
“ไม่” หญิงสาวะโก้องเธอจะถูกลืมไม่ได้ยังมีหน้าที่จะต้องทำอีกมากมายบนโลกเธอต้องไปเดินเฉิดฉายบนแคตวอล์กเธอต้องไปถ่ายโฆษณาสินค้าต้องออกอีเวนต์แล้วยังมีสิ่งที่เธอตั้งใจว่าจะทำแต่ยังไม่ได้ทำอีกล่ะทุกอย่างบีบคั้นให้เธอต้องร้องออกมาอย่างสุดเสียง
“ช่วยด้วย”
แล้วอะไรบางอย่างก็ตอบสนองเธอมีแสงเรืองรองขึ้นมาจากก้นหุบเหวนั้นมันเป็สีทองเรืองรองจนฉุดให้สายตาของเธอต้องมองลึกลงไปหญิงสาวพบว่ามันเป็มือที่ใหญ่ราวกับเรือสำปั้นทาทองเลยทีเดียวเธอรู้สึกได้เลยว่ามันเป็มือที่สวยที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมามันเคลื่อนตัวขึ้นมาโอบอุ้มร่างเธอเอาไว้แล้วนำพาขึ้นจากห้วงเหวนรกโลกันตร์
“เืของเ้าที่หยดลงบนผืนแผ่นดินแห่งครีษมะอีกครั้งจักทำให้สหเทพที่หลับใหลตื่นจากนิทรารมณ์อันยาวนานและเมื่อถึงตอนนั้นเ้ามีหน้าที่ต้องล้างคำสาปที่ฝังชาวครีษมะนครไว้ในนรกด้วยความพยาบาทอันแสนยาวนาน”
หญิงสาวเบิกตากว้างทุกอย่างเริ่มเลือนรางลงความมืดสลัวกลับมาโอบล้อมรอบกายเธออีกคราพร้อมกับเสียงเรียกคุ้นหูแว่วมา
“อิงธาร”
เสียงเรียกชื่อของเธอดังขึ้นซ้ำไปซ้ำมาและค่อยๆ ชัดเจนขึ้นทุกทีจนในที่สุดมันก็ดังราวกับเสียงนั้นก้องกังวานอยู่ข้างหูร่างกายของเธอเริ่มสั่นราวกับกำลังถูกเขย่า
“อิงธาร”
หญิงสาวถลึงตาลืมขึ้นเมื่อความรู้สึกนึกคิดเริ่มหลั่งไหลกลับมาสู่สมองจนเกือบจะสมบูรณ์ใบหน้ากลมของผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏขึ้นในดวงตาของเธอทันทีที่เริ่มปรับภาพได้อย่างชัดเจน
“พิณ” เธอเรียกชื่อผู้หญิงคนนั้นก่อนจะผุดลุกขึ้นนั่งแล้วหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตระหนกที่ยังคงกรุ่นอยู่ในหัวใจ
“เป็อะไรหรือเปล่า”
ผู้ที่ถูกเรียกด้วยชื่อ‘อิงธาร’ หันไปมองเ้าของคำถามอย่างงุนงงตอนนี้ศพมากมายที่เกลื่อนกลาดนั้นได้อันตรธานหายไปแล้วบรรยากาศอันน่ากลัวกลับกลายเป็ห้องหรูหราที่มีแสงสลัวจากโคมไฟรูปดอกทิวลิปบนผนังส่องสว่างพอให้เห็นอะไรต่อมิอะไรได้พื้นอันอ่อนยวบขรุขระจากศพมากมายกลายเป็เตียงนุ่มน่าสบายกลิ่นคาวเืคละคลุ้งจางหายไปกลายเป็กลิ่นสมุนไพรอบอวลไปทั่วห้องที่ตกแต่งแบบล้านนา
และที่สำคัญร่างของเทพบุตร-ปีศาจก็หายไปเช่นเดียวกัน
“เป็อะไรฝันร้ายเหรอ” เพื่อนของเธอร้องถามใบหน้ากลมผุดผาดนั้นต่างจากใบหน้าอันเต็มไปด้วยความสยดสยองของเ้าปีศาจตนนั้นอย่างลิบลับ
อิงธารได้แต่พยักหน้าเพื่อนของเธอจึงดึงร่างอันสั่นเทิ้มและชุ่มไปด้วยเหงื่อไปโอบกอดและลูบหลังอย่างปลอบโยน“ก็แค่ฝันน่ะ”
“แต่...มันเหมือนจริงมาก” อิงธารหอบหายใจเหมือนจะยังไม่คลายความหวาดกลัว
“รู้ย่ะ...ก็แหกปากร้องลั่นซะขนาดนั้น”
“ฉันฝันอย่างนี้มาสามคืนติดๆ กันแล้วนะั้แ่มาที่นี่” ผู้ตื่นจากฝันร้ายประท้วงเพราะั้แ่มาปักหลักอยู่ที่จังหวัดน่านเพื่อถ่ายแบบให้นิตยสารสำหรับการท่องเที่ยวฉบับหนึ่งเมื่อสามวันก่อนเธอก็ฝันแบบเดียวกันซ้ำๆ มาโดยตลอด
“คงแปลกที่ละมั้ง”
“ไม่รู้สิมันเหมือนเดิมทุกครั้งแล้วก็เหมือนจริงจนฉันกลัวมากเลยนะพิณ” อิงธารห่อไหล่อยู่ในอ้อมกอดของเพื่อนสาว
อิงธารรู้จักกับพิณทองั้แ่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันจะเรียกได้ว่าถูกชะตากันก็ไม่ผิดนักเพราะเพียงแรกเห็นเธอก็รู้สึกเอ็นดูเพื่อนสาวคนนี้อย่างบอกไม่ถูกทั้งคู่จึงกลายเป็เพื่อนสนิทกันมาั้แ่ตอนนั้นและเมื่ออิงธารเริ่มมีงานเดินแบบเข้ามาพิณทองก็อาสาเป็ผู้ติดตามไปเป็เพื่อนในทุกๆ ที่ที่เธอไปทำงานเพื่อความอุ่นใจและปลอดภัยจากอะไรก็ตามที่แวดล้อมอยู่ในวงการมายาของประเทศไทย
