ผมมี APP จากดาวโลก

    หลักฐานชิ้นสำคัญ

    หลักฐานชิ้นสำคัญ

    “เงียบหายไปหลายวันเลยน้าาาาาไม่ค่อยได้คุยกันเลย”หลังจากที่เพื่อนอีกสามคนรับสายแล้ว มาซินก็เริ่มโอดครวญอย่างกับถูกทิ้งไว้ข้างทางอย่างเดียวดาย

    “มาบ่นอะไรอีกเนี่ย”ไจว่าออกมาเมื่อได้ยินประโยคเปิดการสนทนาแรกของพวกเขาเป็นมาซินที่กำลังตัดพ้ออย่างกับถูกพวกเขาทิ้งไว้ให้อยู่คนเดียวอย่างโหดร้าย

    “เค้าเหงา เค้าคิดถึงเพื่อนๆจังเลยยยย”มาซินตอบพร้อมส่งสายตาวิ้งค์ๆ

    “คิดถึงไรไม่ทราบก็พักอยู่คอนโดเดียวกันเนี่ย แค่คนละห้อง ทำอย่างกับไม่ได้เจอหน้ากันเป็นปี”เวนิสต้าไม่เล่นด้วย แถมยังบ่นให้เจ้าตัวเล็กของกลุ่มออกมาอีก

    “ก็พวกเธอไม่ให้ฉันไปหาที่ห้องนี่นาก็ต้องเหงาสิ” มาซินยังไม่ยอมกอดอกทำแก้มอมลมจนพองไปหมดแล้ว

    “อะไรกัน เธอถูกพวกเขากีดกันเหรอเนี่ย”เพเนียสนั่งฟังมาสักพัก ถามออกมาพร้อมหน้าที่กั้นขำอย่างเต็มที่ เกรงว่าถ้าเผลอหัวเราะออกมาอีกฝั่งที่กำลังถูกรุมอยู่จะไม่พอใจไปกันใหญ่ ง้อยากอยู่นะถ้าไม่มีของกินน่ะ

    “ไม่ได้กีดกันย่ะ แค่ไม่อยากให้หุ่นยนต์แม่บ้านที่ห้องทำงานหนัก”เวนิสต้าตอบกลับพร้อมจ้องมาซินเขม็ง

    “อือ ไม่ใช่ซะหน่อย”เป็นมาซินซะเองที่ต้องตอบเสียงอ่อนเสียงเบาอย่างสำนึกผิด ก็แค่กินขนมนิดๆหน่อยๆแล้วก็เผลอหลับไป เลยไม่ได้เก็บกวาดให้เรียบร้อย

    “ว่าแต่นายเถอะเพเนียสช่วงนี้เป็นไงบ้าง” เห็นว่าเรื่องของสองเพื่อนสาวควรที่จะจบลงได้แล้วไจเลยได้ถามเพื่อนที่อยู่ห่างสุดบ้าง

    “ก็เรื่อยๆ มีงานให้ทำตลอดนั่นแหละไหนจะต้องขึ้นศาลอีก” เพเนียสตอบกลับ หลังจากหยุดคิดแค่แป๊บเดียว

    “ว่าแต่ ตอนนี้ดังใหญ่แล้วนะนายน่ะวิดีโอนายได้ขึ้นตึกของชิคชิคด้วยนี่ ฉันเห็นอยู่นะ อะไรนะมีร้องเพลงพี่เพวิสด้วยอ้อ ฝากบอกพี่เพวิสด้วยนะว่าเพลงใหม่เพราะมาก คนรอบข้างฉันก็ชอบกันใหญ่เลย”เวนิสต้าแกล้งแซวออกมาเมื่อนึกถึงวิดีโอคลิปที่เพเนียสร้องเพลงพี่ชายผิดคีย์แต่แค่ดูก็รู้ว่าทีมงานนั้นเอ็นดูเพื่อนของเธอ ไม่ได้อยากแกล้งเอาสนุกแต่อย่างใด

    “แต่เสียดาย เราไม่ได้โดเนทให้นายด้วย ไม่งั้นคงได้อาณาจักรไก่มากกว่านี้ไปแล้ว”มาซินบ่นเมื่อพูดเรื่องนี้กันขึ้นมา มาซินมัวแต่ตั้งใจเรียนเลยไม่ได้โดเนทให้กำลังใจเพื่อนเลย เสียเชื่อเพื่อนของเพเนียสหมด

    “ไม่ต้องเลยเธอน่ะเก็บเงินที่พ่อแม่โอนให้ไว้ใช้จ่ายที่จำเป็นเถอะ” เพเนียสรีบเตือนออกไป เดี๋ยวก็บ้าจี้ทำจริงขึ้นมาความเป็นเพื่อนการสนับสนุนกันก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ว่าไม่ใช่ใช้เงินมากมายแบบนี้เพื่อนเขาก็เรียนอยู่ ไม่ได้มีรายได้ด้วยซ้ำถึงจะมีครอบครัวส่งให้มากมายก็เถอะแต่ก็เป็นเงินที่พวกเขาส่งให้ลูกนี่นา เป็นเขาเสียอีกที่หาเงินได้เองแล้วจะให้รับเงินเพื่อนที่ขอเงินพ่อแม่อยู่ได้อย่างไร

    “โอ้ น็อคไปเลยทางนี้”เวนิสต้าว่าขำๆ

    “ไม่กล้าคุยกับคนที่หาเงินได้วันละ 2-3 ล้าน เลยครับ”แม้แต่ไจก็ยังคงร่วมเล่นเรื่องนี้ด้วยสงสัยเรื่องที่เพเนียสเลือกที่จะไม่เรียนต่อตอนนั้น จะเป็นทางเลือกที่ถูกต้องนะเขาไม่ห่วงเพื่อนเรื่องนี้แล้ว ดูเหมือนเพื่อนคนนี้กำลังเดินไปบนเส้นทางที่ถูกที่ควรสินะ

    “ตอนนี้เราก็เริ่มทำงานแล้วนะแฟรนไชส์ก็ขายดีมากๆด้วย ใกล้จะคืนทุนแล้วนะ”มาซินไม่ยอม ยังยกเรื่องที่ตอนนี้เธอคือหุ้นส่วนร้านแฟรนไชส์ขึ้นมาพูดต่อเธอก็มีงานแล้วนะ

    “อะ จริงเหรอ ดีใจด้วยนะ” เพเนียสตอบรับยิ้มๆอย่างดีใจกลับเพื่อนๆเรื่องแฟรนไชส์ที่มาซินพูดถึงก็คือว่า ทั้งสามคนร่วมหุ้นกันซื้อแฟรนไชส์ทั้งสามร้านของบ้านเพเนียสแล้วก็เปิดขายอยู่ที่หน้ามหาวิทยาลัยที่มาซินเรียนอยู่ที่บอกว่ามหาวิทยาลัยที่มาซินเรียนอยู่นั้น ก็เพราะว่าทั้งสามคนเรียนอยู่คนละที่กัน โดยจุดกึ่งกลางคือที่มหาวิทยาลัยของมาซินและพวกเขาก็ยังคงห่วงความเด็กของมาซินเลยตัดสินใจพักอยู่ที่เดียวกันเพื่อที่จะได้เป็นหูเป็นตาให้ได้ แล้วก็ไม่ได้ห่วงเรื่องการเดินทางไปเรียนเลยนั่งรถลอยฟ้าแค่ครึ่งชั่วโมงก็ถึงมหาวิทยาลัยของตนแล้ว

    “เนี่ยตอนนี้จะมาว่าฉันขอเงินที่บ้านใช้อย่างเดียวไม่ได้แล้วนะตอนนี้ฉันเป็นเจ้าของกิจการแล้วววว” มาซินไม่ยอม

    “ของฉันด้วยเถอะ”ไจเสริม

    “ใช่ เป็นหุ้นส่วนย่ะ ไม่ใช่มีเจ้าของคนเดียวสักหน่อย”เวนิสต้าพูดต่ออย่างหมั่นไส้ ไม่ใช่อะไรหรอก แกล้งเจ้าตัวเล็กของกลุ่มนั้นสนุกดี

    “ก็นั่นแหละๆแต่เชื่อได้เลยว่าพวกเธอไม่ได้อุดหนุนร้านบ่อยเท่าฉันแน่นอน ไม่ว่าจะเช้า กลางวันเย็น ฉันก็ยังอุดหนุนร้านแฟรนไชส์ เห็นไหม เพราะมีฉันหรอกนะร้านถึงได้คืนทุนเร็วแบบนี้”มาซินว่าอย่างเหนือกว่า

    “ที่แท้ก็เธอเอง ที่ช่วยธุรกิจให้เติบโตเร็วขนาดนี้”ไจว่าอย่างขำ

    “ต้องขอบคุณเธอใช่ไหมเนี่ยแต่ว่าอย่ากินบ่อยล่ะเดี๋ยวของหมดไม่ถึงลูกค้าพอดี”

    “ฉันไม่ได้กินเยอะขนาดนั้นเสียหน่อย”

    “ธุรกิจไปได้สวยขนาดนี้ต้องการเพิ่มร้านไหมครับ” เพเนียสที่เงียบฟังทั้งสามคนอยู่เงียบๆอดจะถามหยอกกลับไปไม่ได้

    “ก็ดีนะ ว่าจะให้มาลงที่มหา’ลัยฉันด้วย” ไจตอบอย่างจริงจังขึ้นมาเมื่อถูกถามแบบนั้นน่าจะเพียงพอต่อลูกค้า อีกอย่างที่มหา’ลัยของเขาก็ยังไม่มีแฟรนไชส์นี้ด้วยถ้าช้าแล้วมีเจ้าอื่นมาเปิดก่อน เป็นต้องแย่งลูกค้ากันแน่

    “ของฉันก็เอาด้วยเหมือนกันแต่ต้องรอเปิดติวผู้ค้ารอบต่อไปหรือเปล่า”เวนิสต้าถามขึ้น เพราะเหตุผลของเธอก็ไม่ต่างจากเพื่อนอีกคนนัก

    “ไม่เห็นบอกเรื่องนี้เลยนี่จะแยกลงทุนคนเดียวเหรอเนี่ย” เสียงของมาซินที่แสดงออกถึงความแง่งอนทันทีที่ได้ยินแบบนั้นนี่พวกเขาจะหนีไปเปิดร้านใหม่กันหมดเลยหรือไงกัน

    “ฉันให้เธอหุ้นด้วยเหมือนเดิมนั่นแหละน่า”ไจว่าอย่างหน่ายๆ ที่ยังไม่ทันไรก็เริ่มเข้าดราม่าซะแล้ว

    “ใช่รับรองว่าฉันให้เธอช่วยออกทุนอย่างแน่นอน ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้เสียเงิน”  

    “จริงเหรอ”มาซินถามกลับพร้อมดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำใสๆ จะบอกว่าเธอเด็กก็ได้เพราะนี่พึ่งจะได้ออกมาอยู่เองคนเดียว อย่างตอนไปเรียนมัธยมปลายที่ดาวอื่นตอนนั้นแม่ก็ตามไปดูแลเธอด้วย มีแค่ตอนนี้ที่เธอได้อยู่คนเดียวจริงๆพร้อมกับหุ่นยนต์ช่วยอำนวยความสะดวกอีกหลายตัว

    “อืม/อืม”

              เพเนียสที่ร่วมวงคุยน้อยลงเมื่อเพื่อนทั้งสามที่อยู่ห้องใกล้ๆกันมาปรับความเข้าใจในนี้เสียได้ แต่หลังจากเรื่องนั้นจบลงทั้งสามก็รุมถามเรื่องของเพเนียสบ้าง ตั้งแต่การทำงาน การเปิดบริษัทประสบการณ์การขึ้นศาลเป็นยังไงบ้าง เพเนียสก็ต้องเป็นฝ่ายตอบคำถามอยู่พักใหญ่จนกระทั่งฝั่งนั้นดึกดื่นถึงเวลาต้องเข้านอนนั่นแหละ เพเนียสเลยได้พักปากลงสักทีไม่ได้คุยกันนาน พอได้คุยกันทีก็ลากยาวแบบนี้นั่นแหละนะถึงแม้ว่าครึ่งหนึ่งจะทะเลาะกันก็ตาม

     

            ระหว่างที่เพเนียสกำลังหัดทำอาหารชนิดใหม่อยู่ในครัวมีเสียงเรียกเข้ามาจากคอนโทรลแบนด์ของเขาดังขึ้น เลยต้องละมือจากการทำเกี๊ยวไปก่อนเหลือแค่ห่อแล้วไม่ต้องรีบก็ได้

    “สวัสดีครับพี่สเตเฟีย”หลังจากเห็นว่าใครติดต่อเข้ามา เพเนียสก็รีบรับสายและโบกมือทักทายกลับไปทันที

    “ดีจ้ะน้องเพเนียส”

    “หวัดดีครับน้องเพเนียส”เสียงแรกคือของสเตเฟียที่นั่งอยู่หน้าตรงกับกล้องพอดี ก่อนจะตามมาด้วยเทียนอี้ที่ชนไหล่หญิงสาวยืดพื้นที่หน้ากล้องของสเตเฟียไปกว่าครึ่ง

    “สวัสดีครับพี่เทียนอี้ เป็นยังไงกันบ้างครับผมว่าจะติดต่อไปอยู่เหมือนกัน ว่าจะส่งอาหารไปให้ ได้กลับฐานกันหรือยังครับ”เพเนียสถามออกมา ขำกับท่าทีของทั้งสองคน สเตเฟียยกมือเตรียมจะตบเทียนอี้แล้วแต่เทียนอี้ก็เบี่ยงตัวหลบได้เสียก่อน

    “นี่พึ่งกลับมาถึงเลยน้องเพเนียสช่วยส่งอาหารมาเยียวยาพี่ชายคนนี้ทีนะครับ อดยากจนจะเป็นโรคขาดสารอาหารอยู่แล้วเนี่ย”เทียนอี้ได้ยินแบบนั้นก็กระปรี้กระเปร่าตอบทันทีก่อนจะทำเสียงอ่อนล้าในช่วงท้ายให้คนฟังได้รับรู้ว่าเขาลำบากตรากตรำแค่ไหน

    “ได้เลยครับ วันสองวันนี้ได้กินแน่ครับอ้อ แล้วก็พ่อกับแม่ฝากมาบอกด้วยนะครับว่ายินดีด้วยที่พบแหล่งทรัพยากรครั้งใหญ่เลยหลังจากนี้พวกพี่คงได้พักกันนานเลยสิท่า”

    “น่าจะได้พักไม่นานหรอกยังต้องไปจัดการงานตรงที่เจอแร่โซวาซาเลียมอีกด้วยน่ะ และไหนจะจัดการงานเอกสารให้เสร็จก่อนงานถึงจะเสร็จงานแต่ถ้าจะให้เสร็จงานจริงๆก็ต้องเงินออกครบนั่นแหละ”สเตเฟียตอบอย่างเหนื่อยๆเมื่อพูดกันเรื่องนี้

    “นี่แหละงานยากทำงานสำรวจก็ว่าจะได้ออกพื้นที่อย่างเดียว ต้องมานั่งทำงานเอกสารน่าเบื่อๆนี่อีกแล้วไม่ต้องคิดว่าพวกหัวโบราณจะอนุมัติให้ง่ายๆด้วยนะ แก้แล้วแก้อีก ไม่แน่อาจถูกกดงบส่วนแบ่งของเราอีกพูดเรื่องนี้แล้วก็ขึ้น ไม่รู้จะอะไรกันนักหนานี่ก็ว่าจะมาตรวจที่ฐานด้วยนะว่าเราได้หยิบแร่นั้นติดมือกลับมาหรือเปล่า บ้าบอ จะไม่ให้หายไปสักกิโล(กรัม)เลยหรือยังไงกัน”ได้ทีเทียนอี้ก็บ่นออกมาอีกชุดใหญ่ ถึงการทำงานของภาครัฐหรือส่วนกลางอย่างเซเรนถึงจะปฏิวัติให้ดีขึ้นตามยุคสมัยที่พัฒนาไปไกลแล้ว แต่ถึงอย่างไรเรื่องเงินๆทองๆอ้อ เรื่องแร่สำคัญๆก็ไม่เข้าใครออกใครด้วย ถ้าส่วนไหนกินไหนส่วนไหนไม่อยากให้ขาดหรือถูกแบ่งชิ้นเนื้อออกไปแล้วล่ะก็คนอื่นก็อย่าหวังว่าจะได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย อย่างไรก็ต้องหาจุดหักให้ได้อยู่แล้วแน่ๆแต่จะหักน้อยหรือมากก็ต้องดูกันอีกที ถ้ารอบนี้ไม่ได้ถึง 400ล้านนะ เขาจะประท้วงให้หนักเลย แต่ที่ประเมินและขอไปก็มากกว่านี้เป็นเท่าตัวเลยทีเดียวถ้าได้มากกว่านั้นก็ดีไป เพราะอย่างไรแร่ที่เจอก็สร้างผลกำไรได้มากมายเลยทีเดียวพวกเขาได้ส่วนแบ่งแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์เอง (ไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำ)

    “อย่าพึ่งหัวร้อนเลยนะครับเดี๋ยวทำงานไม่เสร็จตามกำหนดนะ” เพเนียสก็ไม่รู้จะปลอบยังไงดีหันไปทางสเตเฟียเองด้านนั้นก็ไม่ได้ห้ามรุ่นน้องร่วมกลุ่มแต่อย่างใดสงสัยเรื่องนี้คงเป็นสิ่งที่น่าขยาดจริงๆ

    “น้องว่างั้น พี่ชายคนนี้ก็จะเย็นลงให้จริงสิ เรื่องที่เราได้ 10 อาณาจักรไก่ครั้งแรกของชิคชิคน่ะเสียดายที่หนึ่งในนั้นไม่มีพี่ชายคนนี้เลย ไว้วันหลังถ้ามีเล่นแบบนี้อีกถ้าลืมบอกพี่นะ รับรองจะต้องได้ขึ้นฉายบนตึกชิคชิคอีกแน่”เทียนอี้กลับมาร่าเริงอีกครั้ง

    “อา เรื่องนั้น ไม่ต้องลำบากหรอกครับแต่ถ้าเป็นความตั้งใจของพี่อยู่แล้ว ก็ขอบคุณนะครับ” ในเมื่อจะห้ามแต่เพื่อความสบายใจของคนอีกฝั่งของการสนทนา เขาก็ควรน้อมรับและขอบคุณไว้ถึงจะถูก

    “จริงสิ เรายุ่งอยู่หรือเปล่าพี่โทรมากวนเราไหม”สเตเฟียที่เห็นว่ารุ่นน้องกำลังพูดออกเรื่องไปไกลเลยรีบถามออกมาอย่างเกรงใจถ้าอีกคนกำลังทำงานอยู่ พวกเธอก็จะวางสายไปก่อนหรือไม่ก็รีบเข้าเรื่องสำคัญเสียตั้งแต่ตอนนี้

    “ไม่ยุ่งเลยครับผมกำลังฝึกทำเมนูใหม่อยู่ในครัวที่บ้านนี่แหละครับ เสร็จไปกว่าครึ่งแล้วด้วยเหลือเวลาอีกเป็นชั่วโมงถึงจะเที่ยง ค่อยทำต่อยังไงก็เสร็จทันครับ”เพเนียสตอบยิ้มๆ ก่อนจะแพนกล้องให้เห็นว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ในครัวตอนนี้อย่างไม่มีความกังวลเรื่องความลับเรื่องอาหารจะถูกแพร่งพรายแต่อย่างใดเพราะเขาไว้ใจพี่ๆกลุ่มนี้อยู่พอสมควร

    “ดีที่เราไม่ได้เปิดระบบ 5มิติน่ะเนี่ย ไม่งั้นคงหิวกว่านี้แน่ๆ”เทียนอี้เอ่ยเสริมเมื่อมองตามภาพที่เพเนียสให้ดู ห้องครัวขนาดใหญ่ ทุกอย่างถูกจัดอย่างลงตัวสะอาดสะอ้าน บางมุมเห็นว่ามีหุ่นยนต์ก็กำลังทำงานของตัวเองอยู่ ส่วนอาหารที่ยังไม่เสร็จบนโต๊ะที่คาดว่าคือสิ่งที่เพเนียสทำอยู่นั่นนึกไม่ออกเลยว่าหน้าตาจะออกมายังไง

    “ฮ่าๆๆ งั้นผมเปิดดีไหมครับ”เพเนียสแกล้งหยอกเล่น

    “ไม่ ไม่ต้องเลย เห็นแค่ตาพี่ก็หิวจะแย่”เทียนอี้รีบห้าม

    “จริงๆแล้ว ถ้าพวกพี่ๆอยากกินเมนูอะไรก็ลิสต์มาได้เลยนะครับ ผมจะทำส่งไปให้”

    “ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกเราทำอะไรมาพวกพี่ก็กินได้หมดนั่นแหละ อีกอย่างที่เราติดต่อมาวันนี้ก็ไม่ได้เพื่อพูดเรื่องอาหารด้วย ที่จริงแล้วมีเรื่องที่ เอ่อสำคัญอยากจะบอกเราน่ะ”สเตเฟียรีบบอกปัดเรื่องอาหาที่เพเนียสเสนอให้ทางเธอคิดมาได้เลยว่าอยากกินอะไรเธอว่าแบบนั้นมันจะมากไป แค่รอรับอาหารอยู่อย่างเดียวก็นับว่าขอบคุณเพเนียสจะแย่ไม่ว่าจะเมนูไหนๆก็ล้วนอร่อยทั้งนั้น แล้วอีกอย่างเธอก็มีเรื่องสำคัญจะบอกแก่เพเนียสด้วยแต่ตอนแรกยังไม่กล้าเข้าเรื่องเลยได้แต่พูดเรื่องอื่นๆไปก่อน

    “เรื่องอะไรเหรอครับ”เพเนียสถามอย่างสงสัย

    “ก็..” สเตเฟียไม่ได้บอกออกมาตรงๆยังหันไปมองยังเทียนอี้ที่นั่งอยู่ข้างๆ เพื่อที่จะสอบถามอีกฝ่ายกับเรื่องนี้พวกเขาอาจจะกำลังปรึกษากันทางสายตาว่าใครจะเป็นคนเล่าเรื่องนี้หรืออาจจะถามว่าควรบอกออกไปตรงๆเลยไหม

    “มีอะไรกันเหรอครับ”เห็นอีกฝ่ายอ้ำอึ้งเพเนียสยิ่งสงสัย

    “เอาเป็นว่าผมพูดเองก็แล้วกันเพเนียสฟังพี่นะ พวกพี่น่ะ เจอหลักฐานชิ้นสำคัญที่พวกนั้นคนที่แล้วเอาเราไปทิ้งดาวฟู้ดด้าน่ะ พวกเรามีหลักฐานนั้นแล้วนะเดี๋ยวพี่จะส่งให้เราอีกทีก็แล้วกัน”จากที่พูดเล่นหัวกันอยู่พักใหญ่ ก็มาเข้าเรื่องเครียดปรับเปลี่ยนอารมณ์อย่างฉับไวแม้แต่เทียนอี้ที่เฮฮาอยู่ตลอดกระทั่งตอนบ่นเรื่องทำงานก็แค่บ่นเอาสนุกปากเท่านั้นไม่ได้อะไรมากมาย แต่มาเรื่องนี้เขาต้องสูดลมหายใจเข้าไปจนล้นปอดก่อนจะบอกออกมาได้เขากลัวว่าเจ้าน้องชายคนนี้จะกลับมาเศร้าอีกที่ต้องได้ยินเรื่องนี้แต่ถ้ายังไม่ได้จัดการอะไรเลย เขาก็คิดว่ายังไงเรื่องนี้ก็ไม่มีวันจบแน่ยังไงเขาและคนในกลุ่มริวโรวก็คิดว่าเรื่องนี้มันก็ยังฝังอยู่ในใจของเพเนียสไม่หายไปไหนแน่ๆ

    “คะ ครับ พี่ พวกพี่ไปเจอมาได้ยังไงกัน”เพเนียสถามออกมาอย่างติดขัดเรื่องนี้ที่เขาโยนทิ้งไปแล้วเมื่อได้ขึ้นยานของกลุ่มริวโรว แต่มันไม่เคยหายไปไหนมันยังคงติดค้างอยู่กับเขาตลอดมา แม้แต่ยามนอนบางคืนเขาก็ยังมีฝันเห็นเรื่องนี้เลยแต่มันเป็นเพียงแค่ฝัน โชคดีที่เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเขาได้กลับมาที่บ้านแล้วจริงๆไม่ได้ถูกทิ้งอย่างโดดเดี่ยวอีกแล้ว

    “ก็ตอน....”ได้ยินถามกลับมาแบบนั้น จากตอนแรกที่ไม่อยากจะเล่าเทียนอี้ก็พูดออกมาอย่างยืดยาวทันที ว่าหลักฐานที่ว่า เขาและกลุ่มริวโรวนั้นไปได้มาได้ยังไงกันด้านเพเนียสที่ตัวแข็งทื่อไปตอนแรกก็ต้องตั้งใจฟังอย่างดีมีหลุดๆบ้างเมื่อนึกไปถึงเพื่อนร่วมห้อง แต่โดยสรุปแล้ว เรื่องที่เทียนอี้เล่ามาเขาเข้าใจแล้วทั้งหมดแล้วยังไม่ลืมขอบอกขอบใจอีกยกใหญ่ที่พวกเขายังไม่ลืมและยังเป็นธุระจัดการให้ แล้วหลังจากวางสายไปเพเนียสก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ต่อหลักฐานที่เทียนอี้ส่งมาให้ทันทีที่พูดจบเขาเองก็ยังไม่ได้เปิดดู แต่เอาเรี่ยวแรงที่มีกลับมามุ่งแต่ทำอาหารแทนสงสัยอาหารชุดใหญ่ที่ต้องส่งไปให้กลุ่มริวโรงจะต้องเสร็จในอีกไม่กี่ชั่วโมงหน้านี้แล้วจะได้รีบส่งให้ทันคนกิน

              ที่เพเนียสรีบทำอาหารมากขนาดนี้ไม่รู้เป็นเพราะว่า อยากจะรีบๆทำอะไรตอบแทนกลุ่มริวโรวหรือว่าอยากเลื่อนเวลาออกไปเพื่อที่จะยังไม่อยากเปิดดูหลักฐานชิ้นนั้นตอนนี้กันแน่เขาจะกลัวได้ไหม แล้วทำไมเขาต้องกลัวด้วยล่ะ ได้แต่ถามตัวเองอย่างไม่เข้าใจ

     

    คล้ายกับเรื่องผมมี APP จากดาวโลก ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505