“พูดอะไรของคุณ!” แม่ของเฉียนเชี่ยนเห็นว่าจางเทียนิอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้วจึงสะกิดพ่อของเฉียนเชี่ยนเบาๆ
“อ๋อๆ ใช่แล้ว!” พ่อของเฉียนเชี่ยนได้สติก็รีบแก้ตัวว่า“เทียนิ ลุงรับน้ำใจของนายไว้แล้วนะการที่มันเป็เหล้าปลอมก็ไม่ใช่ความผิดของนายสักหน่อยแต่เป็ความผิดของคนขายต่างหาก ความตั้งใจสำคัญที่สุด มา ดื่มต่อจะเหล้าอะไรก็ดื่มได้เหมือนกัน”
พูดจบ พ่อของเฉียนเชี่ยนกระดกเหล้าโชว์จากนั้นก็พูดบอกให้ทุกคนดื่มด้วย
แต่ก็ไม่มีใครดื่มเลย
สถานการณ์ทั้งตึงเครียดและกระอักกระอ่วน
เฉียนเชี่ยนแอบยกนิ้วโป้งให้ฉินลู่ และพูดกระซิบเบาๆ ว่า“นายนี่สุดยอดไปเลย นายรู้เื่พวกนี้ได้ยังไงเป็เพื่อนร่วมทีมที่พึ่งพาได้เลยทีเดียว!”
ฉินลู่ยิ้มออกมาอย่างไร้คุณธรรม “ต้องโทษตัวเขาที่ดันซื้อของปลอมมาเองก็เลยถูกฉันจับได้น่ะ”
“คิดไม่ถึงเลยว่านายจะมีความรู้เกี่ยวกับเหล้าเยอะขนาดนี้ด้วย”
“อาจารย์ของฉันชอบดื่มมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ที่บ้านก็เลยมีเหล้ามากมายไม่ว่าจะชนิดไหนก็มีหมดเลย พอเห็นเยอะเข้า ก็เข้าใจไปเอง” ฉินลู่พูดกระซิบตอบ“ของแบบนี้ถ้าได้เห็นหรือได้ดื่มมากๆ ก็จะซึมซับไปเองก็เหมือนกับการดูเหรียญนั่นแหละ ถ้าเป็คนค้าขายที่มากประสบการณ์ไม่ต้องถึงขั้นให้จับหรือััแค่ใช้ตาเปล่ามองก็รู้แล้วว่าเป็เหรียญจริงหรือเปล่า แต่ถ้าเป็ประชาชนคนทั่วไปไม่ว่าจะจับหรือััให้ตายยังไงก็ยังไม่รู้อยู่ดี”
พ่อของเฉียนเชี่ยนเห็นว่าไม่มีใครดื่มต่อ จึงวางจอกเหล้าลงอย่างเขินๆกระแอมเล็กน้อย ก่อนพูดว่า “งั้นเราเลิกดื่มเหล้ากันก่อนเรามาลองชิมเหล้ายาดองที่เสี่ยวลู่เอามาฝากดีกว่าลุงไม่ค่อยได้ดื่มเหล้ายาดองเท่าไหร่นัก ได้ยินว่าของแบบนี้ราคาก็ไม่เบาเลย”
พอฉินลู่ได้ยินว่าพ่อของเฉียนเชี่ยนอยากจะดื่มเหล้าที่ตัวเองเอามาก็รีบลุกขึ้นเปิดไหทันที
วินาทีที่ทำการเปิดไหเหล้า ก็โชยกลิ่นที่คล้ายเหล้าแต่ก็ไม่ใช่จะเป็ยาก็ไม่เชิง กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้องทุกคนที่อยู่ด้วยต่างทำหน้าตาดื่มด่ำกับกลิ่นหอมนี้ แม้กระทั่งจางเทียนิที่ทำหน้าหงุดหงิดอยู่ก็ไม่วายดื่มด่ำไปด้วย
“เหล้านี่...” พ่อของเฉียนเชี่ยนกลืนน้ำลายอึกใหญ่และพูดอย่างไม่เชื่อจมูกตัวเองว่า “ทำไมถึงได้หอมปานนี้”
ฉินลู่ยิ้มและพูดว่า “นี่คือเหล้าที่อาจารย์ของผมเคยชอบดื่มมากที่สุดผมเพิ่งหมักเหล้านี้เมื่อวาน แต่ถ้ารอให้หมักจนครบ 49 วัน ฤทธิ์ยาจะบ่มได้ที่ กลิ่นจะหอมยิ่งกว่านี้ และตลบอบอวลไปไกล 10ลี้”
“งะ...งั้นรีบเอาไปเก็บก่อนเถอะ รอให้ครบ 49 วันแล้วค่อยเอาออกมาดื่ม”พ่อของเฉียนเชี่ยนรีบเอาฝามาปิดไหไว้
ฉินลู่หัวเราะพลางส่ายหน้าไปมา พูดว่า “คุณลุงครับ เหล้าชนิดนี้เมื่อถูกเปิดแล้วก็จะบ่มต่อไม่ได้อีก ถ้าคุณลุงอยากจะดื่มผมจะกลับไปบ่มให้โดยเฉพาะเลยครับ”
“ดีๆๆ!”พ่อของเฉียนเชี่ยนพูดคำว่าดีติดต่อกันถึง 3 ครั้ง สายตาที่มองฉินลู่ก็เผยความพึงพอใจมากขึ้นเรื่อยๆ
เฉียนเชี่ยนที่อยู่ข้างๆ กำหมัดแน่นอย่างดีใจ “ฉินลู่ นายสุดยอดมากโจมตีได้สวยเลย!”
จางเทียนิที่ถูกทิ้งให้อยู่ในมุมนั้นหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและพูดกัดฟันว่า “ไม่แน่ว่าอาจจะเติมสารแต่งกลิ่นเข้าไปก็ได้ซึ่งถ้าเป็แบบนั้นมันก็จะเป็อันตรายต่อผู้ดื่ม”
แม่ของเฉียนเชี่ยนได้ฟังก็รีบหันไปถามฉินลู่ว่า“คงไม่ได้ใส่สารเติมแต่งกลิ่นหรอกใช่ไหม”
ฉินลู่ส่ายหน้าเบาๆ และพูดว่า “นี่มันเื่เหลวไหลทั้งนั้นเพราะเหล้าของผมหมักด้วยโสม ตังกุย อิ๋นหยางฮั่ว อู่เว่ยจื่อ หลินจือตัดราก แบะตงสูตี้หวงและเหล้าข้าวสาลีคุณภาพสูงที่หมักตามกรรมวิธีที่ตกทอดกันมารุ่นสู่รุ่นโดยไม่ต้องเติมสารปรุงแต่งเหมือนเครื่องดื่มสมัยใหม่ ยิ่งไปกว่านั้นก็ไม่มีทางเติมสารแต่งกลิ่นแน่นอนนายจะมาพูดได้ว่าเหล้าของฉันมีสารเติมแต่งเพียงเพราะมันมีกลิ่นหอมเหมาไถก็มีกลิ่นหอมเหมือนกันนี่ อันที่จริง เหล้าข้าวสาลีต่างก็มีกลิ่นหอมทั้งนั้นดังนั้น เว้นแต่นายจะมีข้อพิสูจน์เหมือนฉันเมื่อตะกี้ มิฉะนั้นก็อย่ามาพูดไร้สาระ"
จางเทียนิถึงกับจุก
เขาเป็พวกไร้การศึกษา จะไปรู้เื่เหล้าและชิมเหล้าเป็ได้อย่างไร
เขาเลือกซื้อเหล้าจากราคาของมัน สำหรับเขาแล้วเหล้าที่ดีต้องมีราคาแพงถ้าราคาถูกนั่นก็คือเหล้าไม่ดี...
“ใช้สมุนไพรจีนเยอะขนาดนี้เลยเหรอ หมดเงินไปตั้งเท่าไรล่ะเนี่ย”แม่ของเฉียนเชี่ยนถามอย่างกึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ
“น่าจะประมาณหมื่นหยวนได้นะครับ” ฉินลู่ยิ้มพลางพูดตอบและทำหน้าอวดอย่างเนียนๆ
“ซู้ด...”
พ่อกับแม่ของเฉียนเชี่ยนซี้ดปากด้วยความเสียดายเงิน
“แพงขนาดนี้เชียว!เหล้าไหนี้ราคาเป็หมื่นเลยเหรอเนี่ย” แม่ของเฉียนเชี่ยนทำตาลุกวาวสายตาที่มองฉินลู่ก็ราวกับว่าจะยอมยกลูกสาวให้ไปเลย
พ่อของเฉียนเชี่ยนรีบปิดฝาไหและพูดว่า“เหล้าไหนี้เก็บเอาไว้ก่อนดีกว่า”
ฉินลู่ก็รีบมาเปิดไหเหล้าออก รินให้พ่อของเฉียนเชี่ยนจนเต็มจอกก่อนพูดว่า “ความจริงมันก็ไม่ได้แพงขนาดนั้นหรอกครับสมุนไพรจีนแบบนี้สามารถใช้หมักซ้ำได้เรื่อยๆ”
พ่อของเฉียนเชี่ยนมองเหล้าสีแดงที่อยู่ตรงหน้าอย่างเสียดายเขาถอนหายใจและพูดว่า “งั้นก็ได้ลุงจะขอลองชิมเหล้าราคาหนึ่งหมื่นหยวนนี้หน่อยแล้วกัน”
พูดจบ พ่อของเฉียนเชี่ยนยกจอกเหล้าขึ้นมาดื่ม แต่สีหน้าพลันเปลี่ยนไปทันที
จางเทียนิเห็นความเปลี่ยนแปลงจากสีหน้าของพ่อเฉียนเชี่ยนก็แอบดีใจขึ้นมา จึงแกล้งทำเหมือนว่าเป็ห่วงและรีบเข้าไปถามว่า “คุณลุงครับมันมีกลิ่นตุๆ ใช่ไหม รีบอ้วกออกมาดีกว่า เดี๋ยวจะเป็อันตรายต่อร่างกายเอานะครับ”
พ่อของเฉียนเชี่ยนยื่นมือออกมาห้ามจางเทียนิไม่ให้พูดต่อกลืนเหล้ายาดองในปากลงคอทันที ต่อด้วยหลับตาดื่มด่ำกับรสของมัน
“เหล้าดี...เหล้าดีเลย...”
ผ่านไปนานสองนาน พ่อของเฉียนเชี่ยนถึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองเหล้ายาดองที่อยู่ตรงหน้า พยักหน้าและพูดว่า “ช่างเป็เหล้าที่ดีจริงๆตอนยังอยู่ในปากก็ทำให้รู้สึกสดชื่นไปทั้งตัวแต่พอกลืนลงไปกลับรู้สึกเหมือนมีไฟร้อนวาบกระจายจากกระเพาะทำให้รู้สึกอุ่นไปทั่วร่างกาย”
ฉินลู่พยักหน้าและพูดตอบว่า “เหล้ายาดองแบบนี้สามารถบำรุงปราณ บำรุงเืบำรุงไตและเพิ่มพลังหยาง ช่วยรักษาการไหลเวียนของพลังปราณและโลหิตที่อ่อนแออาการวิงเวียนตาลาย ร่างกายเหนื่อยล้า แถมยังช่วยให้หลอดเืไม่ตีบตันหากดื่มเป็ประจำ ก็จะดีต่อสุขภาพอย่างมากด้วย”
แม่ของเฉียนเชี่ยนที่ฟังอยู่ข้างๆ ก็รีบรินเหล้าใส่จอกเล็กน้อยและดื่มลงไป
“รสชาติดีจริงๆ ไม่มีรสหวาน แต่ว่าหอมมาก มีความชาที่โคนลิ้น แต่กลับรู้สึกดีเยี่ยม”
เหล้ายาดองของฉินลู่ พอถูกนำออกมาปุ๊บฉินลู่ก็กลายเป็จุดสนใจของทุกคนปั๊บ
ฉินลู่ดูไม่เหมือนชายธรรมดาทั่วไปบวกกับชุดแบรนด์เนมที่โอ่อ่าด้วยแล้ว ยิ่งทำให้พ่อกับแม่ของเฉียนเชี่ยนชอบฉินลู่มากขึ้นยิ่งคุยนานก็ยิ่งรู้สึกถูกชะตา
คุยไปคุยมาแม่ของเฉียนเชี่ยนก็ได้พยายามพูดโยงไปถึงเื่การงานและรายได้ของฉินลู่
“เสี่ยวลู่ เอาเหล้าที่แพงขนาดนี้มาให้พวกเราคงจะเสียเงินไปไม่น้อยเลย แล้วตอนนี้นายทำงานอะไรอยู่ล่ะนี่จะเป็การฟุ่มเฟือยเงินทองเกินไปไหม” แม่ของเฉียนเชี่ยนเริ่มถามต้อน
ฉินลู่รู้ว่าแม่ของเฉียนเชี่ยน้าจะถามอะไรแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาตรงๆ เขาพูดตอบคำถามว่า “ตอนนี้ผมทำงานอยู่ในบริษัทออนไลน์แห่งหนึ่งครับเงินเดือนก็พอใช้ได้”
จางเทียนิที่หลบอยู่ในมุมทำตาเป็ประกายขึ้นมาทันทีแอบคิดในใจว่าได้โอกาสเอาคืนแล้ว จึงพูดแทรกขึ้นมาว่า“นี่นายเป็พนักงานที่ทำงานให้คนอื่นหรอกเหรองั้นนายก็คงซื้อเหล้านี้ด้วยเงินเดือนครึ่งปีของนายเลยใช่ไหม”
จางเทียนิที่ดูเผินๆ เหมือนว่ากำลังเห็นใจแต่ความจริงก็คือเขาอยากบอกให้พ่อกับแม่ของเฉียนเชี่ยนรู้ว่าฉินลู่ก็เป็แค่พนักงานระดับล่างเท่านั้นแต่ด้วยความที่เขากลัวว่าพวกท่านจะฟังไม่ออก จึงตั้งใจพูดต่ออีกว่า“คนรุ่นใหม่อย่างเราจะไปทำงานให้คนอื่นได้ยังไง มันจะเป็การเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์เราจะต้องก่อตั้งบริษัทของตัวเอง เงินที่หามาได้ด้วยวิธีนี้ มันถึงจะพอใช้ชีวิตและเพียงพอสำหรับการแต่งงานสร้างครอบครัวมีลูก ไม่งั้นถ้ามัวแต่รอเงินเดือนแค่ไม่เท่าไร การใช้ชีวิตก็คงลำบากแย่”
พ่อแม่ของเฉียนเชี่ยนมองตากัน แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร
เฉียนเชี่ยนที่อยู่ข้างๆ ร้อนใจขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
แต่ฉินลู่กลับไม่ได้กังวลอะไร เขาพูดตามน้ำไปก่อนว่า“ฉันก็ทำได้แค่เป็พนักงานเท่านั้นแหละ แล้วพี่จางทำงานอาชีพอะไรกันล่ะ”