ในโลกที่ปลาใหญ่กิน ปลาเล็ก
ในโลกที่คนมีอำนาจสามารถทำอะไรก็ได้
โดยไม่ต้องแคร์สิ่งใดเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เขา้า
ความรักความมั่งคั่ง อำนาจ ล้วนแล้วแต่เป็เชื้อไฟ
ที่จะจุดเพลิงปรารถนาให้กระทำสิ่งต่างๆ
แม้สิ่งนั้นจะต่อต้านพระเ้า
แม้สิ่งนั้นจะทำให้เกิดปัญหาตามมานับไม่ถ้วน
ก็มิอาจหยุดยั้งพวกเขาได้
นี้คือตำนานการเดินทางของเด็กชาย
ที่ต้องต่อสู้ดิ้นรน เพื่ออยู่รอด ในโลกที่สุดแสนจะโหดร้าย
เพื่อมีชีวิตรอดเพื่อเติมเต็มความปรารถนา
และเพื่อคนที่เขารัก
.
“ข้าจักทำทุกสิ่ง เพื่อสิ่งที่ปรารถนา แม้สิ่งนั้นจักหมายถึงมาร”
“ตัวข้าก็ไม่สน เพราะในใจข้าย่อมรู้ดีว่าสิ่งไหนควรทำ!!!”
.
__________________________________________________________________________________________________________
ตอนที่ 1 William
ซาดดด ซาดด (เสียงน้ำไหล)
แม่น้ำที่ใสสะอาดที่ไหลไปเรื่อย ๆแถวหมู่บ้านที่ห่างไกล ในป่าที่ร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ พร้อมกับแสงตะวันยามบ่าย
มีเด็กชายผมยาวสีดำทมิฬ หน้าตาน่ารักและมีดวงตาที่เปล่งประกายราวกับธารดาราบนฟากฟ้าเด็กน้อยคนนั้นมีผิวขาวราวกับหิมะ เมื่อมองดูจากระยะไกลก็อดคิดไม่ได้ว่าเป็เด็กสาวที่น่าทะนุถนอม
แต่เมื่อเดินเข้ามามองใกล้จะรู้ว่าเป็เด็กชายมีอายุประมาณ8-9 ปี กำลังนั่งตกปลาด้วยความเบื่อ
หน่าย ขณะที่มองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มีเมฆประปรายด้วยดวงตาที่งุนงง
‘เราอยู่โลกนี้มาจะ 9 ปีแล้วสินะยิ่งคิดก็ยิ่งนึกว่าฝันไป ทั้งๆ ที่เราน่าจะตายไปแล้วด้วยซ้ำ’ ความคิดนี้ได้ปรากฏขึ้นมาในจิตใจของเด็กชายทำให้เขามีสีหน้าที่สับสนเมื่อพยายามนึกถึงเื่ราวในอดีต
เด็กชายได้หลับตาลงเพื่อพยายามถามตัวเองในใจถึงเื่ราวต่างๆที่เคยเกิดขึ้นกับเขาในอดีต
‘ฉันเป็ใคร?’ เขาถามตัวเองขึ้นมาในใจอยู่หลายครั้ง
‘ฉัน...ฉันคือ William Reed เด็กกำพร้าที่น่าสงสาร’
‘เมื่อตอนที่ฉันเกิดได้ไม่ถึงเดือน หมู่บ้านของฉันก็ดันมาโดนบุกโจมตีจากประเทศศัตรูอย่างไม่ทันตั้งตัวพวกเขาได้ซ่อนฉันที่พึ่งเกิดได้ไม่นานไว้ในห้องลับใต้ดินของบ้าน’
‘โอกาสรอดของฉันจึงขึ้นอยู่กับโชคชะตาว่าจะมีคนมาพบฉันแล้วช่วยออกไปหรือไม่?แล้วคนที่มาพบจะเป็ใคร? พวกเขาไม่สามารถทราบได้เลยแต่ก็ยังโชคดีเมื่อการโจมตีจบลงฉันก็ถูกช่วยออกมาโดยแม่ชีและกลุ่มผู้ที่รอดชีวิตคนอื่นๆ’
‘แต่โชคร้ายคนในกลุ่มนั้นไม่มีพ่อแม่ของฉันรวมอยู่ด้วยที่พวกเขาสามารถหาฉันเจอได้ก็คงต้องขอบคุณแม่ชีคนนั้น เพราะเธอเป็คนทำคลอดให้ฉันและเป็คนเดียวที่รู้จักฉันที่รอดชีวิตอยู่’
‘เมื่อการโจมตีจบลงเธอไม่เห็นพ่อแม่ของฉันในกลุ่มผู้รอดชีวิตเธอจึงออกตามหาและได้พบว่าพวกเขาเสียชีวิตอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยร่อยรอยของะุปืนและเมื่อเธอเดินสำรวจเพื่อหาฉันว่ารอดชีวิตหรือเปล่าจึงได้ยินเสียงเด็กจากใต้พื้นบ้าน’
‘เธอจึงชวนผู้รอดชีวิตคนอื่นๆออกตามหาทางเข้าห้องลับและช่วยฉันออกมาได้ ชื่อของฉันก็ได้รู้มาจากเธอเนี่ย เมื่อเวลาผ่านไปเธอก็ได้ส่งฉันไปอยู่กับเพื่อนของเธอที่เป็คนดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก่อนที่จะตามมาทำงานที่นั่นเมื่อผ่านไปหนึ่งปี’
‘แต่เื่ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของฉันก็ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกด้อยกว่าเด็กคนอื่นแต่อย่างไรมันกลับทำให้ฉันรู้จักคุณค่าของชีวิตมากขึ้นว่ามันไม่มีอะไรแน่นอนอยากทำอะไรก็ทำวันดีคืนดีอาจจะมีคนบุกมาฆ่าก็ได้’
‘ต่อมาความยากจนของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเมื่อฉันโตขึ้นฉันจึงไปเป็ทหารเพื่อหาเงินส่งกลับมาช่วยเด็กกำพร้าคนอื่นๆที่สูญเสียพ่อแม่จากาเหมือนกัน’
‘มันน่าตลกมากที่ฉันไปเป็ทหารเพื่อหาเงินด้วยการฆ่าทหารฝั่งตรงข้ามที่อาจมีลูกและครอบครัวรออยู่ฉันหาเงินมาช่วยเด็กกำพร้าจากาโดยการพรากชีวิตครอบครัวของเด็กคนอื่นๆ ฮะ!นี่มันตลกร้ายจริงๆ’
‘เฮ้อหรือฉันแค่้าล้างแค้นพวกมันที่มาทำกับครอบครัวของฉันกันนะ...แต่มันก็ไม่สำคัญแต่อย่างไรเมื่อฉันสามารถหาเงินมาช่วยพวกเด็กๆ ที่น่าสงสารได้’
‘ต่อมาผ่านไปหลายปีฉันก็ได้ทำภารกิจลับมากมายให้กับประเทศทั้งลอบฆ่า,ลักพาตัว, ะเิูเา เผากระท่อม ฉันเคยทำมาหมดแล้วเรียกได้ว่าสนามรบคือบ้านหลังที่สองกองศพคือที่นอน และเพลงกล่อมนอนคือเสียงปืนที่ดังกังวาน’
“........อ่ากกกก” เมื่อนึกไปสักพักเขาก็ร้องออกมาด้วยความเ็ปที่ศีรษะที่พยายามปะติดปะต่อเศษความทรงจำที่เหมือนถูกทุบให้แตกเป็เศษแก้วที่มีจำนวนมหาศาลราวเม็ดทรายในมหาสมุทร
‘ต่อมาเมื่อฉันรอดจากการาเ็สาหัสจากการปิดล้อมของศัตรูมาได้ฉันจึงได้ลาออกจากการเป็ทหาร มาอาศัยอยู่ในเมืองที่ประเทศ Tเพื่อหนีศัตรูและพักผ่อนอย่างสงบ’
‘ที่สำคัญไม่ใช่อะไร คือฉันน่าจะตายไปแล้วเมื่อตอนที่ช่วยเด็กสาวคนนั้นที่กำลังโดนโจรปล้น’
‘เห้อออ ย้อนคิดแล้วมันก็ตลกที่ฉันไม่ได้ตายจากฝีมือของโจรแต่กลับเป็ฝีมือเด็กสาวคนนั้น’
‘ในคืนนั้นตอนที่ฉันพยายามเข้าไปช่วยเด็กสาวที่กำลังโดนโจรปล้นอยู่ข้างถนนด้วยความสามารถของฉันที่เคยเป็ทหารระดับพระกาฬ ถึงฉันจะเลิกเป็ทหารมานานและแก่ขึ้นแต่เื่แค่นี้ไม่ใช่ปัญหาเลย’
‘เมื่อก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นโจรก็มองเห็นฉัน มันก็ยกมีดขึ้นมาขู่ทางบอกว่าอย่าเข้ามาจุ้น! ไม่ใช่เื่ของแก่ ด้วยความเป็มืออาชีพ ฉันก็ยกมือขึ้นทั้งสองข้างบอกว่าให้มันใจเย็นพลางบอกกับเด็กสาวว่าจะไม่เป็ไร ให้อยู่นิ่งๆ ตั้งสติ’
‘แต่เมื่อฉันมองเขาไปในดวงตาของเด็กสาวกับมีแววตาที่หวาดกลัวเหมือนเห็นผีจนไม่สามารถตั้งสติได้เป็อะไรที่ฉันไม่สามารถเข้าใจได้ ทั้งๆ ที่ฉันกำลังพยายามจะช่วยเธอ’
‘ขณะเดียวกันฉันก็ก้าวเข้าไปใกล้โจรมากขึ้นอย่างช้าๆเมื่อถึงระยะฉันก็ได้ใช้ความเร็วของฉันที่ฝึกมาอย่างยาวนานปานสายฟ้าแลบ คว้าไปที่ข้อมือของโจรเพื่อที่จะบิดให้มีดหล่นจากมือเหมือนที่เคยทำมาทุกครั้ง’
‘แต่ขณะที่กำลังจะบิดข้อมือของโจรก็กลับมีแรงผลักฉันอย่างปริศนาจากข้างหลังได้ผลักฉันไปข้างหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้ร่างของฉันก็พุ่งไปปักกับมีดที่อยู่ในมือของโจรจนมิดด้ามเมื่อฉันหันกลับไปก็รู้ว่าเป็ฝีมือของเด็กสาวที่ผลักฉันเธอดูตื่นตระหนกและใกับสิ่งที่เธอทำลงไป’
‘ฉันก็ได้ถามเธอออกไปว่าทำไมถึงผลักฉันขณะที่ฉันก็ล้มลงนอนกับพื้นเมื่อได้ยินที่ฉันถามเธอก็พูดออกมาอย่างตื่นตระหนกว่า “ฉันนึกว่าคุณเป็พวกเดียวกันเพราะท่าทางของคุณดูน่ากลัวกว่าโจรอีก” เมื่อโจรได้เห็นฉันที่มีเืไหลออกมาและได้ยินคำพูดของเด็กสาวก็พูดออกมาด้วยความใ “ฉันก็ไม่รู้จักเขาแล้วนี้ก็การปล้นครั้งแรกของฉันด้วย แม้แต่ไก่สักตัวฉันก็ไม่เคยฆ่า ผมไม่เกี่ยวผมขอโทษ” ’
‘จังหวะนั้นทั้งเด็กสาวและโจรที่ไม่มีประสบการณ์ที่เห็นฉันนอนแน่นิ่งกับพื้นก็ต่างใเหมือนเด็กที่ทำอะไรผิดต่างก็วิ่งหนีกันไปคนละทาง โดยไม่มีใครสนใจไยดีคนที่กำลังนอนจมก้องเืปล่อยให้ฉันนอนตายอยู่ตรงนั้นอยู่คนเดียว ในคืนที่เหน็บหนาวและไร้แสงดาว’
เมื่อคิดถึงจุดนี้ใบหน้าของเขาเปลี่ยนจากความเ็ปมาเป็ยิ้มอย่างขมขื่นให้กับชีวิตของเขานี้อาจจะเป็ผลกรรมที่เขาเคยทำจากการพรากชีวิตผู้คนไป William ได้ก้มหน้าลงถอนหายใจแล้วหยุดนึกถึงเื่ราวในอดีต
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นก็ได้มองไปยังทิวทัศน์รอบตัวป่าไม้ที่แสนสวยงามลำธารที่ไหลเอื่อย เขาก็เริ่มพึมพำอยู่คนเดียว
“หลังจากที่ได้เกิดใหม่ฉันก็ยังคงถูกเรียกว่าWilliam ด้วยเหตุผลที่ว่าพวกเขา้าให้ฉันเป็คนที่แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว”
“มันเป็เื่ที่ดีมากที่ฉันยังมีชื่อเหมือนเดิมเพราะยังมีความทรงจำจากชาติที่แล้วถึงมันจะไม่ค่อยสมบูรณ์ก็เถอะการที่มาถูกเรียกโดยชื่อที่ไม่คุณเคยมันคงจะรู้สึกแปลกๆ”
“ในชีวิตนี้ ฉันเกิดในครอบครัวธรรมดาในหมู่บ้านที่ห่างไกลอาศัยอยู่กับ Anna แม่ของฉัน เธอเป็หมอประจำหมู่บ้าน แต่กลับมีร่างกายที่ไม่แข็งแรงและป่วยเป็โรคประหลาดทำให้เื่งานบ้านฉันเป็คนจัดการแทนเธอ”
“ส่วนพ่อของฉัน Dylan ได้ออกไปตามหาวิธีรักษาโรคประหลาดของแม่ั้แ่ฉันอายุหนึ่งขวบ จนถึงตอนนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าเขายังมีชีวิตหรือเปล่าเพราะนี้มันก็ผ่านมา8 ปีแล้วที่เขาหายตัวไป”
“เมื่อตอนที่ฉันเกิดฉันก็ยังคงเหมือนเด็กธรรมดาจนฉันอายุได้ครบ 1ขวบความจำของฉันจากชาติที่แล้วก็เริ่มกลับมาทำให้ฉันยังคงสับสนว่านี้มันเื่จริงใช่ไหม”
“ตอนแรกฉันคิดว่าได้ย้อนเวลากลับมาอยู่ในสมัยยุคกลางแบบตัวเอกจากนิยายหลายเื่ที่ฉันเคยอ่าน”
“แต่ขณะที่ฉันได้มองขึ้นไปบนท้องฟ้าในตอนกลางคืนก็ทำให้รู้ว่ามันไม่ใช่อย่างที่คิดท้องนภาที่มืดมิด กลับมีดวงดาวที่ระยิบระยับสว่างไสวดังหิ่งห้อยเต็มท้องนภาแต่กลับเรียงตัวอย่างไม่เคยเห็น”
“ที่สำคัญเมื่อมองไปที่ดวงจันทร์มันกลับมีสีเงินขาวเปล่งประกายสวยงามขนาดใหญ่กว่าดวงจันทร์ของโลกถึงหลายเท่าลอยสง่าอยู่บนฟากฟ้ายามค่ำคืนมันก็ทำให้ฉันสงสัยแล้วว่านี้มันไม่ใช่โลกหรือแม้จะเป็ในยุคสมัยอดีตหรือในอนาคตมันคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ขนานนี้”
“ด้วยการที่หมู่บ้านที่ฉันอยู่ไม่มีห้องสมุดหรืออะไรก็ตามที่ใช้หาความรู้ได้จนทำให้ฉันจนปัญญาในท้ายที่สุดฉันก็ได้ใช้ทางสุดท้ายคือต้องทำตัวเป็เด็กน่ารักออดอ้อนให้แม่เล่านิทานกล่อมนอนให้ฟังเพื่อที่ฉันจะได้รู้จักโลกนี้มากขึ้น”
“จนในท้ายที่สุด ฉันก็ได้แน่ใจว่าโลกนี้ไม่ใช่โลกที่ฉันเคยรู้จักมันแปลกออกไปเต็มไปด้วยเื่ราวสุดแสนมหัศจรรย์และอันตรายนับไม่ถ้วนซึ่งมาพร้อมกับโอกาสมากมาย”
“โลกนี้ชื่อว่า....ไม่สิต้องพูดว่าดาวเคราะห์ดวงนี้มีชื่อว่า “Aurelia” ดาวเคราะห์ิญญาสีทอง”
ความรู้ท้ายตอน
การเรียงตัวของกลุ่มดาวสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลาเมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่งกล่าวคือเมื่อล้านปีก่อนกลุ่มดาวบนฟ้าอาจไม่มีการเรียงตัวเหมือนในปัจจุบันซึ่งในอนาคตก็อาจไม่เหมือนในปัจจุบัน