จูหลินขี่ม้าตามมือปราบมาเนิ่นนานจนกระทั่งรู้ว่านั่นไม่ใช่เส้นทางไปเมืองเพียงฝานจูหลินจึงควบให้ม้าขาวไปดักหน้าเปียงสงไว้เพื่อให้อีกฝ่ายหยุด
“มีอะไรหรอจูหลิน”เปียงสงสงสัย
“นี่เป็ทางไปเมืองหลวงนี่” จูหลินแปลกใจ
“ก็ใช่น่ะสิ พวกเราต้องเดินทางไปรับตัวใต้เท้าเหวินที่เมืองหลวงก่อน”เปียงสงกล่าว
“ทำไมไม่รอที่เมืองเพียงฝานเลยล่ะ” จูหลินสงสัย
“พวกเราต้องช่วยกันคุ้มกันใต้เท้าเดินทางกลับมาที่เมืองเพียงฝานน่ะเพราะบางทีใต้เท้าอาจโดนปองร้ายได้ฐานยุ่งเกี่ยวกับคดีฆาตกรรม” เปียงสงเป็ห่วงความปลอดภัยของใต้เท้า
“ก็ได้ แล้วใต้เท้าไปทำอะไรที่เมืองหลวงล่ะ” จูหลินสงสัยอีก
“ใต้เท้ากำลังไปร่วมพิธีอภิเษกระหว่างองค์ฮ่องเต้และว่าที่ฮองเฮาเหมยหลาน”เปียงสงกล่าว
“อะไรนะ เหมยหลานลูกสาวรองแม่ทัพงั้นหรือ” จูหลินใที่เพื่อนั้แ่สมัยเด็กของนางได้เป็ถึงฮองเฮา
“ใช่แล้ว ข้าเคยได้ยินว่าฝ่าากับแม่นางเหมยหลานเคยเป็เพื่อนกันมาก่อน”เปียงสงกล่าว
“งั้นรีบไปกันเถอะ” จูหลินรู้สึกเ็ปใจอย่างประหลาดแต่ถึงอย่างนั้นนางก็รู้สึกยินดีที่เหมยหลานจะได้สมหวังในความรักเสียทีเพราะในสมัยก่อนจูหลินเองก็รู้มาโดยตลอดว่าเพื่อนสาวแอบหลงรักองค์ชายสามเช่นเดียวกัน
และแล้วทั้งสองก็เดินทางมาถึงเมืองหลวงกว่าจะถึงก็มืดค่ำเสียแล้วภายนอกพระราชวังมีจัดการเฉลิมฉลองจุดพลุเพื่อร่วมแสดงความยินดีกับพระาา
เปียงสงและจูหลินเดินทางไปรับตัวใต้เท้าเหวินที่หน้าพระราชวัง
“ขอบคุณมากนะจูหลินที่ยอมมาช่วยข้าสืบคดี” ใต้เท้าเหวินกล่าว
“ข้ายินดีเ้าค่ะใต้เท้า อย่าได้เกรงใจเลยเ้าค่ะ” จูหลินกล่าวยิ้มๆ
ใต้เท้ากำลังจะขึ้นเกี้ยว สักพักกงกงก็วิ่งมาดักหน้าไว้
“ช้าก่อน” กงกงวิ่งไปขวางเกี้ยว
ใต้เท้าลงจากเกี้ยวเพื่อสอบถาม “กงกงท่านมีอะไรงั้นหรือ”
“องค์ฮองเฮาทรงอยากพบแม่นางจูหลินขอรับ” กงกงกล่าว
“พบข้างั้นหรือ” จูหลินแปลกใจ
กงกงพยักหน้า
“จูหลินไปเถิดส่วนข้ากับลูกน้องจะไปรอที่เรือนรับรองภายในจวนท่านอำมาตย์ก็แล้วกัน” ใต้เท้าเหวินกล่าว
“เ้าค่ะ” จูหลินจำต้องตามกงกงไปเข้าเฝ้าองค์ฮองเฮา
******************************************************
ณ ตำหนักฮองเฮา
“ถวายบังคมเพคะ” จูหลินคารวะ
“อย่าได้เกรงใจไป เ้าเป็เพื่อนของข้า รู้มั้ยว่าข้าคิดถึงเ้ามากแค่ไหน”ฮองเฮาตรัส
“หม่อมฉันก็คิดถึงพระองค์เพคะ และขอบคุณที่พระองค์ทรงไม่รังเกียจในฐานะที่ต่ำต้อยของหม่อมฉัน”จูหลินกล่าว
“อย่าดูถูกตัวเองสิจูหลิน คือว่าข้าได้ทูลฝ่าาว่า จะยอมรับเ้าเป็สนมพวกเราจะได้อยู่ด้วยกันในวังแห่งนี้ไง เ้าว่าดีมั้ย”ฮองเฮาตรัสเพื่อลองใจ
“หม่อมฉันขอปฏิเสธเพคะ ขอบพระทัยในความหวังดีของพระองค์” จูหลินรีบปฏิเสธ
“ทำไมล่ะ ฝ่าาทรงยังรักเ้าอยู่นะทำไมต้องฝืนใจตัวเองแยกทางกับพระองค์ด้วย หรือว่าเ้าอยากเป็ฮองเฮามากกว่า”ฮองเฮาตรัส
“มิบังอาจเพคะ หม่อมฉันมีเป้าหมายที่ต้องไปทำ และไม่อยากเป็มือที่สามด้วยถ้ามีเื่เท่านี้ หม่อมฉันขอตัวกลับเมืองเพียงฝานนะเพคะ”จูหลินรีบตัดบท
จูหลินทำท่าคารวะและเดินจากมาทันที สักพักก็ได้ยินเสียงตามหลัง
“ให้มันจริงเถอะจูหลินหวังว่าเ้าจะไม่กลืนคำพูดของตัวเองล่ะ” ฮองเฮาตรัสเสียงเย็น
จูหลินเองก็รู้จักนิสัยเพื่อนสมัยเด็กเป็อย่างดี จึงรู้ว่าเหมยหลานเป็คนขี้หวงมากแค่ไหนนางไม่มีทางใจกว้างยอมรับจูหลินเป็สนมหรอกความจริงที่นางมาพูดแบบนี้คือ้ากันท่าไม่ให้จูหลินยอมรับตำแหน่งสนมเสียมากกว่า
และแล้วสิ่งที่จูหลินกังวลก็เกิดขึ้นกงกงได้นำทางให้จูหลินไปเข้าเฝ้าฝ่าา
******************************************************
ณ ที่ประทับของฝ่าา
“ถวายบังคมเพคะ ฝ่าา”จูหลินคารวะ
“ข้าดีใจที่เ้ากลับมานะจูหลิน” ฝ่าาตรัส
“หม่อมฉันแค่เดินทางมารับตัวใต้เท้าเหวินกลับเมืองเพียงฝานเท่านั้นเพคะ”จูหลินกล่าวโดยไม่สบพระเนตร
“ไม่! ข้าจะแต่งตั้งเ้าเป็สนมเอกของข้า” ฝ่าาตรัสอย่างเอาแต่พระทัย
“หม่อมฉันขอปฏิเสธเพคะ” จูหลินรีบปฏิเสธทันควัน
“บังอาจ เ้ากล้าขัดคำสั่งของข้างั้นหรือ” ฝ่าาทรงกริ้ว
“หม่อมฉันมิบังอาจเพคะ หม่อมฉันมีเื่ที่ต้องไปทำเพคะ” จูหลิน้าล้างมลทินให้พ่อ
“เรายังรักเ้าอยู่นะจูหลิน” ฝ่าาตรัสน้ำเสียงอ่อนลง
“เื่ของพวกเราเป็อดีตไปแล้วเพคะ” จูหลิน้าทำตามสัจจะที่ได้พูดไว้กับองค์ฮองเฮา
“เราไม่เชื่อ งั้นเราขอพิสูจน์” ฝ่าาทรงดึงตัวจูหลินเข้ามากอดและกำลังจะจูบนาง
จูหลินพยายามขัดขืนและเบือนหน้าหนี“อย่านะเพคะทรงอย่าลืมสิ ว่าหม่อมฉันเป็ลูกของใคร”
“พ่อส่วนพ่อ ลูกส่วนลูกสิ อยู่กับเราในวังแห่งนี้เถอะนะ” ฝ่าาทรงไม่ฟังอะไรทั้งนั้น
“อะแฮ่ม! ขอประทานอภัยเพคะหม่อมฉันได้เตรียมน้ำอุ่นไว้รอแล้วเพคะ” ฮองเฮาตรัสกระแอมเสียงดังเพื่อรีบขัดจังหวะ
ฝ่าาทรงปล่อยจูหลินทันที ส่วนจูหลินเองก็รีบคารวะฝ่าาและฮองเฮาจากนั้นก็วิ่งออกไปจากที่ประทับของฝ่าาทันที
ในพระทัยของฮองเฮาทรงดำริว่า“นี่หากข้ามาไม่ทันเ้าก็คงจะแย่งฝ่าาไปจากข้าอีก”
******************************************************
จูหลินรีบขี่ม้าขาวกลับจวนของอำมาตย์เพื่อไปพบใต้เท้าเหวินและจะได้เตรียมตัวออกเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้น
ภายในห้องนอนจูหลินนึกถึงฉากที่ฝ่าาทรงกำลังจะล่วงเกินนาง นางคิดในใจว่า “สมัยก่อนฝ่าาทรงเป็สุภาพบุรุษมาโดยตลอดเหตุใดพระองค์ถึงทรงกลายเป็เช่นนี้ไปได้”
และแล้วจูหลินก็ได้ร่วมออกเดินทางพร้อมกับขบวนรถม้าของใต้เท้าเหวินโชคดีที่ระหว่างทางไม่มีคนร้าย ทำให้ทุกคนถึงจวนใต้เท้าเหวินอย่างปลอดภัย
ณจวนใต้เท้าเหวิน
“ท่านจะให้ข้าน้อยช่วยสืบคดีอะไรงั้นหรือเ้าคะ”จูหลินรีบถาม
“มือปราบและทหารในจวนข้าหลายคนตายไปอย่างประหลาดพอชันสูตรก็พบว่าอวัยวะภายในร่างกายไม่เหลือชิ้นดี แถมมีชาวบ้านในเมืองเพียงฝานหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย”ใต้เท้ากังวลหนัก
“มันอาจจะเป็ฝีมือของอะ….” จูหลินรีบชะงักเพราะทุกคนในจวนไม่เชื่อเื่อสูร
“ฝีมือของใครงั้นหรือ” กุนซือสงสัย
“ข้าน้อยขอสืบก่อนเ้าค่ะ” จูหลินต้องตอบอย่างใจเย็นไม่เช่นนั้นใต้เท้าอาจไล่ตนไปอีก
“รบกวนเ้าแล้ว หากเ้าอยากรู้เื่ในคดีเพิ่มเติมสามารถสอบถามเปียงสงได้เลย” ใต้เท้ากล่าว
“เ้าค่ะ”
ตกบ่ายจูหลินเข้าไปในเมืองเพื่อไปสำรวจคนหาย ก็พบว่าคนที่หายไปล้วนเป็ชายฉกรรจ์ทั้งสิ้นจะว่าพวกเขาหนีออกจากบ้านไปก็ไม่ได้ เพราะทุกคนต่างมีลูกเมียต่างมีพ่อแม่ที่ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูทั้งสิ้น
“แม่นางจูหลินต้องช่วยสามีข้าให้ได้นะ” หญิงชาวบ้านมีน้ำตาคลอเพราะคิดถึงสามี
“ใช่! เ้าต้องสืบหาตัวลูกชายข้าให้ได้ด้วย” หญิงวัยกลางคนกล่าวทั้งน้ำตา
“ข้ารับปากว่าจะทำให้ดีที่สุดนะทุกท่าน” จูหลินกล่าวด้วยความสงสาร
จูหลินสอบถามผู้เสียหายเสร็จ ก็พยายามสอบถามเพื่อหาตัวผู้เห็นร่องรอยเหยื่อที่หายไปเป็ครั้งสุดท้ายส่วนใหญ่ล้วนเป็ฮูหยิน หรือไม่ก็เป็พ่อแม่ของเหยื่อเองนั่นหมายความว่าคนร้ายลักพาตัวเหยื่อไปั้แ่อยู่ในบ้านแล้วแสดงว่าคนร้ายต้องมีร่างกายกำยำและมีฝีมือการต่อสู้ชั้นเยี่ยมเป็แน่
กว่าจะกลับมาถึงที่จวนก็ดึกดื่นมากแล้วนางกำลังจะไปนอนพัก แต่ทว่า