลงมือทานอาหาร ซิ่วอิงต้องยอมรับว่าแม่ครัวมีฝีมือปรุงอาหารดีทีเดียว มีทั้งแกง ทั้งผัด ทั้งตุ๋น แต่ถ้าให้กินบ่อยๆก็คงเบื่อเหมือนกัน เพราะอาหารของที่นี่เน้นไปทางหวานและมัน ด้วยความที่เธอมาจากอีกโลกนึง ที่ซึ่งผู้คนนิยมกินอาหารรสจัด คราวหน้าจะสอนให้แม่ครัวทำอาหารที่เธอถูกปากกว่านี้
ซิ่วอิงทานไปได้นิดหน่อยก็อิ่ม จึงคอยตักแกงคีบเนื้อให้น้องสาวกิน เสี่ยวหยวนตัวน้อยกินอาหารที่พี่สาวคีบให้อย่างมีความสุข การกระทำดังกล่าวทำให้ภาพพจน์ของซิ่วอิงดูอ่อนโยนขึ้นในสายตาทุกคน
ผ่านไปไม่นานทุกคนก็ทานอาหารเสร็จเรียบร้อย ซิ่วอิงจึงเอ่ยกับพ่อบ้านและสาวใช้
“ พ่อบ้านเหลียน.. มีอยู่เื่นึงข้าลืมบอกไป ไหนๆทุกคนก็อยู่กันพร้อมหน้า ข้าจะบอกให้ทราบไปพร้อมกัน..”
“ เื่อันใดขอรับนายน้อย..”
พ่อบ้านเหลียนโค้งคารวะพร้อมกับเอ่ยถาม ส่วนคนอื่นในห้องต่างมองซิ่วอิงด้วยความอยากรู้เช่นกัน
“ เื่อาหารการกินของพวกเ้า ข้าอนุญาตให้พวกเ้าทุกคนทานอาหารได้ทั้ง 3 มื้อ และสามารถทานอาหารแบบเดียวกับเ้านายได้ทุกอย่าง.. ใครที่มีหน้าที่ต้องทำอนุญาตให้กินก่อนได้เลย แต่ตักแบ่งไว้ให้เ้านายเสียก่อน ส่วนใครจะกินก่อนใครกินหลัง ให้ดูตามความเหมาะสมของแต่ละคน.. อยู่กับข้าห้ามทะเลาะเบาะแว้งกันเป็อันขาด ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำหน้าที่ตนเองให้ดีที่สุด.. พ่อบ้านเหลียนนำคำพูดข้าไปบอกให้คนอื่นรับรู้ด้วย..”
ซิ่วอิงกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
“ ขอรับ/เ้าค่ะ”
พ่อบ้านเหลียนและสาวใช้ทั้งสอง ตอบรับด้วยรอยยิ้มอย่างตื้นตันใจ เพราะที่ผ่านมานั้นพวกเขาไม่เคยเจอเ้านายที่ใจดีเช่นนี้ มีเงินเดือนให้สามารถกินอาหารได้ 3 มื้อ อีกทั้งยังสามารถกินอาหารแบบเดียวกับเ้านายได้อีกต่างหาก
เมื่อพ่อบ้านและสาวใช้ตอบรับเรียบร้อย ซิ่วอิงหันไปมองทุกคนแล้วกล่าวขึ้น
“ ท่านพ่อ ท่านลุงตง ท่านอาทุกท่าน.. ข้ามีเื่จะแจ้งให้ทราบ เชิญทุกคนไปรอข้าที่ห้องประชุมก่อนเ้าค่ะ..”
“ ได้สิอิงเอ๋อร์..”
จ้าวเว่ยเอ่ยตอบแล้วเดินออกไป ตงห่าวกับพวกพยักหน้าให้แก่ซิ่วอิง แล้วเดินตามจ้าวเว่ยออกไป ซิ่วอิงหันไปกล่าวกับมารดาและน้องสาว
“ ท่านแม่พาหยวนเอ๋อไปดื่มชาที่ศาลากลางสระบัวน่ะเ้าคะ ลูกมีเื่ต้องทำอีกนิดหน่อย”
“ เ้าก็อย่าหักโหมหน่ะอิงเอ๋อร์ ค่อยๆทำไปอย่ารีบร้อนมากนัก.. หยวนน้อยไปเดินย่อยอาหารกับแม่ดีกว่า พี่สาวเ้าต้องทำงาน”
“ เ้าค่ะท่านแม่ พี่สาวข้าไปก่อน อย่าหักโหมมากนะเ้าคะ..” เสี่ยวหยวนตัวน้อยบอกพี่สาวคนสวย เลียนแบบคำพูดของมารดาแล้วเดินออกไปพร้อมกัน
ซิ่วอิงจึงเอ่ยกับพ่อบ้านเหลียนและสาวใช้
“ เอาละ.. อีกเดี๋ยวพวกเ้าเก็บสำรับให้เรียบร้อย แล้วเตรียมน้ำชาไปให้ท่านแม่ที่สระบัว ส่วนที่ห้องประชุมข้าจะนำไปด้วยตนเอง”
“ ขอรับ / เ้าค่ะ”
‘ห้องประชุมจวนสกุลจ้าว’
ภายในห้องประชุมจวนสกุลจ้าว จ้าวเว่ยนั่งเป็ประธานอยู่หัวโต๊ะ ส่วนตงห่าวและคนอื่นนั่งที่เดิมเหมือนเช่นเมื่อตอนเช้า เหมือนกับว่าทุกคนจะยึดถือลำดับการนั่งไปโดยปริยาย
“ จ้าวเว่ย.. เหตุใดเ้าถึงปล่อยให้บุตรสาวเป็ผู้จัดการเื่ราวทุกอย่าง..”
เป็ตงห่าวที่เปิดประเด็นขึ้นมาก่อนใครอื่น
“ หึๆๆ.. เ้าก็เห็นแล้วนี่ การสั่งการและการกระทำทุกเื่ราวของบุตรสาวข้าคนนี้ มันช่างมีอำนาจจนไม่อาจปฏิเสธได้ คล้ายกับว่านางทำเช่นนี้เป็เื่ปกติ.. จนบางครั้ง.. ข้าเองก็รู้สึกว่านางเป็นายน้อยของข้าไปด้วยเลย..”
จ้าวเว่ยกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
“ ฮ่ะๆๆ.. แม้แต่เ้าที่เป็บิดายังรับรู้ได้ถึงตัวตนอันยิ่งใหญ่ของนาง ถึงตอนนี้เ้าเข้าใจพวกข้ารึยัง ที่เรียกนางว่า ‘นายน้อย’..”
ตงห่าวกล่าวพลางหัวเราะลั่นห้อง ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเขา แม้แต่หลานอิงผู้ที่เ็าอยู่เป็นิจ ยังอดไม่ได้ที่จะกล่าวขึ้น
“ ข้าเห็นด้วยกับท่านตง.. แม้แต่ข้าที่มักจะเ็ากับทุกเื่ราว ยังรู้สึกได้ถึงตัวตนอันไม่ธรรมดาของนายน้อย..”
“ เช่นกัน.. ตัวข้ามีความรู้สึกว่าถึงแม้นจะมิได้ทำพันธสัญญากัน หากพวกเราติดตามนางอย่างจริงใจ ในอนาคตพวกเราจะเป็ผู้ยิ่งใหญ่ในแว่นแคว้นอย่างแน่นอน..” เป็อวี้เหมยสาวงามผู้มีภาพลักษณ์อันร้อนแรง เอ่ยวาจาสนับสนุนความคิดของทุกคน
แล้วก่อนที่ทุกคนจะได้พูดคุยอะไรกันต่อ ซิ่วอิงก็เดินเข้ามาพร้อมกับชุดน้ำชาในมือทั้งสองข้าง อวี้เหมยที่เพิ่งกล่าวจบ พลันลุกขึ้นเดินไปหาซิ่วอิงแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ นายน้อย.. เหตุใดท่านจึงยกน้ำชามาด้วยตนเอง ทำไมไม่ให้สาวใช้นำมา..”
“ ข้าให้พวกนางไปทำอย่างอื่น.. อย่างไรเสียข้าก็จะมาที่นี่อยู่แล้ว อีกอย่างนึงพวกท่านเป็สหายบิดาข้า ข้ายกน้ำชามาให้ก็เป็การสมควรอยู่..”
ซิ่วอิงกล่าวไปรินน้ำชาแจกไปจนครบทุกคน เสร็จแล้วก็นั่งลงยังที่ว่างข้างบิดา
“ ทุกท่านทนดื่มชาพวกนี้ไปก่อน.. เมื่อบ้านบนเขาที่นอกเมืองสร้างเสร็จ ข้าจะปลูกชาดีๆที่มีพลังิญญาให้พวกท่านดื่ม..”
ซิ่วอิงจิบชาหมดจอกแล้วเอ่ยขึ้น
“ พวกเราจะคอยดื่มชาของนายน้อย.. เอิ่ม.. นายน้อยมีเื่อันใดสั่งการมาได้เลย พวกข้าจะทำตามทุกอย่าง..”
ตงห่าวทำหน้าตาจริงจังแล้วกล่าวออกมา คนอื่นๆก็มองซิ่วอิงคล้ายรอคอยให้เธอสั่งการ
“ อย่าให้ถึงกับใช้คำนี้เลยท่านลุงตง เรียกว่าเป็การวางแผนร่วมกันดีกว่า.. เอาละเช่นนั้นข้าจะเริ่มเลยก็แล้วกัน..”
“ เชิญนายน้อยกล่าว..”
“ อันดับแรก.. คืนนี้พี่สาวเหม่ยหลินต้องอยู่กับข้า ข้าจะสอนทักษะปรุงโอสถระดับสูงให้ท่าน”
“ เ้าค่ะนายน้อย..”
เหม่ยหลินเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มแห่งความดีใจ
“ เื่ต่อไป.. คืนนี้ให้พี่สาวอวี้กับพี่สาวอิงพักอยู่ที่จวน ท่านลุงตง ท่านอาจาง ท่านอาเจียงไปพักที่จวนดอกไม้ ส่วนท่านอาเฉิน ท่านอาฟู่ ท่านอาหลิว พวกท่านไปพักจวนในเมืองที่จะเปิดเป็ร้านขายโอสถ.. ท่านใดมีความเห็นต่างจากข้าหรือไม่ ”
ซิ่วอิงกล่าวจบส่งสายตามองไปยังทุกคน เป็สายตาที่เรียบนิ่งแฝงความเข้มงวดอย่างไม่ตั้งใจ ซึ่งเป็บุคลิกอันเคยชินยามสั่งงานในการประชุมจากโลกก่อน
‘เฮือกก’
ตงห่าวและพวกเมื่อเห็นซิ่วอิงกวาดสายตามองมาก็ให้เสียววาบไปทั้งตัว แม้แต่จ้าวเว่ยผู้เป็บิดายังเผลอตัวกลืนน้ำลายดังเอื้อก ทุกคนต่างก็คิดในใจเหมือนกัน
'นางเข้าสู่ตัวตนของจอมบงการอีกแล้วสินะ.. คนที่ยกน้ำชามารินแจกจ่ายเมื่อสักครู่.. หายไปไหนแล้ว..'
“ เอ่อ.. ไม่มีขอรับนายน้อย ”
ตงห่าวที่ดึงสติกลับมาได้ก่อนเป็ผู้เอ่ยขึ้น
“ เื่ต่อไป.. ข้าจะบอกถึงแผนงานในวันพรุ่งนี้เลยแล้วกัน ทุกท่านจะได้แยกกันไปทำโดยไม่ต้องรอข้า"
“ เชิญนายน้อยบอกมาได้เลย..”
ตงห่าวผู้ที่าุโที่สุดกล่าวขึ้น
" ท่านลุงตง.. ท่านเป็ผู้กว้างขวางในเมืองัฟ้าแห่งนี้ ท่านไปหาซื้อสมุนไพรตามรายการให้ได้มากที่สุด.. ส่วนนี่คือรายการสมุนไพรและเงินจำนวน 1 แสนเหรียญทอง..”
กล่าวจบซิ่วอิงยื่นแหวนมิติไปให้ ตงห่าวนำไปถ่ายโอนใส่แหวนมิติของตนเองโดยไม่ถามอะไรทั้งสิ้น (เขาเริ่มรู้แล้วว่าถ้านางเข้าสู่โหมดจอมบงการนั้นน่ากลัวเพียงใด)
“ เื่ต่อไป.. พี่สาวอวี้ พี่สาวอิง ท่านสองคนไปหาช่างมาปรับปรุงจวนในเมือง เพื่อเปลี่ยนเป็ร้านจำหน่ายโอสถตามแบบที่ข้าวาด.. นี่คือแบบและเงินจำนวน 1 แสนเหรียญทอง”
อวี้เหมยรับแหวนมิติไปจากมือซิ่วอิง แล้วนำไปถ่ายโอนใส่แหวนมิติของตนเอง จากนั้นเอ่ยถามขึ้นว่า
“ เอ่อ.. นายน้อยแล้วจวนดอกไม้ที่จะสร้างร้านน้ำชาล่ะ..”
“ ตอนนี้สร้างร้านขายโอสถก่อน เมื่อเสร็จแล้วค่อยไปปรับปรุงจวนดอกไม้ เพราะโอสถระดับนภาขึ้นไปข้าได้ปรุงเตรียมไว้แล้ว ขาดแต่เพียงโอสถระดับต่ำลงมาซึ่งข้าไม่มีสมุนไพร.. หากพรุ่งนี้ท่านลุงตงหาซื้อมาได้มากพอ ข้ากับพี่สาวเหม่ยหลินจะเริ่มปรุงทันที คาดว่า 2-3 วันก็น่าจะมีจำนวนเพียงพอที่จะนำมาขาย..”
ซิ่วอิงกล่าวเสียงเรียบอธิบายถึงเหตุผลของตน
" เอ่อ.. อย่าว่าข้ามากเื่เลยนายน้อย โอสถระดับต่ำนั้นมีตระกูลหยางขายอยู่ก่อนแล้ว หากเราจะขายแข่งกับพวกเขาคงจะยากไปสักหน่อย..”
คำกล่าวของอวี้เหมยทุกคนในห้องพยักหน้าเห็นด้วย จ้าวเว่ยอดใจไม่ได้ที่จะกล่าวขึ้น
“ นั่นสิอิงเอ๋อ.. เราจะไปสู้พวกเขาได้อย่างไร”
ยามได้ฟังคำพูดห่วงใยของทุกคน ซิ่วอิงกลับหัวเราะเบาๆแล้วกล่าวว่า
“ เื่นั้นทุกคนไม่ต้องกังวล.. พวกท่านลืมไปแล้วหรือว่าข้าคือผู้ปรุงโอสถระดับเหรียญตราัฟ้า.. โอสถที่ข้าปรุงมีความบริสุทธิ์เต็ม 10 ส่วนทุกเม็ด ซึ่งโอสถของตระกูลหยางอย่างมากก็แค่ 8 หรือ 9 ส่วนเท่านั้น.. เมื่อวางขายในราคาเดียวกัน พวกท่านคิดว่าพวกชาวยุทธจะซื้อของผู้ใด..”
“ อืมมม.. ข้ากลับหลงลืมไปว่าเ้านั้นได้เหรียญตราัฟ้า อันเป็ระดับสูงสุดของผู้ปรุงโอสถของเมืองนี้.. ฮ่ะๆๆๆ”
จ้าวเว่ยกล่าวพลางหัวเราะออกมาเมื่อนึกขึ้นมาได้
“ เอาละเื่ต่อไป.. ท่านอาฟู่ิกับท่านอาทั้ง 4 คน พรุ่งนี้ให้ไปควบคุมการก่อสร้างบ้านพักที่เขามรกต ในส่วนรายละเอียดการก่อสร้างนั้น ข้าได้อธิบายกับช่างลู่ไปแล้ว.. พวกท่านเพียงไปดูแลอย่าให้ผู้ใดก่อเื่ เพราะข้าให้ช่างลู่รับสมัครคนงานเป็จำนวนมาก “
“ รับทราบ..”
ฟู่ิกับพวกเอ่ยรับคำพร้อมกัน
“ พรุ่งนี้ข้าจะไปที่เขามรกตด้วยเช่นกัน.. แต่ก่อนไปข้าจะไปหาซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ทั้งในการประกอบอาหาร และของอื่นๆที่จำเป็ พวกท่านเมื่อไปถึงเขามรกต ให้แบ่งกันสัก 2-3 คนเข้าไปในป่า ล่าสัตว์อสูรมาซักหลายตัว ข้าจะเอามาทำอาหารเลี้ยงคนงาน”
“ รับทราบ..”
พวกฟู่ิกล่าวรับคำพร้อมกันอีกครั้ง
“ ส่วนพี่สาวหลิน ไม่ต้องไปไหนให้ฝึกปรุงโอสถอยู่ที่จวน”
" ได้เ้าค่ะนายน้อย.."
เมื่อเหม่ยหลินรับคำซิ่วอิงก็หยุดลง แล้วยกจอกชาขึ้นดื่มเหมือนจะบอกว่าหมดเื่แล้ว แต่จ้าวเว่ยผู้เป็พ่อกลับเอ่ยขึ้นมาว่า
“ เอ่อ อิงเอ๋อร์.. ไม่อยากจะถามหรอกนะ แต่เ้าไม่ให้พ่อทำอันใดเลยหรือ..”
“ ท่านพ่อก็อยู่ที่จวนหลัก.. คอยประสานงานและดูแลจวนเช่นเดิมเ้าค่ะ..”
“ ฮ่ะๆๆ.. เ้าก็นั่งเป็ประธานอยู่กับบ้านอย่างไรเล่า..”
‘ ฮ่ะๆๆๆๆ ’
สิ้นเสียงของซิ่วอิง ตงห่าวกล่าวพลางหัวเราะออกมาลั่นห้อง ทำเอาคนอื่นหัวเราะตามอย่างขบขัน
“ เฮ้อๆ.. เอาเถอะถ้าเ้า้าเช่นนั้น ”
จ้าวเว่ยเอ่ยออกมาด้วยความอ่อนใจ
“ ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จากนี้ข้าจะพาพี่สาวหลินไปฝึกปรุงโอสถที่ห้อง.. ตอนนี้ยังไม่ดึกมากพวกท่านดื่มกินกันไปก่อนเถิด แต่อย่าให้เสียงานในวันพรุ่งนี้.. พี่สาวหลินเชิญตามข้ามา..”
ซิ่วอิงกล่าวจบขอตัวออกไปจากห้อง โดยมีเหม่ยหลินสาวธาตุไม้ตามออกไป ส่วนจ้าวเว่ยกับพวกตงห่าวทั้ง8 ดื่มกินกันต่ออย่างสนุกสนาน
‘เรือนส่วนตัวของซิ่วอิง’
คืนนั้นหลังจากจัดการเื่ราวทุกอย่างเรียบร้อย ซิ่วอิงกางอาณาเขตครอบคลุมเรือนของเธอไว้ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันและป้องกันมิให้คนอื่นในจวนมารบกวน จากนั้นนำเตาปรุงโอสถระดับสูงของอาจารย์มอบให้เหม่ยหลิน แล้วสอนทักษะการปรุงโอสถระดับสูงแก่นางเกือบทั้งคืน
่แรกอาจจะติดขัดอยู่บ้าง เพราะเป็การฝึกปรุงด้วยเคล็ดระดับสูงของซิ่วอิง แต่ด้วยพร์และการชี้แนะของซิ่วอิง ผ่านไปครึ่งคืนเหม่ยหลินเริ่มปรุงยาระดับต่ำได้แล้ว เพียงแต่ความบริสุทธิ์ยังไม่ถึงสิบส่วนเต็มอย่างที่้า ซึ่งซิ่วอิงไม่ได้กังวลเท่าใดนัก ครั้งแรกได้เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะเรียกนางว่าอัจฉริยะ
เช้าวันรุ่งขึ้น ซิ่วอิงที่นั่งสมาธิบ่มเพาะปราณอยู่ในเรือน เธอลืมตาขึ้นมามองดูรอบๆ คืนที่ผ่านมาเธอให้เหม่ยหลินเข้าไปนอนในห้อง เพราะอ่อนเพลียจากการฝึกปรุงโอสถ ส่วนตัวเองด้วยความที่มีคนอื่นอยู่ด้วยจึงไม่เข้าไปในมิติ นั่งบ่มเพาะอยู่ในห้องรับแขกของเรือน
ซิ่วอิงออกจากสมาธิบ่มเพาะ เข้าไปล้างหน้าแปรงฟันเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ เสร็จเรียบร้อยก็เดินออกไปจากเรือน ไปยังห้องอาหารของเรือนหลัก
ภายในห้องอาหาร พ่อบ้านเหลียนและสาวใช้ 2 คน กำลังจัดเตรียมอาหารเช้าไว้คอยเ้านาย เมื่อเห็นซิ่วอิงเดินเข้าไปทุกคนคำนับแล้วเอ่ยพร้อมกัน
" อรุณสวัสดิ์ขอรับนายน้อย"
“ อรุณสวัสดิ์นายน้อยเ้าค่ะ..”
“ อืม.. สวัสดีทุกคนเช้ามีอะไรกินบ้าง”
ซิ่วอิงพยักหน้ารับการคารวะพลางเอ่ยถาม
“ เช้านี้แม่ครัวทำข้าวต้ม ยำกุนเชียงกับหมูตุ๋นเ้าค่ะ..”
“ เอาข้าวต้มมาถ้วยนึง ข้าต้องรีบออกไปแต่เช้า..”
“ เ้าค่ะ..”
เมื่อสาวใช้นำข้าวต้มมาให้ ซิ่วอิงไม่รอช้าลงมือทานทันที เพียงข้าวต้มถ้วยเดียวซิ่วอิงก็อิ่ม เนื่องจากเธอเป็คนที่กินได้ไม่มากนัก เธอดื่มน้ำชาล้างปากอีกนิดหน่อย จากนั้นนำหน้ากากดำครึ่งหน้ามาสวม ก่อนจะออกจากจวนสกุลจ้าว มุ่งหน้าไปตลาดกลางเมืองไปทันที
…………………………………