เหมยเซียวเหรินเชิญให้ฮูหยินผู้เฒ่าเซียวกับเซียวหรูไปนั่งในห้องรับแขกด้านข้างไม่รู้ว่าวันนี้ลมอะไรหอบ 'แขกผู้มีเกียรติ' สองท่านมา แต่นางมั่นใจว่าสองย่าหลานไม่ได้มาอวยพรวันเกิดให้บิดาของนางเป็แน่
เซียวหรูคล้ายกับกลัวว่าเหมยเซียวเหรินจะทำให้นางลำบากใจอีกทันทีที่ก้าวเข้าไปในโถงรับแขกก็รีบประคองท่านย่าไปนั่งยังเก้าอี้ประธาน
เหมยเซียวเหรินนั่งลงด้านข้างเงียบๆแววตาของคนทั้งสองจ้องมองพิจารณานางอยู่
ฮูหยินผู้เฒ่าเซียวมองเหมยเซียวเหรินอยู่ครู่หนึ่งกระแอมถามว่า “อยู่บ้านแล้วคาดผ้าปิดหน้าทำไมรึ”
ญาติผู้หญิงของจวนที่เหินห่างกันมานานสองคนนี้ยากนักที่จะมาอำเภออวิ๋นได้สักครั้งหนึ่ง ไม่ต้องกล่าวถึงอำเภอชิวสุ่ย หลังจากนี้จะพบกับพวกนางก็คงเป็ไปได้ยากเหมยเซียวเหรินจึงวางใจปลดผ้าปิดหน้าออก
ชั่วขณะที่ผ้าปิดหน้าร่วงหล่นคล้ายดั่งดอกบัวโผล่ขึ้นจากธารา เผยใบหน้าแท้จริงที่งดงามจนทำให้คนชื่นชมด้วยความอิจฉาเป็ความงามชนิดที่ทำให้คนต้องยอมรับ
แววตาของเซียวหรูมืดลงยิ้มอย่างเสแสร้ง “น้องสาวมีรูปโฉมเป็เอกลักษณ์ ตอนนี้ก็สิบแปดแล้วหมั้นหมายกับใครแล้วหรือยังล่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าเซียวก็ถามเช่นกัน“ใช่แล้ว บิดาของเ้าหาคู่ให้เ้าหรือยัง”
เหมยเซียวเหรินมองต่ำ โบกพัดทรงกลมในมือเบาๆ ตอบอย่างเฉยชา “ไม่มีเ้าค่ะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเซียวหรูดูสมจริงขึ้นหลายส่วนแต่กลับแสร้งแสดงท่าทางทั้งเสียดายและกังวลใจออกมา ถอนใจถามว่า “น้องสาวก็สิบแปดปีเข้าไปแล้ว ท่านลุงทำไมยังไม่ร้อนใจอีกนะ”
ดวงตาเมล็ดซิ่ง[1]ของเหมยเซียวเหรินโค้งเป็สาย แก้มใสทั้งสองมีรอยยิ้ม “ข้าจำได้ว่าท่านพี่ก็เลยยี่สิบไปแล้วนะเ้าคะ”
“อั้ย เื่แต่งงานของหรูเอ๋อร์ทำให้ข้ากับบิดาของนางกังวลใจนักกลัวว่าเด็กคนนี้จะแต่งกับคนธรรมดา น่าเสียดายความงามที่วงศ์ตระกูลมอบให้”
ฮูหยินผู้เฒ่าเซียวพูดอย่างหนักอกหนักใจ แต่เพียงครู่เดียวก็เผยโฉมหน้าออกมาดึงมือของเซียวหรูมาตบเบาๆ หัวเราะตาหยีพูดว่า “ดีที่ท่านลุงใหญ่ของเ้าได้รับการยอมรับในที่ว่าการจังหวัดจึงหาคู่ที่ดีให้กับพี่สาวหรูของเ้าได้แล้ว”
“งั้นหรือ” เหมยเซียวเหรินเหลือบสายตามองไปยังเซียวหรู“ยินดีกับญาติผู้พี่ด้วย”
“ข้ากับหรูเอ๋อร์มาวันนี้ ก็เพื่อมาส่งเทียบเชิญงานแต่งให้เ้ากับบิดาของเ้าด้วยตัวเองพิธีแต่งงานของหรูเอ๋อร์จะมีขึ้นในเดือนหน้า”
ฮูหยินผู้เฒ่าพูดจบ บ่าวรับใช้ที่ทั้งสองพามาด้วยก็ยื่นเทียบเชิญสีแดงใบใหญ่ให้ถึงมือเหมยเซียวเหริน
เหมยเซียวเหรินพลิกดูเทียบเชิญงานแต่ง ตัวอักษร 'งานเลี้ยงจัดที่จวนเซียวจังหวัดเสวียนโจว' ทิ่มแทงสายตายิ่งนางปิดเทียบเชิญแล้วพูดเรียบๆ ว่า “ข้าจะถามท่านพ่อทีหลัง สถานที่ที่ไม่ได้ไปเยือนมาหลายสิบปีคนแก่เช่นเขาคงไม่อยากไปเ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าเซียวได้ยินก็โมโหจนตบโต๊ะ “คำพูดนี้ของเ้าหมายความว่าอย่างไร เสวียนโจวคือบ้านเกิดของเ้ากับบิดาเ้าจากมาหลายปีแล้วก็ควรกลับไปเยี่ยมดูสักหน่อย!”
เหมยเซียวเหรินได้ฟังก็คิดอยู่ในใจว่าเื้ัเทียบเชิญงานแต่งใบนี้ต้องไม่ธรรมดาฮูหยินผู้เฒ่ากับเซียวหรูรู้ว่าหากให้บ่าวรับใช้มาส่งบัตรเชิญ นางกับบิดาต้องไม่ไปอย่างแน่นอนมีเพียงสองย่าหลานมาเชิญด้วยตัวเอง บิดาของนางที่เป็ผู้ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์จะต้องเห็นแก่ความเป็ญาติพยักหน้าตกลง
เช่นนั้นแล้วต้องเป็งานแต่งเช่นไรถึงกับทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าเดินทางมาไกลได้กัน
“ไม่ทราบว่าญาติผู้พี่แต่งงานกับผู้ใดหรือเ้าคะ”
เหมยเซียวเหรินสนใจใคร่รู้ยิ่ง ญาติผู้พี่ของนางผู้นี้เป็บุตรสาวคนโตของตระกูลและยังเป็บุตรสาวเพียงคนเดียวของท่านลุง ได้ยินบ่าวรับใช้เก่าแก่ในบ้านพูดว่าตอนที่นางกับบิดายากจนข้นแค้น แม้แต่น้ำข้าวก็ไม่มีกินญาติผู้พี่ของนางมีคนรับใช้สิบกว่าคนคอยดูแลอยู่ข้างกาย
ั้แ่เล็กเซียวหรูก็เป็ดั่งไข่มุกในอุ้งมือของบ้านใหญ่ตระกูลเซียวเพื่อคัดเลือกคู่ครองที่น่าพึงพอใจให้เซียวหรู บิดาของนางยอมให้นางแต่งงานตอนเข้า่ยี่สิบด้วยเกรงว่าเซียวหรูจะแต่งงานได้แย่กว่าตน การตกลงใจแต่งงานในครั้งนี้ไม่รู้ว่าเป็คหบดีบ้านนอกหรือว่าบัณฑิต
ฮูหยินผู้เฒ่าเซียวโบกมือไปมา“ไม่ใช่คนใหญ่โตอะไรหรอกก็แค่ขุนนางกินเบี้ยหวัดคนหนึ่งเท่านั้นเอง”
“ท่านย่า ท่านพูดถึงใต้เท้าเยี่ยงนี้ได้อย่างไรกันใต้เท้าอย่างน้อยก็รับตำแหน่งที่ตัวจังหวัด ทั้งยังเกิดในตระกูลขุนนาง จะไปนำไปเทียบกับขุนนางที่เกิดในครอบครัวต่ำต้อยได้อย่างไรเ้าคะ”เซียวหรูผลักท่อนแขนของฮูหยินผู้เฒ่าเบาๆ แววตากลับชำเลืองมองไปยังเหมยเซียวเหรินคล้ายตั้งใจและไม่ตั้งใจ
ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มแล้วถอนใจออกมา “ตระกูลเราเป็พ่อค้ามาหลายชั่วอายุคนเข้าไม่ถึงตระกูลขุนนาง เ้าสามารถแต่งกับขุนนางได้ ก็นับเป็การเปิดตาให้วงศ์ตระกูลจริงๆ”
เหมยเซียวเหรินหลุบตาจิบน้ำชาที่เย็นไปครึ่งนึงแต่งกับขุนนางนับเป็เกียรติแก่วงศ์ตระกูล เื้ัความโอ้อวดของสองย่าหลานได้แอบซ่อนความหดหู่ระทมทุกข์ของตระกูลพ่อค้าไว้
“น้องเหมยพิธีแต่งงานของข้ากับใต้เท้าในวันนั้นก็มีขุนนางจากจังหวัดมาร่วมพิธีไม่น้อยแม้จะเป็คนใต้บังคับบัญชาของพี่เขยเ้า ตำแหน่งขั้นด้อยไปบ้างแต่อย่างน้อยก็เป็ขุนนาง เมื่อถึงตอนนั้นให้พี่เขยของเ้าแนะนำให้เ้าสักคนดีหรือไม่”
เหมยเซียวเหรินได้ฟังก็ปวดหัวขึ้นมา แม้ครอบครัวพวก นางกับบ้านใหญ่ จะมีบุญคุณความแค้นต่อกันฉากหน้าปรองดองแต่เื้ันั้นขัดแย้ง แต่นางเกรงว่าเื่การหาคู่ให้นาง บิดาจะไม่แย้งและเห็นด้วยกับสองย่าหลาน
ญาติผู้พี่ของนางเชิญให้นางกับบิดาไปร่วมพิธีก็เพื่อโอ้อวดหาเขยที่เป็ขุนนางให้นางนั้น เบื้องหน้าคือหวังดีแต่ความจริงคิดอยากกดนางไปชั่วชีวิต แต่ว่าบิดาของนางไม่สนใจสิ่งเหล่านี้เพียงอยากหาที่พึ่งพิงในอีกครึ่งชีวิตให้นางก็เท่านั้นไม่แน่ว่าอาจจะเห็นด้วยกับเหตุผลของสองย่าหลาน
ดังนั้นนางต้องรีบทำให้สองย่าหลานถอดใจไปเสีย
“ไม่ลำบากให้ญาติผู้พี่มาห่วงใย ข้ามีคนในใจอยู่แล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าเซียวไม่ยินดีนัก “เมื่อครู่เ้าไม่ใช่พูดหรือว่ายังไม่ได้หมั้นหมาย”
เซียวหรูยกมือบังริมฝีปากหัวเราะถามว่า “หรือว่าจะเป็คนผู้นั้นเมื่อหลายปีก่อน…นายน้อยที่ตระกูลตกต่ำผู้นั้นรึ”
“ไม่ใช่เ้าค่ะ เขาเองก็เป็ขุนนางกินเบี้ยหวัดคนหนึ่งเช่นกันกินได้น้อยก็เท่านั้น”
“น้องสาวล้อเล่นหรือไร เ้ากับท่านอาไม่เคยออกไปนอกอำเภออวิ๋นอำเภอเล็กๆ นี้จะมีขุนนางอะไรกัน”
“อำเภออวิ๋นตอนนี้ไม่มีแต่ว่าอำเภอชิวสุ่ยข้างเคียงมีเ้าค่ะ” เหมยเซียวเหรินเลิกคิ้วโก่งอันงดงามขึ้น“ท่านนายอำเภอ”
เซียวหรูหัวเราะเสียงเบา “ที่แท้น้องสาวก็พึงใจนายอำเภอนี่เองเช่นนั้นเขาตอบรับแล้วหรือยัง”
“ข้าเพียงได้พบเจอใต้เท้านายอำเภอโดยบังเอิญ แล้วตกหลุมรักท่าทางอันสง่างามของเขาแต่ว่าขุนนางกับพ่อค้ามีความแตกต่างกัน ข้าจึงไม่ได้บอกท่านพ่อเ้าค่ะ”
เซียวหรูพูดเนิบๆ ว่า “ขุนนางกับพ่อค้ามีความแตกต่างกันพ่อของเ้าก็คงไม่สะดวกจะพูด ไม่สู้ข้าให้พี่เขยของเ้าไปพูดคุยกับนายอำเภอ แม้พี่เขยของเ้าถึงจะไม่เคยคบค้ากับนายอำเภอแต่ตำแหน่งขั้นก็สูงกว่าเขาสามขั้น เขาต้องตกลงเป็แน่”
ยังไม่ทันแต่งงานนางก็ใช้คำว่า ‘พี่เขย’ เสียแล้วเหมยเซียวเหรินยิ้มหยันแล้วไตร่ตรองอย่างระมัดระวัง นางก็ยังเดาไม่ได้อยู่ดีว่าญาติผู้พี่แต่งให้ใครเพราะอย่างไรขุนนางขั้นสามภายใต้อาณัติของผู้ว่าการจังหวัดหลีก็มีไม่น้อยจริงๆ
ภายในห้องโถงรับแขกเงียบงัน ผู้ที่อยู่นอกหน้าต่างไม่เพียงได้ยินคำพูดเมื่อครู่แต่ยังได้ยินชัดทุกถ้อยคำ
“อาชิ่ง คุณหนูตระกูลเซียวพูดว่าอะไรนะ”
“พูด…พูดว่านางพึงใจเหมยเซียวเหรินขอรับ” อาชิ่งใเสียจนลิ้นพันกัน
เจียงรุ่ยอยู่ที่อำเภออวิ๋นมาสองสามวันแล้ว แต่ไม่พบเงาร่างของเหมยเซียวเหรินเลยเขาคาดว่าเหมยเซียวเหรินจะมาอวยพรวันเกิดที่จวนเซียววันนี้ จึงพาอาชิ่งมาที่จวนเซียวแต่เช้าปลอมเป็คนที่มาอวยพรวันเกิดลอบปะปนเข้ามา
เดิมเขาคิดจะเปิดโปงเหมยเซียวเหรินว่าเป็ขุนนางที่รับสินบนและบิดเบือนกฎหมายต่อหน้าธารกำนัลใครจะไปรู้ว่าไม่เพียงหาคนไม่เจอ ยังหลงทางอยู่ในจวนเซียวที่ใหญ่โตมโหฬาร เดินสะเปะสะปะไปทั่วจนมาเจอที่นี้ได้ยินเื่นี้เข้าโดยไม่ตั้งใจ
“หรือว่าสตรีบนโลกนี้จะมองเพียงแค่หน้าตาเท่านั้น”เจียงรุ่ยโมโหกลัดกลุ้ม
“บางที…อาจจะใช่ขอรับ” อาชิ่งถามเสียงแ่ “คุณชาย เหมยเซียวเหรินคนนั้นก็มาที่นี่เพื่อสู่ขอเช่นกันชายมีรักให้หญิงมีใจตอบเช่นนี้ พวกเรายังจะเข้าไปยุ่งอีกหรือขอรับ”
“ไม่เข้าไปยุ่งแล้วจะให้มองคนชั่วช้ามีที่พึ่งพิงแข็งแกร่งดั่งหุบเขาแล้วสร้างอิทธิพลขึ้นมารึ”
“คุณชายมีฐานะเช่นไรไปมีเื่กับนายอำเภอคนหนึ่งเช่นนั้นคุ้มแล้วหรือขอรับ” อาชิ่งขมวดคิ้วถอนใจ“จากความเห็นของบ่าว คุณชายเพียงเหงาเท่านั้นไม่ใช่เพื่อเงินร้อยตำลึงนั่นหรอก”
“พูดไร้สาระอะไรกันคุณชายเช่นข้ากำลังลงโทษขุนนางที่รับสินบนและบิดเบือนกฎหมายให้ต้าหนิงนะ!”
“คานข้างบนไม่ตรง คานข้างล่างย่อมบิดเบี้ยวตามหากคุณชายอยากจะลงโทษขุนนางชั่วกำจัดขุนนางกังฉินจริงๆ ก็ควรไปหาเื่จิ้งจอกตัวโตในเมืองหลวงตัวนั้นนะขอรับ” อาชิ่งเกาหัว ศีรษะตกลง ถอนใจอย่างจนปัญญา “ช่างเถอะคุณชายจัดการคนพวกนั้นไม่ได้ เช่นนั้นก็ระบายอารมณ์ใส่พวกลูกกระจ๊อกไปก่อนก็ดี คุณชายสำราญก็พอแล้ว”
ข้างหูของอาชิ่งเกิดความเงียบขึ้นมากะทันหันเขาจึงเงยหน้าขึ้นอย่างแปลกใจ กลับเห็นกำปั้นของคุณชายของตนอยู่ตรงหน้าใบหน้าของคุณชายดำทะมึนยิ่งกว่าท้องฟ้าครึ้มฝนเมื่อหลายวันก่อนเสียอีก! เขาพูดขึ้นมาทันใด “คุณ…คุณชายขอรับบ่าวผิดไปแล้ว”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/5d7b9cb0fc55049fdb4dfc1e85909306
[1] เมล็ดซิ่ง หรืออัลมอนด์