...เฟยฮุ่ยชักไม่ค่อยแน่ใจเสียแล้ว ว่า บิดาจะตกลงรับงานคุ้มครองเลี่ยงจินหรือไม่ แต่ที่แน่นอนก็คือ พี่น้องในสำนักของนาง ต้องกินข้าว..
กล่องไม้ใบเล็กๆ ที่ภายในเก็บเครื่องประดับของ เฟยฮุ่ย ถูกเปิดออกด้วยมือเล็กๆ ของนาง ก่อนที่นางจะหยิบปิ่นปักผม ซึ่งทำจากหยกเนื้อดี ที่นางได้รับจากบิดา เป็ของขวัญ เมื่ออายุครบสิบห้า ปี นางรักปิ่นปักผมชิ้นนี้มาก จึงเก็บรักษาไว้อย่างดีและนำออกมาใช้ในวันสำคัญๆ หรือเทศกาลประจำปีเท่านั้น
แต่ในวันพรุ่งนี้ มันอาจจะไม่ใช่ปิ่นปักผมของนางอีกต่อไป ถ้ามันจะทำให้ พ่อแม่และพี่น้องในสำนัก ของเธอได้อิ่มท้อง
ที่จริงแล้วความรู้สึกนางก็เป็เช่นเด็กสาวทั่วๆ ไปที่รักและหวง เครื่องประดับ นางลูบคลำและจับมันขึ้นมาไว้แนบอก ราวกับว่าจะบอกลามันเป็ครั้งสุดท้าย หยดน้ำตาเริ่มไหลออกมาจากคลองจักษุของนาง หาใช่เพียงแค่เสียดายเครื่องประดับ แต่นางยังรู้สึกน้อยใจในโชคชะตาของตนเอง
เฟยหลง เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เดิมที เขาจะมาแจ้งแก่บุตรสาว ให้ตัดใจเื่ การรับงานคุ้มภัย ให้กับ เลี่ยงจิน แต่เมื่อเห็นน้ำตาของบุตรสาวแล้ว มันทำให้ลำคอตีบตัน พูดอะไรไม่ออก จำได้ว่า เขาเห็นบุตรสาว ร้องไห้ครั้งสุดท้าย ก็ตอนที่นางอายุสิบปี เมื่อนางรู้ว่าพี่ชายคนเดียวของนาง หนีออกจากสำนักคุ้มภัยไปสมัครเป็ทหารอยู่ที่เมืองหลวง ทำให้เขากลับต้องไปคิดทบทวนอะไรบางอย่างใหม่อีกครั้งหนึ่ง
"พ่อขอโทษเ้าด้วย พ่อคงเห็นแก่ตัว มาก หากจะรั้งเ้าไว้ที่นี่ต่อไป" เฟยหลงตัดสินใจเดินกลับห้อง แทนที่จะเข้าไปพูดคุยกับบุตรสาว
เช้าวันต่อมา
"ลูกฮุ่ย เ้าไปหยิบธงของสำนักเราออกมาให้พ่อด้วย แล้วไปตามศิษย์สำนักเรามาให้หมด" เสียงเฟยหลง สั่งบุตรสาว แต่เช้าตรู่
" ค่ะ ท่านพ่อ..." เฟยฮุ่ยรีบทำตามคำสั่ง โดยที่ไปหยิบธงประจำสำนัก มาส่งมอบให้กับบิดา จากนั้นจึงไปตามศิษย์พี่น้องของเธอมาประชุมกันที่ลานฝึกยุทธ
"ทุกคนจงฟัง! ศิษย์สำนักคุ้มภัยเฟยหลง นับแต่นี้ไป ขอให้ทุกคนจงเชื่อฟัง เฟยฮุ่ย บุตรสาวของข้า เช่นเดียวกันกับเชื่อฟังคำสั่งของข้า ธงประจำสำนักและตราประจำสำนักนี้ ข้าขอมอบให้กับเ้านะ เฟยฮุ่ย" เมื่อเฟยหลง พูดจบ ทุกคนต่างตกตะลึง แม้จะรู้ว่า เฟยฮุ่ย มีฝีมือสูงส่ง แต่ความพร้อมด้านอื่นๆ นั้น นางไม่มีเลย
"ท่านพ่อ ข้าไม่กล้ารับ" เฟยฮุ่ย รีบปฏิเสธบิดา พร้อมกับ ส่งธงและตราประจำสำนัก คืนให้แก่บิดา มือไม้และแขนขาของนางสั่นเทา มิรู้ว่า เป็เพราะความตื่นเต้นหรือใกลัว
"ถ้าเ้าไม่รับตำแหน่ง เ้าก็ไม่ต้องไปกับเลี่ยงจิน แล้วก็ปล่อยให้ พี่น้องของเ้า อยู่อย่างอดอยากต่อไป อยู่อย่างไร้ซึ่งเกียรติยศของชาวยุทธ ด้วยการให้เด็กสาว นำเครื่องประดับของนางออกมาขายกินทีละชิ้น ทีละชิ้น เพื่อประทังชีวิต ก็แล้วกัน" เฟยหลง จ้องตาบุตรสาว ก่อนจะบอกกับศิษย์ในสำนัก อีกครั้ง
"เมื่อเสร็จงานนี้ ขอให้ทุกคนกลับมาอย่างปลอดภัย แล้วข้าจะจัดงานฉลองเ้าสำนักคุ้มภัยคนใหม่ ขอให้พวกเ้าทุกคนโชคดี" พูดจบ เฟยหลงก็เดินกลับเข้าที่พัก ปล่อยให้ ศิษย์ในสำนัก แสดงความยินดีกับเฟยฮุ่ย
"ท่านพ่อ...ข้า.." เฟยฮุ่ยพูดได้แค่นั้นก็ถูกห้อมล้อมจากบรรดาศิษย์ในสำนักที่กำลังดีใจว่าจะได้ทำงานอีกครั้ง
"ท่านเ้าสำนัก งานชิ้นแรกในรอบสองปีให้ข้าไปด้วยนะ" ศิษย์เฟยหลงคนหนึ่งร้องบอกนาง
"ข้าไปด้วยๆ ข้าไม่ยอมอยู่เฝ้าสำนักหรอก"
“ข้าก็เหมือนกัน ข้าไปด้วย ข้าอยากออกท่องยุทธภพ”
"หยุด! ทุกคนล้วนอยากไป แต่พวกเ้าไปกันหมดทุกคนไม่ได้หรอกนะ ข้าจะคัดคนเอง แต่อย่างไร ก็ต้องมีคนอยู่เฝ้าสำนัก" เฟยฮุ่ยแจ้งบรรดาศิษย์สำนัก
แม้ว่าศิษย์สำนักเฟยหลงส่วนใหญ่นั้นรู้สึกดีใจในเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่กลับมีศิษย์บางคนที่รู้สึกไม่พอใจ...
“มีเื่ที่น่ายินดีอะไรกันอย่างนั้นหรือ?” หานเทียนเสียง นำยาที่บิดาของเขาจัดให้กับเ้าสำนักเฟยหลงอยู่เป็ประจำ มามอบให้ ซึ่งยานี้ก็เพียงแต่ช่วยให้บรรเทาอาการเท่านั้นเอง ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
“สหายของเ้า บัดนี้กลายเป็เ้าสำนักแล้ว” จิวซิน แจ้งแก่หานเทียนเสียง ด้วยสีหน้ายินดี
“หาา ...ทำไมท่านเ้าสำนักเฟย ถึงรีบยกตำแหน่งนักล่ะ เฟยฮุ่ย นางยังไม่พร้อมหรอก วันก่อนนางยังวิ่งไล่จับผีเสืออยู่เลย ท่านเ้าสำนักคิดอะไรของเขากันนะ” หานเทียนเสียง ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
