“อะไรนะคะคุณพ่อ! ไม่เอา! หนูไม่เอาใครมาคอยดูแลอะไรทั้งนั้น หนูโตแล้วนะคะไม่จำเป็ต้องมีคนมาคอยดูแล”
ไอลดาคัดค้านหัวชนฝา เมื่อบิดามาบอกเื่ที่จะส่งคนมาคอยติดตามดูแลเธออายุยี่สิบสามแล้วนะ ไม่ใช่เด็กเล็กๆ ที่จะต้องคอยมาดูแลเป็ห่วงเป็ใยกันทุกฝีก้าวหากเพื่อนๆ ของเธอรู้เข้าคงได้หัวเราะกันท้องคัดท้องแข็งตายแน่เลย และคงมีเื่ล้อให้เธอได้อับอายไปอีกนาน
“พ่อรู้ว่าหนูโตแล้ว แต่การกระทำของหนูมันทำให้พ่อเป็ห่วง”ผู้เป็พ่อพยายามชี้แจ้งถึงเหตุผลที่ต้องทำเช่นนี้
“โธ่...คุณพ่อคะ หนูบอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ต้องเป็ห่วง”
“ลูกทั้งคนจะไม่ให้เป็ห่วงได้ยังไง” ปรีชาบอกเสียงฉุน ไอลดาจึงรีบลุกมานั่งข้างๆ ท่านแล้วกอดเอวของบิดาไว้อย่างออดอ้อน
“หนูรู้ค่ะว่าคุณพ่อเป็ห่วงหนูมากแค่ไหนแต่ว่าหนูไม่ใช่เด็กตัวเล็กๆ ที่ยังดูแลตัวเองไม่ได้นะคะ หนูโตแล้วและก็รู้ทุกสิ่งทุกอย่างดีว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำไม่จำเป็จะต้องมีผู้คุม เอ๊ย...บอดี้การ์ดมาคอยดูแลปกป้องหรอกค่ะ นะคะคุณพ่อ เชื่อหนูเถอะจ้างมาก็เสียเงินเปล่าๆ อีกอย่างคนอื่นจะมองหนูยังไงที่โตจนป่านนี้แล้วยังต้องมีคนคอยติดตามดูแลอีก”
“พ่อจะยกเลิกก็ได้” คำพูดของบิดาทำให้ไอลดายิ้มกว้างอย่างดีใจ ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะหุบลง เมื่อปรีชาพูดต่อท้ายว่า “ถ้าหนูสัญญาว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเื่ของคนอื่นอีก”
หญิงสาวถอนใจยาวให้กับข้อแม้ของบิดาเพราะมันทำให้เธอลำบากใจมากที่จะเอ่ยคำสัญญาออกไป ด้วยรู้ดีว่าตัวเองทำไม่ได้อย่างแน่นอน
เธอเห็นใครลำบากถูกรังแกอย่างไม่เป็ธรรมก็ต้องช่วยเพราะเป็เพื่อนมนุษย์ด้วยกันจะให้มองดูอยู่เฉยๆ เธอทำไม่ได้หรอก
“สัญญาไม่ได้ใช่ไหม ถ้าเช่นนั้นหนูก็ต้องยอมทำตามที่พ่อบอกแล้วล่ะ”
“คุณพ่อกำลังทำให้เื่เล็กมันกลายเป็เื่ใหญ่อยู่นะคะ” เธอบ่นอุบอย่างอ่อนใจ
“นี่มันไม่ใช่เื่เล็กนะ หนูลองไปถามบ้านใครดูซิว่าถ้าเขามีลูกสาวที่ชอบหาเื่ใส่ตัวแบบนี้เขาจะนิ่งเฉยอยู่ได้ไหมเมื่อพ่อห้ามหนูไม่ได้พ่อก็ต้องหาวิธีป้องกันเพื่อไม่ให้หนูได้รับอันตรายพ่อทำอย่างนี้ผิดด้วยเหรอ” ประโยคสุดท้ายของท่านแฝงความน้อยใจอย่างชัดเจนจนไอลดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนๆ เพื่อถนอมความรู้สึกของท่านว่า
“มันไม่ผิดหรอกค่ะ แต่มันทำให้หนู...รู้สึกอายคนอื่นเขาก็เท่านั้นเอง”
“ไม่เห็นต้องอายเลย” ปรีชายักไหล่อย่างไม่แคร์
“คุณพ่อก็พูดได้สิคะ คุณพ่อไม่ใช่หนูนี่” เธอบอกหน้าเง้า ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ดื้อรั้นนิดๆ ว่า “เอาเถอะ ถึงหนูปฏิเสธยังไงคุณพ่อก็คงไม่ยอม ก็ได้ค่ะ หนูยอมก็ได้หนูก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนที่คุณพ่อจ้างมาให้ดูแลหนูจะทนอยู่กับหนูได้สักกี่วันกัน”
“หนูจะทำอะไร” ผู้เป็พ่อหรี่ตามองบุตรสาวอย่างไม่ไว้ใจ ไอลดายกยิ้มนิดๆ แววตาฉายความเ้าเล่ห์ออกมา
“ถ้าอยากรู้คุณพ่อก็ต้องคอยดูแล้วล่ะค่ะหาว...หนูไปนอนก่อนนะคะ วันนี้เหนื่อยมากๆ เลย” หญิงสาวอ้าปากหาวหวอดๆแล้วยื่นหน้าไปหอมแก้มสากของบิดาฟอดหนึ่งก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ปรีชานั่งครุ่นคิดอยู่เพียงลำพัง
ใบหน้าที่เหี่ยวย่นไปตามวัยมีความกังวลอย่างเห็นได้ชัดเนื่องด้วยท่านรู้จักนิสัยของบุตรสาวเป็อย่างดี คิดแล้วก็นึกเป็ห่วงลูกชายของเพื่อนเหลือเกินเพราะกลัวว่าวรกานต์จะรับมือกับไอลดาไม่ไหว จนถอดใจและพานรังเกียจลูกสาวของท่านไปเลย
ก่อนที่ปรีชาจะบอกเื่นี้กับไอลดานั้นวรโชติได้โทรมาบอกว่าวรกานต์ตอบตกลงที่จะมาดูแลลูกสาวของเขาแล้ว ซึ่งชายหนุ่มได้รับรู้เื่การหมั้นหมายกันไว้ั้แ่เด็กแล้วเช่นกันดังนั้นวรกานต์จึงมีข้อแม้ว่าระหว่างที่เขามาดูแลไอลดานั้น เขาจะศึกษานิสัยใจคอเธอไปด้วยว่าเข้ากันได้หรือไม่หากเข้ากันได้ทุกอย่างก็จะเป็ไปตามเดิม แต่ถ้าเข้ากันไม่ได้เื่หมั้นที่พวกท่านตกลงกันไว้ต้องเป็อันยกเลิกในทันที
ความจริงเื่หมั้นหมายของเด็กทั้งสองคนทั้งปรีชาและวรโชติก็ไม่ได้คิดจะบังคับฝืนใจลูกๆ ของตนเองหรอก ถ้าไม่รักไม่ชอบกันจริงๆพวกท่านก็ไม่ฝืน แต่นั่นต้องหลังจากที่พวกท่านพยายามให้ทั้งคู่ได้รู้จักและเรียนรู้กันแล้วเท่านั้นนะ
แล้วนี่ถ้าไอลดาไปแผลงฤทธิ์ใส่วรกานต์เข้าความหวังที่ปรีชากับวรโชติ้าจะเกี่ยวดองเป็ครอบครัวเดียวกันก็คงต้องพังทลายลงเป็แน่ซึ่งหากเป็เช่นนั้นจริงๆ ท่านก็แสนจะเสียดายเหลือเกิน เพราะวรกานต์เป็คนดีมีความสามารถหากผู้หญิงคนใดได้ไปก็ถือว่าโชคดียิ่งนัก
“เฮ้อ...” ปรีชาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างปลงตกเมื่อคิดว่าแล้วแต่บุญแต่กรรมของลูกสาวจะนำพาก็แล้วกัน
ในขณะที่ผู้เป็พ่อแสนจะวิตกกังวลเพราะกลัวจะเสียลูกเขยในอนาคตไปทางด้านลูกสาวนั้นกลับกำลังคิดวางแผนการกำจัดผู้คุมของตนเองทิ้งอยู่
เื่อะไรเธอจะยอมให้มีคนมาคอยติดตามไปไหนมาไหนด้วยล่ะโตจนป่านนี้แล้วไม่ใช่เด็กๆ เสียหน่อย เธอดูแลตัวเองได้และเชื่อว่าทำได้ดีกว่าคนที่จะมาดูแลเธอเสียอีกเขาเป็ใครมาจากไหนก็ไม่รู้ ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แล้วจะให้มาตัวติดกันนะเหรอ ไม่มีทางหรอก
คอยดูนะ! มาเมื่อไรจะแกล้งจนต้องรีบวิ่งแจ้นไปขอลาออกกับคุณพ่อไม่ทันเลย
ไอลดาคิดอยู่ในใจอย่างนึกสนุก ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบผ้าขนหนูออกมาจากนั้นก็เดินเข้าห้องน้ำไปด้วยอารมณ์ที่รู้สึกดีขึ้นกว่าเดิม
วันรุ่งขึ้นไอลดาเดินลงบันไดมายังชั้นล่างด้วยอารมณ์แจ่มใสหญิงสาวกำลังจะเดินไปที่ห้องรับประทานอาหารแต่ต้องหยุดชะงัก เมื่อเดินผ่านห้องรับแขกแล้วเห็นว่าบิดากำลังสนทนากับผู้ชายคนหนึ่งที่เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนอยู่
ไอลดาเผลอมองด้วยความสนใจ เพราะผู้ชายที่นั่งคุยกับบิดานั้นมีใบหน้าคมสันได้รูปร่างกายดูสูงใหญ่บึกบึนแบบผู้ชายที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
เอ...หุ่นอย่างนี้ถ้าจับมาแต่งชุดทหารไทยสมัยโบราณคงเท่น่าดูคิดแล้วก็คันไม้คันมืออยากวาดภาพผู้ชายคนนี้จัง
หญิงสาวมัวจินตนาการเพลินจึงไม่รู้เลยว่าบิดาของตัวเองกับวรกานต์นั้นหยุดพูดกันแล้วและกำลังหันหน้ามามองที่เธอแทน
พันตรีหนุ่มมองสาวน้อยตรงหน้าอย่างสนใจใบหน้ารูปหัวใจกับดวงตากลมโตแสนหวานคู่นี้ของเธอสะดุดตาเขายิ่งนัก ผู้หญิงคนนี้หน้าตาสะสวยเครื่องหน้าทุกส่วนส่งเสริมกันจนดูสวยหวาน ผมดำยาวสลวยยิ่งทำให้โครงหน้าดูโดดเด่น ผิวพรรณก็ขาวผ่องรูปลักษณ์ภายนอกของเธอเป็ที่ดึงดูดสายตาของผู้ชายทุกคนให้หันมามองได้ไม่ยากนักซึ่งก็รวมถึงเขาด้วย
วรกานต์เห็นหญิงสาวยืนมองตนนิ่งคล้ายกับกำลังพิจารณาก็อดยิ้มขันไม่ได้และรอยยิ้มของเขานี่แหละที่ทำให้ไอลดารู้สึกตัว แก้มนวลจึงร้อนผ่าวขึ้นด้วยความอับอายส่วนปรีชาพอเห็นหนุ่มสาวต่างฝ่ายต่างนิ่งจึงเป็ฝ่ายเอ่ยแนะนำให้ทั้งคู่ได้รู้จักกัน
“ยัยหนูมาพอดีเลยมานี่สิ มารู้จักกับวรกานต์สิ”
ไอลดาจำต้องเดินเข้าไปหาบุคคลทั้งสองเธอยกมือไหว้เพราะดูแล้วว่าตนเองคงอายุน้อยกว่าอีกฝ่ายเป็แน่ ส่วนวรกานต์ก็ยกมือขึ้นรับไหว้ยังคงมีรอยยิ้มติดอยู่บนใบหน้า ซึ่งมันเป็รอยยิ้มที่เธอไม่ชอบเอาเสียเลย
“วรกานต์...นี่หนูไอซ์คนที่อา..เอ๊ย..คนที่ฉันจะให้นายคอยดูแลยังไงล่ะ” ปรีชายั้งปากไว้ได้ทัน เพราะได้ตกลงกันไว้แล้วว่าจะไม่เปิดเผยฐานะของชายหนุ่มว่าคือใคร
ไอลดาเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึงว่าคนตรงหน้าจะเป็บอดี้การ์ดที่บิดาจ้างมาเพราะเธอคิดว่าจะเป็ผู้หญิงเสียอีก นี่พ่อเธอไว้ใจผู้ชายคนนี้มากขนาดนี้เชียวหรือถึงยอมให้มาดูแลลูกสาวคนเดียวของท่านได้
หญิงสาวมองมือใหญ่ที่ยื่นออกมาให้จับด้วยความรู้สึกที่ไม่พอใจ
“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณหนูไอซ์”
ไอลดาหน้าตึงมองมือที่ยื่นมาอย่างเฉยชาเพราะไม่ชอบให้ใครเรียกเธอว่าคุณหนู ซึ่งคนที่เธอรู้จักและสนิทด้วยก็ไม่มีใครเรียกเธอแบบนี้แม้แต่คนในบ้านก็เช่นกันเพราะเธอได้ขอไว้
“อย่ามาเรียกฉันว่าคุณหนูนะเรียกฉันว่าคุณไอซ์ก็พอ” เธอสั่งเสียงขุ่น วางอำนาจใส่ทันที
วรกานต์ยักไหล่เล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจกับกิริยาที่เธอแสดงออกเขาหดมือกลับก่อนจะรับคำอย่างว่าง่าย
“ครับ”
“ดี” หญิงสาวรู้สึกพอใจที่เขาทำตามอย่างว่าง่ายจากนั้นก็หันไปถามบิดาด้วยความไม่พอใจว่า “ทำไมผู้คุมของหนูเป็ผู้ชายล่ะคะคุณพ่อ”
“บอดี้การ์ดจ้ะไม่ใช่ผู้คุม” ท่านแก้คำให้
“แล้วมันต่างกันตรงไหนล่ะคะเพราะยังไงเขาก็ต้องจับตาดูหนูทุกฝีก้าวอยู่แล้ว” ไอลดากระแทกเสียงตอบบิดาอย่างหงุดหงิดเพราะแผนการที่เธอวางไว้ว่าจะแกล้งคนที่บิดาส่งมาคุมกลับต้องเปลี่ยนแผนใหม่หมด
ไอ้เื่ที่คิดว่าง่ายก็ยากขึ้น เพราะดูจากท่าทางของผู้ชายคนนี้แล้วคงไม่ใช่คนที่เธอจะทำอะไรได้ง่ายๆ แน่
วรกานต์มองคนที่ได้ชื่อว่าเป็คู่หมั้นคู่หมายของตนเองเถียงกับบิดาแล้วก็พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายมีนิสัยเช่นไรดูแล้วคงถูกตามใจมาก คงไม่มีใครเคยขัดใจแน่ๆ ถึงได้เอาแต่ใจตนเองแบบนี้ที่สำคัญคือคงเป็คนที่ดื้อรั้นมากด้วย ไม่เช่นนั้นบิดาของเธอคงไม่หาคนมาคอยดูแลลูกสาวหรอก
ชายหนุ่มอยากรู้นักว่าทำไมท่านต้องหาคนมาคอยดูแลไอลดาด้วยเพราะข้อมูลที่เขารู้จากบิดามีเพียงแค่ว่าหญิงสาวชอบพาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายแค่นั้นเขาพยายามถามว่าแบบไหนแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอะไรเพิ่ม นอกจากคำว่าเดี๋ยวก็รู้เองเท่านั้น
ปรีชาถอนหายใจยาวไม่อยากเถียงกับลูกสาวต่อหน้าคนอื่น เขาจึงพูดเลี่ยงไปเื่อื่นแทน
“วันนี้หนูจะออกไปไหนหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ”
วันนี้ไอลดาตั้งใจจะอยู่บ้านเพื่อเตรียมต้อนรับบอดี้การ์ดคนใหม่อย่างเต็มที่แต่นึกไม่ถึงว่าจะเป็ผู้ชาย ทว่าถึงจะเป็ผู้ชายเธอก็ไม่ล้มเลิกความตั้งใจเดิมหรอกคอยดูเถอะ ภายในสามวันนี้เธอจะทำให้ผู้ชายคนนี้ขอลาออกไปให้ได้เลย
“ก็ดี อยู่บ้านหนูจะได้ทำความรู้จักกับวรกานต์ให้มากขึ้น”
“ทำไมต้องทำความรู้จักกันด้วยคะก็แค่ลูกจ้าง” ปากตอบบิดาแต่เธอจงใจใช้สายตามองเหยียดไปที่วรกานต์
“ยัยหนู” ปรีชาดุเมื่อเห็นกิริยาไม่น่ารักของบุตรสาว ก่อนที่ท่านจะส่งสายตาขอโทษให้ไปหลานชายซึ่งวรกานต์ก็ยิ้มให้อย่างเข้าใจดี พลางนึกในใจว่าเด็กคนนี้ร้ายกาจใช้ได้เลย
“ก็หนูพูดความจริงนี่คะคุณพ่อ” หญิงสาวเริ่มทำตามแผนแรกของตนเองทันที ด้วยการจะพูดไม่ดีกับอีกฝ่ายเยอะๆเอาให้ทนฟังไม่ได้ไปเลย “ลูกจ้างก็คือลูกจ้าง มีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างเท่านั้นไม่ว่าจะให้ทำอะไรก็ต้องทำ ไม่มีสิทธิ์มาตีตัวเสมอเ้านาย”
“ครับ ผมจะจำเอาไว้” ชายหนุ่มรับคำด้วยท่าทีที่สงบ แต่ภายในใจนั้นไม่ได้สงบตามด้วยเลย เพราะรู้สึกไม่พอใจกับวาจาที่ไร้การอบรมสั่งสอนของไอลดาเป็อย่างมาก
ปรีชาแทบจะยกมือขึ้นกุมขมับกับฤทธิ์เดชของลูกสาวนี่คงเริ่มแล้วสินะ เพราะปกติไอลดาไม่เคยพูดจาดูถูกใครแบบนี้มาก่อนเลย
“เอาล่ะ จะทำความรู้จักกันหรือไม่ก็แล้วแต่นะพ่อขอตัวไปทำงานก่อนแล้วกัน เป็เด็กดีอย่าดื้ออย่าซนกับวรกานต์มากนักล่ะ พ่อขอร้อง” ท่านพูดพร้อมโอบไหล่บุตรสาวไว้ ส่งสายตาขอร้องให้
ไอลดาหน้างอเนื่องจากไม่ชอบใจในคำพูดของบิดานักเพราะมันเหมือนกับว่าเธอยังเป็เด็กตัวเล็กๆ อยู่ หญิงสาวเดินไปส่งท่านที่รถแล้วรอจนรถขับออกพ้นประตูรั้วบ้านไปแล้วจึงหันกลับก็เจอกับวรกานต์ที่กำลังยืนอยู่ตรงประตูพอดีเธอเลยเดินเข้าไปหาเขาแล้วสั่งว่า
“ไปเอาน้ำส้มมาให้ฉันแก้วหนึ่ง”
ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองแล้วชี้นิ้วมาที่ตัวเองหญิงสาวจึงยิ้มยียวนให้แล้วตอบว่า
“ก็ใช่น่ะสิ ฉันสั่งนายนั่นแหละยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ ไปเอาน้ำส้มให้ฉันเร็วเข้าสิ”
“ทำไมคุณไม่ใช้คนอื่นล่ะ”
“แล้วทำไมฉันต้องใช้คนอื่นด้วยในเมื่อนายก็มีฐานะไม่ต่างจากพวกเขา”
คำตอบของไอลดาทำให้วรกานต์ตาลุกวาวด้วยความไม่พอใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกลับคืนเป็ปกติเมื่อข่มอารมณ์ลงได้
“เสียใจครับ ถ้าคุณอยากดื่มก็ไปสั่งคนอื่นแทนก็แล้วกัน”
“เอ๊ะ! แต่นายเป็ลูกจ้างนะ ฉันสั่งอะไรนายก็ต้องทำ” เธอแหวใส่
“ผมรู้ดีว่าตัวเองอยู่ในฐานะไหน”ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ พยายามอดกลั้นอารมณ์เอาไว้อย่างเต็มที่ทั้งที่ใจนึกอยากจับคนตรงหน้ามาตีก้นสั่งสอนเสียให้เข็ด
“รู้ตัวก็ดีแล้ว ถ้างั้นก็ไปเอาน้ำส้มมาให้ฉันซะทีสิ”
“ผมไม่ทำ”
“เอ๊ะ! นี่นายคิดจะลองดีกับฉันใช่ไหม” ไอลดากำหมัดแน่นรู้สึกโกรธคนตรงหน้ามากที่ไม่ยอมทำตามคำสั่งของเธอ
“เปล่าครับ ผมไม่คิดลองดีกับลูกสาวของเ้านายหรอกเพียงแต่ผมจำคำพูดของคุณไอซ์ได้จนขึ้นใจว่าผมเป็ลูกจ้างก็ต้องทำตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างที่ให้เงินกับผมสิใช่ไหมครับ”
“ใช่”เธอเชิดหน้าตอบ
“ซึ่งคนที่จ่ายเงินให้กับผมก็คือคุณพ่อของคุณและท่านสั่งผมแค่ว่าให้คอยติดตามดูแลคุณให้ปลอดภัยเท่านั้น ไม่ได้ให้มารับใช้รองมือรองเท้าของคุณดังนั้นผมหวังว่าคุณคงเข้าใจนะครับว่าทำไมผมถึงไม่ยอมทำตามคำสั่งของคุณ”เขาเอาคำดูถูกของเธอมาย้อนใส่อย่างเจ็บแสบทำเอาคนฟังอ้าปากค้างอย่างนึกไม่ถึงว่าจะโดนเล่นไม้นี้ใส่
“คุณคงเข้าใจที่ผมพูดแล้ว ผมจะไปนั่งเล่นอยู่ตรงสวนหน้าบ้านถ้าคุณจะออกไปข้างนอกก็กรุณาให้เด็กมาบอกผมด้วยก็แล้วกัน ขอตัวก่อนนะครับคุณหนู” วรกานต์จงใจเรียกด้วยคำที่ไอลดาไม่ชอบเพื่อเป็การเอาคืนเล็กๆน้อยๆ จากนั้นก็เดินจากไป ทิ้งให้หญิงสาวยืนหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธอยู่เพียงลำพัง
คนบ้า!ไอ้คนบ้า! บ้าๆๆ ที่สุดเลย คอยดูนะ ฉันจะทำให้นายยอมลาออกเองให้ได้ภายในสามวันคอยดู!!
ไอลดายืนกระทืบเท้าด้วยความขัดเคืองใจก่อนจะเดินเข้าบ้านไปเพื่อวางแผนเล่นงานชายหนุ่มให้ได้ แต่หลังจากที่ปะทะคารมกันเมื่อครู่นี้ก็ทำให้หญิงสาวรู้ในทันทีว่าวรกานต์ไม่ใช่ไก่อ่อนที่จะยอมให้เธอทำอะไรได้ง่ายๆดังนั้นการสู้กันซึ่งหน้าอาจไม่ค่อยได้ผลนัก คงต้องเล่นลับหลังดูบ้างแล้วล่ะ