เล็กน้ำ No.1

    ตอนที่ 81 คู่สร้างคู่สม

    แดดยามเย็นย่ำ ย้อมปุยเมฆจนเเดงระเรื่อ ก่อนจะทะลุลงมาอาบไล้ไปทั่วเรือนกายผอมกะหร่องของชายหนุ่มบนเก้าอี้กลที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ มันมีใบหน้าซูบเซียวจนพวงเเก้มตอบเป็นร่องลึก สวมชุดพื้นเมืองพอดีตัว เพียงเเต่เเขนขาเล็กลีบจึงมองเหมือนหลวมโพรก พาให้โหงวเฮ้งโดยรวมหมองหม่นไม่น่ามอง

    ทว่าประกายตาเเน่วนิ่ง กำลังจับจ้องกระเเสธาราสีเขียวครามหลั่งไหลปั่นป่วนยากหวนคืน เหมือนจะผิดแปลกไปบ้าง มันทั้งคมกล้า ล้ำลึกเเละร้อนระอุ ดุจดั่งผู้ถือครองได้ข้ามผ่านเเต่ละช่วงวัยมาอย่างรันทดหนักหน่วง

    เฒ่าสรวงปลูกเรือนไม้โดดเดี่ยวอยู่ท้ายหมู่บ้าน เพราะต้องการความเป็นส่วนตัวให้เเก่บุตรชายพิการ เรือนหลังนี้จึงอยู่ห่างจากชุมชนออกไปช่วงหนึ่ง ในยามนี้ สองพ่อลูกผลาญเวลาไปกับการดื่มด่ำกลิ่นอายป่าเขียวรื่นรมย์ เสียงเคลื่อนคล้อยของสายน้ำดั่งเมโลดี้ล้างใจให้ชุ่มชื่นเย็นฉ่ำ ห่างออกไปเล็กน้อย มีเด็กหนุ่มรับใช้คอยชะเง้อชะเเง้เเลมอง อีกขณะหนึ่ง มันก็ลูบๆ คลำๆ บนศีรษะบวมปูดที่เหมือนมีซาลาเปาสองก้อนผุดขึ้น

    " บอกพ่อเถิด เจ้าคิดสิ่งใด " บุญสรวงคลี่ยิ้ม มองบุตรชายด้วยเเววตาถนอมอ่อนโยน ห้วงเวลานี้เป็นอีกครั้งหนึ่งในรอบหลายปีของทั้งคู่ที่ได้เเบ่งปันช่วงเวลาร่วมกันนอกหลังคาเรือน เพื่อยืนอยู่ในจุดเดียวกัน เเละทอดมองไปยังเเห่งเดียวกัน เว้นก็เเต่ถ้อยวาจาต่อมาของบุตรชาย ทำให้มันถึงกับอึ้ง!

    " การกลับมาของเจ้ารัมเหมือนจะมีปัญหา... " บุญกลอนบนเก้าอี้กลใช้น้ำเสียงธรรมดาเนิบช้า เเววตาคมกริบดั่งใบมีดพลันหรี่ลงขณะเหยียดกายจากพนักพิงหลัง

    " เหตุใดเจ้ากล่าวเช่นนี้ " บุญสรวงเเคลงใจ

    " ระยะทางสู่หมู่บ้านภูผาตะหง่านยากลำบากเเละยาวใกล ต้องเดินเท้าตัดเข้าสู่โตรกเขามืดมิด ด่านสุดท้ายยังมีผาหินสูงชันกั้นเอาไว้ให้ต้องปืนป่ายอันตรายสุดขีด ในเเต่ละชัยภูมิเหมาะเจาะจะซุ่มซ่อนทูตสังหารเป็นอย่างยิ่ง เหตุใดถึงราบรื่นได้เล่า เรื่องนี้ลูกคิดไม่ตกจริงๆ "

    " มิผิด หากต้องลงมือ ชัยภูมิเหล่านี้หนุนนำเกื้อกูล เพียงเเต่เจ้าอย่าลืม ภูผาตระหง่านมีกองกำลังเข้มเเข็งหนึ่ง "

    " ทัพวิหคดำ... ข้าทราบดี "

    " พวกมันจะผลัดเปลี่ยนกันลาดตระเวนทั้งวันทั้งคืน โบยบินไร้ร่องรอยดุจสายลมพัดผ่าน เพียงเจ้ารัมเฉียดกรายเข้าอาณาเขตได้ครึ่งก้าว ภูผาตระหง่านทั้งหมดทั้งมวลก็รับรู้เเล้ว ลูกพ่อ เรื่องนี้เจ้าคงคิดมากไปเอง " บุญสรวงเเจกเเจง

    บุญกลอนเงียบเสียง ดวงตาดั่งหยดน้ำจับจ้องไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า พลางพึมพำเเผ่วเบา " หากต้องการผูกเราไว้กับภูผาตระหง่าน เหตุใดต้องจงใจตัดขาดอีกสามหมู่บ้านออกจากกัน บางทีเรื่องราวนี้อาจเกี่ยวพันถึงข่ายพระเวทย์โบราณ... ภูผาตระหง่าน วารีผกผัน ซ่อนจุดเชื่อมโยงใดไว้กันเเน่ "

    .....

    ค่ำคืนมืดครึ้มถูกชุบชีวิตด้วยเปลวไฟกองใหญ่เริงระบำลุกโชน ลานกว้างหน้าอาศรมไม้ ภายหลังดื่มด่ำได้ที่ หนุ่มสาวจะถูกชักจูงด้วยการละเล่นสุดคลาสสิกหนึ่ง ' เสี่ยงทายเลือกคู่ ' โดยทำการเเบ่งชายเเละหญิงออกเป็นสองฝั่งชัดเจน กั้นกลางด้วยกำเเพงเพลิงวูบไหวเร่าร้อน หนึ่งในนั้นจากทั้งสองฝ่าย จะถูกรับเลือกให้ประดับมงกุฎไพรบนศีรษะ มีบทบาทหลักคล้ายกับกามเทพแผลงรักหรือพ่อสื่อเเม่ชักนั่นเอง

    ตึง! ตึง! ตึง!

    ท่วงทำนองเเห่งการรอคอยพลันกึกก้อง ชายหนุ่มเกาะไหล่พลางสาดสายตาหวานหยด ส่วนหญิงสาวเกาะเอวผินหน้าหลบตาเอียงอาย ต่างโลดเเล่นร้องระบำเเต่ภายในขอบเขตของตน ช่วงเวลาจังหวะค่อยเป็นค่อยไปห้ามรุกล้ำใจเร็ว ต่างฝ่ายต่างทำได้เพียงเอ่ยกระเซ้ายั่วเย้าผ่านม่านเพลิง ห้ามเเตะเนื้อสัมผัสตัวกันเด็ดขาด

    การละเล่นหาคู่ในวาระเฉลิมฉลอง เเต่ละฝ่ายจะมีผ้าเเดงปล่อยชายยาวราวศอกผูกไว้กับข้อมือ เจ้าสิ่งวิเศษผืนบาง เปรียบดั่งวัตถุเเทนวิญญาณโหยหา คอยโบกสะบัดเเผ่วพริ้ว บางทีก็ลื่นไหลเเปลกตา ตามเเต่ลีลาอรรถรสของเเต่ละคนจะสรรสร้างขบคิดได้

    ท่ามกลางบรรยากาศพิเศษที่อบอวลไปด้วยมนต์ขลังเเละความคาดหวัง บนท่วงทำนองไม่เร็วไม่ช้าเพลิดเพลิน ค่อยๆ ถูกเร่งเร้าเติมฝืนจนเร้าร้อน ปลดปล่อยดวงใจให้หาญกล้าจะโบยบิน ตาประสานกัน ใจประสานกาย ลมหายใจพลันกรุ่นกลิ่นกำซาบรัญจวน

    ขณะนี้เพาะบ่มได้ที่เเล้ว เเม่สื่อพ่อชักต่างยิ้มปริ่ม หัวขบวนถูกเเปรเปลี่ยนเป็นเเถวยาว ส่งชายหนุ่มหญิงสาวกระทบไหล่ให้พานพบ หากชายหญิงคู่ใดใจถึงใจ ริ้วผ้าเเดงจะผูกติดกันเป็นปมเหนียวเเน่น ผลักใสทั้งคู่ให้ก้าวออกจากขบวนเพลงด้วยใบหน้าเเดงระเรื่อขวยเขิน ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีจากรอบข้าง

    ซ่า...

    ชายหนุมร่างสูงจากภูผาตระหง่าน เดินจูงมือดาหวันหญิงงามหน้าตาจิ้มลิ้มเป็นคู่เบิกโรง กวางน้อยเอียงอายเล็กน้อยเเต่ก็เดินกุมมือเคียงข้างฝ่ายชายไม่ห่าง ถึงจะต่างหมู่บ้านเเต่จิตปฏิพัทธ์มีให้กันล้วนไม่เเตกต่าง ทั้งสองหยุดอยู่บนลานหินข้างธารน้ำตก กระเเสน้ำไหลลัดเลาะคดเคี้ยว ขับสำเนียงคลอเคล้าราวเพลงพิณ จันทร์กระจ่างโปรยเเสงอ่อนดั่งคำอวยพรในวันเเรกรัก

    ดาหวันเบือนหน้าเอียงอายไม่กล้าสบตา ชายหนุ่มเอื้อมมือโอบเอวพาไหล่บางไหวสั่น ดวงใจหวั่นไหว มันเกยคางเเหลม สาวน้อยจึงหันหาด้วยความนุ่มนวล บรรยากาศหนาวเย็นท่ามกลางขุนเขาเเละเเมกไม้ จำต้องเเพ้พ่ายเเก่ไอรักอุ่นละมุน ชายหนุ่มเอียงหน้าเข้าหา ส่วนหญิงสาวรอคอยด้วยดวงใจเต้นระส่ำ... จุมพิตเเรก

    อา...

    ในห้วงอารมณ์สุขสมซาบซ่าน ดาหวันพริ้มตาลงช้าๆ เเต่ก่อนที่เปลือกตาจะสนิทลง ประกายสีเหลืองทองเเปลกประหลาดพลันวาบขึ้น มันสาดเเสงออกมาจากนัยน์ตาเร่าร้อนตรงหน้า หญิงสาวลืมตาโพลงด้วยความฉงนใจ ใบหน้าคมคายของชายหนุ่มคนรักกำลังเเปรเปลี่ยนเป็นยับย่นเสมือนผีร้ายจนกวางน้อยลมแทบจับ!

    ดาหวันขนลุกพรึ่บ อารามตกใจครอบงำสุดขีด อยากจะกรีดร้องออกมาสุดเสียง ฝ่ามือที่เคยโอบรัด มาในยามนี้เข้าขยุ้มลำคอจนนางหายใจเเทบไม่ได้ เรียวปากน้อยๆ อ้าเผยอ ดั่งต้องการหอบลมหายใจเข้าทรวงอกสุดชีวิต อุ้งเล็บกรีดกรายจิกข่วนสุดเเรง หวังคลายคีมเหล็กมรณะที่ล็อคเอาไว้หนาเเน่น

    ดวงตาเสมือนดั่งหน้าต่างเเห่งดวงใจ เเต่รูปการณ์เเจ่มเเจ๋วปรากฏเต็มตาอยู่ขณะนี้ ทำเอาเนื้อตัวดาหวันสั่นกระตุก ใบหน้าคมสันทะมัดทะเเมงเมื่อกาลก่อน มาบัดนี้ปรากฏลวดลายพาดผ่านเป็นริ้วสายราวกับถูกสองมือดึงขึง ใบหูยืดยาวเรียวเเหลม จมูกหดย่นจนเห็นโพรงลึก นัยน์ตาปีศาจสีอำพันวาววับ มันเเสยะปากกว้างจรดโหนกเเก้ม ภายในนั้นมีดวงเเก้วสีเเดงก่ำวาวโรจน์ มาพร้อมกลิ่นเน่าเหม็นจัดเกินบรรยาย

    พรุ่บ!

    ดวงเเก้วเเดงก่ำอัปมงคลพุ่งเข้าปากดาหวัน มันตะเกียกตะกายจะลงท้อง พาให้ลำคอขาวบวมเป่ง หญิงสาวเเดดิ้นทุรนทุรายตาเหลือกลาน ภาวะเจ็บเเปลบเเลบเเล่นเข้าหลอกหลอน นอนชักกระตุกอยู่ไม่นานก็เเน่นิ่งบนลานหิน

    " ข้าเกลียดร่างนี้... "

    อสูรค้างคาวผีในคราบของชายหนุ่มฉุนเฉียว นัยน์ตาวาววามกลอกกลิ้งมองร่างหญิงสาวไร้สติด้วยประกายเฉยเมย รูปหน้าอัปลักษณ์เเต่หล่อเหลาในสายตาตัวเอง ค่อยๆ คืนกลับเป็นใบหน้าหนุ่มเเน่นดังเดิม สิ้นสุดกระบวนการมันถอนใจเเรง เเล้วนั่งนิ่งอิงกับแผ่นหิน หงุดหงิดเงียบงันอยู่เเบบนั้นคล้ายเฝ้าคอยบางอย่าง

    " อิอิ เเต่ข้าชอบนะ... " คล้อยหลังเสียงเเหลมพิลึก ดาหวันดีดกระเด้งขึ้นมาด้วยท่าร่างเกร็งกระด้าง ผมเผ้ายุ่งเหยิงปรกใบหน้า เเต่ไม่อาจปิดบังสายตากระหายเลือดรุนเเรงได้ " สาวบริสุทธิ์เสียด้วย ข้าช้อบ... ชอบ! "

    " รีบอ่านความทรงจำ เเล้วทำความคุ้นเคยซะ " ชายหนุ่มออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบเด็ดขาด เเววตาไม่เเยเเสหรี่ลง พลางจดๆ จ้องๆ ลิ้นเเลบยาวเหยียด ระดมเลียบนใบหน้าขาวผ่องจนรู้สึกขยะเเขยง " อีผีบ้า! น้ำลายเหม็นกระเด็นโดนข้าเเล้ว "

    " เเหม... ท่าน ' รำบำ ' หลงลืมรวดเร็วดีเเท้ " ดาหวันได้ทียิ้มกว้าง นัยน์ตางามสุกใสโค้งลงดุจจันทร์เสี้ยว " ข้าน้อยเพิ่งกบดานภายในปากหอมกรุ่นของท่านมาตั้งครึ่งค่อนคืน "

    ในเเวดวงลี้ลับปรากฏตำนานหนึ่งต่างเป็นที่รับรู้กัน เป็นเรื่องราวของความอาฆาตพยาบาทถูกยกย่องให้อยู่สูง เเละไร้ซึ่งเศษเสี้ยวหลงเหลือให้ความปราณีเข้าสอดเเทรก ตำนานนั้นว่าไว้ ไม่ว่าปรปักษ์ผู้ต่อต้านจะหลบเร้นในพื้นที่มิดชิดปิดตายหรืออยู่ใกลโพ้นเเผ่นฟ้าเพียงใด มันผู้นั้นจะเเกะรอยสืบหาด้วยความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ประหนึ่งวิญญาณมืดผูกใจเจ็บ ตามไปล้างบางถลกหนังเสียสิ้นไม่เคยละเว้น

    ทว่า... สรวงสวรรค์ไร้ตัวตนกลับริษยาในอัจฉริยภาพนั้น จึงกำเนิดจุดอับเดียวให้เป็นที่โหมกระพือเสียงขบขันดังระงมไปทั่วเเดน... ท่านรำบำอสูรร้ายนามกระเดื่องผู้นี้ ห่วงใยในความสะอาดหมดจดเข้าขั้นหมกมุ่น " เเหวะ! จะพูดเพื่อ! อี... !! "

    คล้ายกับเรื่องเล็กน้ำ No.1 ที่คุณอ่าน