7
พระาา
“มากับเค้าด้วยเหรอ?” ผมกระทุ้งสีข้างเจ่เจ้
“แม่อารมณ์ไม่ดี”หญิงอวบในผมเกล้าขึ้นอย่างลวก ๆ ตอบ “หน้าบึ้งอย่างงี้” ว่าพร้อมทำหน้ามู่ทู่เลียนแบบคนที่ตัวเองพูดถึง
“เป็หมูเลยเหรอ?”
“อีไวน์...” ตาคู่เล็กหรี่ลง
ผมรีบโผเข้าโอบอีกฝ่ายให้ใจเย็น ๆไม่อยากเอาชีวิตมาทิ้งที่ทะเลตอนนี้ “แล้วไงต่อล่ะ ๆ”
“บรรยากาศมาคุน่ะสิพวกฉันเลยต้องลี้ภัย”
เจ่เจ้เล่าต่อว่าน่าจะเพราะเื่ที่คลินิกเมื่อวานส่งผลกระทบไปถึงบ้านตัวเอง เพราะแม่กับพ่อของเจ่เจ้ หรือที่จริงก็คือพี่สาวกับพี่เขยผมก็เป็หุ้นส่วนของ Didier Aesthetic- Group ด้วยดูเหมือนผู้ใหญ่จะเป็กังวลกันมาก แถมพี่วาโยก็เป็คนโมโหง่าย ผมพอจะนึกภาพ ‘ใบหน้ามู่ทู่’ ที่เจ่เจ้พยายามเลียนแบบออกอยู่เพราะบางครั้งพี่วาโยก็มองผมแบบนั้น
ผมส่งขวดโซจูให้เจ่เจ้เ้าตัวรับมากระดกสองอึก “ถ้าอยู่ในเหตุการณ์แบบแก คงผวาจนตัวสั่น”เจ่เจ้กล่าวต่ออย่างเข้าใจในสภาวะจิตใจของผม “ปล่อยจอย!” ว่าพร้อมกระดกต่อ
ผมเสมองไปคนที่นั่งรายล้อมนึกสงสัยว่ามารวมตัวกันได้ยังไงในเวลาอันรวดเร็ว
“ผมส่งไลน์ไปบอกไอ้มิวั้แ่ตอนที่ออกจากห้องคาราโอเกะ” คีย์บอกหลังจากนั้นก็น่าจะเป็มิวชวนคิรินกับเพื่อนอีกสามคน คิรินชวนเจ่เจ้หนึ่งในเพื่อนสามคนนั้นชวนไตเติ้ล และไตเติ้ลลากเอาขนมผิงมาด้วย
แล้วหนึ่งในเพื่อนสามคนนั้นรู้จักไตเติ้ลด้วยเหรอซันน่าจะดูมีพิรุธที่สุด
จังหวะนั้นมีใครบางคนกำลังเกากีตาร์แต่ว ๆ แน่ว ๆ มันต้องอย่างนี้! ทะเลก็ต้องมีดนตรีถึงจะถูกต้อง
ผมแอบชำเลืองไปทางคีย์เล็กน้อยพร้อมภาวนาในใจได้โปรด... อย่าเชียวนะ
“...ถ้ามีใครสักคน... มองมา...”ผมมองหาต้นเสียง พบว่ามันคือแก๊งเพื่อนของเ้าคิรินกับมิวแต่ว่าเค้าดูเหมือนจะรุ่นเดียวกับคีย์มากกว่าทรงผมเสยแสกกลางแบบไม่ได้เซ็ตกำลังพลิ้วตามลมพร้อมไปกับเสียงนุ่ม ๆ เพราะ ๆของเค้า
“คนที่นั่งตรงนั้นชื่อฮั่น ส่วนข้างๆ กันที่กำลังร้องเพลงชื่อธีร์” คีย์หันมากระซิบ “เพื่อนผม”
“คุณน่าจะให้เพื่อนสอนร้องเพลงดู”ผมเสนออย่างหวังดี แต่คนฟังปรือตามองหน้าผม
โอ๊ะ! ปากดีเข้าซะแล้วเรา
“แหม ก็ผมไม่ใช่นักร้องนี่...”เค้าบอกเสียงน้อยใจ จนผมรู้สึกผิดจะแย่ “ส่วนไอ้ธีร์มันเป็นักร้องประกวดด้วยนะก็ต้องร้องเพราะเป็ธรรมดา”
“ผมขอโทษ...ไม่ได้จะหมายถึงอย่างนั้นนน...” ผมลากเสียงยาว ๆ แล้วยื่นหน้าไปใกล้คนที่หน้าซึมลง
แต่จะหมายถึงอย่างไหนผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะก็ไม่มีความหมายอื่นแล้ว แหะ ๆ
“ยิ้มหน่อย ๆ”ผมบอกพร้อมทำท่ายิ้มดึงมุมปาก “ผมทำตาเหล่ได้ด้วยนะ” ผมว่า พร้อมทำหน้าประหลาดและมันได้ผล ใบหน้าเค้าเปลี่ยนเป็รอยยิ้มแล้ว
“...อย่าทำอย่างนี้...ไม่ว่ากับใคร เข้าใจมั้ย ถ้าไม่รัก ไม่ต้องไปทำอย่างนี้ให้ใคร...” เพลงท่อนฮุกดังขึ้นแปลกๆ เหมือนทุกคนพร้อมใจกันร้องดัง ๆ ให้ผมรู้ตัว
และนั่นแหละ ทุกคนมองผมกับคีย์อยู่
“นั่นไง ๆ จิ้นกันจริงด้วย!” เสียงขนมผิงร้องแทรกเสียงเพลงขึ้นมา “ฟินเฟ่อร์อ่า...”แล้วยกมือตีต้นขาไตเติ้ลป้าบ ๆ ไตเติ้ลปัดมือออก แล้วตีที่แขนขนมผิงคืนอีกหลายป้าบ
พอเพลงจบก็ปรบมือเฮกันมีคนที่ทั้งปรบมือทั้งส่งสายตาชื่นชมให้ธีร์จนสังเกตเห็นได้ นั่นก็คือ ไตเติ้ลผมพบความผิดปกติบางอย่างแล้ว แถมธีร์ยังยิ้มบาง ๆ เกินห้ามใจตอบกลับไปด้วย
ผิดแล้ว...ผมเดาผิดแล้วที่คิดว่าซันเป็คนชวนไตเติ้ลมาที่แท้ก็มีอยู่คู่หนึ่งที่ดูพิเศษกว่าใคร
ส่วนสภาพเ้าซันจริง ๆ น่ะเหรอ แพ็คคู่กับเ้ามิวพากันเขย่าไข่ให้จังหวะเพื่อน ๆ แถมสองคนนี้รวมถึงเ้าคิรินถูกเจ่เจ้ห้ามไม่ให้ดื่มแอลกอฮอล์ แต่พวกมันก็ดูสนุกในน้ำเป๊ปซี่ได้นะ
ผ่านไปได้สักพัก ทุกคนเริ่มคอแห้งเพราะสลับเวียนกันร้องเพลง จากสถิติ คนที่ร้องเยอะที่สุดคือไตเติ้ลก็เพราะมีคนเล่นกีตาร์ให้ถูกใจน่ะสิ เอ๊ะ ผมว่าถูกใจคนเล่นกีตาร์มากกว่า คนที่โยกจอยสุดคือแพ็กคู่ซันมิวขอเพลงบ่อยจนนักดนตรีมองค้อนคือขนมผิง คนที่ร้องแล้วเสียงปรบมือดังสุดคือธีร์ฮั่นได้รับตำแหน่งแค่ร้องคอรัสก็ได้เสียงกรี๊ด นั่งเงียบฟาดเรียบก็คือเจ่เจ้ ฟาดกับแกล้มหมดฮวบยังกะพายุเติมเท่าไรก็ไม่พอ ส่วนตำแหน่งเดลิเวอรี่เติมของยกให้คิริน
“เจ่เจ้อย่ากินเยอะดิ่!” มันเริ่มบ่นตอนวิ่งไปวิ่งมาครบรอบที่ห้าพอดี
และบางส่วนเริ่มตาปรือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์กำลังทำงาน ผมก็เช่นกัน ส่วนคีย์เริ่มกรึ่มๆ ผมบังคับให้เค้าดื่ม แป๊บเดียวหน้าเค้าก็แดงเรื่อไปหมด ตาเรียวเล็กของเค้าหรี่ลงมาจนเหมือนจะเป็เส้นตรง
“เจ่เจ้ เล่นอันนั้นดิ่!”คิรินร้องเสนอด้วยน้ำเสียงสดใส น่าจะเป็คนเดียวที่ระดับสติสัมปชัญญะสูงสุดตอนนี้ ต่างกับเพื่อนตัวเองอีกสองคนที่กำลังเมาน้ำอัดลม
“เล่นอะไร?” พี่สาวคนโตสุดถามกลับซึ่งคาดว่าเจ่เจ้น่าจะโตสุดในหมู่พวกเราแล้วแก้มเจ่เจ้อวบเต่งเงาวับจนผมเริ่มมันเขี้ยว อยากเอาตะเกียบมาคีบ
“เกมพระาาไงที่เล่นแล้วเจ่เจ้สั่งให้ผมกลิ้งลงบันไดจนแม่ร้องกรี๊ดคิดว่าผมตกบันไดอะ”ไอ้ตัวแสบอธิบายพร้อมหัวเราะตัวโยก เจ่เจ้หันมามองผมด้วยสายตาระเหี่ย
“เล่นดิ่ ๆ” ฮั่นร้องบอก ธีร์พยักหน้าเห็นด้วย
“โอเค เดี๋ยวผมไปทำฉลาก” คิรินอาสาแล้ววิ่งหายไปทำอะไรบางอย่าง
“เกมนี้มันโหดอยู่นะ” ขนมผิงร้องหน้านางแดงก่ำ “เกิดพระาาบ้าบิ่นขึ้นมา ไม่อยากจะคิด”
“แบบนี้สิสนุก”ไตเติ้ลเสริมพร้อมยิ้มมีเลศนัย
ผมรู้ได้ทันทีว่ามันคิดอะไรอยู่รอให้ผมได้เป็พระาาเถอะ จะสานฝันให้เพื่อนแน่นอน!
พวกเราขยับที่นั่งนิดหน่อยให้ล้อมเป็วงกลมจนเห็นหน้าค่าตากันได้ชัดเจนถัดจากผมด้านซ้ายคือคีย์ ตามด้วยมิว ซัน ฮั่น ธีร์ ไตเติ้ล ขนมผิง คิรินแล้วสิ้นสุดที่เจ่เจ้ด้านขวามือผม
บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นตอนที่คิรินเอาโถฉลากมาตั้งไว้ตรงกลางวง ดูทุกคนจะจริงจังกันมาก
“สำหรับใครที่ไม่รู้ ในนี้จะมีฉลากที่เขียนตัวเลขไว้จำนวนสิบเอ็ดใบซึ่งมากกว่าจำนวนพวกเราตรงนี้” เจ่เจ้ตัวแม่ตัวมัมเริ่มอธิบาย“หนึ่งในนั้นคือไพ่พระาา ใครจับได้จะถืออำนาจสิทธิ์ขาด”
“หูว...” เสียงคิรินร้องบิ๊วต์อย่างตื่นเต้น
“เลิกปลอม! คนเสนอเกมนี้ก็คือแกไม่ใช่รึไง” เจ่เจ้แหวแล้วหันกลับมาอธิบายต่อ “พระาาจะสั่งผ่านหมายเลข ให้ทำอะไรก็ได้ อย่างอิสระถ้าทำได้ก็ผ่าน ทำไม่ได้ก็ต้องกระดกหมดแก้ว!”พร้อมกระแทกแก้วขนาดสำหรับน้ำดื่มลงบนลังที่ถูกจำลองให้เป็โต๊ะ “ขอโทษทีหาแก้วที่เล็กว่านี้ไม่ได้อะ แต่กติกาว่าเต็มแก้ว ก็คือเต็มแก้วนะเล็กใหญ่ไม่สำคัญ”
“น่าตื่นเต้นจริงด้วยแฮะ” ธีร์กล่าว เค้ายิ้มแล้วหันไปรอบ ๆ“อย่าเอากันถึงตายก็แล้วกันนะทุกคน”
“ถูกต้อง” เจ่เจ้โพล่งแทรก “ถ้าเป็กิจกรรมเสี่ยงตายเจ๊จะสั่งหยุดทันที โอเค๊” แล้วก็ส่งสายตาถามความเห็นไปรอบ ๆ วง ทุกคนพยักหน้า
ผมหันไปมอง คีย์เองก็ดูจะสนใจอยู่ไม่น้อย
Round 1
Start!
ฉลากถูกจับแบ่งครบทุกคนแล้ว คนแรกที่ครองตำแหน่งพระาาคือ...
“ฉันเอง!” ขนมผิงร้องร่า
นี่ล่ะ ๆ คือคนที่น่ากลัวที่สุด เพราะไม่รู้จินตนาการของนางจะไปไกลขนาดไหน มัมหมีสาววายตัวคลอดบุตรขนาดนี้ คนอื่น ๆ เริ่มฮือฮา รอฟังคำสั่ง
“สั่งให้เบอร์... หนึ่ง!” เธอว่าทุกคนก้มดูฉลากของตัวเอง
ผมได้เบอร์สี่ ส่วนคีย์ได้เบอร์หก รอลุ้นต่อไป
“กับเบอร์... สอง” พระาาว่าต่อ
แน่นอน ผมกับคีย์รอด แล้วผมก็เดาว่า ขนมผิงต้องสั่งให้จุ๊บแก้มกันไม่ก็หยิกกันน่ารักมุ้งมิ้ง
“ตบหน้ากัน!” พระาาสั่งเสียงสดใส ทำลายความคิดในหัวผมแตกกระเจิง
มิวคือเบอร์หนึ่ง และซันคือเบอร์สองเห็นแล้วผมก็เผลอขำ ขนาดคีย์ยังหัวเราะในลำคอ
สองคนฟาดกันคนละเพี๊ยะแบบไม่ยั้งไม่มีแม้แต่จะลังเลหรือยอมแพ้ “อ๊าก เจ็บ!” สองคนร้องลูบแก้มแดง ๆ ของตัวเองป้อย ๆ
“แค่เริ่มก็เดือดขนาดนี้แล้ว”เจ่เจ้หันมากระซิบ “จบเกมฉันว่าไล่แทงกันตายพอดี”
รอบที่สอง คิรินจับได้พระาามันหัวเราะชอบใจใหญ่ เ้านี่ก็น่ากลัวพอกัน “ให้เบอร์สาม กับเบอร์เก้าจ้องตากันใครกะพริบตาก่อนแพ้ กินหมดแก้ว!”
น่าร๊ากกกเชียวค่อยยังชั่วลงมาหน่อย แต่ก็ยังไม่ใช่ผมหรอกนะ เ้าของเบอร์ที่คิรินขาน คือไตเติ้ลกับฮั่น
ว้าว... ชักจะสนุกแล้ว ทำไมอีกคนถึงไม่เป็ธีร์นะ
ทั้งสองคนเขยิบออกมานั่งจ้องตากันตามคำสั่ง ทำให้ธีร์ต้องนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างสองคนนั้นไปโดยปริยายผมเห็นธีร์มองไปที่ไตเติ้ลด้วย ตอนแรกก็เหมือนจะลุ้นนะแต่ผมว่ามันมีพลังงานบางอย่างมากกว่านั้น แล้วจู่ ๆ ฮั่นก็เป็ฝ่ายแพ้เค้าจึงต้องเป็คนแรกที่กระดกโซจูขนาดเต็มแก้วในเกมนี้
นี่ก็แปลกอีก ฮั่นล้มเกมแน่นอน บอกตรง ๆ ว่า นอกจากเกมที่เล่นแล้วผมชักสนใจสามคนนี้แล้วสิ
รอบที่สาม...
“ฉันคือพระาา” เจ่เจ้ยกมือแสดงตัวตน คนอื่น ๆ ร้องระงมเพราะกลัวว่าเจ่เจ้จะสร้างความดุเดือดให้เกม “เบา ๆ พอ อย่าคิสมากกก” เ้าของแก้มเต่งวาววับสีชมพูระเรื่อยกมือโบก“เจ๊จะให้ เบอร์ห้า ทำอะไรก็ได้ ให้เบอร์เจ็ดเขิน”
แล้วก็มีเสียงฮริ้วดังตามมา ทุกคนดูชอบใจ แต่ว่า เบอร์เจ็ดนี่มันผม!
“แล้วเบอร์ห้าล่ะ?”
คีย์ยกมือ โชว์หมายเลขของตัวเอง เสียงร้องแซวยิ่งดังเข้าไปอีกจนพระราขาต้องทำให้ทุกคนสงบลง
คนข้าง ๆ หันมาหาผม ดูออกว่าเค้าเมานิดหน่อยดวงตาคมกริบตรงหน้า จ้องมายังผม ดวงตาสีดำขลับของเค้าวาววับขณะเดียวกันกับที่สายตาทุกคู่ กำลังจ้องมาที่เราสองคนเช่นกัน
คีย์ขยับตัวเข้าใกล้ผมอีกเล็กน้อย วันนี้ไม่มีกลิ่นน้ำหอมเพราะเค้ายังไม่ได้กลับบ้าน แต่ตัวเค้าก็ยังหอม... กลิ่นพิเศษจากตัวเค้านั่นล่ะ
“ผม...” รีมฝีปากบางเริ่มขยับ
ผมจ้องมันอย่างอึดอัด
“ผมชอบคุณ...” หน้าเรียวยาวพยักเล็กน้อย “จริง ๆ นะ...”
ตอนที่พูดว่า “จริง ๆ นะ...” ดวงตาเค้าเข้มขึ้นราวกับ้าย้ำสิ่งที่พูด
ตึกตึก... ตึกตึก...
ใจผมเต้นอีกแล้ว...
ภารกิจนี้สำเร็จสินะ หน้าผมร้อนผ่าว ได้ยินเสียงเจ่เจ้ร้องว่า หูของผมแดงแจ๋เลยคนรอบ ๆ โห่ร้องกัน มีเสียงขนมผิงกรี๊ดดังกว่าใคร
ผมละสายตาจากคีย์หันหน้ากลับมา เจ่เจ้ก็กำลังจ้องผมด้วยสายตาเลศนัย“เจ่เจ้...” ผมหันไปมองค้อน แต่ก็เผลอยิ้มออกมาด้วย
“สุดยอดเลยเจ๊” มิวะโบอก พร้อมยกนิ้วโป้ง
“พี่คีย์ของผมเนี่ย แพรวพราวกว่าที่คิดไว้อีกนะ” ซันเสริมคนถูกแซวได้แต่ยิ้มตอบบาง ๆ
รอบต่อมาธีร์เป็พระาา เค้าสั่งให้ทั้งสองหมายเลขกอดกัน คนอื่น ๆโห่ว่าคำสั่งอ่อนเกินไป แต่หวยก็มาลงที่คิริน กับเจ่เจ้
ไอ้ตัวแสบทำหน้าเหมือนอยากตาย มันมองผมเหมือนจะขอความช่วยเหลือแต่ยังไม่สิ้นความคิด คิรินคว้าแก้วโซจูขึ้นมากระดกจนหมด แม้แต่เจ่เจ้ก็ห้ามไม่ทัน
“ไอ้เวรนี่!” คนเป็พี่ร้อง “กอดฉันมันถึงกับตายรึไง ห๊า!” แล้วพุ่งเข้าไปล็อกคอคนเป็น้อง พยายามจะฉีกปากไอ้แสบให้อ้าออก“คายออกมาเลยนะ ใครใช้ให้แกกิน!”
“ผมกลืนมันลงไปแล้ววว!” คิรินร้อง
“ถ้าแกเมา จะปล่อยให้นอนกับหมาหน้าเซเว่น!” เจ่เจ้กรอด ไม่รู้โมโหที่น้องชายเนียนกินเหล้า หรือเพราะน้องชายไม่ยอมแสดงความรักกันแน่
เจ่เจ้ผู้รักน้องข้างเดียว...
กลับมาที่เกม คนที่ได้เป็พระาาตานี้ คือฮั่น “มีกอดแล้ว ขอจุ๊บปากนะครับ”เค้าประกาศ ปลุกความสยิวให้ทุกคน “ไม่เอาจุ๊บแค่ปากชนกันขอจูบอย่างดูดดื่มนานสามสิบวินาที”
ช่างสรรหากติกาจริง ๆ
ผมแอบชำเลืองไปทางไตเติ้ล มันมองไปยังธีร์จริง ๆ ด้วยคงอยากจะให้รอบนี้เป็ตัวเองสินะ ผมเองก็คิดอยากให้เป็มันกับคนที่มันจ้องอยู่
“เบอร์แปดใครครับ?” ฮั่นะโถาม
คุ้น ๆ อีกแล้ว นี่มันเบอร์ผมนี่! เอาอีกแล้วเหรอเนี่ยเสียงเฮรอบวงดังขึ้นอีก
“ดวงดูจะถูกกับอะไรแบบนี้นะแก” เจ่เจ้สะกิดแซว “ถ้าออกมาเป็คนเดิมอีกม้วนเสื่อเหอะว่ะ หวยล็อกละ” แล้วหันไปร้องบอกกับทุกคน
ผมหันไปหาคีย์ เค้าแสดงสีหน้าเรียบเฉย ไม่รู้ว่าเค้ากำลังคิดอะไรอยู่
“แปด... ก็ต้องคู่กับเก้าสิคร้าบ” ฮั่นประกาศต่อ ปรากฏว่าคนนั้นคือ
“ธีร์...” ผมเผลอหลุดเรียกเค้าอย่างไม่เชื่อสายตาเพราะเค้ายกมือขึ้นอย่างเขิน ๆ ฉะนั้นอีกคนควรจะเป็ไตเติ้ลสิ ไม่ควรจะเป็ผม และนั่นไงเพื่อนผมดูอึ้งไปเลย
“โอเค เล่นต่อ ยังไม่ม้วนเสื่อ” เจ่เจ้ะโบอก
แต่แทนที่บรรยากาศจะอึกทึก ทุกคนกลับนั่งมองคู่ผมกับธีร์เงียบ ๆราวกับผิดคาดกับเบอร์ที่จับได้
“ทำไมอะ คู่นี้เค้าไม่ชอบหน้ากันเหรอครับ?”พระาาถึงกับร้องถามอย่างเสียความมั่นใจ
มีคนช่วยตอบว่าไม่ใช่ แต่ก็ไม่ได้มีคำอธิบายอะไรมากไปกว่านี้
“ธีร์ตกลงยอมเล่นนะครับ อีกฝ่ายจะรับคำสั่งมั้ย?” พระาาถามทุกคนหันมาจ้องผมเป็ตาเดียว
จูบอย่างดูดดื่มนานสามสิบวินาที มันแทบจะเป็การแสดงความรักอยู่แล้วนะเนี่ย
แต่แล้ว...
“ผมว่าทำไม่ได้หรอก” เสียงคีย์โพล่งขึ้นมา ราวกับทนดูมานาน“ไวน์ดื่มเหล้าแก้วขนาดนั้นไม่ได้หรอก” เค้าบอก ตัดสินแทนผมว่าจะยอมแพ้ไปซะแล้ว
แต่จริง ๆ ผมดื่มได้นะ
“โห่ กำลังสนุกแล้วเชียว” เสียงขนมผิงแทรก “ตานี้ถ้าไม่มีการจูบกันก็ไม่สนุกน่ะสิ” พอสิ้นเสียงแจ๋น ๆ ของเ้าหล่อนแล้ว คนอื่น ๆก็ส่งเสียงเออออห่อหมกตามกัน เผ่ามนุษย์กินคนเริ่มทำงาน
“สนุกดีว่ะ” เจ่เจ้พึมพำ
“พี่คีย์ไม่อยากให้คนอื่นมาจูบพี่ไวน์ใช่มั้ยล่ะ” คิรินะโ“งั้นพี่คีย์ก็รับคำสั่งนี้แล้วจูบเองเลย” ไอ้แสบนั่นเสนอพอเริ่มเมาแล้วไอเดียกระฉูดพุ่งพล่านเชียวนะมึง
“จริงด้วย ๆ” เจ่เจ้เสริม ทีอย่างนี้ละเข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ย เจ่เจ้ไม่จัดการมันแถมเห็นดีเห็นงามถูกคอกันขึ้นมาเฉย
“จูบเลย จูบเลย!”ต้นเสียงจากเ้ามิวเริ่มสร้างความกดดัน เสียงคนที่เหลือเริ่มร้องเชียร์ตามกันใบหน้าของคีย์เต็มไปด้วยความสับสน คิ้วหนาของเค้าขมวดชนกัน
ไอ้เสียงเย้ว ๆ พวกนี้มันปั่นประสาท พอเป็เื่ของตัวเองแล้วมันจัดการยากจริงๆ ผมเม้มรีมฝีปากแน่น ราวกับกลัวใครจะฉวยมันไป
แต่ว่า...
ไม่ใช่ใครมาฉวยมันไปหรอก เป็ผมเองที่มอบมันไปให้เค้าถึงที่
ผมคว้าแก้วโซจูมากระดกจนหมดเกลี้ยง แล้วเช็ดริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะเป็ฝ่ายพุ่งเข้าไปประกบกับริมฝีปากบางของคีย์ที่หันมาหาผมด้วยความใ