ตอนที่สิบ Grinding 5
วูบ
กรงเล็บของร่างเงาโจมตีสวนมาแต่ผมล่อให้เขาเข้ามาและโจมตีสวนกลับไปได้ทัน
เนื่องเพราะว่า นี่คือแผนที่ผมวางไว้จะใช้กับร่างเงาในตอนแรก
และผมก็ได้เริ่มรู้ตัวว่า ร่างเงานั้นคล้ายกับผมนั่นเอง
แผนการที่มีแต่นักเล่นเกมส์ที่รู้ แต่ร่างเงาสามารถใช้ความสามารถได้โดยสัญชาตญาณ
และความสามารถที่เพิ่มขึ้นมาของค่าสถานะของผมในด้านค่าINT ที่ทำให้ผมสามารถนึกออกได้ด้วยสติปัญญาและสัญชาตญาณว่ากระบวนท่า ทักษะ หรือไม้ตายต่างๆที่ใช้ในเกมส์นั้นเป็กระบวนท่าอย่างไรและต้องใช้พลังมานาที่มีอย่างไรจึงจะใช้ออกมาอย่างในเกมส์ได้
ความรู้สึกของการเป็ตัวละครอัจฉริยะที่เห็นกระบวนท่าที่เดียวก็ใช้ออกมาได้มันเป็อย่างนี้เองหรือนี่?
แต่ว่า The Strength ก็ยังมีจุดอ่อนอยู่ ผมรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณ
ไม่มีการโกหกในโลกแห่งิญญาของเรา
ผม้าเอาชนะฝั่งตรงกันข้ามด้วยกำลังของตนเอง
ร่างเงาที่ผมพิชิตได้ส่องแสงกลายเป็เพชรอีกครั้งหนึ่งซึ่งนำไปสู่การต่อสู้ครั้งใหม่
วูมมม
มือของผมรวบรวมมานาเอาไว้ในมือ
ข้อดีของการเป็อัจฉริยะด้านการต่อสู้แบบพระเอกในไลท์โนเวลคือ เราสามารถทำตามได้จากการเห็นตัวอย่างเพียงแค่ครั้งเดียว
ปัญหาคือ
ร่างเงาของผมก็ทำอย่างนั้นได้เช่นกันตามสัญชาตญาณ
แต่พอเราผ่านการต่อสู้นานเข้า
ผมชักไม่รู้แล้วว่าใครเลียนแบบใครกันแน่
เพราะใน่ของการต่อสู้ ผมก็เลียนแบบท่าสกิลของร่างเงาของผมเช่นกัน
ความเป็ไปได้ของการต่อสู้ไร้ที่สิ้นสุด
นั่นคือเื่ที่ผมเรียนรู้จากการต่อสู้กับร่างเงาของผม
ฟ้าว
ร่างเงาเคลื่อนไหวราวกับสายลมที่เห็นภาพติดตา
ความเร็วกับพลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก
เปรี้ยง ผมรู้ว่าคืออะไร Beast Form ร่างสัตว์ที่สาย Strength มักใช้งานในการที่จะสู้ด้วยการเร่งพลังของตนเองสูงมากขึ้น ทั้งพลังโจมตีพลังป้องกันแต่ว่า
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง
ผมยังตั้งรับอย่างรัดกุมและ
โครม
มือของผมกลายเป็กรงเล็บสัตว์ป่าพร้อมพลังที่อัดแน่นอยู่ข้างเดียวซัดเข้าที่ซี่โครงของร่างกายในร่าง Beast Form จนหายไป
ร่างพวกนี้มีจุดอ่อนสมกับเป็แนวพระเอกโชวเน็นคือ
จะเปลืองทั้งพลังมานาและพลังชีวิตมาก
จนไม่อาจต่อสู้ในระยะยาวได้
นั่นคือจุดอ่อนของไพ่ Strength ในระยะกลางนั่นเอง
ตอนแรกหากพลังกายเหนือกว่าก็จะชนะได้ง่าย
แต่หากขั้นกลางพลังที่เหนือกว่าไม่มากพอที่จะก้าวข้ามทักษะพิเศษของสายอื่นที่เหนือกว่าและฝ่ายตรงข้ามกะเกณฑ์พลังของเราได้
เราจะโดนล่อเข้ามาเล่นงานในที่สุด
และไม่มีใครรู้ดีในเื่ของค่าพลังของร่างเงาของผมเองมากกว่าตัวผมเองอีกแล้ว
การต่อสู้กับร่างเงาในทางหนึ่ง
มันทั้งบั่นทอนกำลังใจผมและให้กำลังใจผมไปในทางเดียวกัน
ว่าจุดอ่อนที่ผมคิดในเื่ของพลัง The Strength นั้นเป็ของจริงที่ผมฉกฉวยช่องโหว่ของพลังเอาชนะร่างเงาของผมได้เพราะผมมองออกล่วงหน้าพอได้ว่าจะมีสกิลไหนให้ใช้อย่างไรและพลังของผมมีอยู่เท่าไร
ที่ทำให้หมดความมั่นใจบางส่วนไปคือ
วิธีการที่ผมมองออกพวกอัจฉริยะในการต่อสู้ของโลกภายนอกนั่นก็คงมองออกเช่นกันและพวกเขาจะฉกฉวยโอกาสจากช่องโหว่ของพลัง The Strength ได้อย่างแน่นอน
ชัยชนะของผมที่ผ่านมานอกจากจะเป็เื่ของพลังจากเพชรที่ฟื้นฟูขึ้นมาแล้ว
ยังเป็เื่ของการที่ผมมทีข้อมูลหรือความรู้มากกว่าด้วย
ว่าจุดอ่อนของ The Strength จะแสดงออกมาทางไหนบ้าง
แต่ท่าทางร่างเงาของผมก็คงจะรู้เช่นเดียวกัน แต่เขาไม่สามารถทำอย่างอื่นที่นอกเนหือจากความเป็ตนเองได้นั่นเอง
จุดอ่อนของร่างเงาที่ผมเห็นแล้วในที่สุดหลังจากผ่านการต่อสู้มาสักพัก
พวกเขาไม่สามารถใช้กระบวนท่าทักษะของไพ่ใบอื่นได้นั่นเองเพราะมันไม่ใช่ตัวเขา
และจุดอ่อนในเื่ของการที่หากฝ่ายตรงข้ามพลังค่าสถานะพื้นฐานไม่ทิ้งกันมากนัก
จุดอ่อนอื่นๆจะปรากฏให้เห็นมากขึ้นนั่นเอง
ซึ่งผมก็รู้สึกแปลกๆกับตนเองมากขึ้นเหมือนกัน
ทำไมผมถึงคิดพิจารณาได้อย่างเยือกเย็นในการต่อสู้มากขนาดนี้?
รู้สึกเชื่อมั่นในพลังของตนเองราวกับว่าทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น
รับการโจมตีของร่างเงาที่รวดเร็วยิ่งกว่าสัตว์ป่าที่ผมในตอนปรกติรู้สึกหวาดกลัวได้อย่างนี้?
และที่สำคัญ
ผมไม่ได้กลัวแต่คอยให้ร่างเงาที่เก่งกว่าก่อร่างใหม่และลุกขึ้นมาสู้กับผมอีกครั้งหนึ่ง
Beast Form
ร่างกายของผมก็เปล่งแสงเช่นกัน
ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นแผงกล้ามเนื้อตรงหน้าอกและขาส่วนสูงเพิ่มมากขึ้น
ผมยาวสยายปลิวไปมาด้วยพลังมานาราวกับแผงคอของสิงห์โต
และความเร็วและความอยากจะขย้ำศัตรูที่อยู่ตรงหน้าเพิ่มมากขึ้น
สัตว์ร้ายาสองตัวเข้าห้ำหั่นกันจนกว่าจะเหลือเพียงแค่ตัวเดียวที่จะเป็าา
King of Beast III STR DEX VIT เพิ่มขึ้นอย่างละ30 เมื่ออยู่ในร่าง Beast Form
นั่นคือคุณสมบัติที่ผมได้มาหลังจากเอาชนะร่างสัตว์ป่า Beast Form ของร่างเงาได้
และตอนนี้ผมก็พุ่งเข้าไปหาร่างเงาของผมก่อน เพราความต่าง ระดับ 50 แต้มคือความต่างของคนธรรมดากับพวกเหนืุ์นี่
เพื่อจะเอาชนะผมต้องสู้ในร่าง Beast Form นี่แล้ว