ตอนที่ 12 : เตรียมตรวจอาการ
“ข้า… ข้าความจำเสื่อมั้แ่ตอนที่ตกหน้าผา… ตอนนี้จำอะไรไม่ได้เลย….”
“...เ้าว่าไงนะ? ...”
“ข้าบอกว่า... ข้าความจำเสื่อม จำอะไรไม่ได้เลย ท่านเข้าใจรึยัง!”
“.....”
จบคำกล่าวของตัวเอง ลู่หลินก็ััได้ถึงสายตาที่มองมาอย่างประเมินจากอีกฝ่าย ความรู้สึกบอกได้ว่าท่านอ๋องยังไม่เชื่อจึงต้องรีบอธิบายเพิ่ม
“ข้าจำไม่ได้จริงๆ ว่าเื่ราวระหว่างท่านกับข้าก่อนหน้านี้เป็อย่างไร เพียงได้ยินเ้าเด็กดำเสี่ยวเฮยและเด็กขาวเสี่ยวไป๋พูดคุยกันตอนที่เพิ่งจะฟื้นคืนสติว่าท่านเป็คนรักของข้า จึงบังอาจพูดจาล่วงเกินไป ต้องขออภัยท่าน...”
“.....”
“.....”
“ความจำเสื่อมรึ? ...”
"ใช่... ความจำเสื่อม....”
“....”
“....”
“จดจำเื่ราวก่อนตกหน้าผาไม่ได้เลยงั้นรึ? ...”
“ใช่... ข้าน้อยจดจำสิ่งใดก่อนตกลงมาจากหน้าผาไม่ได้เลย...”
“.....”
โจวหยางอ๋อง หวงเทียนหยาง เป็ผู้มากปัญญาและทรงภูมิสมฐานะ เคยได้ยินเื่ราวพิสดารมามากมาย แต่ไม่เคยสักครั้งที่จะได้ยินว่ามีใครสูญสิ้นความทรงจำไปเพราะตกหน้าผา แน่นอนว่าคำกล่าวอ้างนี้ยากที่จะเชื่อ
แต่วิเคราะห์ท่าทีที่เปลี่ยนไปของป๋ายอี้หลินแล้วก็นับว่าสมเหตุสมผล แม้คราแรกเขาจะคิดว่าอีกฝ่ายเสแสร้งเล่นละคร แต่ในยามที่ถูกเขาบีบคอจนเกือบใกล้ตายพิรุธใดๆ ก็มิเผยออกมา โบราณว่ามนุษย์นั้นมากเล่ห์ ยามจะตายถึงจะซื่อสัตย์ที่สุด คำนี้เขาได้พบเห็นกับตามานักต่อนัก เขาจึงเชื่อไปแล้วครึ่งหนึ่งว่าป๋ายอี้หลินในยามนี้มิได้เสแสร้ง
งานนี้คงต้องให้หมอยามาช่วยพิสูจน์...
คิดได้ดังนั้นก็คลายฝ่ามือที่บีบรั้งคอของลู่หลินออกไปจนอีกฝ่ายร่วงไปกองกับพื้น ก่อนจะเดินออกไปเปิดประตูเรียกหาซุนอวี้เซวียนให้เร่งตามหมอยามาโดยด่วนและไม่ลืมสั่งเสี่ยวไป๋และเสี่ยวเฮยให้กลับเข้ามาดูแลนายของตนเอง
ในเวลานี้จึงเกิดเป็ภาพชวนประหลาดนัก
หลังจากคู่แฝดขาวดำเข้ามาช่วยประคองลู่หลินให้กลับขึ้นมานั่งพักบนเตียงได้แล้วก็นำน้ำท่ามาให้ลูบหน้าลูบตาทำความสะอาดร่างกาย ต่อด้วยการเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แล้วจึงทำสิ่งสุดท้ายด้วยคือการนั่งกินมื้อเที่ยงอยู่ในตอนนี้
แน่นอนว่าทุกขั้นตอนทำบนเตียง
และสิ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือการที่มีโจวหยางอ๋องคอยนั่งจับจ้องตลอดทุกการกระทำั้แ่เริ่มจนถึงตอนนี้ ทำเอาทั่งบ่าวทั้งนายพากันก้มหน้างุด จะหยิบจะจับทำอะไรก็เงียบเชียบเรียบร้อยไปซะหมด
แล้วลู่หลินไม่คิดจะงัดลูกไม้อะไรออกมาใช้บ้างเลยเหรอ?
คำตอบคือ…ใครกล้าทำก็บ้าแล้ว! เพราะเขาตระหนักแล้วว่าสถานการณ์ของตัวเองในตอนนี้น่าหนักใจมากจริงๆ นอกจากจะย้อนมาในอดีตที่กำลังจะเกิดเื่ใหญ่แล้ว เขายังไม่มีความทรงจำใดๆ ของเ้าของร่างติดตัวมาเลยแม้แต่น้อย แถมความรู้เดียวที่ติดตัวมาอย่างเื่ประวัติศาสตร์ก็กลายเป็เื่ไม่จริงไปซะแล้ว แล้วแบบนี้เขาจะเอาตัวรอดได้อย่างไร?
ระหว่างที่ก้มหน้าก้มตากินข้าวไปก็แอบลอบสังเกตทุกอย่างรอบตัวไป คราวนี้เขารู้แล้วว่าเื่ราวต่างๆ ไม่ได้เป็อย่างที่คาด ดังนั้นการประมวลผลและคิดวิเคราะห์ต่างๆ จึงเปลี่ยนรูปแบบไป
ตัดเื่โจวหยางอ๋องจะเป็ตัวช่วยออกไปได้เลย เ้าคนเถื่อนนั่น… แค่เจอหน้าก็จ้องจะฆ่ากันขนาดนี้ ขืนบอกว่าูเาไฟกำลังจะะเิ แทนที่จะช่วยกันอพยพผู้คนพาหนีไป คงจับเขายัดลงปากปล่องซะก่อนมากกว่า…
คิดแล้วก็ขอแอบชำเลืองมองอีกที….
‘…ไอ้คนหล่อไร้ประโยชน์เอ้ย! …’
เป็ดั่งที่คาด นั่งอยู่ที่เดิม…จ้องเขาจนตาแทบจะถลนออกมาแล้ว…
ส่วนเ้าคู่แฝดนี่ ดูไม่มีพิษมีภัย แต่กลัวตายเป็อย่างยิ่ง คงบอกความลับอะไรไม่ได้… เพราะแค่โจวหยางอ๋องทำตาดุหรือขู่ว่าจะโบยก็คงสารภาพออกมาจนหมดเปลือก
'ตัวคนเดียวจริงๆ แล้วสินะ… เฮ้อ… คิดถึงชิวอิงจัง ถ้าเป็ในโลกปัจจุบัน มีชิวอิงอยู่ด้วยก็คงจะมีคนช่วยคิดหาทางรอดต่างๆ … ป่านนี้ชิวอิงก็คงเป็ห่วงน่าดู…. คิดไปคิดมาตัวตนของเขาก็มีเพียงชิวอิงคนเดียวจริงๆ ที่มีความหมายพอให้กลับไปหา หากไม่ได้กลับไป คนอื่นๆ ก็คงจะไม่มีใครเดือดร้อนเท่าไหร่ ยิ่งเป็ยัยป้ามหาภัยนั่นคงจะยินดีเตรียมรับมรดกแทนเขาเลยด้วยซ้ำ! '
ก๊อกๆ
“เรียนท่านอ๋อง… ท่านหมอยามาแล้วขอรับ ท่านกุนซือก็มาด้วย…”
“ให้เข้ามา…”
เสียงบ่าวรับใช้คนหนึ่งกล่าวรายงานขึ้นจากหน้าห้อง สิ้นเสียงตอบรับของโจวหยางอ๋อง บานประตูก็เปิดขึ้นพร้อมกับที่ร่างของท่านหมอยาและเ้าขุนนางหน้าเดิมโผล่กลับขึ้นมา นอกจากนั้นที่ด้านหลังยังมีหญิงวัยรุ่นแต่งกายด้วยชุดแบบชาวบ้านเดินตามมาอีก จะบอกว่าเป็บ่าวในเรือนนี้ก็ไม่น่าใช่ น่าจะเป็ผู้ช่วยของท่านหมอยามากกว่า…
หมอยาและสองสาวมาถึงก็หันไปคุกเขาทำความเคารพโจวหยางอ๋องทันที ส่วนชายขุนนางนั้นทำเพียงแค่ก้มคำนับแล้วเดินไปยืนข้างๆ เยื้องไปทางด้านหลังของโจวหยางอ๋องที่นั่งอยู่ทั้ง ๆ ที่ข้างๆ กันยังมีที่นั่งว่างอยู่
เมื่อได้เบิกตามมองแบบตัดความรู้ข้อมูลผิดๆ ออกไป เขาก็ตระหนักได้ว่าฐานะของโจวหยางอ๋องหวงเทียนหยาง คนนี้ไม่ธรรมดาแบบที่ใครก็ไม่สามารถเทียบเคียงได้ ขนาดขุนนางชั้นสูงยังต้องก้มหัวและไม่อาจนั่งเทียบเสมอกันได้ ชาวบ้านที่มาพบยังต้องหมอบกราบจนกว่าจะได้รับการอนุญาต ไม่ต้องพูดถึงบ่าวไพร่ที่หากทำผิดแม้เพียงน้อยก็อาจจะถูกโบย ถูกลงโทษแรงๆ ถึงขั้นสั่งตัดหัวได้เลย
แล้วลู่หลินคนนี้เป็ใครกันถึงกล้าไปออกคำสั่งกับโจวหยางอ๋องอย่างที่ทำเมื่อครู่นี้?
ดูท่าแล้วหลังจากนี้คงต้องระมัดระวังท่าทีและคำพูดให้มากขึ้นเวลาที่อยู่ต่อหน้าชายคนนี้ จะได้ไม่เผลอไปหาเื่ให้เจ็บตัว อย่างน้อยคำพูดก็ต้องเลียนแบบให้ดูนอบน้อมเข้าไว้
“มาแล้วก็รีบไปรักษาคน… อย่าชักช้ามากพิธี…”
‘นั่นไง ขนาดคำอนุญาตยังหยิ่งจนน่าตบ! นั่นหมอนะ!’
ท่านหมอยาก็รู้งานดี เมื่อได้รับคำสั่งแล้วก็รีบลุกขึ้นไปหาป๋ายอี้หลินทันที ตัวเขานั้นหยุดอยู่ห่างเตียงสองก้าว ในขณะที่สองผู้ช่วยสาวก้าวเข้ามาประชิดเตียงจนคนนั่งกินข้าวต้มร้อนๆ อยู่ยังต้องชะงักมองตาค้าง ช้อนที่ตัดข้าวต้มยังไม่ถึงปากก็คาอยู่อย่างนั้น กลายเป็ท่าทางประหลาดไม่ชวนมองอย่างยิ่ง
“ยังกินไม่เสร็จรึ? …” โจวหยางอ๋องเอ่ยถามขึ้นนิ่งๆ …
“……” ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า แต่ลู่หลินรู้สึกว่าชายคนนี้ช่างกวนทีน…
“เสร็จแล้วขอรับ! พวกเราจะรีบเก็บเดี๋ยวนี้!!”
‘ได้ไงฟระ! ยังกินไม่เสร็จเลย!’ ทำได้แค่คิดในใจ พูดออกไปได้ซะที่ไหนกัน…
ดันเป็เ้าสองแฝดขาวดำที่รีบร้อนตอบรับก่อนจะกุลีกุจอเก็บสำรับออกไปจนลู่หลินต้องมองตามตาละห้อย จังหวะที่จะถูกคว้าช้อนในมือไปก็รีบยัดคำสุดท้ายเข้าปากทันทีดูมูมมามอย่างยิ่งจนซุนอวี้เซวียนที่จับตามองอยู่ด้วยยังถึงกับอ้าปากค้างในความแสบนั้น
นั่นยังไม่นับว่าก๋ากั่นที่สุดเพราะทันทีที่คำสุดท้ายเข้าปากได้ก็รีบเคี้ยวๆ กลืนแล้วส่งยิ้มยิงฟันเยาะเย้ยสองบ่าวอย่างว่องไวคล้ายกับจะอวดว่ากินหมดไปแล้ว แย่งไม่ได้แล้ว…
ท่าทีเ่าั้น่าแปลกใจจนซุนอวี้เซวียนและโจวหยางอ๋องยังต้องแอบลอบสื่อสารกันผ่านแววตา ทันได้เห็นแววตาขบขันเล็กๆ ที่หาได้ยากยิ่งจากเสือยิ้มยากอย่างโจวหยางอ๋อง….
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เสี่ยวเฮยก็รีบเก็บข้าวของยกออกจากเรือนไป เหลือเพียงเสี่ยวไป๋ที่ยังนั่งคุกเข่าเรียบร้อยอยู่ข้างเตียงเตรียมรอรับใช้ต่อไป
“ต้องขอให้ลูกศิษย์ของข้าเสียมารยาทกับท่านสักครู่… คุณชายป๋าย…”
จบคำท่านหมอยา ลู่หลินก็ได้แต่มองตามอย่างแปลกใจ รักษาก็รักษาสิ จะว่าเสียมารยาทอันใดกัน? แล้วทำไมต้องให้ลูกศิษย์สาวเข้ามา ท่านหมอไม่ตรวจเองรึไง?
“??? "
แล้วก็เข้าใจได้กระจ่างชัด ยามที่สองสาวก้าวเข้ามาประชิดเตียงแล้วจับรูดม่านปิดเพื่อบังสายตาคนนอก ก่อนจะเข้ามะรุมมะตุ้มถอดเสื้อผ้าเขาอย่างว่องไว
“เดี๋ยวก่อน! แม่นางทั้งสอง มาถอดเสื้อผ้าข้าทำไมกัน?!?”
_______________________
Talk#ขอบคุณคอมเมนต์ค่า
E-Book ที่ Meb ภาค 1 ออกแล้วมี 80 ตอน เพิ่มตอนพิเศษ 5 ตอน ราคา 299 บาท
E-Book ที่ Meb ภาค 2 ออกแล้วมี 67 ตอน เพิ่มตอนพิเศษ 3 ตอน ราคา 299 บาท