ธราเทพเคลื่อนรถเข้าไปจอดในโรงรถอย่างช้าๆถึงคนในบ้านจะไม่ตื่นแม้จะได้ยินเสียงรถก็ตาม เพราะบ้านเขาอยู่ติดถนนใหญ่มีรถราแล่นวุ่นทั้งคืนทั้งวัน แต่ถึงจะเป้นอย่างนั้นเขาก็ยังทำทุกอย่างให้เบาและเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะไม่้าให้คนที่นอนหลับอยู่ตื่นขึ้นมาเจอกับสิ่งที่เขาทำอยู่
ชายหนุ่มช้อนร่างโปร่งบางพาเดินลัดเลาะผ่านตัวบ้านซึ่งสร้างด้วยอิฐบล็อกที่ยังไม่ทันจะได้ฉาบเพราะทุนในการก่อสร้างหมดเสียก่อนไปยังห้องนอนของตัวเองซึ่งมีการทำประตูด้านข้างไว้ เพราะแม่คิดว่าเขาเป็ชายหนุ่มที่คงจะมีเหตุและเื่ราวที่ต้องออกนอกบ้านโดยไม่้าให้คนในบ้านรู้
อีกทั้งหน้าที่การงานบางทีก็ทำให้ต้องกลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ แล้วเขาก็เกรงใจแม่ถ้าจะให้ท่านนั่งคอยเปิดประตูให้ เลยตกลงที่จะทำห้องที่มีประตูเชื่อมกับบ้านใหญ่เมื่อไหร่ที่เขา้าความเป็ส่วนตัวก็เข้าออกทางประตูนี้ได้
ด้วยความเคยชินทำให้เขาไม่จำเป็ต้องเปิดไฟ อีกทั้งคืนนี้ก็ยังมีแสงจากพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวส่องสว่างให้เห็นเป็เงาตะคุ่มๆเตียงที่รองรับร่างใหญ่และแข็งแกร่งนั้นอยู่ตรงส่วนใดของห้อง
ชายหนุ่มวางร่างโปร่งบางลงบนเตียงพร้อมกับพ่นลมออกทางปาก สองมือใหญ่ยกขึ้นเท้าสะเอว
ดูว่าตอนแรกเกร็ดแก้วมีรูปร่างโปร่งบางสะโอดสะองแต่พอได้อุ้มเข้าจริงๆ ก็เล่นเอาเหงื่อตกได้ไม่น้อยชายหนุ่มยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้า ก่อนที่จะทำงานชิ้นต่อไปจนเรียบร้อยชายหนุ่มจึงได้ล้มตัวลงนอนบนเตียงเคียงข้างกับเกร็ดแก้ว
ใบหน้าคมเข้มเปื้อนยิ้มเล็กน้อยไม่รู้ว่าเมื่อแม่เ้าประคุณตื่นมาเจอกับสภาพที่เขาทำไว้เธอจะกรีดจนขี้ในหูเขาจะเต้นออกมาวิ่งอยู่ข้างนอกหรือเปล่า
ชายหนุ่มหันตัวเข้าหาคนที่นอนหลับสนิทไม่รู้เื่รู้ราวนิ้วยาวไล้บนใบหน้านวลขาวรูปไข่ ถ้าได้เจอกันในสภาพปกติ ไม่มีเื่ของเปรมมิกาน้ำหน้าอย่างเขาคงไม่ได้เข้าใกล้หญิงสาวแสนสวยอย่างกับนางฟ้าคนนี้หรอกก็แม่เ้าประคุณเล่นเป็ถึงลูกสาวของเ้าของร้านเพชร และยังจะมีธุรกิจอีกหลายอย่างสภาพคนจนๆ อย่างเขา ทำได้เพียงแค่แหงนมองเหมือนกับหมาเห่าเครื่องบินเท่านั้น
อาทิตย์ก่อนจะเกิดเื่นี้เพราะความที่เขาไม่ได้เข้าเช็คข้อความในเมลตัวส่วนตัวเพื่อนรักอย่างการัณย์เลยต้องโทรมาหาด่วน
“ว่าไงไอ้ใหญ่ โทษที่นี้ฉันยุ่งๆ เลยไม่ได้ติดต่อแก”ธราเทพขอโทษขอโพยเพื่อนรักก่อนจะเปิดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะใช้ทั้งทำงานและติดต่อพูดคุยกับเพื่อนรัก
“ไม่เป็ไร กันรู้ ถ้าแกรู้เื่คงโทรมานานแล้ว ไม่รอให้เวลาผ่านไปเกือบอาทิตย์แบบนี้หรอก”การัณย์ตอบกลับอย่างรู้ดี เพื่อนรักคนนี้เป็คนเอางานเอาการหลังจากเรียนจบทางด้านการเกษตรมาแทนที่จะใช้เวลาอยู่ในเมืองกรุงท่องเที่ยวสรวนเสเฮฮาเหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆธราเทพรีบกลับมาบ้านและหาทางพัฒนาความเป็อยู่ของชาวบ้านด้วยสิ่งที่ได้เรียนรู้มา
“กันว่าก่อนที่แกจะถามอะไรมาก เปิดเมลเช็คสิ่งที่กันส่งไปให้แกดูก่อนดีกว่าวะเพื่อน”
“เออ...แกถือสายรอนิดหนึ่งนะ” ธราเทพบอกขณะรอให้คอมพิวเตอร์ทำงานเมื่อเขาเปิดดูข้อความจากหน้าหนังสือพิมพ์ที่การัณย์แสกนส่งมา...
ดวงตาคมกริบถึงกับเบิกกว้างและลุกวาวเมื่อไล่ตามข้อความพร้อมอ่านด้วยน้ำเสียงดังๆ ให้เพื่อนรักได้ฟังอย่างชัดๆอีกครั้ง
‘ไฮโซสาว เปรมมิกา น้องสาวการัณย์ พิริยะสนิทชัยวงศ์ เ้าของโรงแรมชื่อดังทั้งในกรุงเทพฯ กระบี่และภูเก็ตผิดหวังช้ำรักจากดอกเตอร์ทินภัทร หนุ่มรูปหล่อพ่อแม่รวยที่ควงสาวสวยถึงสามคนกลับเมืองไทยประชดตัวเองด้วยการขับรถชนต้นไม้อาการสาหัส’
ภาพผู้หญิงสาวทั้งสามคนไม่ชัดเจนแต่การัณย์ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเพื่อนรักส่งภาพสาวน้อยนางหนึ่งที่ยืนเคียงข้างคนรักของเปรมมิกามาให้ดู
“แกคิดว่าไงบ้างใหญ่” ธราเทพถามเพื่อนรัก คิ้วคมเข้มขมวดมุ่นอย่างไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่ได้อ่าน
ผู้หญิงอย่างเปรมมิกานะหรือจะฆ่าตัวตายเป็ไปไม่ได้เด็ดขาด เท่าที่ได้เห็นและได้ััมาเปรมมิกาเป็ผู้หญิงน่ารักน่าทะนุถนอม ช่างเอาอกเอาใจจนเขาและพฤกษ์เคยคิดลงสนามแย่งสาวน้อยคนนี้มาเป็แฟนแล้วแต่พอได้อยู่ใกล้ชิดกันนานวันเข้า ความรู้สึกพวกนั้นกลับแปลเปลี่ยนไปกลายเป็สายใยความผูกพันประมาณว่าพี่น้องร่วมอุทรมากกว่าที่จะเป็หนุ่มรักสาวอีกทั้งทั้งเปรมมิกาและการัณย์เองก็เคยมาพักที่บ้านอยู่บ่อยครั้งจนตอนนี้ทั้งสองคนกลายเป็เหมือนคนในครอบครัวไปแล้ว
ตอนแรกเห็นว่าเปรมมิการ่างอรชรอ้อนแอ้นแต่ใจกลับใหญ่กว่าตัวมาก สู้ไม่ถอยเคยตากแดดหน้าดำช่วยเขาและครอบครัวทำนาตัวเป็เกลียวจนสาวน้อยในหมู่บ้านบางคนยังอาย แล้วเท่าที่จำได้แม้จะอกหักแต่น้องสาวคนนี้ไม่เคยร้องไห้ฟูมฟายให้เห็นอาจมีเศร้าบ้างเล็กน้อยแต่ไม่นานก็กลับเป็ปรกติ ทำตัวร่าเริงเที่ยวหยอกล้อคนโน้นที่คนนี้ทีอย่างสนุกสนานบางทีก็ยังหาเื่แกล้งเขา พฤกษ์และการัณย์เสียอีก แล้วคนเข้มแข็งอย่างนี้นะจะฆ่าตัวตายเพราะอกหัก
ไม่จริง...เขาไม่เชื่อมันต้องมีใครเข้าใจผิดไปแน่ๆ
“เื่ราวมันเป็มายังไงวะใหญ่” ธราเทพถามน้ำเสียงเคร่งเครียด คิ้วเข้มขมวดมุ่นกวาดสายตาไปตามข้อความที่ได้เห็นหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่ยังไงมันไม่ทำให้เขาเชื่อได้เลยสักครั้งในใจเลยมีแต่คำถาม...มันเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวนอกไส้ของเขากันแน่
“กันเองก็ยังไม่รู้เื่เลย ตอนเกิดเื่ กันอยู่กระบี่รู้ข่าวอีกทีก็ตอนที่ป้านาทโทรมาบอกว่ายายเปรมเข้าโรงพยาบาลนั่นแหละถามไปก็ไม่ได้เื่ เพราะแกเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายลูกเดียวจะรู้เื่อีกทีก็ตามหน้าหนังสือพิมพ์และข่าวตามหน้าอินเทอร์เน็ตที่ส่งให้แกนั่นแหละ”
“ไอ้พฤกษ์มันรู้เื่หรือยัง”
“รู้แล้ว มันเพิ่งติดต่อมาก่อนแกสองสามวันเอง” การัณย์ไม่ยอมบอกว่าเขาตกลงกับพฤกษ์ไว้เรียบร้อยแล้วรอแต่คำตอบจากปากธราเทพเท่านั้นเอง แล้วเขาก็คิดว่าเพื่อนรักคนนี้จะไม่ทำให้ผิดหวังเช่นกัน
“แล้วแกจะเอาไง” ธราเทพถามเสียงเข้ม ถ้าการัณย์ติดต่อมาอย่างนี้แสดงว่าเพื่อนรักจะต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง และคงอยากได้ความช่วยเหลือจากเขาและพฤกษ์เป็แน่
“ไม่เอาไง แค่ถางทางให้ยายเปรมก่อน ส่วนไอ้คนที่มันก่อเื่ ยายตัวแสบคงจัดการเอง”
การัณย์เอนร่างอิงขอบโต๊ะมองไปเบื้องล่างอันเป็ธุรกิจของครอบครัวที่มีเขาเป็ผู้กุมบังเหียนใหญ่ก่อนจะมองไปยังใบหน้าสาวน้อยแสนสวยและน่ารักที่โชว์หราอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ดวงตาคมกริบเป็ประกายดุร้ายและแข็งกร้าว
ใครก็ตามที่เหยียบจมูกคนตระกูลพิริยะสนิทชัยวงศ์แล้วคิดว่าตัวเองจะลอยนวลไปโดยไม่ได้รับผลตอบแทนที่สาสม...คิดผิดแล้ว
รอยยิ้มเหี้ยมเกรี้ยมผุดขึ้นบนใบหน้าคมคร้ามถ้าสาวน้อยที่อวดโฉมอยู่หน้าคอมได้เห็น ถึงแม้เธอจะเก่งกล้าเพียงใดก็ต้องรีบถอยห่างแน่นอน เพราะเสือตัวใหญ่ได้ลุกออกจากการจำศีล พร้อมจะกัดทุกคนที่ขวางหน้าแล้วในขณะนี้
“แกจะให้ฉันทำไงใหญ่ บอกมาได้เลย ถ้าทำได้ฉันทำให้เต็มที่”ธราเทพถามโดยไม่คิดถึงคำตอบที่จะได้รับกลับมา
“ถ้าจะต้องลักพาผู้หญิงสักคนไปอยู่ที่บ้าน พ่อแม่จะมีปัญหาหรือเปล่า”การัณย์ถามโต้งๆ
“พ่อแม่ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แกอยากได้ลูกสะใภ้จะตาย” ธราเทพพูดเล่นๆก่อนจะเลิกคิดขึ้นสูงดวงตาคมเข้มเหมือนกับั์ตาผู้หญิงอีกทั้งยังล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอนชนิดที่ว่าผู้หญิงบางคนยังอายหากได้เห็นเบิกกว้าง “กะ...แกพูดใหม่ได้ไหมใหญ่หูกันไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหมเพื่อน?”
“ไม่ว่ะ เพราะงานนี้ไอ้พฤกษ์มันเอาด้วยแล้วตอนนี้รอคำตอบแค่แกคนเดียวเท่านั้น”
ธราเทพยกมือขึ้นลูบท้ายทอยขนตามแขนและขาลุกชัน ใบหน้าคมคร้ามมีไรหนวดยิ้มแหยๆ พาผู้หญิงเข้าบ้านเหรอมีหวังเขาตายหยังเขียดแน่ ถึงแม้แม่อยากได้ลูกสะใภ้มากก็จริงแต่งานนี้แม่บ่นสามวันเจ็ดวันไม่จบแน่ ดีไม่ดีมีพ่อร่วมผสมโรงด้วยไอ้เขามันหัวเดียวกระเทียมลีบ ตายแน่ๆ ...ตายหยังเขียด...
“เออ...จะเอาไงก็เอากัน แกส่งรายละเอียดมาให้ก็แล้วกันอีกสามวันจะขึ้นไปหาแกกับไอ้หนึ่ง” ธราเทพตอบรับอย่างเสียไม่ได้แต่ในใจกลับเริ่มสนุกสนาน นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่เจอกับสองเพื่อนรัก ก็ั้แ่เรียนจบมาและเข้ามารับหน้าที่เป็กำนันต่อจากบิดาละมั้ง
ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายปีแต่สายใยเส้นเล็กๆ ระหว่างเพื่อนที่ยอมแม้กระทั่งตายแทนกันได้ยังผูกติดกันไว้ไม่คลายถึงไม่ได้เจอกันแต่ในยุคที่เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้า มีทั้งโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตทำให้ระยะทางที่ห่างไกลกลับเหมือนใกล้เพียงแค่เอื้อม คงจะมีพักหลังๆนี่แหละที่ในหมู่บ้านมีเื่มีราวเกิดขึ้นมากมายทำให้การติดต่อสื่อสารระหว่างกันห่างเหินกันไปบ้าง แต่ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งเกิดเื่ไม่ว่าจะอยู่ห่างกันไกลแค่ไหน เพื่อนก็ยังต้องช่วยเพื่อนเสมอ
“ไม่ต้องวะเทพ”
“ทำไมวะ?” ธราเทพถามกลับอย่างสงสัยไม่ให้เขาไปกรุงเทพแล้วจะได้ตัวผู้หญิงตรงหน้ามาได้ยังไงกันหรือว่าการัณย์ห่วงน้องจนเพี้ยนไปแล้ว
“อีกสามวันผู้หญิงคนนั้นจะเดินทางไปเดินแฟชั่นโชว์ที่ภูเก็ตและที่สำคัญคือไปที่โรงแรมกันด้วย แกเตรียมวางแผนการไว้ได้เลยเพื่อน”
“อือ...” ธราเทพวางโทรศัพท์ลงที่เดิมขณะที่สายตายังไล่วนไปตามข้อความที่ขึ้นอยู่บนคอมพิวเตอร์อีกครั้งเขา้าความมั่นใจว่าตัวเองคิดไม่ผิดที่ร่วมก่อการร้ายกับเพื่อนรักในครั้งนี้
ดูท่าคู่กรณีของเปรมมิกาคงจะต้องมีดีมากถึงขนาดทำให้สาวน้อยผู้แสนจะมั่นใจในตัวเองเสียสูนเข้าไปนอนในโรงพยาบาลได้
‘เอาละคนสวยไงเรามาเจอกันสักตั้ง ฉันเองก็อยากรู้ว่าเธอจะมีดีแค่ไหน’