เมื่อเหตุโกลาหลสิ้นสุดลงแล้วเสิ่นไป๋เฉียนที่ถูกกักขังไว้ในข่ายอาคมก็ถูกปล่อยให้เป็อิสระส่วนผู้ที่ร่ายข่ายอาคมขังเขาเอาไว้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็บิดาบุญธรรมอย่างเสิ่นเทียนตี้ ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะเสิ่นเทียนตี้รู้ว่าหากเกิดอันใดขึ้นกับแฝดผู้พี่เ้าเสิ่นไป๋เฉียนจะต้องะโเข้าไปปกป้องเ้าจอมมารนั่นอย่างแน่นอน
ด้วยไม่อยากให้เื่ราวบานปลายไปกันใหญ่เขาจึงจำต้องกักขังเสิ่นไป๋เฉียนไว้ชั่วคราว
เดิมทีเสิ่นเทียนตี้ไม่ได้อยากเข้ามาในเขตแดนสนธยาเลยแม้แต่น้อยแต่ความที่เทพาเฟิงเจ๋อเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ตลอดหนึ่งร้อยปีมานี้เขาออกตามหาบุตรธิดาครบทุกหนทุกแห่งแล้ว แต่ก็ไม่พบแม้เพียงเงาของนางกระทั่งฉุกคิดได้ว่า มีเพียงสถานที่เดียวที่เขายังไม่ได้ย่างกรายเข้าไปค้นหาซึ่งก็คือเขตแดนสนธยาที่มีไว้กักขังจอมมาร
เมื่อเข้าไปแล้วก็ได้พบกับบุตรสาวของตนจริง ๆ แต่แทนที่ผู้เป็บิดาจะลิงโลดดีใจแต่เขาดันโกรธขึ้งเป็ฟืนเป็ไฟเมื่อเห็นว่าบุตรสาวของตนอยู่กินกับจอมมารซานหมัวฉันสามีภรรยาหนีงานแต่งงานก็แล้วไปเถิด ทำให้ความสัมพันธ์อันดีระหว่างเทพากับเทพับูรพาขาดสะบั้นก็แล้วไปเถิดทำให้บิดาเสียหน้าก็แล้วไปเถิด แต่เื่เดียวที่เทพาเฟิงเจ๋อรับไม่ได้คือบุตรสาวเพียงคนเดียวดันมารักใคร่ปรองดองกับจอมมารที่ถูกกักขังไว้ในดินแดนที่ไม่มีแม้แต่แสงตะวันส่องผ่าน
มันน่าอับอายขายขี้หน้าเกินไปแล้วกระมัง!
ในขณะที่เทพทั้งสององค์ออกมาจากเขตแดนด้านในแต่เสิ่นไป๋เฉียนกลับวิ่งสวนเข้าไปด้านในอย่างไม่ลังเล เมื่อเข้าไปถึงจุดเกิดเหตุไม่เห็นแม้แต่เงาร่างของแฝดผู้พี่เสิ่นไป๋เฉียนจึงใช้พลังเวทย์ฉายเป็ลำแสงขึ้นสู่ท้องฟ้าไม่นานเสี้ยวดวงจิตของเสิ่นซานหมัวและเสี้ยวดวงจิตของเจียวหรงอี๋ก็ลอยเข้ามาหาเขาพร้อมๆ กัน
เพียงเท่านี้เสิ่นไป๋เฉียนก็รู้ได้ทันทีว่าในแดน์แห่งนี้ไม่มีเสิ่นซานหมัวอีกต่อไปแล้ว
ด้วยคิดว่าแฝดพี่ของตนไม่ได้รับความยุติธรรมและรู้สึกว่าแฝดพี่ของตนถูกลงโทษหนักหนาเกินกว่าเหตุ เสิ่นไป๋เฉียนจึงไม่ลังเลที่จะมอบชีวิตใหม่ให้กับแฝดผู้พี่ด้วยการส่งเสี้ยวดวงจิตเสี้ยวดวงนั้นให้ลงไปยังพิภพล่างดลบันดาลให้เขาได้เกิดเป็มนุษย์ผู้หนึ่งขณะเดียวกันนั้นไป๋เฉียนก็ไม่ลืมส่งเสี้ยวดวงจิตของเทพงูวารีให้ลงไปยังพิภพล่างเช่นเดียวกัน
แต่แล้วจังหวะที่เสิ่นไป๋เฉียนกำลังจะเหาะเหินออกไปจากเขตแดนสนธยาจู่ ๆ ปลายจมูกของเสือขาวที่ไวต่อกลิ่นก็ได้กลิ่นของลูกเสือน้อยที่เป็เผ่าพันธุ์เดียวกันซึ่งทั่วทั้งผืนพิภพนี้มีเพียงแฝดพี่ของเขาเท่านั้น ที่มีกลิ่นเฉพาะเจาะจงและมีเพียงเสือเพลิงกัมปนาทเท่านั้นที่มีกลิ่นแบบนี้
ด้วยนึกแปลกใจยิ่งนักเสิ่นไป๋เฉียนจึงใช้มนตราแยกร่างเพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาต้นตอของกลิ่นไม่นานก็พบว่ากลิ่นเสือเข้มข้นซ่อนอยู่หลังหินก้อนใหญ่เมื่อเพ่งมองด้วยตาเปล่าก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆด้วยเหตุนี้เสิ่นไป๋เฉียนจึงสันนิษฐานว่า บริเวณนี้อาจถูกร่ายอาคมบังตาไว้ด้วยคิดไตร่ตรองได้เช่นนี้ เสิ่นไป๋เฉียนจึงไม่รอช้ารีบใช้พลังเวทย์ของตนทำลายอาคมบังตา
แล้วก็เป็ไปดังคาด!ทันทีที่อาคมบังตาหายไปภาพเบื้องหน้าก็ปรากฏร่างเสือตัวน้อยนั่งตาแป๊วอยู่ในเปลือกไข่ร่างทั้งร่างของเ้าเสือน้อยเป็สีเหลืองเหลือบส้มลวดลายบนตัวเป็สีน้ำตาลแก่ค่อนไปทางดำ มีหางยาวเป็พวง มีสี่ขาครบถ้วนเหนือสิ่งอื่นใดดวงตาสีดำขลับของเ้าเสือน้อยกลมโตและแวววาวสดใสดูอย่างไรก็น่ารักน่าชังไร้ที่ติ
เพียงไป๋เฉียนสะบัดมือหนึ่งครั้งร่างเสือน้อยก็กลายเป็เด็กทารกเพศหญิงหนำซ้ำที่กลางหน้าผากของนางยังมีสัญลักษณ์ดวงไฟสีแดง ซึ่งเป็สัญลักษณ์เดียวกันกับแฝดผู้พี่ของตนเห็นเช่นนี้แล้วเสิ่นไป๋เฉียนก็ล่วงรู้ได้ในทันทีว่าเด็กทารกคนนี้คือบุตรสาวของเสิ่นซานหมัวกับเทพงูวารีเจียวหรงอี๋
ด้วยกลัวว่าเด็กน้อยคนนี้จะถูกกำจัดเสิ่นไป๋เฉียนที่บัดนี้เพิ่งสถาปนาตนเองขึ้นเป็ท่านอาผู้แสนดีของนาง จึงใช้พลังเวทย์ปกปิดสัญลักษณ์บนหน้าผากของนางไว้รวมถึงใช้พลังเวทย์ปกปิดกลิ่นสาบเสือบนกายนางและเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นในอนาคตเขาจึงไม่ลืมผนึกพลังเวทย์ของนางเอาไว้ด้วย พร้อมกับตั้งชื่อให้นางว่า ‘ตันเจี๋ย’
เมื่อจัดการเื่ทั้งหมดเสร็จแล้วท่านอาผู้แสนดีจึงพาตันเจี๋ยน้อยออกจากเขตแดนสนธยาอย่างลับ ๆและพานางไปส่งไว้ที่สำนักเซียนแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนเขตหุบเขาลั่วอิงที่นั่นนับว่าอยู่ต่ำกว่าเขตแดน์ราวหนึ่งขั้นพิภพ
นับั้แ่นั้นเป็ต้นมาจอมมารน้อยตันเจี๋ยก็เติบโตภายใต้คราบของเซียนน้อยที่ไม่เอาไหนแม้ขยันหมั่นฝึกฝนวิชามากกว่าผู้อื่นหลายเท่าตัว ก็ไม่อาจก้าวหน้าด้วยเหตุนี้ตันเจี๋ยจึงหันมาเอาดีเื่กินเป็หลัก วัน ๆ ก็มีแต่กิน ๆ นอน ๆเพราะไม่รู้จะขยันฝึกวิชาเซียนไปทำไม
นานวันเข้านางก็กลายเป็เด็กอ้วนจะกละที่สหายร่วมสำนักต่างหัวเราะเยาะในรูปร่างอ้วนถ้วนสมบูรณ์ของนางแต่ตันเจี๋ยก็หาได้สนใจไม่ ต่อให้นางไม่มีเด็กพวกนั้นคอยเล่นเป็เพื่อนนางก็มีงูหลากหลายสายพันธุ์คอยเล่นเป็เพื่อนอยู่ดีเื่อะไรที่นางต้องให้ค่าคนพวกนั้นด้วยเล่า
ความสามารถที่ตันเจี๋ยมีเหนือผู้อื่นเห็นทีคงมีแค่เื่นี้เื่เดียวกระมัง เท่าที่นางจำความได้นางก็สามารถฟังภาษางูรู้เื่ หนำซ้ำพวกมันยังทำตัวเป็สหายที่ดีของนางอีกด้วยเช่นนี้แล้วต่อให้ไม่มีสหายเซียนในสำนัก นางก็ไม่นึกเสียใจ
คราวก่อนตันเจี๋ยได้ช่วยเ้างูน้อยไม่ให้มันตกเป็อาหารของนกเหยี่ยวั้แ่นั้นมามันก็คอยตามติดตันเจี๋ยเหมือนเงา ทั้งยังบอกกับนางอีกว่าจะขอเป็สหายทั้งเป็บริวารของนางไปตลอดชีวิตได้ฟังอย่างนั้นตันเจี๋ยก็รู้สึกพึงพอใจยิ่งนัก นางตั้งชื่อให้เ้างูน้อยว่า ‘เสี่ยวหลงจวิน’แล้วนับแต่นั้นมาทั้งสองก็มักไปไหนมาไหนด้วยกัน เรียกได้ว่าที่ไหนมีตันเจี๋ยที่นั่นย่อมมีเสี่ยวหลงจวิน
ทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่นไปได้ด้วยดีแต่เมื่อตันเจี๋ยอายุครบห้าสิบปีเทพ (เทียบเท่าได้กับมนุษย์วัย 5 ขวบ) นางก็เริ่มเกิดความสงสัยว่า เหตุใดนางถึงมักฝันเห็นเสือโคร่งตัวใหญ่และมักฝันเห็นงูั์ลำตัวสีขาวประกายมุกอยู่บ่อย ๆงูตัวนั้นแม้ลำตัวยาวเฟื้อยและรูปร่างใหญ่โตสูงตระหง่าน แต่ทว่าดู ๆแล้วตันเจี๋ยกลับไม่รู้สึกหวาดกลัวงูตัวนั้นเลยสักนิดกลับกันนางดันรู้สึกผูกพันต่องูและเสือตัวนั้นอย่างน่าประหลาดซึ่งไม่ว่าตันเจี๋ยจะพยายามครุ่นคิดอย่างไร นางก็หาคำตอบไม่ได้อยู่ดี
เื่นี้ติดค้างในใจนางเสมอมา...
แล้วอยู่มาวันหนึ่งตันเจี๋ยจึงตัดสินใจนำเื่นี้ไปเล่าให้เซียนาุโฟังแทนที่นางจะได้รับคำตอบที่สามารถไขข้อข้องใจของนางได้แต่นางกลับถูกตำหนิว่าพูดจาเพ้อเจ้อไร้แก่นสารเสียกระนั้น
ตันเจี๋ยรู้ตัวดีว่าตนเองไม่ได้พูดจาเพ้อเจ้อเรื่อยเปื่อยเหมือนที่ถูกกล่าวหาอย่างไรความฝันของนางก็ต้องมีที่ไปที่มาและมีลับลมคมในซ่อนอยู่เป็แน่โดยปกติแล้วท่านเซียนาุโเป็คนพูดจาสุขุมนุ่มนวลแต่ตอนที่ท่านเซียนผู้เฒ่าเอ่ยตำหนิตันเจี๋ยเห็นได้ชัดว่าหว่างคิ้วของท่านผู้เฒ่าย่นเข้าหากันเล็กน้อยหนำซ้ำน้ำเสียงของท่านเซียนผู้เฒ่ายังฟังดูร้อนรนผิดธรรมชาติคล้ายว่ากำลังมีเื่ปิดบังอยู่
ด้วยไม่อาจปล่อยผ่านตันเจี๋ยจึงแอบเข้าไปในเรือนพักของท่านเซียนาุโ โดยมีเ้างูน้อยเสี่ยวหลงจวินคอยดูต้นทางให้ตันเจี๋ยน้อยเร่งมือค้นหากระจกวิเศษเสียนอู่ ซึ่งเล่าลือกันว่าของวิเศษชิ้นนี้สามารถบอกเล่าเื่ราวในอดีตของผู้ที่เปิดใช้งานได้หรือแม้กระทั่งเป็เื่ราวในอดีตของผู้อื่นที่ผู้เปิดใช้งานอยากรู้อยากเห็นมันก็สามารถฉายภาพฉากเพื่อบอกเล่าได้เช่นเดียวกัน
และแล้วในที่สุดตันเจี๋ยก็พบกระจกวิเศษเสียนอู่สมใจนางไม่รอช้าที่จะเปิดใช้งานและไถ่ถามว่า บิดามารดาของนางเป็ผู้ใดตัวนางใช่เซียนน้อยที่จุติจากพลังิญญาของฟ้าดินเหมือนกับที่ท่านเซียนาุโเคยบอกหรือไม่เมื่อสิ้นคำถามของตันเจี๋ยเ้ากระจกวิเศษเสียนอู่ก็ฉายทุกภาพฉากเกี่ยวกับบิดามารดาของตันเจี๋ยให้ดูทั้งหมด
่แรกที่ได้รู้เห็นเื่ราวทั้งหมดตันเจี๋ยน้อยที่ปกติเป็เด็กร่าเริงสดใสก็ล้มตัวลงนั่งกับพื้นแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจตายนางสงสารท่านพ่อกับท่านแม่ยิ่งนัก ไยเ้าเทพหน้าเทาผู้นั้นถึงได้ใจร้ายสังหารท่านพ่อของนางได้ลงลำพังแค่โดนท่านเซียนาุโฟาดไม้เรียวตีก้นยามที่จับได้ว่าตันเจี๋ยแอบไปขโมยกินผลไม้เซียนที่ท่านอาจารย์ปลูกไว้ปรุงยาวิเศษก็ว่าเจ็บหนักหนาแล้วแต่นี่ท่านพ่อโดนสายฟ้าฟาดลงบนร่างกายตั้งหลายครั้ง ความเ็ปคงมากล้นเกินกว่าเด็กอย่างตันเจี๋ยจะจินตนาการได้
ความรู้สึกของตันเจี๋ยในตอนนี้มันสับสนปนเปกันไปหมดตันเจี๋ยทั้งรู้สึกเสียใจ และรู้สึกโกรธแค้นเทพพวกนั้นซึ่งเทพองค์เดียวที่ตันเจี๋ยสมควรหมอบกราบกรานคือท่านอาไป๋เฉียนผู้แสนดีสาบานได้เลยว่า! ต่อจากนี้เป็ต้นไป ตันเจี๋ยจะไม่เกียจคร้านจะตั้งใจฝึกวิชาอย่างหนักหน่วงกระทั่งสามารถบรรลุขึ้นเป็เทพที่แข็งแกร่งได้เมื่อเวลานั้นมาถึงตันเจี๋ยจะสังหารไอ้เทพหน้าเทากับไอ้เทพหนวดขาวด้วยมือของตัวเองให้จงได้
คิดไปพลางนิ้วมือเล็ก ๆก็หดเข้าหากันจนห่อเป็กำปั้น ยามนี้ดวงตาของตันเจี๋ยขึ้นสีแดงก่ำไม่รู้ว่าเพราะนางร้องไห้หนักเกินไปหรือเพราะกำลังโกรธแค้นฝังใจกันแน่แต่แล้วทันใดนั้น จู่ ๆ ตันเจี๋ยก็รู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัวซ้ำร้ายบริเวณกลางหน้าผากของนางยังร้อนผะผ่าวราวกับถูกไฟแผดเผา
เมื่อเคลื่อนนิ้วมือขึ้นไปเตะเบาๆ ที่กลางหน้าผาก ก็ปรากฏว่ามีแสงสว่างจ้าคล้ายเปลวเพลิงพุ่งออกมาจากกลางหน้าผากเมื่อมองเข้าไปในกระจกวิเศษเสียนอู่ตันเจี๋ยจึงพบว่ากลางหน้าผากของนางมีสัญลักษณ์ดวงไฟสีแดงผุดขึ้นมา
ใช่แล้วล่ะ!นางจำได้แม่นยำ ว่านี่คือสัญลักษณ์ดวงไฟที่ประดับอยู่กลางหน้าผากของท่านพ่อ
เมื่อรู้สึกได้ถึงขุมพลังเวทย์มหาศาลที่ควบแน่นอยู่ในร่างกายั้แ่หัวจรดเท้าไหนเลยที่ตันเจี๋ยจะรีรอให้เสียเวลานางเริ่มทดลองใช้พลังเวทย์ที่แท้จริงของตนแบบสุ่มสี่สุ่มห้าไม่เพียงสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้อย่างรวดเร็วไม่เพียงสามารถกลายร่างเป็เสือเพลิงได้เฉกที่บิดาของตนเคยเป็ตันเจี๋ยยังสามารถถ่ายทอดพลังให้เ้าเสี่ยวหลงจวินได้อีกด้วย
เพียงชั่วพริบตาเดียวที่ตันเจี๋ยเอามือแตะลงบนหน้าผากของเ้าเสี่ยวหลงจวินจากที่เป็งูน้อยแสนน่ารัก มันก็กลายเป็ัมรกตสูงใหญ่สง่างามพาตันเจี๋ยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่
แน่นอนว่า!ปลายทางที่ตันเจี๋ยสั่งให้เ้าเสี่ยวหลงจวินพานางไป ก็คือพิภพ์ด้วยเวลานี้เ้าเด็กน้อยตันเจี๋ยถูกจิตมารครอบงำแล้วความตั้งใจที่แน่วแน่ของนางจึงหนีไม่พ้น แก้แค้นให้ท่านพ่อกับท่านแม่สังหารเทพหน้าเทากับเทพหนวดขาวให้สิ้นซาก ทวงคืนความยุติธรรมให้บิดามารดรผู้ล่วงลับแต่จอมมารน้อยตันเจี๋ยคงลืมคำนึงไปหนึ่งข้อกระมังว่าเสิ่นเทียนตี้หน้าเทากับเ้าเทพหนวดขาวเฟิงเจ๋อไม่ได้รังแกได้ง่าย ๆเหมือนอย่างที่คิด!