ภายในห้องที่ไร้ซึ่งแสงใดๆ มีเพียงแต่สว่างจากตะเกียงดวงเล็กๆของเด็กหนุ่มผมรองทรงสีดำนามว่าฟราน
“ที่นี่ที่ไหนกัน?”
ฟรานได้แต่พึมพำกับตนเองก่อนที่จะค่อยๆเดินสำรวจรอบๆห้องนั้นและเมื่อเขาได้เดินต่อไปเรื่อยๆ ก็ได้พบกับชายหนุ่มผมทรงหัวหนามสีน้ำตาลเข้มรูปร่างกำยำบึกบึนกำลังจ้องมองมาที่เขา
“คุณคือใครกัน?”
ฟรานถามชายแปลกหน้าด้วยความสงสัยแต่ชายแปลกหน้ากลับไม่ตอบอะไรแล้วได้แต่ยิ้มพร้อมกับชี้นิ้วไปที่กระจกบานหนึ่งตรงมุมห้องเด็กหนุ่มเดินไปส่องกระจกบานนั้น และพบกับเงาสะท้อนของตนเองในกระจกท่ามกลางแสงอันริบหรี่ของตะเกียงที่เด็กหนุ่มถืออยู่และในระหว่างที่กำลังส่องกระบานนั้น อยู่ๆเงาสะท้อนก็ได้ยิ้มให้กับเขา ซึ่งรอยยิ้มของเงาสะท้อนช่างดูน่าขนลุกยิ่งนักฟรานพยายามรวบรวมความกล้าและเอ่ยถามเงาสะท้อนของตนในกระจกบานนั้น
“คะ-คุณคือใครกันแน่?”
“และคุณ้าอะไรจากผม”
ฟรานพูดอย่างตะกุกตะกักออกมาด้วยความหวาดกลัว และในขณะนั้นเองเงาสะท้อนในกระจกก็ค่อยๆเอามือทะลุออกมาจากกระจกบานนั้นและลูบไล้ที่แก้มของฟรานอย่างอ่อนโยน ก่อนที่มันจะเอ่ยขึ้นว่า
“ผมคือคุณ”
น้ำเสียงของมันนั้นช่างดูเย็นะเืพร้อมกับหน้าตาและรูปร่างของมันที่ค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็ชายหนุ่มผมทรงหัวหนามสีน้ำตาลเข้มร่างกายกำยำบึกบึนเหมือนกับคนที่เคยยืนอยู่ข้างๆฟรานเมื่อสักครู่และมือของมันที่ลูบไล้แก้มของฟรานอย่างเบาๆก็ค่อยๆเลื่อนลงมาตรงลำคออันบอบบางของเขาก่อนที่มันจะออกแรงบีบลำคอของฟรานแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาได้แต่พยายามแกะมือคู่นั้นออกแต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไร้ผลในด้านของเงาสะท้อนที่กำลังบีบคอฟรานอยู่นั้น มันก็ยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนที่จะเอ่ยอย่างช้าๆว่า
“ผม....”
“้า....”
“มีชีวิต”
คำพูดอันแสนเย็นะเืถูกเอ่ยออกมาอย่างเรียบง่ายแต่แรงบีบของมันกลับค่อยๆแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาเริ่มขาดอากาศหายใจและสติของเขาก็ค่อยๆพลันดับลง
ในยามราตรีที่มืดสงัด มีเพียงแสงจากหมู่ดาวพร่างพราวบนฟากฟ้าเสียงของเหล่าหมาป่าหอนโหยหวนดังกังวานไปทั่วบริเวณต้นไม้นั้นมีลักษณะรูปร่างชวนน่าขนหัวลุกอยู่หลากหลายต้นและบางต้นก็มีเชือกมะนิลาเก่าๆถูกผูกเป็รูปบ่วงบาศห้อยไว้กับกิ่งก้านของต้นไม้แห้งนั้นเต็มไปหมดราวกับว่ามันกำลังเชิญชวนให้ผู้คนเข้าไปผูกห้อยติดกับมัน และบรรยากาศในบริเวณนั้นได้ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกอันหนาทึบมีกลิ่นเปียกชื้นของดินผสมปนเปไปกับกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพอบอวลลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
“ว้ากกก”
เสียงร้องดังกังวานของชายหนุ่มผมทรงหัวหนามสีน้ำตาลเข้มนามว่าฟรานดังขึ้นมาพร้อมกับเหงื่อที่ท่วมโชกไปทั่วร่างกายอันกำยำของเขา
“ยังไม่ตายหรอฟะ”
เขาสบถออกมาอย่างหัวเสียพร้อมกับพยายามนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ตนจะสลบไป
“ผู้หญิงคนนั้นมีตัวตนจริงๆอย่างนั้นหรอ”
“นึกว่าเป็แค่ความฝันซะอีก”
“แล้วทำไมเธอถึงต้องเข้ามาช่วยเราตลอดเลย”
ฟรานพึมพำในลำคออย่างเงียบๆพร้อมกับพยายามนึกถึงหญิงสาวผมยาวตรงสีดำสนิทที่มาช่วยเขาจากปีศาจร้ายนามว่าอารัคเน่ และยังช่วยเขาจากหมึกั์นั้นอีกด้วยและในขณะเดียวกันเสียงร้องโหยหวนของเหล่าิญญาร้ายในเกาะก็ดังขึ้นมาทำเอาฟรานต้องหยุดชะงักความคิดและรีบมองหาที่ปลอดภัยสำหรับหลบเหล่ามอนส์เตอร์ฟรานได้เดินเข้าไปยังใจกลางเกาะลึกขึ้นเรื่อยๆโดยหวังว่าจะเจอหมู่บ้านหรือผู้เล่นคนอื่นที่มาผจญภัยในเกาะร้างไร้ผู้คนแห่งนี้เขาจะได้ขอความช่วยเหลือจากผู้เล่นเ่าั้ได้
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เมื่อฟรานได้เดินเข้ามาถึงยังใจกลางของเกาะหมอกอันหนาทึบที่เคยปกคลุมอยู่รอบๆตัวเขาตลอดเวลาก็ค่อยๆจางหายไป และปรากฎภาพของหมู่บ้านสไตล์ยุโรปโบราณอยู่ตรงหน้าผู้คนในหมู่บ้านนั้นต่างเดินกันไปมาขวักไขว่อย่างหนาแน่นและครึกครื้นถ้าหากเขาไม่ได้เจอกับเหล่าปีศาจร้ายและภูตผีในเกาะทมิฬแห่งนี้เขาคงอดคิดไม่ได้ว่านี่ช่างเป็หมู่บ้านที่ดูสงบสุขและปลอดภัยเสียเหลือเกิน ฟรานได้เดินเข้าไปในหมู่บ้านแห่งนั้นแต่ด้วยสภาพตัวของเขาที่ชุ่มโชกไปด้วยเืและดินโคลนจากการต่อสู้ที่ผ่านมาในเกาะทมิฬแห่งนี้ทำเอาชาวบ้านบริเวณนั้นหันมามองเขาด้วยความแปลกประหลาดบางคนก็เลือกที่จะเดินหนีเพราะขยะแขยงกลิ่นเหม็นคาวเืที่คละคลุ้งออกมาจากตัวของฟรานบางคนก็มองมายังฟรานและยืนซุบซิบคุยกับเพื่อนของเธอบางคนก็จดจ้องมายังตัวของฟรานและยิ้มอย่างมีเลศนัยและในระหว่างที่ฟรานกำลังตัดสินใจว่าจะเข้าไปถามชาวบ้านแถวนั้นดีไหม ก็ได้มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลารูปร่างกำยำสมชายชาตรีเดินเข้ามาหาเขาด้วยท่าทีที่เป็มิตร
“หลงทางมาหรอครับ?”
ชายหนุ่มผู้นั้นเอ่ยถามขึ้น
“ใช่ครับไม่ทราบว่าพอจะรู้วิธีออกจากเกาะนี้รึเปล่าครับ”
เมื่อฟรานได้โอกาสเขาจึงรีบชิงถามชายหนุ่มผู้นั้นกลับในทันที
“อืม…จะมีเรือขนส่งมาที่เกาะนี้ทุกๆครึ่งเดือนน่ะครับ”
“ถ้าอยากจะออกจากเกาะก็คงต้องรออีกสักสองสามวันนะ”
“ว่าแต่คุณหาที่พักได้รึยัง? มาพักกับผมก็ได้นะครับ”
ชายหนุ่มถามฟรานด้วยท่าทีที่เป็ห่วง เมื่อฟรานได้ยินดังนั้นเขาจึงรีบตอบตกลงไปโดยไม่ลังเลเพราะเขาก็เหนื่อยล้าจากการต่อสู้ก่อนหน้าเต็มทีแล้วเช่นกันเมื่อชายหนุ่มเห็นฟรานตอบตกลงดังนั้น เขาจึงพาไปยังบ้านของตนซึ่งเป็บ้านสไตล์ยุโรปโบราณเก่าๆประหนึ่งว่าขาดการดูแลมานานนับสิบปีและเมื่อฟรานเดินเข้าไปในบ้านหลังนั้นกลับพบว่าด้านในนั้นแตกต่างกับสภาพภายนอกโดยสิ้นเชิงภายในบ้านดูสะอาดเอี่ยมอ่องและข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านหลังนั้นก็มีสภาพใหม่เอี่ยมและถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบพื้นชั้นล่างถูกปูด้วยอิฐสีแดงชาด ส่วนชั้นบนเป็ไม้ที่ดูบอบบาง และมีโต๊ะซึ่งบนนั้นมีผลไม้สุกงอมอยู่เต็มตะกร้าเมื่อฟรานมองไปภายในครัวจะเห็นภรรยาของชายหนุ่มผู้นั้นส่งยิ้มให้กับฟรานในขณะที่เธอกำลังง่วนอยู่กับการทำกับข้าวต้อนรับการมาของฟรานประหนึ่งได้รู้อยู่ก่อนแล้วว่าเขากำลังจะมาพักที่นี่
“ตามสบายเลยนะครับคิดว่าเป็บ้านของตัวเองได้เลย”
ชายหนุ่มผู้นั้นบอกกับฟรานและยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ขอบคุณครับ”
ฟรานตอบรับท่าทีของชายหนุ่มด้วยความยินดีก่อนที่เขาจะเดินไปยังห้องพักบนชั้นสองที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อย และสภาพภายในห้องนั้นมีเพียงเตียงไม้ที่ถูกปูด้วยฟูกเก่าๆโต๊ะขนาดเล็กที่วางตะเกียงน้ำมันไว้เพื่อส่องแสงในเวลาที่มืดสนิทเช่นนี้ตรงส่วนผนังมุมห้องมีชั้นวางของที่วางข้าวของต่างๆมากมายและมีตุ๊กตาเด็กผู้หญิงและตุ๊กตาเด็กผู้ชายสูงราวๆหกสิบถึงเจ็ดสิบเซ็นติเมตรนั่งห้อยขาลงมาจากบนสุดของชั้นวางของฟรานได้วางข้าวของตนไว้ข้างหัวนอนก่อนจะลงไปอาบน้ำเพื่อขจัดคราบสกปรกที่สั่งสมมาทั้งวันและในขณะที่เขากำลังเดินเข้าไปยังห้องน้ำ เขาได้เห็นชายหนุ่มผู้นั้นกำลังช่วยภรรยาสาวตระเตรียมอาหารมื้อใหญ่สำหรับเลี้ยงต้อนรับฟรานฟรานจึงไม่รอช้ารีบเข้าไปอาบน้ำชะล้างสิ่งสกปรกออกทั้งหมดและเมื่อเขาอาบน้ำเสร็จแล้ว เขาจึงไปรับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากับชายหนุ่มและภรรยาของชายหนุ่มผู้นั้น
“คุณฟรานหลงมาที่เกาะนี้ได้ยังไงกันครับ”
ชายหนุ่มถามด้วยท่าทางที่สงสัย
“พอดีเรืออัปปางน่ะครับเลยถูกซัดมาติดที่เกาะแห่งนี้”
“แต่ก็ไม่น่าเชื่อเลยนะ ว่าจะมีหมู่บ้านที่ดูปลอดภัยตั้งอยู่ท่ามกลางเหล่าปีศาจพวกนั้น”
ฟรานตอบชายหนุ่มไปพร้อมกับเอามือหยิบขนมปังก้อนใหญ่และกัดลงอย่างเต็มคำด้วยความหิวโหยเขารีบเคี้ยวอย่างรวดเร็วและกระดกไวน์องุ่นที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้จนหมดแก้วก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“คุณคงไม่ใช่ผู้เล่นสินะครับ”
“ถ้าอย่างงั้นแสดงว่าผมคงเป็คนแรกที่มาเกาะแห่งนี้แล้วนี่คืออีเว้นท์ของเกาะทมิฬนี้อย่างนั้นหรอครับ?”
ฟรานถามชายหนุ่มอย่างอดสงสัยไม่ได้ถึงแม้เขาจะรู้คำตอบอยู่แล้วว่าเหล่า NPC นั้นจะไม่สามารถตอบคำถามอื่นๆได้นอกจากที่ถูกเขียนไว้ในสคริปต์และก็เป็อย่างที่เขาคิด เมื่อฟรานถามออกไปชายหนุ่มผู้นั้นกลับนิ่งเงียบไม่ตอบอะไรแม้แต่ประโยคเดียวฟรานเห็นดังนั้นจึงก้มหน้าก้มตากินอย่างเงียบๆเพื่อที่จะรีบไปนอนพักคลายความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน และเมื่อฟรานกินอาหารเสร็จแล้วเขาจึงเอ่ยขอตัวขึ้นไปบนห้องของตนเองและล้มลงบนเตียงพร้อมกับหลับไป
ณกลางดึกที่สงัดเงียบ มีเพียงแว่วเสียงเรไรจากเหล่าจั๊กจั่นที่กรีดร้องสายลมของฤดูเหมันต์ได้นำพามาซึ่งอากาศที่เย็นะเืภายในบ้านสองชั้นสไตล์ยุโรปหลังหนึ่งได้มีชายหนุ่มนามว่าฟรานนอนหลับไหลอยู่บนเตียงไม้เก่าๆ เสียงลั่นอี๊ดอ๊าดของพื้นไม้ภายในห้องนั้นดังขึ้นเป็จังหวะประหนึ่งกำลังมีคนเดินมาที่เตียงของเขาและเมื่อแสงจันทร์ยามค่ำคืนได้สาดกระทบเข้ามาทางหน้าต่างก็พลันปรากฎร่างเงาของบุคคลลึกลับยืนหันหน้ามองไปยังฟรานมือข้างหนึ่งของเงาลึกลับนั้นได้กำมีดเก่าๆไว้อย่างแน่นก่อนที่มันจะง้างมือขึ้นมาแล้วแทงจวกลงไปบนร่างกายของเขา แต่ทว่าโชคยังดีที่เขาพลันได้สติสะดุ้งตื่นขึ้นมาเสียก่อนเขาจึงรีบพลิกตัวหลบคมมีดนั้นได้อย่างทันท่วงที ทำเอาเงาลึกลับนั้นแทงพลาดไปยังเตียงของเขาแทน
“ทำบ้าอะไรเนี่ย”
ฟรานถามอย่างใเมื่อแสงจันทร์ที่สาดกระทบเข้ามาเผยให้เห็นใบหน้าของร่างเงานั้น ปรากฏว่าเป็ชายหนุ่มเ้าของบ้านผู้มีอัธยาศัยดีที่เสนอให้ฟรานพักที่บ้านของเขา
“….”
ชายหนุ่มผู้นั้นไม่ตอบอะไรแถมยังรีบคว้ามีดของตนพุ่งเข้าแทงฟรานต่ออีกระลอกหนึ่งทำให้ฟรานต้องรีบกลิ้งหลบไปด้านข้างของเตียงและหยิบค้อนด้ามใหญ่ที่วางอยู่ข้างหัวนอนขึ้นมาเพื่อเตรียมป้องกันตัวจากการโจมตีของชายหนุ่มผู้นั้น
“คุณเป็บ้าอะไรของคุณ”
ฟรานถามด้วยความโมโหแต่ชายหนุ่มกลับนิ่งเงียบและพุ่งเข้าใส่ฟรานอย่างต่อเนื่องเขาจึงจำเป็ต้องสวนกลับโดยการเอาค้อนขนาดใหญ่ฟาดลงไปที่พื้นไม้ของบ้านหลังนั้นและการฟาดนั้นทำให้พื้นไม้ที่บอบบางพังลงอย่างง่ายดายชายหนุ่มผู้นั้นตกลงไปยังชั้นล่างของบ้านและหัวของเขาได้กระแทกเข้ากับพื้นอย่างผิดรูปทำให้คอของหักและบิดไปด้านหลังแขนขาของเขาถูกแรงกระแทกจากการฟาดลงไปที่พื้นไม้ของฟรานอย่างจังทำให้มันบิดเบี้ยวไม่ต่างอะไรกับคอของเขาเลย
“ตะ-ตายแล้วหรอ ผมไม่ได้ตั้งใจนะ”
ฟรานใอย่างสุดขีดเพราะเจตนาที่แท้จริงของเขาเพียงแค่จะทุบลงที่พื้นเบาๆเพื่อหวังจะให้เกิดแรงกระแทกทำให้ชายหนุ่มผู้นั้นล้มลงเพียงเท่านั้นและยังไม่ทันที่ฟรานจะพูดจบจู่ๆภรรยาสาวของชายหนุ่มผู้นั้นก็เดินเข้ามายังห้องของฟรานและมองลงในพื้นที่เป็รูอยู่เมื่อเธอเห็นร่างของสามีเธอนอนตายอย่างอนาถ เธอจึงใอย่างสุดขีดและกรีดร้องออกมาอย่างกับคนเสียสติน้ำตาของเธอไหลพรากอาบทั้งสองแก้ม สายตาของเธอตอนนี้จ้องมองมายังฟรานด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
“แกทำอะไรเขา ไอ้ฆาตรกร”
“ไอ้ชั่ว ไอ้สารเลว”
หญิงสาวผู้นั้นสบถด่าออกมาราวกับคนเสียสติฟรานพยายามเดินเข้าไปปลอบเธอผู้นั้น และพยายามจะอธิบายความจริง แต่เธอผู้นั้นกลับไม่รับฟังอะไรทั้งสิ้นและยังหยิบด้ามไม้กวาดเก่าๆในบริเวณนั้นและพุ่งเข้าใส่ยังฟรานฟรานเห็นดังนั้นจึงจับมือเธอไว้เพื่อหยุดยั้งอารมณ์ที่กราดเกรี้ยวนั้น
“ใจเย็นๆก่อนครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ มันเป็อุบัติเหตุ”
“และจู่ๆเขาก็เข้ามาทำร้ายผมก่อนด้วย”
ฟรานพยายามอธิบายก่อนจะเริ่มเอะใจได้ว่าหรือว่านี่ก็เป็ส่วนหนึ่งของอีเว้นท์ภายในเกมหรือป่าว หากเพราะ NPC ไม่น่าจะมีอารมณ์โกรธหรือบุกเข้ามาโจมตีผู้เล่นก่อนได้และเมื่อหญิงสาวผู้เป็ภรรยาของชายหนุ่มที่ถูกฟรานจับล็อกไว้อยู่เริ่มสงบสติอารมณ์ได้ฟรานจึงถือโอกาสบอกเล่าความเป็จริงให้เธอได้ฟัง และเมื่อเธอทราบถึงเื่ทั้งหมดเธอก็ปล่อยโฮร้องไห้ออกมาและสวมกอดเขาอย่างแน่นโดยที่ฟรานหาได้รู้ไม่ว่ามือของเธอนั้นมีมีดปอกผลไม้ขนาดเล็กซ่อนอยู่และเธอพยายามจะแทงเขาในทีเผลอ
“โอ้ย”
ฟรานร้องด้วยความเ็ปและหันหน้าไปมองที่มือของหญิงสาวผู้ที่กำลังกอดเขาอยู่ปรากฏว่ามือของเธอนั้นมีมีดขนาดเล็กที่แทงไปยังหัวไหล่ของฟรานทำให้ฟรานต้องรีบผลักเธอออกจนเธอล้มลงกับพื้นไม้
“ใจเย็นๆก่อนครับ ผมรู้ว่าคุณโกรธผม”
“แต่ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”
ฟรานพยายามพูดหว่านล้อมหญิงสาวผู้นั้นแต่ก็ไร้ผลเธอหยิบมีดเล่มนั้นขึ้นมาและวิ่งเข้าใส่ฟรานราวกับคนที่เสียสติฟรานจึงได้พยายามจับตัวเธอไว้อีกครั้ง และในระหว่างที่ชุลมุนวุ่นวายกันอยู่นั้นร่างกายที่หักจนบิดเบี้ยวของชายหนุ่มเ้าของบ้านก็ค่อยๆลุกขึ้นมาและบิดหัวตัวเองกลับที่เดิมก่อนที่เขาจะเดินขึ้นมายังชั้นสองที่ฟรานกับหญิงสาวผู้นั้นกำลังชุลมุนกันอยู่เขาอาศัยจังหวะที่ฟรานเผลอแทงมีดที่เขาถืออยู่เข้ากลางแผ่นหลังของฟรานจนเืของฟรานไหลทะลักออกมาราวกับน้ำก๊อก
“อ๊ากก”
ฟรานกรีดร้องด้วยความเ็ปและรีบผลักหญิงสาวที่ตัวเองจับล็อกไว้อยู่ให้กระเด็นล้มลงกับพื้นก่อนที่เขาจะหันไปมองที่มาของความเ็ปนี้และเมื่อฟรานหันกลับไปมองต้นตอของความเ็ปในครั้งนี้เขาก็พบร่างของชายหนุ่มที่เขาเพิ่งฆ่าไปกำลังถือมีดแทงเขาอยู่ทำเขาถึงกับใจนทำอะไรแทบไม่ถูก
“ปะ-เป็ไปได้ยังไง”
“ซอมบี้งั้นหรอ?”
ฟรานสบถออกมาด้วยท่าทีที่สับสนเขารีบพยายามรวบรวมสติของตนเองก่อนจะจับชายหนุ่มเ้าของบ้านทุ่มลงไปกับพื้นไม้และหยิบค้อนขนาดใหญ่ฟาดไปที่หัวของชายหนุ่มผู้นั้นจนเละแหลกเหลวไม่เป็ชิ้นดีและพยายามดึงมีดที่แทงกลางหลังของเขาออกมา ทำให้เืไหลทะลักแต่ทว่าจู่ๆมันก็หยุดไหลในทันที
[ Recovery ทำงาน]
เสียงจากระบบแล่นเข้าสู่โสตประสาทของฟรานทักษะที่ได้มาจากอาวุธที่ถูกสร้างขึ้นภายในถ้ำของอารัคเน่เริ่มประสิทธิ์ผลแล้วาแบริเวณหัวไหล่ที่ถูกแทงโดยภรรยาสาวของชายเ้าของบ้าน และแผลฉกรรจ์บริเวณกลางหลังบัดนี้ก็ได้เริ่มสมานเหลือทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็อันเด่นชัด
“นี่มันบ้าอะไรเนี่ย ทำไม NPC ถึงกลายเป็มอนส์เตอร์ได้ล่ะ”
“ทีมงานคนไหนเป็คนคิดอีเว้นท์บ้าๆแบบนี้ฟะเนี่ย”
ฟรานสบถอย่างหัวเสียก่อนที่เขาจะเริ่มเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้ามากขึ้น เขาจึงไม่รอช้าหยิบค้อนด้ามโตทุบลงที่กลางหลังของภรรยาสาวเพื่อหวังปลิดชีพและให้จบอีเว้นนี้เร็วๆแต่ทว่าหญิงสาวผู้นั้นก็หลบได้ทันและวิ่งหนีออกจากบริเวณนั้นเพื่อไปหลบซ่อนในเงามืดในระหว่างที่ฟรานกำลังมองหาหญิงสาวผู้นั้นร่างกายของชายหนุ่มที่หัวแหลกเหลวเพราะการโจมตีของเขาได้ค่อยๆลุกขึ้นมาและะโเข้าไปกอดฟรานอย่างแน่นจากทางด้านหลังจนเขาไม่อาจจะดิ้นหนีได้
“โธ่เว้ย ตายยากตายเย็นจังวะ”
ฟรานสบถด้วยความหัวเสียก่อนที่เขาจะพยายามใช้แรงทั้งหมดเพื่อหลุดพ้นจากการจับกุมของชายหนุ่มผู้นั้นแต่ทว่าก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อจู่ๆร่างกายของชายหนุ่มที่กอดฟรานอย่างแน่นค่อยๆกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงและสั่นสะท้านไปทั่วทั้งตัวก่อนที่มันจะะเิออกมาทำให้แผ่นหลังของฟรานเต็มไปด้วยรอยแผลจากการะเิในครั้งนั้นเืของเขาไหลโชกผสมปนเปไปกับเืและเครื่องในของชายหนุ่มผู้ที่ะเิตัวเอง ฟรานเซล้มคุกเข่าลงกับพื้นไม้สีหน้าของเขาเริ่มซีดเซียวเนื่องจากการเสียเืเป็อย่างมาก แรงของเขาก็เริ่มหมดลงแม้ว่าปากแผลนั้นจะถูกปิดในทันทีจากทักษะ Recovery ก็ตามแต่เืที่เสียไปแล้วก็ไม่อาจกลับคืนมาได้ เขาทรุดตัวลงกับพื้น มือของเขาเริ่มอ่อนแรงปากของเขาสั่นระริกและในทันใดนั้นเมื่อหญิงสาวที่หลบซ่อนตัวในเงามืดเห็นว่าฟรานกำลังเพลี่ยงพล้ำเธอก็พุ่งตัวเข้ามากอดฟรานจากทางด้านหน้าก่อนที่ร่างกายของเธอจะเริ่มะเิเหมือนกับสามีของเธอแต่ทว่าฟรานไหวตัวได้ทันจึงใช้แรงเฮือกสุดท้ายหยิบค้อนขนาดั์ฟาดไปกลางลำตัวของหญิงสาวจนเธอกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงและะเิออกมาเืและเครื่องในที่มีกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งกระจัดกระจายไปทั่วห้องนอนขนาดเล็กของบ้านหลังนี้
“เฮ้อ จบสักที”
“เจอมอนส์เตอร์ต่อเนื่องกันขนาดนี้ไม่คิดจะให้พักบ้างเลยรึยังไง”
“คงจะประมาทไม่ได้แล้วจริงๆสินะ”
ฟรานถอนหายใจเฮือกใหญ่และสบถออกมาด้วยความโล่งใจเขาได้นั่งลงพิงกับกำแพงไม้เพื่อคลายความเหนื่อยล้า แต่ทว่าในขณะนั้นเองศพของหญิงสาวและชายหนุ่มที่แหลกเหลวจากแรงะเิก็ค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างช้าๆและพุ่งเข้าใส่ฟรานพร้อมๆกันโดยที่เขายังไม่ทันได้ตั้งตัวเมื่อฟรานเห็นดังนั้นจึงรีบพลิกหลบทำให้ศพของทั้งคู่กระแทกเข้ากับกำแพงไม้อย่างจังฟรานไม่รอช้ารีบคว้าค้อนแห่งเหล่าวาไครี่ฟาดลงไปที่ศพของทั้งคู่จนทำให้กำแพงไม้นั้นพังลงและศพของสามีภริยาก็กระเด็นออกจากบ้านสไตล์ยุโรปหลังนั้น
“คริคริ”
เสียงอันเล็กแหลมของเด็กผู้หญิงหัวเราะดังกังวานขึ้นมาฟรานรีบหันมองรอบๆตัวเขาแต่ก็ไม่พบอะไรที่ผิดสังเกต
“มาเล่นกันเถอะ”
คราวนี้เสียงปริศนาก็ดังขึ้นมาอีกระลอกหนึ่ง แต่ดันเป็เสียงที่อันทุ้มนุ่มของเด็กผู้ชายที่ดังขึ้นแทนฟรานกำค้อนแห่งเหล่าวาไครี่ไว้อย่างแน่นโดยไม่ประมาทใดๆเลย
“พี่จ๋า เขาทำของเล่นหนูพังอ่ะ”
เสียงอันเล็กแหลมของเด็กผู้หญิงก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
“งั้นเราคงต้องให้เขาเป็ของเล่นแทนพวกนั้นเนอะ”
คราวนี้เสียงของเด็กผู้ชายก็ดังขึ้นโต้ตอบกับเสียงของเด็กผู้หญิงฟรานรีบหันซ้ายหันขวามองหาต้นเสียงจนพบว่าต้นเสียงนั้นมาจากตุ๊กตาเด็กชายและตุ๊กตาเด็กหญิงที่อยู่บนชั้นวางของตรงปลายเตียงของเขาตุ๊กตานั้นเริ่มเคลื่อนไหวไปมาและยิ้มอย่างมีเลศนัยจนอย่างน่าขนลุก ก่อนที่มันจะกระโจนเข้าใส่ฟรานและรีบวิ่งหนีไปซ่อนที่ใต้เตียงในทันที
“คราวนี้มาเล่นซ่อนหากันนะลุง~”
เสียงของตุ๊กตาเด็กชายพูดหยอกล้อกับฟราน
“หนูจะเป็คนหาเองค่า~ ถ้าหนูเจอใครคนนั้นต้องตายนะคะ”
เสียงอันเล็กแหลมของตุ๊กตาเด็กหญิงพูดเสริม
“เอ้า ไปซ่อนเร็ว~”
“9”
“8”
“7”
“……”
เสียงของตุ๊กตาเด็กผู้หญิงเริ่มนับเวลาถอยหลังฟรานไม่รอให้มันนับจนครบเขาคว้าค้อนแห่งเหล่าวาไครี่ทุบไปยังเตียงไม้ที่เขาเคยนอนเพื่อหวังจะกำจัดตุ๊กตาเด็กชายที่ซ่อนอยู่ใต้เตียง
“Thread Lock”
เมื่อฟรานทุบค้อนไปยังตุ๊กตาเด็กชายทันใดนั้นเสียงคำสั่งใช้ทักษะก็ดังขึ้นมาจากตุ๊กตาเด็กชายเส้นด้ายนับร้อยเส้นงอกออกมาจากปลายเล็บของตุ๊กตาเด็กชายเข้ารัดพันค้อนแห่งเหล่าวาไครี่ที่ฟรานกำลังทุบลงมาและตรึงมันไว้กับคานไม้ของบ้านหลังนั้นทำให้เขาไม่สามารถที่จะทุบลงไปบนตัวตุ๊กตาเด็กผู้ชายได้
“จะหาแล้วนะค้า~”
เสียงของตุ๊กตาเด็กหญิงดังขึ้นมาทำเอาฟรานต้องรีบหาทางทำให้อาวุธของตนหลุดพ้นจากพันธการเส้นด้ายนับร้อยเส้นนี้บัดเดี๋ยวนี้
[ Hammer Fall ]
เขาออกแรงทั้งหมดใช้ทักษะดังกล่าวทำให้เส้นด้ายนับร้อยเส้นค่อยๆขาดลงจนทำให้อาวุธของเขาหลุดพ้นจากพันธนาการ แต่ทันใดนั้นเสียงของตุ๊กตาเด็กหญิงก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“อ๊ะ หนูเจอแล้ว โป้งคุณลุง”
“เตรียมตัวโดนฆ่าด้วยนะค้า~”
“Hair Slash”
เมื่อตุ๊กตาเด็กหญิงพูดจบเธอก็ออกคำสั่งใช้ทักษะในทันทีผมอันดำขลับของเธอก็งอกยาวขึ้นมาจนผิดปกติ และฟาดไปยังแขนของฟราน จนทำให้เืของเขากระฉูดออกมาจากรอยบาดและความแรงในการฟาดของเส้นผมนั้น
“Thread Swing”
ยังไม่ทันไรตุ๊กตาเด็กชายก็ออกคำสั่งใช้ทักษะของตนทำให้เส้นด้ายนับร้อยเส้นที่งอกออกมาจากเล็บของเขาฟาดไปยังกลางหลังของฟรานเช่นกัน และกลางหลังของเขาก็เกิดรอยบาดนับไม่ถ้วน
“อ๊ากก”
ฟรานกรีดร้องด้วยความเ็ปก่อนที่เขาจะรีบคว้าค้อนแห่งเหล่าวาไครี่และทุบไปยังตุ๊กตาเด็กผู้ชายอีกระลอก แต่มันก็หลบได้ทัน
[ Holy Light ทำงาน ]
เมื่อค้อนทุบลงกับพื้นแสงสว่างวาบอันอบอุ่นอันที่เกิดจากทักษะติดตัวของอาวุธค้อนแห่งเหล่าวาไครี่ก็แผ่กระจายออกมาจากปลายค้อนและมันได้สว่างไปทั่วห้องขนาดเล็กนั้น ก่อนที่แสงสว่างมันจะเริ่มร้อนระอุขึ้นและกัดกร่อนร่างอันเป็ตุ๊กตาเด็กผู้ชายและตุ๊กตาเด็กผู้หญิงจนไหม้เกรียม
“กรี๊ดดดด”
“โอ้ยยย ผมเจ็บบ ไม่เอาแล้ว แง”
เสียงกรีดร้องของตุ๊กตาเด็กผู้หญิงดังขึ้นนับไม่ถ้วนผสมกลมกลืนกับเสียงร้องขอความเมตตาจากตุ๊กตาเด็กผู้ชายก่อนที่ร่างของพวกมันทั้งคู่จะค่อยๆสลายหายไปเหลือทิ้งไว้แต่เส้นผมอันดำขลับของตุ๊กตาเด็กผู้หญิงและม้วนหลอดด้ายของตุ๊กตาเด็กผู้ชาย และในทันใดนั้นเสียงประกาศจากระบบก็ดังเข้าสู่โสตประสาทของฟรานในทันที
[ ท่านได้รับไอเทม “เส้นผม” ]
[ ท่านได้รับไอเทม “หลอดด้าย” ]
[ ตึ่ง ตึง ตึ๊ง ]
[ Level Up! ]
[ Level Up! ]
[ Level Up! ]
[ Level Up! ]
[ ระดับของท่านถูกเลื่อนเป็ 22 ]
[ ท่านสามารถพัฒนาศักยภาพของตัวละครท่านได้ 55แต้ม ]
[ ได้เรียนรู้ Power Up! เสร็จสิ้น ]
[ เงื่อนไขการได้รับทักษะ : ใช้พละกำลังที่มีทั้งหมดเพื่อสังหารหรือหลุดออกจากพันธนาการและรอดชีวิตจากการต่อสู้ในครั้งนั้น]
เมื่อเสียงประกาศจากระบบสิ้นสุดลงชายหนุ่มก็หมดแรงและทรุดลงนั่งพิงกำแพงอย่างเหนื่อยล้า
“จบจริงๆแล้วสินะ ใครมันจะไปรู้ว่ามีมอนส์เตอร์ที่สามารถเชิดNPC ได้ด้วยฟะ”
“ถ้าเราเกิดพลาดท่าแพ้ขึ้นมา แล้วโดนมันควบคุมจะเป็ยังไงเนี่ย”
“นึกภาพไม่ออกเลยแหะ”
ฟรานพึมพำกับตนเองและร่างกายของเขาก็ขนลุกชันขึ้นมาเมื่อนึกสภาพตัวเองต้องโดนมอนส์เตอร์ตัวนั้นควบคุมเหมือนดั่งสามีภริยาคู่นั้น
“เช็คค่าสถานะตัวละคร”
ฟรานสลัดความคิดฟุ้งซ่านนั้นทิ้งไปและเช็คค่าสถานะตัวละครเพื่อหวังจะพัฒนาศักยภาพของตนที่ได้รับมาจากครั้งต่อสู้กับอารัคเน่ และครั้งต่อสู้กับตุ๊กตาผีสองตนนี้เมื่อเขาออกคำสั่งเสียงจากระบบก็แล่นเข้าสู่โสตประสาทของเขาในทันที
[ สถานะของท่านตอนนี้คือ… ]
[ พละกำลัง 25 แต้ม ]
[ ความว่องไว 9 แต้ม ]
[ ความแม่นยำ 9 แต้ม ]
[ พลังชีวิต 6 แต้ม ]
[ โชคลาภ 1 แต้ม ]
[ สติปัญญา 1 แต้ม ]
[ ท่านสามารถพัฒนาศักยภาพของตัวละครท่านได้ 55แต้ม ]
เมื่อเสียงจากระบบสิ้นสุดลง เขาก็มีท่าทีลังเลมิใช่น้อย
“พัฒนาทางด้านไหนดีนะ? ตอนเลือกพละกำลังร่างกายเราก็เหมือนจะแข็งแรงขึ้น ถ้าอย่างนั้นถ้าเราเลือกสติปัญญาเราจะฉลาดขึ้นไหมนะ?]
เขาพึมพำกับตนเองอยู่สักครู่หนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจ
“เอาล่ะ ขอเลือกพละกำลัง 30 แต้ม”
“ความว่องไว 10 แต้ม”
“ความแม่นยำ 5 แต้ม”
“พลังชีวิต 5 แต้ม”
เขาได้ตัดสินใจเลือกพละกำลังอย่างเต็มที่เพื่อหวังจะปิดฉากศัตรูในครั้งเดียวและหวังจะฟื้นฟูค่าความเหนื่อยล้าจากการเดินทางหรือต่อสู้ให้ไวขึ้นในส่วนพลังชีวิตที่ถูกลงไว้ 5 แต้ม ก็เพราะฟรานได้เล็งเห็นว่าศัตรูอาจโจมตีมาได้ในทุกรูปแบบการมีพลังชีวิตที่อึดก็คงจะช่วยให้เขารอดพ้นจากความตายได้เพียงเสี้ยววิก็ยังดีและเมื่อเขาเลือกพัฒนาศักยภาพตัวละครเสร็จสิ้นแล้ว เสียงจากระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[ สถานะของท่านตอนนี้คือ… ]
[ พละกำลัง 55 แต้ม ]
[ ความว่องไว 19 แต้ม ]
[ ความแม่นยำ 14 แต้ม ]
[ พลังชีวิต 16 แต้ม ]
[ โชคลาภ 1 แต้ม ]
[ สติปัญญา 1 แต้ม ]
[ ท่านสามารถพัฒนาศักยภาพของตัวละครท่านได้ 0 แต้ม]
เมื่อเสียงจากระบบสิ้นสุดลงเขาจึงรีบใช้คำสั่งต่อไปในทันที
“ดูรายละเอียดทักษะ Power Up!”
[ Power Up! ]
[ เพิ่มพละกำลังผู้ใช้อย่างมหาศาลขึ้นชั่วขณะและเมื่อผลของทักษะหมดลงผู้ใช้จะหมดแรงและมีค่าความเหนื่อยล่าที่เต็มพิกัดในทันที ]
“อืม...ทักษะนี้เหมือนจะดี แต่ถ้าใช้ไม่ระวังอาจจะจบเห่เลยนะนั้น”
ฟรานพึมพำอยู่สักพักก่อนที่จะเริ่มมีเสียงโหวกเหวกดังออกมาจากนอกตัวบ้านที่ฟรานอยู่
“ออกมานะไอ้ฆาตกร”
เสียงของชายแก่ดังขึ้นมาจากนอกตัวบ้านที่ฟรานอยู่ทำให้ฟรานต้องรีบชะโงกหน้าต่างห้องออกไปดู และเขากลับพบว่าชาวบ้านนับสิบคนถือคบเพลิงมายืนล้อมบ้านหลังนั้น
“เดี๋ยวก่อนพวกคุณเข้าใจผิดแล้ว”
ฟรานะโออกไปอย่างสุดเสียงเพื่อหวังจะอธิบายสถานการณ์ตรงหน้า
“เข้าใจผิดอะไรล่ะ ถ้าแกไม่ได้ฆ่าสองผัวเมียคู่นี้แล้วทำไมพวกเขาถึงกลายเป็ศพอยู่ตรงนี้!”
“ใช่ๆ ไอ้โรคจิต”
“โธ่ ไอ้ชั่ว”
เสียงะโคำด่าหลากหลายสารพัดดังมาจากชาวบ้าน ฟรานไม่รู้จะทำยังไงเลยได้แต่พยายามะโอธิบายออกไป
“พวกเขาถูกมอนส์เตอร์ควบคุมต่างหากล่ะครับ!”
แต่การอธิบายของฟรานก็ไร้ผล และมีชาวบ้านคนหนึ่งเอาคบเพลิงจ่อไปที่กองฟางหน้าบ้านที่ฟรานอยู่จนทำให้มันลุกติดไฟไหม้และลุกลามไปทั่วบริเวณบ้านที่ฟรานอยู่นั้นเขาจึงต้องรีบตัดสินใจะโออกมาจากตัวบ้านหลังนั้นก่อนที่จะถูกไฟคลอกตาย
“มันออกมาแล้ว จับมันเร็ว!”
หนึ่งในชาวบ้านะโออกมาและพวกเขาทั้งหมดก็เตรียมพุ่งเข้าจับกุมฟราน ฟรานไม่รอช้าคว้าค้อนแห่งเหล่าวาไครี่ขึ้นมาและทุบลงไปที่พื้นด้วยความรุนแรง
“Hammer Fall”
เมื่อปลายค้อนกระแทกลองกับพื้นดินก็บังเกิดแรงสั่นะเืมหาศาลทำให้ชาวบ้านทั้งหลายต่างล้มลุกคลุกคลานเนื่องจากไม่สามารถทรงตัวได้ฟรานถือโอกาสนั้นรีบวิ่งหนีออกไปจากบริเวณนี้ แต่ทว่าก็มีเด็กสาวอายุราวเจ็ดถึงแปดขวบในมือเธอกอดตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลเข้มที่มีรอยปะเต็มไปหมดและเมื่อเขาได้ประจันหน้ากับเธอ เธอก็หยิบคัตเตอร์ขนาดเล็กพุ่งเข้าแทงฟรานในทันที
“อย่าบอกนะว่าเด็กนี่ก็โดนควบคุมด้วย?”
ฟรานได้ใชั่วขณะและเขาลังเลที่จะโจมตีเด็กหญิงคนนั้นหรือควรจะวิ่งฝ่าออกไปดี และเนื่องจากที่ฟรานไม่อาจตัดสินได้ว่าเด็กผู้หญิงผู้นี้ถูกควบคุมอยู่หรือไม่เขาจึงเลือกที่จะผลักเด็กผู้หญิงคนนี้ล้มลงและวิ่งฝ่าออกไป แต่ทว่าแรงผลักของฟรานนั้นมิอาจทำให้เด็กผู้นั้นกระเทือนแม้แต่น้อยเธอยิ้มอย่างมีเลศนัยและจับข้อมือของเขาไว้แน่นก่อนที่จะง้างฝ่ามืออีกข้างของเธอที่บัดนี้มีเล็บยาวแหลมคมงอกออกมาจากปลายนิ้วทั้งห้าและเตรียมที่จะแทงเข้าไปยังกลางลำตัวของฟรานที่ไร้ซึ่งการป้องกันใดๆ ฟรานเกิดลังเลชั่วครู่นึงที่จะใช้ทักษะใหม่ที่ได้รับมาเนื่องจากหากทักษะเริ่มหมดเวลาเขาจะอ่อนแรงและล้มลงในทันทีแต่สถานการณ์ก็คับขันเสียเหลือเกิน ฟรานจึงจำใจต้องใช้ทักษะดังกล่าวมิฉะนั้นเขาอาจโดนชาวบ้านที่ไล่ล่าตามเขาทันได้
“Power Up!”
เมื่อเขาออกคำสั่งใช้ทักษะกล้ามเนื้อทุกสัดส่วนของร่างกายก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นพละกำลังวังชาของเขาก็เพิ่มอย่างมหาศาล ตอนนี้แม้แต่อสูรต้นไม้ที่เพิ่งเจอเมื่อก่อนหน้านี้เขาก็อาจจะสู้อย่างสบายๆเลยทีเดียว ฟรานรีบสะบัดมือของเด็กผู้นั้นที่รั้งเขาไว้อยู่และตัดสินใจโจมตีเธอในทันทีเพราะเธอได้แสดงธาตุแท้ออกมาเสียแล้ว
“Hammer Fall”
เขาคว้าค้อนแห่งเหล่าวาไครี่ขึ้นมาและทุบลงไปยังเด็กหญิงตัวเล็กอย่างรุนแรงแต่ทว่าเด็กหญิงนั้นมีความว่องไวที่ผิดมนุษย์มนาเสียเหลือเกิน เธอหลบการโจมตีของฟรานได้อย่างง่ายดายและเมื่อค้อนได้กระแทกลงบนพื้นดินก็บังเกิดแรงสั่นะเือย่างมหาศาล แต่คราวนี้เนื่องจากฟรานได้รับพละกำลังขั้นสูงสุดจากทักษะใหม่นอกจากแรงสั่นะเืที่เกิดขึ้นแล้วแผ่นดินที่ถูกแรงกระแทกจากปลายค้อนนั้นก็เกิดเป็หลุมขนาดใหญ่เท่ากับบ้านหลังหนึ่งเลยทีเดียวเด็กหญิงรีบะโขึ้นไปยืนบนต้นไม้เพื่อหลบการโจมตีในครั้งนั้นพร้อมกับบริกรรมคาถาในทันที
[ Blood Control ]
เมื่อเธอบริกรรมคาถาเสร็จสิ้นเืก็ออกจากั์ตาและปากของเธอและไหลมารวมกันที่ปลายนิ้วชี้เธอชี้นิ้วไปทางฟราน ทันใดนั้นหยดเืที่อยู่ปลายนิ้วก็เริ่มจับตัวแข็งขึ้นประดุจเพชรและพุ่งออกไปยังฟรานนับร้อยหยดอย่างต่อเนื่อง
[ Hammer Fall ]
ฟรานใช้ทักษะทุบพื้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาได้ออมแรงเป็อย่างมากทำให้ต้นไม้บริเวณนั้นโค่นล้มลงและเด็กหญิงที่ยืนอยู่บนนั้นเสียหลักในทันที
[ Fly ]
เด็กหญิงรีบบริกรรมคาถาทำให้ปีกสีขาวบริสุทธิ์งอกออกมาที่กลางหลังของเธอและเธอใช้มันบินหลบการโจมตีด้วยแรงสั่นะเืของฟราน
[ Blood Drain ]
เธอบริกรรมคาถาอย่างต่อเนื่องกลางอากาศเพื่อไม่ให้ฟรานได้มีโอกาสในการโจมตีระลอกสาม เมื่อเธอบริกรรมคาถาเสร็จสิ้นทันใดนั้นเืของฟรานก็ไหลซึมออกมาจากิัทีละนิดๆและค่อยๆไปรวมกันอยู่ที่ปลายนิ้วชี้ของเด็กหญิงผู้นั้น ฟรานไม่รอให้เด็กหญิงได้บริกรรมคาถาชุดที่สี่เขาได้ขว้างค้อนแห่งเหล่าวาไครี่ใส่เด็กหญิงที่อยู่กลางอากาศ
[ Blood Shield ]
เมื่อเห็นดังนั้นเด็กหญิงจึงรีบบริกรรมคาถาปกป้องตนเองในทันทีส่งผลให้เืที่เธอสะสมอยู่ปลายนิ้วไหลมารวมตัวกันที่ด้านหน้าของเธอทั้งหมดและแผ่ออกประดุจโล่ขนาดใหญ่เพื่อป้องกันค้อนที่ฟรานขว้างมาใส่แต่ทว่าการป้องกันของเด็กหญิงแวมไพร์นั้นก็ไร้ผลเนื่องจากพละกำลังที่มหาศาลของฟรานทำให้ค้อนที่ปาออกไปทะลุใส่เืที่แข็งตัวจนมันแตกกระจายออกเป็เสี่ยงๆและกระแทกเข้ากับร่างเด็กหญิงแวมไพรตัวน้อยทำให้เธอตายลงในทันที
“เฮ้อ เกือบไปแล้ว”
ฟรานถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเดินไปหยิบค้อนที่ถูกปาออกไปกลับคืนมาและในระหว่างนั้นเองชาวบ้านก็วิ่งมาถึงฟรานพอดีพวกเขาเห็นศพเด็กหญิงที่ถูกฟรานฆ่าเขาก็เริ่มโมโหและแสดงธาตุแท้ออกมาร่างกายของชาวบ้านทั้งหลายเริ่มเปลี่ยนรูปพวกมันค่อยๆกลายเป็ปีศาจทีละนิดๆ จนเปลี่ยนเป็ปีศาจเต็มตัวในที่สุดโดยปีศาจบางตัวก็ยังคงรูปเดิมอยู่หากเพราะพวกมันคือปีศาจประเภทแวมไพร์ หรือ กูลนั้นเอง
“เป็มอนส์เตอร์กันทั้งหมู่บ้านเลยหรอฟะเนี่ย”
ฟรานไม่รอช้ารีบคว้าค้อนแห่งวาไครี่ขึ้นมาและพุ่งตรงเข้าใส่เหล่าชาวบ้านที่กลายเป็ปีศาจทั้งหมดอย่างบ้าคลั่ง
“Adrenaline ทำงาน”
เสียงจากระบบแว่วเข้าโสตประสาทของฟรานเนื่องจากทักษะติดตัวได้ครบเงื่อนไขเพียงพอที่จะทำงานแล้วร่างกายของเขาเบาหวิวขึ้น และมีพละกำลังที่มหาศาลมากกว่าตอนใช้ทักษะPower Up! เสียอีก าแต่างๆค่อยๆเริ่มสมานและความเหนื่อยล้าก็หายไปเป็ปลิดทิ้งแต่สติของฟรานก็ค่อยๆเลือนรางลงเช่นเดียวกัน เขากำลังเข้าสู่โหมดบ้าเืเต็มขั้นแล้วฟรานคว้าค้อนฟาดไปยังปีศาจครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักจบสิ้นและเมื่อเขาาเ็อาการาเ็นั้นก็จะถูกรักษาในทันทีจากทักษะ Recovery และ Adrenaline จนรู้สึกตัวอีกทีเขาก็อยู่ท่ามกลางซากศพของปีศาจนับสิบๆตนเืของพวกมันต่างพุ่งกระฉูดขึ้นบนฟากฟ้าและตกลงมาราวสายฝนแห่งเืที่อาบชโลมไปทั่วร่างกายอันกำยำและบึกบึนของชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มนามว่าฟรานเมื่อปีศาจถูกสังหารจนหมดสิ้นแล้วและระยะเวลาของทักษะทั้งสองก็หมดสิ้นเช่นกันผลข้างเคียงของทักษะทั้งสองก็เริ่มแสดงผล ร่างกายของฟรานเริ่มหมดแรง สายตาของเขาก็เริ่มพร่ามัวร่างกายอันกำยำบึกบึนบัดนี้เต็มไปด้วยรอยาแฉกรรจ์ที่มิอาจจะฟื้นฟูได้อีกต่อไปเขาล้มตัวลงนอนกับพื้นดินที่เปียกชุ่มไปด้วยเือันเหม็นเน่าของเหล่าปีศาจ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ฟรานหัวเราะอย่างกับคนที่เสียสติ น้ำตาของเขาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวมันมิใช่น้ำตาจากความเสียใจ แต่หากเป็น้ำตาแห่งชัยชนะที่เขาเพิ่งได้รับมา ก่อนที่สติของเขาจะค่อยๆเลือนลางและดับลง