“กูดีใจที่มึงชวนกูมาเที่ยว แล้วก็แฮปปี้ที่มึงโอเค-”
ั์เนตรเบิกกว้างยามร่างหนาใต้ฮู้ดดี้โน้มตัวมาถึงเบาะ พร้อมใบหน้าที่แนบสนิทลงมา
บดเบียดกลีบปากอิ่มกับปากเขาอย่างอ่อนโยน แทรกซอนด้วยความนุ่มลึก ทุกการขยับปราศจากคำว่าลังเล ดั่งตั้งใจและ้า
วินาทีนั้นภาวิตจึงกลายเป็คนจูบไม่เป็อยู่ครู่นึง
ฝั่งไรวินทร์ผละหน้าห่างออกมาอย่างเชื่องช้า พอเห็นความตะลึงงันในดวงตาคู่คม ความมั่นใจทั้งหมดทั้งมวลก็พลันหายไปสิ้น ฝืนกลับลงมานั่งที่เดิมอย่างสำรวม
รู้ตัวว่าทำอะไรอยู่และเขาคิดมาดีแล้ว มันเร็วกว่าที่คิดที่จะได้พูดความในใจ แต่เขาอยากให้ภาวิตหยุดคิดถึงคำเก่าๆ ที่เขาเคยพูดไว้
เขาอยากขอโทษ
“กูไม่เคยรู้สึกแย่กับมึง ั้แ่วันนั้นที่มึงบอก หรือวันอื่นก็ด้วย”
ภาวิตยังคงนั่งอึ้งเป็หิน ผละตัวมานั่งหลังตรง ส่วนใบหน้าแดงๆ ของคนที่จู่โจมเขาเล่นเอาไปไม่เป็
เกิดอะไรขึ้นอีกวะเนี่ย
“กูขอโทษที่ปฏิเสธมึง จนทำให้มึงรู้สึกไม่ดี”
“..........”
“แต่กูอยากขอโอกาส”
ภาวิตไม่แน่ใจว่าตัวเองหูฝาดไปหรือไม่ จับจุดไม่ได้จึงรอให้เพื่อนหนุ่มสารภาพความทั้งหมด
“....โอกาสอะไร”
น้ำเสียงเรียบนิ่งฉุดความมั่นใจลงดิ่ง เงยหน้ามองไม่ลดละ
“ลองคบกับมึงไง”
ทว่ากิริยาตอบรับไม่ได้อยู่ในการคาดการณ์ของไรวินทร์ มันเรียบนิ่งดั่งไม่รู้สึกรู้สา ไม่มีแม้แต่คำว่าดีใจปนอยู่
เสี้ยวหน้าคมสันปรกด้วยผมตรงดำเงาเบือนหนีไปอีกฝั่ง เหมือนมีดกรีดลงกลางหัวใจในวินาทีถัดมา
พร้อมด้วยเสียงทุ้มกระด้างจึงเข้าใจทุกอย่าง
“กูบอกว่ากูไม่ชอบบังคับใคร”
“..........”
“ถ้ามึงไม่ชอบหรือไม่คิดแบบเดียวกับกู….อย่างที่บอก กูรับได้เสมอ”
“..........”
“กูไม่ได้อยากให้มึงมาสงสารหรือฝืนตัวเองเพื่อกู”
เบิกตากว้างกับการตีความแบบผิดๆ ครั้นจะเถียงค้านเสียงภาวิตก็ดังขัดก่อน
“ถึงกูจะทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับ ก็ใช่ว่ากูอยากให้มึงลงทุนมาจูบกูหรือขอกูคบ เพราะแค่ให้กูรู้สึกดีขึ้น”
“ไม่ใช่-”
“มันมีแต่จะทำให้กูแย่ลงดีน”
สิ้นคำนั้นไรวินทร์ก็ปล่อยอารมณ์ให้ดำเนินตามครรลอง กระชากคอเสื้อแกร่งดึงเข้ามาประชันหน้า
แต่แววตาอัดสุมด้วยความเ็ปตรงหน้าทำรวดร้าวทั่วใจ หมอนี่ไปกันใหญ่แล้ว
“มึงเห็นกูเป็พวกฝืนใจตัวเองขนาดนั้นเลยเหรอ? มึงคิดว่ากูจะไม่คิดเหรอว่ามึงจะรู้สึกยังไงถ้ากูทำแบบนั้น??”
สั่นสะท้านบีบเสื้อจนมันรัดแนบเนื้อบ่ากว่างตึง
คนที่ดีกับเขามาโดยตลอด แม้กระทั่งรักเขามาตลอด ก็สมควรได้รับสิ่งดีๆ เช่นกันไม่ใช่หรือไง
อย่างเช่นความรักจริงๆ จากคนที่รอคอย
“ที่กูพูดก็เพราะกูชอบมึงเหมือนกัน”
“……….”
“กูพยายามจะไม่รู้สึกอะไร แต่จริงๆ กูแม่งไม่เคยทำได้”
ภาวิตนิ่งสนิท มองสีหน้าและแววตาที่ราวกับจะปล่อยหมัดใส่เขา ต่างกับความหมายในนั้นที่อ่อนโยน รวมถึงเป็สิ่งที่เขาเฝ้ารอมาตลอด
แรงกำรัดลดลงและปล่อยลงในที่สุด ทิ้งความเงียบเข้าปกคลุมชั่วครู่ มีเพียงเสียงถ่ายทอดสดฟุตบอลที่ดำเนินต่อ แต่นั่นมิอาจดึงความสนใจของสองหนุ่มไปได้
“มึงแน่ใจแล้วเหรอ?”
ไรวินทร์ตวัดตาขุ่นๆ มองเพื่อนตัวเอง แต่สิ่งต่อมาย้ำเติมเื่ที่เขาไม่เคยแม้แต่จะคิดมาก่อนเช่นกัน
“มึงชอบกู แล้วอยากคบกับกู แต่มึงรับได้ไหมถ้าคนรอบตัวมองว่ามึงคบกับผู้ชาย”
“……….”
“มึงจะโอเคไหมถ้ามีคนมองว่ามึงเป็เกย์หรือเอากับผู้ชาย มันจะทำให้มึงเครียดไหม”
“……….”
“ถ้ามันจะทำให้มึงคิดมากและไม่สบายใจ กูก็จะไม่คบกับมึง”
ทิ้งประโยคทิ้งทวนให้ได้เข้าใจ ภาวิตรู้ดีว่าเื่ปากคนนอกไม่เคยมากวนใจเขา เขาพอใจในชีวิตและความ้าที่ตัวเองมี ไม่เคยแม้แต่จะคิดลบหรือเห็นว่าเป็เื่แย่
เขาอยากให้แฟนตัวเองมีความสุข ทั้งการใช้ชีวิตส่วนตัวหรือเวลาที่ได้ใช้ร่วมกัน ภาวิตคิดว่าตัวเองพร้อมซัพพอร์ตคนรักเสมอไม่ว่าจะเป็เื่อะไร
แต่หมอนี่ล่ะ
“กูอยากเป็คนสำคัญของมึง กูไม่อยากให้มึงต้องมารู้สึกไม่สบายใจหรืออายที่คบกับกู กูไม่ชอบที่เห็นมึงคิดมากมึงก็-”
“มึงหยุดพูดได้ไหม”
“……….”
ขนทั่วตัวพลันลุกซู่ั้แ่หัวจรดเท้าในน้ำเสียงแข็งกระด้าง
วินาทีต่อมาภาวิตถูกดึงรั้งเข้าไปกอดรัด แน่นแฟ้นไร้ซึ่งช่องว่างอากาศไหลผ่าน และแล้วแรงสั่นสะท้านจากตัวเพื่อนหนุ่มเริ่มทำให้คิดหนัก
เขาพูดตรงไปหรือเปล่า แต่ถ้าให้คิดอีกรอบยังไงไรวินทร์ก็ควรรับรู้ไว้
ของเหลวไหลซึมเนื้อเสื้อยืด เย็นวาบดั่งสัญญานของหัวใจที่อ่อนแอ ปล่อยระบายเป็น้ำตาที่คาดไม่ถึงว่าจะได้เห็นอีกครั้ง
หลายปีที่ผ่านมาไรวินทร์ร้องไห้กับเื่ครอบครัว และมีภาวิตที่เช็ดน้ำตาให้ด้วยมือหรือแม้แต่ภายในใจ นี่จึงเป็ครั้งแรกที่ร้องไห้เพราะความสัมพันธ์ระหว่างกัน
“กูไม่สนอยู่แล้วว่าใครจะคิดยังไง กูชอบมึงแล้วก็อยากคบกับมึง แค่นั้นเลยพี”
“……….”
“ไม่มีแม้แต่นิดเลยด้วยที่กูจะสนใจคำพูดคน”
วินาทีนี้ภาวิตจึงเข้าใจคำว่าตัวลอยได้อย่างถ่องแท้ ั้แ่เมื่อไหร่กันที่หมอนี่ชอบเขา
ครั้นจะหาเหตุผลก็ไม่รู้จะทำไปทำไม ไรวินทร์เป็คนที่หลีกเลี่ยงการปะทะฝีปากและเผชิญหน้าเสมอ แต่หมอนี่ก้าวข้ามขีดนั้นเพื่อมาพูดความในใจกับเขา ถึงจะไม่ทันตั้งตัวกับการโดนสารภาพ แต่นี่ไม่ใช่หรือที่เขาเฝ้าปรารถนานับปี
รีบดึงคนที่กอดเป็ปลิงออก เกลียคราบน้ำตาลข้างแก้มอย่างเอ็นดู
“กูขอโทษ ไม่ร้องนะ”
ไรวินทร์สูดน้ำมูกเข้าลึก แต่กลับกลายเป็ว่าจะร้องหนักกว่าเดิม ดวงตาพร่าเลือนจากหยาดน้ำตามองเสี้ยวหน้าคมสันด้วยความโล่งใจ พลันหลับพริ้มแ่เบายามจุมพิตที่นาบทับลงมาที่ริมฝีปาก
ััที่ปนมาด้วยความสุขอัดมวนอยู่ในใจทั้งคู่
ใบหน้าคมคายของไรวินทร์ถูกจับปรับเอียงขณะที่ริมฝีปากหยักสีสดบดเบียดแนบติด ไม่นานเรียวลิ้นร้อนก็สอดแทรกเข้ามาดูดดึงหยอกล้อเล่น
คนโดนรุกชะงักเล็กน้อยแต่ร่างกายปรารถนาที่จะไปต่อ ตวัดลิ้นไปกลับดูดดึงโพรงปากลึกซึ้ง ลมหายใจอุ่นร้อนของร่างสูงที่จูบโรมรันปะทะกันแทรกซอนด้วยเสียงครางอย่างน่าพึงใจ
รู้ตัวอีกทีก็ถูกผลักลงแนบเบาะ ไม่รู้ว่าภาวิตไปเอาความไวมาจากไหน
“พี-”
เรียกได้เพียงเท่านั้นร่างแกร่งที่ขึ้นมาคร่อมเขากลับปิดปากด้วยปากอีกรอบ ครานี้เล่นเอาหายใจไม่ทันจนต้องดึงทึ้งเสื้อ
“อื้อ…..”
หนวดเคราจางๆ ไต่ลงมาข้างคอ ภาวิตสูดดมกลิ่นหอมเข้าปอดและยิ้มแนบติดเนื้อยามคนใต้ร่างเบี่ยงคอให้เขาได้เล่นกับมันอย่างถนัดถนี่
ลูกแมวที่ตัวพองฟูสู้เขาก่อนหน้า กลายเป็นอนอย่างสงบเสงี่ยมใต้อ้อมกอด ใบหน้าบิดเบี้ยวน่ารัก ยิ่งสร้างภาพจินตนาการอันวิปริต
ที่สำคัญมันสามารถเป็จริงได้ไม่ช้า
“แข็งแล้วดิ?”
ไรวินทร์ตื่นจากความวาบหวามทันที ตัวแดงปรี๊ดกับคำหยอกเย้าความตึงคัดตรงนั้น….นอกจากจะแน่นมันยังดันตุงออกมาเห็นเป็รูปร่าง ชัดขนาดนี้จะปฏิเสธได้อย่างไร
พลันกางเกงวอร์มเริ่มถูกดึงรั้งลงไรวินทร์ก็รีบรั้งมือซุกซนนั่น
“เดี๋ยวพี จะทำตรงนี้เลยเหรอ??”
สีหน้าเรียบนิ่งฉายแววความ้าอย่างว่าและดูเซ็กซี่มีเสน่ห์จนไรวินทร์ตัวแทบปริขาดเช่นกันนั้นส่งตรงมา กระนั้นก็ยังอับอายทั้งความ้าของตนและสถานที่ที่อยู่
“ใช่ หรือมึงไม่อยาก?”
น้ำลายก้อนใหญ่จำต้องถูกกลืนลง รีบดึงรั้งกางเกงให้เป็ปกติด้วยมืออีกข้าง
รั้งมือหนาของภาวิตมาประกบ สอดแทรกกอบกุมนิ้วทั้งห้าผสานชิด ส่งแวววตาออดอ้อนเล็กๆ หวังว่าจะสงบสติอารมณ์นั้นได้บ้าง ไม่เช่นนั้นเขาเองคงสติขาดเช่นกัน
“ไว้ตอนกลับไปห้องกูได้ไหม”
นอกจากจะไม่ปฏิเสธ การเสนอห้องของตัวเองเรียกเสียงขำแ่เบาจากภาวิตได้เป็อย่างดี เสี้ยวหน้าคมสันก้มกดจูบกับกลีบปากอิ่มที่บวมฉ่ำครู่หนึ่งผละมาพูดแซวหนึ่งยก
หมอนี่เป็ของเขาเเล้ว อย่างหวังเลยว่าจะได้นอนสบาย
พ่อจะเอาให้ฟ้าเหลืองไปข้าง
หลังจากที่ความสัมพันธ์ระหว่างภาวิตเข้าสู่จุดที่ไม่เคยคาดฝันมาก่อน ไรวินทร์ก็รู้สึกโล่งใจเหมือนสามารถกลับมาหายใจได้อีกครั้ง ่ที่หลบหลีกหนีหน้าซ่อนความรู้สึก ไม่ต่างกับทำอะไรให้ตัวเองและใครอีกคนทรมาน ในใจแอบรู้สึกผิด แต่รู้ดีว่าเื่ทุกอย่างมันผ่านไปแล้วก็คือผ่านไปแล้ว
ที่เหลือ เขาแค่ต้องดูแลความรู้สึกภาวิตให้สุดความสามารถ
ใบหน้าคมคายยิ้มแย้มระหว่างสนทนากับกลุ่มเพื่อนใกล้สถานีขนส่งแห่งหนึ่ง ปีสามได้จบลงเป็ที่เรียบร้อย ชณศิลป์ผู้เปร่งประกายไอเดียก็ชวนกลุ่มเพื่อนไปเที่ยวที่เขาใหญ่
“ไอ้พียังไม่มาอีกเหรอ”
เขารู้สึกกับชื่อนี้เปลี่ยนไปเช่นกัน เรียกมาห้าหกปี ครั้งนี้ให้ฟีลต่างออกไป คนที่กำลังบ่นก็คือชณศิลป์ ร่างหนาขาวตี๋ในชุดเสื้อยืดและกางเกงช้างหนึ่งตัว
มองเผินๆ นึกว่าคนจีน
“ใกล้ถึงแล้ว”
และที่รู้เพราะกำลังพิมพ์แชทตอบกับภาวิตอยู่ ซึ่งกำลังนั่งวินมอเตอร์ไซค์มา
อีกไม่กี่นาทีต่อจากนั้นร่างสูงเหยียบร้อยแปดสิบห้าปรากฎตัวขึ้นพร้อมหัวพันฟู สีหน้าเรียบนิ่งดั่งว่ามาตรงเวลาไม่ขาดและไม่เกิน
“มาเช้าจังเลยนะไอ้ห่า”
ชณศิลป์ประชดประชันคนที่กำลังจัดผมให้เข้าที่
“โทษ”
ไรวินทร์ในชุดฮู้ดดี้หนาเตรียมพร้อมการเดินทางระยะไกลมองเสี้ยวหน้าของว่าที่แฟนหมาดๆ อย่างนึกขัน แต่ไม่ว่าภาวิตจะเหวี่ยงหรือไม่มีอารมณ์จะคุยกับใครแค่ไหน
เขากลับมองว่ามันค่อนข้าง….น่ารักแปลกๆ ดี
ั์เนตรสีเข้มที่เพ่งเลงมองวิวริมกระจกเป็ชั่วโมงเริ่มประคองให้เป็ปกติไม่ไหว เมื่อคืนเขาเลิกงานตีหนึ่ง กว่าจะได้นอนก็ตีสามเข้าแล้ว ส่วนทริปเที่ยวนี้นัดเจอกันเจ็ดโมงเช้า
จึงจำต้องแหกขี้ตามา ด้วยความที่รับปากไปแล้ว
พลันความเย็นเฉียบแนบมาที่หลังมือ ทำเอาคนเกือบหลับไปทีชะงัก หันไปด้านข้างก็พบไรวินทร์ที่นั่งมองมาด้วยรอยยิ้มจางๆ
เป็รอยยิ้มที่เขาชื่นชอบมาแต่ไหนแต่ไร และดีหน่อยที่มันกลายเป็สิ่งพิเศษระหว่างกัน
“ง่วงเหรอ”
คำถามทั่วไป แต่ภาวิตกลับตีความไปว่าหมอนี่ไม่อยากให้เขาหลับเสียซะอย่างนั้น เหลือบตามองเพื่อนเบาะข้างๆ สลับหน้าหลังก็พบว่าสลบไสลเรียบร้อย
ดีหน่อย
รั้งเชือกฮู้ดดี้เข้าใกล้ จนสายตาที่มองเขามาอย่างน่ารักแปรเปลี่ยนเป็ตื่นตระหนก และไรวินท์อาจจะไม่รู้ตัวว่าเขาชื่นชอบท่าทางนี้ขนาดไหน
“ใช่ กล่อมหน่อย”
ลูกแมวตรงหน้าเขาเลิกคิ้วเลิ่กลั่ก เหมือนจะหวาดกลัวแต่ก็ราวกับตื่นเต้นในที
ความจริงเขาคิดเื่มีเซ็กส์กับไรวินทร์บ่อยครั้ง แต่เพราะพึ่งคบกัน จึงอยากปล่อยให้หมอนี่ชินชากับการอยู่กับเขาไปเสียก่อน ซ้ำมันยังไม่เคยมีเื่อย่างว่ากับผู้ชาย….ขัดกับเขาลิบลับ
ดังนั้นค่อยว่ากัน
“กล่อมยังไง?”
เผลอไผลถาม แม้จะรู้ดีว่าแต่ละอย่างที่ภาวิตขอไม่เคยเป็เื่ทั่วไป พลันสะดุ้งพรวดยามมือที่จับกันอยู่โดนลากไปวางไว้ที่เป้ากางเกงสีเข้มของเพื่อนหนุ่ม
“.....!!!”
เผลอผละมือหนีออกอย่างรวดเร็ว โดยที่เ้าตัวก็พึงระลึกได้ถึงความเร็วนั่น
คนขี้แกล้งเกือบหลุดขำ ช้อนมือไปหลังคอร่างหนาดึงโน้มมาใกล้อีกครั้ง
“อะไร กลัวของใหญ่เหรอ”
“พี……”
เขาไม่ใช่พวกที่ไร้เดียงสากับเื่พวกนี้ แต่ก็ไม่ได้หน้าหนาพอที่จะพูดเื่อย่างว่ากลางรถตู้เช่นกัน
รอยยิ้มล้อเลียนนี้เป็สิ่งที่ไรวินทร์หมันไส้ที่สุด ขณะเดียวกัน มันกลับยากที่ละสายตาหนีไป และแล้วเพื่อนหนุ่มก็เลื่อนหัวไปพิงกระจกและดึงมือมือเขาไปกุมประสาน ทุกการััสร้างความหวามไหวพร้อมคลื่นความสุขที่ซัดกระหน่ำไม่หยุดหย่อน
น่าเสียดายที่เขาทำลายเศษเสี้ยวหนึ่งของภาวิตไปก่อนหน้า
ศรีษะทุยดำสนิทที่เริ่มโคลงเคลงไปตามแรงรถสร้างความเป็ห่วงให้หนุ่มหน้าหวานที่นั่งมอง ฝ่ามือหนาขาวสะอาดค่อยๆ เลื่อนดันมันให้แนบกับหัวไหล่แทน
เส้นผมที่พันเล็กน้อยน่ามองจนต้องเอานิ้วไปเกลี่ยเล่นพร้อมบีบมือหนาใต้อุ้งมืออีกข้างไปมา กลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัวที่ลอยมาแตะจมูกไม่เคยน่าดอมดมเท่านี้
คิดได้ดังนั้นจึงกดริมฝีปากกลางเส้นผมแ่เบา นุ่มนวลและอ่อนโยนดั่งเช่นที่ดูแลกันมาตลอด
“พีเดี๋ยว!”
ตกเย็นเวลาที่ควรจะได้ไปนั่งตั้งแคมป์ตามจุดนัดพบ ไรวินทร์กลับเผชิญเจอปัญหาชิ้นใหญ่หลังอาบน้ำเสร็จ
“เดี๋ยวมึง! ใจเย็น”
นั่นก็คือผู้ชายตัวโตนามว่าภาวิต
ร่างหนาเปลือยท่อนบนที่อุดมด้วยมัดกล้ามแกร่งสมส่วนอดทนอดกลั้นั้แ่อยู่บนรถ ลากเพื่อนหนุ่มที่พึ่งอาบน้ำเสร็จหมาดๆ มากลางเตียงแล้วคร่อมทับเตรียมจูบ
แต่ติดอย่างเดียวคือการโดนห้ามไม่หยุดหย่อน
“ขอจูบหน่อย”
พูดออกไปตรงๆ แล้วทำปากยู่
ไรวินทร์ใต้ชุดคลุมอาบน้ำตัวเดียวแทบจะเป็ลม แม้จะไม่ใช่จูบแรกก็ยังไม่สามารถทำใจให้เป็ปกติดั่งเื่ทั่วไปได้ เมื่อไหร่กันที่เขาจะตั้งตัวกับความ้านี้ได้ทัน….รวมถึงของตัวเอง
ฝ่ามือที่ดันห้ามตรงบ่ากว้างเริ่มผ่อนปล่อยลง
“แป๊ปเดียวนะ เดี๋ยวเราต้องรีบไป-”
ภาวิตไม่ปล่อยให้ความยาว โฉบวูบลงไปประกบกลีบปากอิ่มสีชมพูสดที่ขยันห้ามเขาเรื่อยไป
ความอุ่นร้อนคุ้นเคยที่ห่างหายไปหลายวันกลับมาอีกครั้ง เนื้อปากนิ่มวาวบดเบียดไปมา ภาวิตตั้งใจเคล้นคลึงพร้อมเอียงหน้าให้ได้องศา ตวัดเรียวลิ้นแกร่งในโพรงปากหอมกรุ่น ครางฮึมในลำคออย่างถูกใจยามถูกสู้กลับ
แต่นี่ล่ะที่เขาชอบ
ไรวินทร์บ้านหมุนในจูบกระชากิญญา ทว่ายิ่งได้ััมากเท่าไหร่ เขายิ่ง้าขึ้นไปอีก
“พี…..”
กลีบปากล่างโดนขบกัดแ่เบา่ละออกมา สบประสานตาเข้มลึกที่ฉายแววแห่งความปรารถนาพอกัน ใบหน้าขาวกรุ่นที่ยังมีน้ำจางๆ จากฝักบัวเอียงคอเปิดทางให้คนเหนือร่างก้มมาซุกไซร้
แรงปาดเลียพร้อมความหยาดหนืดอุ่นทาบััเนื้อให้ขนลุกตั้ง ดอมดมเช่นนั้นจนอยากกดศรีษะภาวิตต่ำลงจนถึงจุดนั้น
เขา้ามากกว่านี้
ฝ่ายที่เริ่มรุกก่อนชะงักยามโดนกอดรัดตัวและเหวี่ยงลงล่าง ใไม่ทันหายดี ใบหน้าคมคายละมุนด้วยความน่ามองก็ลงมาจูบอย่างลึกซึ้ง เคลื่อนไหวหนักกว่าตอนแรก
ครานี้เป็จูบที่เอาภาวิตทุบหลังประท้วง
“อืม……”
ดั่งลูกศิษย์ผู้ใฝ่เรียนรู้และขยันปฏิบัติตาม ไรวินทร์แตะเวียนปากและหน้าทั่วลำคอเขา ส่วนอีกมือลูบไล้กล้ามเนื้อท่อนบนไปมา
ก่อนจะเริ่มกล้าแตะลงมากลางหน้าท้องแกร่งและทำท่าจะต่ำเรื่อยๆ
สร้างความตื่นเต้นมากกว่าที่คาดฝันไว้ นึกอยากรู้ว่ามือหัดใหม่ตรงหน้าจะกล้าดำเนินไปถึงขั้นไหน