ในจังหวะที่นายตำรวจร่างสูงสตั้นอยู่นั้นเอง จ๊ะจ๋าก็ออกแรงผลักอกสุดกำลัง ทำให้บุรุษหนุ่มเสียหลักจนเกือบล้ม
“ เอ๊ะ! ” ถึงแวมไพร์หนุ่มจะแข็งแรงเพียงใด แต่ก็ยังมีช่วงเวลาที่พลั้งเผลอ เป็นเหตุให้สาวน้อยร่างเล็กตีจากได้สำเร็จ
“หลุดมาได้แล้ว เราต้องรีบเผ่นหนี เพราะในนาทีนี้ ตาตำรวจบ้ากามนี่ดูน่ากลัวกว่าฆาตกรอย่างพี่หรั่งซะอีก ”
“ ปัง….”เสียงปิดประตูไล่หลังดังขึ้น เพราะจ๊ะจ๋าได้หายลับไปแล้ว ทิ้งให้นายตำรวจร่างสูงยืนงงอยู่ตรงริมระเบียง ที่ด้านหลังของเขาคือท้องนภาที่แสนมืดมิด แถมยังมีลมเย็นคอยพัดกระพือปะทะเรือนกาย
ใบหน้าของนายตำรวจร่างสูงดูเรียบเฉย คล้ายไม่แยแสสาวน้อยที่เพิ่งหลุดรอด ไม่นาน ก็มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น นั่นก็คือ….มีใครบางคนลอยลงมาหยุดยืนอยู่กลางอากาศที่ว่างเปล่า ซึ่งอยู่เหนือศีรษะของแวมไพร์หนุ่มเพียงเล็กน้อย
เจ้าของร่างนั้นเป็น….สาวยุโรปหน้าสวยในชุดราตรีแดงที่เปื้อนโลหิต ผิวของเธอยังคงขาวซีด ประดุจซากศพ ดวงตาแดงก่ำ แถมยังมีปีกค้างคาวขนาดใหญ่คอยพัดเบาๆอยู่กลางแผ่นหลัง เพื่อประคองอมนุษย์ตนนี้ให้ลอยตัวในระดับเดิม
“นายหญิงจะมาเยาะเย้ยผมหรือครับ ” นายตำรวจร่างสูงเอื้อนเอ่ย โดยไม่หันไปมอง ประมาณว่ารับรู้ถึงการปรากฏตัวของแวมไพร์สาว
“ หึ หึ หึ ข้าจะเย้ยไปทำไม เจ้าเองไม่ใช่เหรอที่จงใจปล่อยเด็กสาวคนนั้นให้หนีไป เพราะต้องการจะเล่นเกมแมวจับหนู ” แวมไพร์สาวกล่าวเนือยๆ ดวงตามองตรงไปข้างหน้าอย่างปราศจากความหมาย กายสูงเพรียวยังคงล่องลอยอยู่กลางอากาศ
“ เหอ เหอ เหอ สมกับเป็นนายหญิง อ่านใจของข้าออกจนทะลุปรุโปร่ง ”นายตำรวจเริ่มแสยะยิ้มชั่วร้าย เขี้ยวยาวคมกริบโผล่ออกมาจากมุมปาก
“แล้วพอจับนังหนูนั่นได้ เจ้าจะทำยังไงกับมัน ” สาวยุโรปหน้าสวยยังคงถามต่อ กายสูงเพรียวเริ่มลดระดับลงมายืนเคียงนายตำรวจหนุ่ม ก่อนจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้กลับเป็นมนุษย์
“นายหญิงไม่น่าถาม ข้าก็จะทำให้นังเด็กนั่น พบกับความสยองที่สุดสยิว ”นายตำรวจร่างสูง กระชากเสียงเหี้ยม จากนั้นก็ย่างก้าวออกจากห้อง ทิ้งให้สาวยุโรปยืนเดียวดายอยู่ตรงระเบียง
สาวสวยในชุดราตรีแดงที่เปื้อนเลือด ยืนตีหน้าตาย อันไม่อาจคาดเดาถึงอารมณ์ ปิดท้ายด้วยการพึมพำเบาๆ
“การที่คิดเรื่องแบบนี้ได้ แสดงว่าตอนที่เป็นมนุษย์ เจ้าคงจะเป็นคนที่เลวระยำมิใช่น้อย ”
………………….
เด็กสาวรีบวิ่งสุดฝีเท้า เธอไม่รู้เลยว่าตนผ่านบันไดมากี่ก้าว เพราะตกใจจนจิตเตลิด และพอเหลืออีกแค่ 10 ขั้นก่อนถึงชั้น 1 หนูน้อยก็ต้องพบกับ…..นายตำรวจร่างสูง
“กรี๊ด…..มาได้ไง เมื่อกี้แกยังตามหลังชั้นอยู่เลย ” สาวน้อยกรีดร้องเสียงหลง สีหน้าฉายแววตื่นกลัว แต่อีกครึ่งนึงก็ปรากฏร่องรอยของความสับสน เพราะไม่น่ามีมนุษย์คนไหนทำเรื่องแบบนี้ได้
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดีมาก กรี๊ดออกมาดังๆ ข้าอยากฟังเสียงนี้เหลือเกิน” นายตำรวจร่างสูงหัวเราะร่า ประดุจคนบ้า จากนั้นก็ย่างเข้าหาเด็กสาว
แน่นอนว่าสาวน้อยทรงโตย่อมไม่ยอมอยู่เฉยให้นายตำรวจหนุ่มฟาดฟัน เธอจึงถอยหลังกลับ แล้ววิ่งไปตามทางเดินชั้นสอง ปากก็ร้องตะโกนจนสุดเสียง
“ช่วยด้วยค่า ช่วยด้วย โจรบ้ากามจะปลุกปล้ำหนู ”
ทว่าเมืองกรุงก็คือดินแดนแห่งน้ำใจ(ทราม) ยิ่งรู้ว่าตนอาจจะต้องเผชิญกับความเดือดร้อน ยิ่งไม่ต้องไปหวังความช่วยเหลือจากผู้ใด เพราะคนที่นี่ถือคติ…..รู้รักษาตัวรอด เป็นยอดดี
เด็กสาววิ่งหนี สลับขอความช่วยเหลือ สีหน้าดูลนลาน บ่งบอกว่าหวาดกลัวล้านเปอร์เซ็นต์ และในจังหวะที่ใกล้ถึงบันไดทางลงอีกฝั่ง นายตำรวจร่างสูงก็ก้าวมาดักหน้า
“กรี๊ด…..เป็นไปได้ เมื่อกี้ แกยังอยู่ข้างหลังชั้นนี่นา ”เด็กสาวตกใจสุดขีด พร้อมชะงักฝีเท้าเอาไว้ เพราะนี่คือเรื่องที่โคตรจะเหลือเชื่อ ด้วยไม่มีมนุษย์หน้าไหนรวดเร็วขนาดนี้ แต่ไม่นาน เธอก็ได้คิด
“หรือตาตำรวจคนนี้จะมีพี่น้องฝาแฝด และพวกมันร่วมมือกันปั่นประสาทของเรา ”
“นั่นสินะ กูอาจจะมีฝาแฝด และกำลังปั่นประสาทของมึงอยู่ ” ทันทีที่เด็กสาวนึกคิด นายตำรวจร่างสูงก็ร้องทัก ซึ่งทุกถ้อยคำล้วนตรงกับสิ่งที่อยู่ในใจ
“ เอ๊ะ! กะ…แกรู้ได้ไง ” เด็กสาวตกใจ แต่ต่อมา เธอก็พยายามปลุกปลอบตัวเอง
“ ไม่สิ ไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถอ่านใจได้หรอก มันคงคาดเดาจากรีแอคชั่นของเรา คล้ายศาสตร์ของพวกเซียนโป๊กเกอร์ที่ใช้กับคู่แข่งในวงไพ่ ”
“ หึ หึ หึ….นั่นสินะ ข้าจะอ่านใจของเจ้าได้ยังไง มันคงเป็นแค่การคาดเดาเท่านั้น” ทว่าไม่ทันไร นายตำรวจร่างสูงก็ป่วนกลับ
ความสามารถเหนือมนุษย์ของนายตำรวจร่างสูง ทำให้เด็กสาวหวาดกลัวจนขนลุกชูชัน แต่อมนุษย์กลับไม่แยแสสนใจว่าเหยื่อที่หมายปอง จะช็อกตายคาที่หรือไม่ แถมยังสงบใจ เพื่อฟังเสียงจากมโนทวาร
“ หึ หึ หึ เข้าใจแล้ว วิธีที่เผ่าพันธุ์ของเราใช้แอบฟังความคิดของพวกมนุษย์ก็คือ….สงบใจ แล้วเพ่งจิตไปที่เหยื่อรายนั้น และถ้าได้เจอพวกที่กำลังเสียขวัญหรือตื่นกลัว ก็จะทำให้อ่านความคิดได้ง่ายดายกว่าเดิม ”
นับว่านายตำรวจร่างสูงเรียนรู้เร็ว จึงเริ่มใช้สกิลอ่านใจของแวมไพร์ได้ ทว่าเขากลับไม่ยินดีนัก เพราะยอดปรารถนาเดียวในเวลานี้ก็คือ….ขยี้เด็กสาวที่อยู่ตรงหน้า
“มึงหนีไม่รอดแน่ นังเด็กน้อยทรงโต ”
ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด จึงบงการให้เด็กสาวรีบหันหลังหนี แต่พอขยับได้หนึ่งก้าว เธอก็ถูกมือหยาบใหญ่เกาะกุมที่หัวไหล่
“แคว๊ก….” เสียงผ้าขาดดังกระทบสองหูของเด็กสาว สายเดี่ยวที่เธอสวมใส่ ได้ขาดกระจุยติดมือของนายตำรวจร่างสูงอย่างง่ายดาย ราวกับว่ามันคือกระดาษที่แสนบาง และทันทีที่อาภรณ์รัดรูปหลุดจากร่าง ทรวงอกที่ใหญ่เกินวัยภายใต้ชั้นในสีขาวสะอาดตา ก็ดีดผึงขึ้นมาท้าทายสายตา
“ว้าย…..” เด็กสาวยกสองมือขึ้นปิดความอุจาด สองเท้าก้าวถอยหลังติดผนัง พร้อมเหม่อมองร่างสูงใหญ่ของนายตำรวจ ดวงตาฉายแววหวาดกลัวอย่างชัดเจน
นายตำรวจร่างสูงจ้องมองเด็กสาวที่ยืนสั่นเทา สีหน้าดูสะใจเหลือประมาณ เพราะเขาชอบทำให้เหยื่อหวาดกลัว ก่อนเผด็จศึกขั้นเด็ดขาด และเพื่อให้สบอารมณ์ยิ่งกว่า อมนุษย์จึงเปิดช่องให้จ๊ะจ๋าเผ่นหนีอีกครั้ง
“ วิ่งสิ เจ้ามนุษย์ตัวน้อย เหอ เหอ เหอ ”
จ๊ะจ๋าเริ่มวิ่งหนีสุดฝีเท้า ด้วยความกลัวตาย เธอจึงไม่แยแสทรวงอกอวบใหญ่ที่เด้งไปมา ในยามขยับกาย ปากก็ร้องตะโกนดัง เพราะเสียขวัญเหลือประมาณ
“กรี๊ด….ช่วยด้วยค่า ใครก็ได้ ช่วยหนูด้วย ”
อมนุษย์มองแผ่นหลังของเด็กสาว พร้อมแสยะยิ้มชั่วร้าย ดวงตาคมแลเหี้ยมเกรียม
“ หึ หึ หึ แหกปากให้ดังกว่านี้อีก จะได้มีฮีโร่หน้าโง่ โผล่มาช่วย แล้วพวกมันก็จะกลายเป็นอาหารของข้าอีกราย ”
ถึงเสียงร้องของเด็กสาวจะดังพอสมควร แต่นี่คือเวลาดึกสงัด จึงเป็นการยากที่จะมีใครถ่างตาตื่น จ๊ะจ๋าเลยได้แต่วิ่งไปตามระเบียงแบบไร้ความหวัง
………………….
จ๊ะจ๋าลงมาถึงชั้น 1 ได้สำเร็จ และจุดเดียวที่เธอหมายตาก็คือ…..ป้อมยาม
“ต้องรีบไปขอความช่วยเหลือจากลุงยาม เขาน่าจะทำอะไรได้ ”
พอจ๊ะจ๋าเดินมาถึงป้อมยาม เธอก็รีบเคาะประตู พร้อมร้องเรียกเสียงดัง
“ ปัง ปัง ปัง ”
“พี่ยามคะ ช่วยหนูด้วยค่ะ หนูถูกโจรบ้ากามตามมาทำร้าย ”
ทว่าสิ่งที่ตอบกลับมา มีแต่ความเงียบ เด็กสาวจึงลองจับลูกบิด เลยพบว่ามันไม่ได้ล็อค จึงถือวิสาสะเปิดประตู เพราะในนาทีนี้ ความปลอดภัยย่อมสำคัญกว่ามารยาท
“แอ๊ด…..”
ทันทีที่ทวารไม้แสนบางเปิดกว้าง จ๊ะจ๋าก็พบกับลุงยามคนเดิม ซึ่งกำลังหันหน้ามาทางเธออยู่พอดี ทำให้เด็กสาวตกใจจนกรีดร้องสุดเสียง
“ กรี๊ด………”
จ๊ะจ๋ายกสองมือขึ้นปิดปาก สองขาอ่อนแรงจนแทบทรุด และสาเหตุที่เด็กสาวเป็นเช่นนี้ เพราะประจักษ์แบบเต็มสองตาว่า…..ลุงยามนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ และมองมาที่เธอ ส่วนลำตัวยังคงหันหลังให้ บ่งบอกว่าบุรุษสูงวัยได้สิ้นลมหายใจไปแล้ว เนื่องจากคอหักจนหมุนได้รอบ
“นะ….นี่มะ….มันกะ…เกิดอะไรขึ้น ” จ๊ะจ๋ายืนขาสั่น เธอยังคงจ้องมองดวงตาที่เหลือกพองของลุงยาม ใบหน้าเหี่ยวย่นแลบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด อันเป็นภาพที่ชวนสยดสยองขั้นสุด
เด็กสาวสตั้นอยู่นานพอดู และพอตั้งหลักได้ เธอก็พลันได้คิด
“ไม่ได้การ เราต้องรีบเผ่นหนี อพาร์ทเม้นท์นี่ต้องคำสาปชัดๆ ถึงได้เกิดเรื่องจัญไรแบบนี้ ”
และในทันทีที่จ๊ะจ๋าเตรียมหันกลับ แผ่นหลังก็ดันไปกระทบกับแฝงอกแกร่งของบุรุษ ถึงไม่เห็นรูปโฉมของผู้มาเยือน ก็คาดว่าคงไม่พ้น…..ปีศาจร้ายในคราบตำรวจอย่างแน่นอน
“กรี๊ด…..” เด็กสาวถอยกรูด พร้อมหันหน้าไปมองผู้มาใหม่ จึงพบกับตำรวจหนุ่มเจ้าเก่า เขากำลังแสยะยิ้มให้เธอ มุมปากปรากฏเขี้ยวยาวที่แหลมคม ประดุจสัตว์ป่า
“ เหอ เหอ เหอ ทำไมไม่หนีไปให้ไกลกว่านี้ สาวน้อย ” อมนุษย์เขี้ยวยาว เริ่มคำรามในลำคอ ดวงตาเพ่งมองไปยังทรวงอก ที่ทั้งอวบใหญ่และขาวผ่อง
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
