บทที่ 1
การเดินทาง
“สวัสดีค่ะท่านผู้โดยสารทุกท่าน” เสียงประกาสดังจากลำโพงโดยรอบ
ภายในห้องโถงขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบไปด้วยผู้คนราวๆ50คนโดยมีเวทีติดขอบผนังของห้องซึ่งมีกระจกใสรอบสามด้านจนมองเห็นภายนอกห้องบนเวทีมีหญิงสาวยืนถือไมค์ประกาสทักทายผู้คนภายในห้อง
“ยินดีตอนรับสู่เรือเหาะ “สเตรท สตาร์” ซึ่งจะนำท่านไปยัง “มาจิ เทอร์ราม” ดินแดนแห่งดาบและเวทมนตร์คาถา”
“จากการเราได้เริ่มต้นเดินทางมาจาก “ชินเทอร์รา มาจิ” ดินแดนที่ไร้ซึ่งเวทมนตร์ ซึ่งตามจริงแล้วเราสามารถเดินทางไปยัง มาจิเทอร์ราม ได้เพียงสามทางเท่านั้น โดยเรือเหาะสเตรทสตาร์เป็หนึ่งในสามเส้นทางส่วนอีกสองทางคือ ทางบกและทางเรือ แต่การเดินทางด้วยเรือเหาะของเรานั้นทั้งรวดเร็วและปลอดภัยที่สุดเลยค่ะ”
“ขออภัยค่ะ! ที่ลืมแนะนำตัวเอง ดิชั้น “ลิซ่า” มัคคุเทศก์ ประจำเรือเหาะเสตทสตาร์ลำนี้ค่ะ”
แม้เสียงของลิซ่าจะดังจากลำโพงรอบๆห้องโถง แต่กลับไม่มีใครตั้งใจฟังลิซ่าพูด ลิซ่าได้แต่กระตุกหางคิ้วซ้ายโดยทำสีหน้ายิ้มแย้มแต่แววตากลับไม่ยิ้มตาม แต่เธอก็ยังทำหน้าที่ต่อโดยได้แต่บ่นพึมพำว่า มันเป็งานๆ
“อย่างที่ทราบกันดีนะคะ เราเริ่มต้นเดินทางมาจากชินเทอร์รามาจิดินแดนที่ไร้ซึ่งเวทมนตร์ แต่มาจิเทอร์รามนั้นกลับมีเวทมนตร์อยู่เต็มเปี่ยม ทำให้ทั้งสองดินแดนเหมือนอยู่กันคนละโลก เพราะทุกอย่างที่ทั้งสองดินแดนมีนั้นนำมาใช้กับอีกดินแดนไม่ได้”
“อย่างเช่น รถยนต์ ที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1886 เป็นวัตกรรมที่ใช้เครื่องยนต์เพลิงเผาไหม้คันแรกของโลก และในปี ค.ศ.1903 ก็ได้สร้างเครื่องบินลำแรกสำเร็จ จนปัจจุบัน ค.ศ. 1927 ก็ยังพัฒนาไม่หยุดยั้ง แต่ถึงกะนั้นมันกลับใช้ไม่ได้เมื่ออยู่ที่มาจิเทอร์รามโดยไม่ทราบสาเหตุ”
ตู๊ดๆ ตู๊ดๆ พอจบประโยคของลิซ่ากลับมีเสียงสัญญาณบางอย่างดังออกมาจากลำโพงขยายเสียง
“นี้คือเสียงของกัปตัน “คอนราร์ด” แห่งเรือเหาะสเตรทสตาร์ ขณะนี้เรากำลังจะเข้าสู่เขตแดนมาจิเทอร์รามซึ่งอาจจะเกิดการกระทบกระเทือนบ้างเล็กน้อย เพราะงั้นโปรดระมัดระวังตัวด้วยนะครับ หากเกิดปัญหาอะไรท่านผู้โดยสารทุกท่านสามารถแจ้งพนักงานภายในเรือเหาะนี้ได้นะครับ”
แล้วคนที่บอกว่าตนเองเป็กัปตันเรือเหาะก็ได้พูดวนประโยคนี้อีกสองรอบ
“อย่างที่ทุกคนทราบ ส่วนที่เราอยู่ภายในเรือเหาะขณะนี้คือส่วนห้องโถงที่ล้อมรอบไปด้วยกระจกใสถึงสามด้าน ที่อยู่ระหว่างดาดฟ้าเรือกับใต้ท้องเรือเหาะนี้” ลิซ่าทำการกล่าวต่อหลังสิ้นเสียงกัปตันเรือพูดจบ
“ทุกท่านสามารถมองออกไปเพื่อชมวิวทั้งทางด้านหน้าด้านซ้ายและขวาของตัวเรือ เราจะเห็นว่าด้านซ้ายขวามีสะพานเรือที่ยื่นออกจากลำเรือเหมือนเป็ปีกของเรือเหาะ ซึ่งทั้งสองข้างนั้นเป็ตัวขับเคลื่อนให้เรือเหาะบินได้ โดยใช้เครื่องจักรแบบเพลิงเผาไหม้ในการทำให้ใบพัดให้ทำงานเพื่อขับเคลื่อนเรือเหาะลำนี้”
เมื่อสิ้นเสียงพูดของลิซ่า เรือเหาะได้เกิดแรงขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรุนแรง จากนั้นใบพัดทั้งหมดที่กล่าวถึงไปเมื่อครู่ได้เริ่มหมุนช้าลงๆ จนกระทั้งหยุดหมุนไปในที่สุด เนื่องด้วยแรงเฉื่อยจากการพุ่งตัวทำให้เรือเหาะยังคงลอยอยู่ได้ แต่เรือเหาะเริ่มลดระดับลงจนทุกคนที่อยู่ภายในห้องต่างรู้สึกได้
ทันใดนั้นเอง ใต้ใบพัดที่หยุดหมุนกลับมีอณูแสงเปล่งออกมา เป็แสงสีฟ้าสดใสที่ค่อยๆรุนแรงขึ้นจนเรือเหาะเริ่มลอยตัวคงที่ ซึ่งบางคนที่ไม่รู้เื่การทำงานของเรือเหาะถึงกับถอนหายใจออกมาเพราะคิดว่าเรือเหาะกำลังจะตก
“ก็ตามที่ทุกท่านเห็นนะคะ เรือเหาะนี้เมื่ออยู่ในอาณาเขตของ ชินเทอร์รา มาจิ จะใช้การทำงานด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์คือเครื่องจักรเพลิงเผาไหม้ช่วยขับเคลื่อนใบพัดให้หมุนเพื่อทำการบิน แต่ มาจิ เทอร์ราม นั้นเป็อาณาเขตของสิ่งที่เรียกว่า “เวทมนตร์” เพราะเหตุนี้เมื่อเราบินข้ามมาที่ มาจิ เทอร์ราม เราจึงจำเป็ต้องสลับการระบบการขับเคลื่อนของใบพัดของเรือเหาะ จากพลังงานเครื่องจักรเพลิงเผาไหม้เปลี่ยนเป็พลังงานเวทมนตร์”
“ตอนนี้ทุกท่านสามารถชมวิวผ่านกระจกภายในห้องนี้หรือออกไปเดินชมวิวบนดาดฟ้าเรือเหาะได้นะคะ แต่อาจจะไม่มีอะไรให้ชมเท่าไร เพราะเส้นทางที่เราใช้เดินทางนั้นเป็1ใน6มหาเขาวงกตอันยิ่งใหญ่ที่ล้อมรอบมาจิเทอร์รามไว้ สำหรับท่านที่ยังไม่ทราบ มหาเขาวงกตทั้ง6คือ ดินแดนที่เต็มไปด้วยสัตว์เวทมนตร์อันดุร้ายอาศัยอยู่ภายในมหาเขาวงกตทั้ง6ที่ตั้งอยู่โดยรอบอาณาเขตมาจิเทอร์รามเปรียบดั่งกำแพงที่กั้นระหว่าง ชินเทอร์รา มาจิ กับ มาจิ เทอร์ราม ซึ่ง1ในมหาวงกตที่เรากำลังบินข้ามผ่านนั้นก็คือ มหาวงกตที่มีชื่อว่า “มหาวงกตแห่งความมืด” แต่เราไม่ต้องกังวนสำหรับเื่สัตว์เวทมนตร์นะคะ เพราะวงกตแห่งนี้ไม่มีสัตว์เวทมนตร์ประเภทที่บินได้ อาจสืบเนื่องมาจากมหาวงกตนี้เป็มหาวงกตแห่งความมืดที่ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยความมืดตามชื่อ ทำให้สัตว์เวทมนตร์ที่นี่ไม่มีสัตว์ประเภทที่บินได้เพราะความมืดทำให้การมองบนท้องฟ้ามีปัญหา”
ขณะที่ลิซ่ากำลังพูดอธิบายถึงสิ่งต่างๆตามหน้าที่ของมัคคุเทศก์ ณ มุมหนึ่งภายในห้องโถงแห่งนี้ มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังยืนเกาะกระจกใสของเรือเหาะ เขามีผมหยักโศกสีน้ำตาลแดงแต่ไม่ยาวหรือสั้นมากเกินไป ั์ตาสีน้ำตาลแดงเหมือนสีผมมีตาสองชั้นที่หนังตาข้างบนมีมากจนบางครั้งจะเหมือนคนทำตาง่วงนอนตลอดเวลา ใบหน้าเข้ารูปแต่ไม่ถึงกลับคมเข้ม เขาใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสีดำพร้อมเอี๊ยมดึงกางเกงสีน้ำตาลที่ดึงผ่านไหล่ทั้งสองข้างโดยมีเสื้อคลุมสีเทาเข้มเก่าๆคลุมร่างกายไว้ และมีกระเป๋าเป้สีดำเก่าๆสะพายข้างที่พาดอยู่ที่บ่าข้างซ้ายของเขา แต่โดยรวมกลับดูสะอาดสะอ้าน
“เห่....ข้างล่างเหมือนจะเป็ป่าแหะ แต่มองยากจังเหมือนจะมืดๆทั้งๆที่เป็ตอนกลางวันแท้ๆ”เด็กหนุ่มมองผ่านกระจกใสและพูดออกมา
“อ๊ะ! เกือบลืมไปเลย”
เหมือนเด็กหนุ่มจะนึกอะไรได้ แล้วเขาจึงทำการล่วงลงไปในกระเป๋าเป้สะพายข้างของเขาแล้วหยิบหนังสือเล่มไม่หนามากขนาดพกพาออกมา เขาหยิบซองจดหมายที่คั้นอยู่ในหนังสือออกมาแล้วเก็บหนังสือใส่คืนลงกระเป๋าเป้ เป็ซองจดหมายสีขาวที่เก่าจนกระดาษซีดเหลืองซึ่งจ่าหน้าซองถึง “วิลเลียม ทิมเบอร์” ซึ่งชื่อนี้น่าจะเป็ชื่อของเด็กหนุ่มนั้นเอง เขาหยิบจดหมายในซองออกมาอ่าน โดยใจความภายใจจดหมายคือ...
ถึง วิลเลียมลูกรัก
หากลูกได้อ่านจดหมายนี้แปลว่าลูกอายุครบ15ปีแล้ว แม่กับพ่อต้องขอโทษลูกที่แม่กับพ่อไม่สามารถเลี้ยงดูลูกด้วยตัวเองได้ เพื่อความปลอดภัยของตัวลูกเองเพราะตอนที่ลูกอายุได้เพียง1ขวบเศษได้เกิดปัญหาภายในตระกูลของฝ่ายพ่อขึ้น เราจึงจำเป็นำลูกข้ามมาไว้ที่ ชินเทอร์รา มาจิ ซึ่งแม่กับพ่อก็ไม่อาจบอกได้ว่าต้องใช้เวลานานขนาดไหนจึงจะจัดการปัญหานี้ได้ เราถึงได้อยากให้ลูกอายุครบ15ปี ก่อนที่ลูกจะเลือกเดินทางมาที่ มาจิ เทอร์ราม เพื่อมาพบกับแม่และพ่อ ให้ลูกมาที่เมืองหลวง เซลต้าเรเต้ แล้วเข้าไปที่บ้านตระกูล ชิเอโล และบอกว่าลูกเป็ลูกชายของพ่อที่ชื่อ ซาลก้า ซิเอโล กับแม่ที่ชื่อ วิตอเรีย ซิเอโล ซึ่งลูกยังใช้นามสกุลเดิมของแม่อยู่คือ ทิมเบอร์ เพราะฉะนั้นจงใส่สิ่งที่แนบมาในซองจดหมายเพื่อยืนยันตัวตนด้วย และขอให้ใส่เมื่อเดินทางข้ามมา มาจิ เทอร์ราม แล้วเท่านั้น แต่ถ้าหากลูกรักและผูกพันในสถานที่ที่ลูกเติบโตมาจนอยากใช้ชีวิตทั้งหมดที่นั้นก็จงใช้ชีวิตอยู่ที่นั้นเถิด สักวันแม่กับพ่อจะกลับไปหาลูกเอง
ด้วยรัก จากแม่ วิตอเรีย ซิเอโล
วิลเลียมอ่านจดหมายจบอย่างรวดเร็วเพราะดูเหมือนว่าเขาได้มันหลายรอบแล้ว เขาจึงเก็บจดหมายใส่ซองแล้วหยิบสิ่งที่อยู่ในจดหมายออกมาและเก็บซองจดหมายใส่กระเป๋าเป้ลงไป
“ก็แค่แหวนวงเดียวทำไมต้องรอให้ข้ามมาที่นี้ก่อนถึงให้ใส่ได้นะ?”
เขาพูดพึมพำออกมาพลางมองไปยังแหวนที่อยู่ในมือ เป็แหวนที่มีวงแหวนสีเงินธรรมดาแต่มีอัญมณีขนาดเท่านิ้วมือสีดำอยู่ตรงกลาง เหมือนเขาจะตัดสินใจได้เขาจึงใช้มือขวาหยิบแหวนแล้วหันแหวนเข้าหานิ้วกลางข้างซ้าย แต่แหวนดูเหมือนจะวงใหญ่กว่านิ้วมือเขา ทันใดนั้นเองวงแหวนกลับหดเล็กลงจนพอดีกับนิ้วเขา ไม่ทันที่เขาจะรู้สึกประหลาดใจกับการหดเล็กลงของแหวน ได้มีประกายแสงอ่อนๆสว่างออกมาจากอัญมณีสีดำที่อยู่บนแหวน มันเริ่มเปลี่ยนจากสีดำเป็สีฟ้าครามเหมือนท้องฟ้าและหากจ้องมองภายในอัญมณีดีๆก็จะมองเห็นประกายแสงเจ็ดดวงเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้าใส่อยู่ภายในอัญมณี ไม่เพียงแค่นั้นวิลเลียมยังรู้สึกถึงบางอย่างภายในตัวเขา ที่อบอุ่นและตัวเบาขึ้นจนเขารู้สึกได้ พอวิลลองถอดแหวนแต่เขากลับถอดแหวนไม่ได้เลย
“วิล...วิล.....วิล”
“วิลเลียม ทิมเบอร์!”
มีเสียงเรียกชื่อเขาเบาๆจนกระทั้งเสียงะโดังขึ้นจนทำให้วิลและคนรอบข้างสะดุ้งใ เขาจึงหันไปมองหาต้นเสียงนั้น มีเด็กสาวผมบลอนด์เงินยาวถึงกลางหลังสวยงาม ั์ตาสีเงินประกายใบหน้าขาวเข้ารูป เธอใส่เสือเชิ้ตสีขาวคอปกตั้งพร้อมคอร์เซ็ทดันหน้าอกเข้ากับรูปร่างและแจ็คเก็ตสีกรมท่ากระชับตัวที่เข้ากับกางเกงสีกรมท่าของเธอ บวกกับรองเท้าบูทถึงเข่าทำให้ดูเป็เด็กสาวที่คล่องตัวมาก เธอจ้องมองมายังวิลด้วยสายตาถมึงทึงพร้อมท่าทางที่ไม่พอใจ แม้จะเสียงดังจนคนรอบข้างต่างหันมามองแต่เมื่อเห็นสายตาและท่าทางเคร่งเครียดแบบนั้น ทุกคนรอบข้างต่างทำเป็มองไม่เห็นไม่สนใจ
“ชั้นเรียกทำไมไม่ตอบย่ะ?”
“คุณลีอา วินเทอร์ส! เออ....ขอโทษที พอดีลองใส่แหวนนี้แล้วรู้สึกแปลกๆนะ”
พอได้ยินวิลตอบกลับมามันยิ่งทำให้เธอรู้สึกขุ่นเคืองกว่าเดิม
“เคยบอกแล้วไงว่าให้เรียกชื่อแค่ชั้นก็พอ”
“แต่คุณเคยบอกว่าให้เรียกเฉพาะตอนเราอยู่กันสองคนนี้”
“ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนแล้วนะ คนอื่นที่อยู่นี้ก็ไม่มีใครรู้จักเราด้วย”
วิลส่งสายตามองไปที่ผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังลีอา เป็ผู้ชาวัยกลางคนผิวสีดำแดงที่มีผมสีดำเงามีผมสีขาวแทรกอยู่ด้านข้างสมวัยกลางคน เขาแต่งตัวใส่สูทสีดำสวมถุงมือสีขาวยืนหลังตรงพร้อมส่งยิ้มเล็กๆให้วิลที่ทำท่าเหนื่อยหน่ายกับการแสดงออกของเด็กสาวลีอา
“ครับคุณลีอา แล้วคุณเดินทางตามผมมาทำไมกันครับ”
“แค่ลีอาก็พอสิย่ะ แล้วชั้นก็ไม่ได้ตามนายมาด้วย ชั้นมาทำธุระต่างหาก..ฮึ”
แม้ว่าท่าทางของลีอาจะเหมือนว่าโกรธและหงุดหงิดแต่หน้าของเธอกลับแดงขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับเชิดหน้าหนี แต่ยังแอบใช้หางตามองมายังวิล “ว่าแต่เนื้อหาในจดหมายที่นายให้ชั้นดูนะ เห็นบอกว่าให้นายออกเดินทางไปตามหาพ่อแม่ตอนอายุ15ไม่ใช่เหรอ? แล้วนายมีเงินค่าเดินทางพอมั้ย? พอไปถึงแล้วจะพักที่ไหนเพราะท่าจอดเรือเหาะไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงนะ? จะกินอยู่ยังไง? แล้ว....”
“เดี๋ยวๆๆๆ ถามทีละอย่างสิครับ!”
วิลพยายามห้ามลีอาที่รีบยิงคำถามทุกอย่างใส่เขาอย่างร้อนรน แต่เหมือนว่าเขาจะรู้จักเธอดีจึงยังใจเย็นรับมือเธอได้ อาจเป็เพราะที่พวกเขาเคยเรียนโรงเรียนเดียวกันมาก่อนจนดูเหมือนว่าทั้งสองคนดูสนิทกันมาก
“อย่างแรกเลยนะครับ คุณแม่เทเรซ่า...เออ ผอ.เทเรซ่า ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าท่านพึ่งบอกความจริงกับผมว่าที่จริงแล้วผมเป็ใคร ท่านบอกว่าเมื่อตอนผม1ขวบ มีผู้หญิงคนหนึ่งได้อุ้มผมมาฝากไว้ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าซึ่งผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็แม่แท้ๆของผมเอง เธอมอบของอีก3อย่างให้พร้อมกับตัวผม มีเพชรพลอยที่บอกว่าใช้แทนค่าเลี้ยงดู มีหนังสือนิทานเล่มหนาปึกหนึ่งเล่ม และจดหมายที่ย้ำว่าต้องมอบให้ผมเมื่อผมอายุได้15ปี แต่ท่าน ผอ.เทเรซ่า ท่านเป็ห่วงผมมากท่านเลยรอให้ผมเรียนจบก่อนจึงหมอบจดหมายให้ เลยกลายเป็ว่าผมอายุ17ปีแล้วถึงเริ่มออกเดินทางไปหาพ่อกับแม่ ส่วนเื่ค่าเดินทางท่าน ผอ.บอกว่าค่าเลี้ยงดูที่แม่ผมหมอบให้ยังเหลือใช้ เลยมีเงินพอให้ผมใช้เดินทางสบายๆได้”
“คุณลี...ลีอาไม่ต้องห่วงผมขนาดต้องตามผมมาก็ได้”
“ใครว่าชั้นตามนายมาย่ะ ชั้นแค่จะข้ามไปติดต่อธุรกิจของที่บ้านเท่านั้นเอง”
ลีอารีบตอบกลับอย่างร้อนตัวด้วยหน้าที่เริ่มมีสีออกแดง แต่วิลก็ไม่ได้ใส่ใจในท่าทางของเธอเท่าไร
“คงเพราะเป็บริษัทผลิตปืนที่ใหญ่ที่สุดในโลกสินะ นี้ถึงขนาดจะข้ามมาขายในดินแดนแห่งดาบและเวทมนตร์เลยเหรอ?”
“กะ..ก็ยังไม่ได้คิดจะขายอะไรสักหน่อย แค่มาสำรวจธุรกิจการค้าต่างๆไว้เป็ลู่ทางในอนาคตเท่านั้นเอง นายก็น่าจะพอรู้นะว่าชินเทอร์รามาจิที่เราอยู่ มันต่างกันขนาดไหน มันเหมือนโลกคนละยุคคนละสมัยเลยนะ โลกของเรามันพัฒนาจนขนาดเรียกว่าเทคโนโลยีอุตสาหกรรมกันแล้วอาจเพราะว่าไม่มีเวทมนตร์หรือสัตว์เวทมนตร์เหมือนมาจิเทอร์รามก็ได้ แต่มาจิเทอร์รามกลับเป็เหมือน ”ยุคกลาง” สำหรับเรา ที่ไม่เคยพัฒนาด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเลยสักนิด ถึงขนาดมีกฎหมายห้ามนำเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามากเกินไปมาใช้ที่มาจิเทอร์รามเลย ไม่เว้นแม้กระทั่งปืนที่บ้านชั้นเป็ผู้ผลิต ถึงจะเอาข้ามมาได้แต่ใช้ไม่ได้ก็เถอะ” “อะ...เออ...ยังไงนายก็เดินทางไปพร้อมกับชั้นก็ได้นะ ยังไพวกเราก็เดินทางไปทางเดียวกันอยู่แล้ว”
วิลส่งสายตาไปหาชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังลีอาอีกครั้งพร้อมกับที่เขากำลังจะถามคำถามชายคนนั้นว่าแบบนี้จะดีเหรอ? แต่เขากลับตอบมาก่อนที่วิลจะถามเขาว่า
“ไม่เป็ไรหรอกครับ การเดินทางของคุณหนูครั้งนี้ก็เหมือนมาแค่เที่ยวพักผ่อน การที่ท่านวิลจะร่วมเดินทางไปด้วยนั้นยิ่งทำให้คุณหนูรู้สึกสนุกับการเดินทางมากขึ้นด้วยซ้ำ”
“ไม่ต้องสุภาพกับผมมากขนาดนั้นก็ได้ครับคุณเซเบียน”
“หามิได้ครับ กะผมที่เป็พ่อบ้านและผู้ดูแลติดตามส่วนตัวของคุณหนูลีอาแห่งตระกูลวินเทอร์ส จะให้กะผมหยาบคลายกับสหายสนิทของคุณหนูไม่ได้หรอกครับ แต่เป็ท่านวิลซะอีกที่สุภาพกับกะผมมากเกินไป”
“พอๆทั้งวิลกับเซเบียนนั้นละ....เมื่อกี้นายจะบอกว่าแหวนอะไรนะ?”
เพราะพ่อบ้านเซเบียนกับเด็กหนุ่มวิลทำตัวสุภาพใส่กันจนทำให้ลีอาหงุดหงิด เธอจึงชวนวิลเปลี่ยนเื่คุยและเมื่อจ้องแหวนที่นิ้ววิล
“อ๊ะ! แหวนสวยจังเลย ชั้นจำได้ว่าแหวนที่อยู่ในซองจดหมายมันไม่ใช่แหวนวงนี้นี่หน่า!”
“เอ่อ...จะว่ายังไงดีละ ทั้งขนาดทั้งสี หลังจากที่ผมใส่แหวนมันก็เปลี่ยนแปลงไปหมดเลย แถมดูเหมือนว่าจะถอดแหวนวงนี้ออกไม่ได้ด้วย” “หือ...หรือว่ามันจะเป็ของที่มาจิ เทอร์ราม นี้เขาเรียกว่า “อุปกรณ์เวทมนตร์”ก็ได้น่ะ เพราะอย่างงั้นในจดหมายเลยบอกให้นายใส่ตอนข้ามมาที่นี้แล้วมั้ง แล้วหนังสือนิทานเล่มหนาของนายล่ะ?”
“ก็นะชื่อเื่ “การผจญภัยของผู้กล้าทั้งเจ็ด” เป็เื่ของเหล่าผู้กล้าในดินแดนแห่งดาบและเวทมนตร์ที่ออกเดินทางเพื่อต่อสู้กับาาปีศาจเมื่อเกือบ2,000ปีก่อน จนกำเนิดสองดินแดนนี้ในปัจจุบัน นิทานก็สนุกดีแต่ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวกับตัวผมเลย ไม่รู้ว่าแม่ผมจะฝากไว้ให้ผมอ่านทำไม?”
พอวิลพูดจบก็มีมือมาััที่มือของเขาพร้อมทั้งดึงเขาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว
“งั้นก็เลิกคิดมากแล้วไปเดินเที่ยวด้วยกันเถอะ เมื่อกี้เขาก็บอกแล้วว่าดาดฟ้าให้ขึ้นไปได้นะ”
“ดะ...เดี๋ยวสิ”
“คุณหนูครับ ่นี้มีข่าวว่าคนที่เดินทางข้ามมาอย่างเราๆมักถูกดักปล้นระหว่างทางจากท่าเรือไปถึงที่พัก ไม่แน่ว่าพวกโจรอาจจะค่อยเล็งเราั้แ่อยู่บนเรือเหาะ โปรดอย่าเผยฐานะที่แท้จริงของคุณหนูด้วยนะครับ”
“คิดมากเกินไปแล้วน่า ตอนนี้เราก็อยู่บนเรือเหาะที่มีคนค่อยดูแลความปลอดภัยตลอดถ้าเรือเหาะยังไม่ลงจอดคงไม่มีปัญหาอะไรหรอก เซเบียนไม่ต้องตามมานะ รออยู่นี้ล่ะ”
ลีอารีบจูงมือวิลแล้วพาเดินออกไปอย่างรวดเร็ว แต่เธอก็ยังไม่ลืมที่จะบอกพ่อบ้านเซเบียนไม่ให้ตามไป ซึ่งเซเบียนได้แต่ยืนอยู่ที่เดิมอย่างเลี่ยงไม่ได้เพราะเป็คำสั่งและเพราะรู้จักนิสัยของลีอาดี
ผ่านไปสักพักลีอาก็พาวิลเดินจนถึงประตูทางออกด้านข้างดาดฟ้า พวกเขาจึงไปยืนเกาะราวระเบียงเพื่อมองผ่านก้อนเมฆที่ลอยผ่านเรือเหาะไป “มองวิวรับลมจากด้านนอกเรือรู้สึกดีกว่าเยอะเลย เสียดายแต่ท้องฟ้ามันมืดสมกับที่เขาบอกมาเลยแฮะ พวกเราเดินไปดูจากลานกว้างของดาดฟ้าเรือดีกว่า”
วิลที่โดนลากไปลากมาก็ได้แต่ทำใจและยอมตามไปแต่โดนดีเพราะรู้นิสัยความเอาแต่ใจของลีอาดี แต่จังหวะที่กำลังเดินออกไปที่ลานกว้างนั้นเอง วิลก็สังเกตุเห็นพนักงานเรือเหาะคนหนึ่งกำลังพูดคุยกับผู้โดยสารคนอื่นที่ยืนอยู่ลานกว้างของดาดฟ้าเรือเหาะพร้อมกับทำมือชี้มาทางออกของดาดฟ้าที่ลีอากับวิลพึ่งเดินออกมา
“เหมือนว่าพนักนักงานจะบอกให้พวกเราทุกคนกลับเข้าไปข้างในนะ”
“หา! พวกเราพึ่งขึ้นมาถึงเองนะ ไม่เอาอะ”
“เขาอาจจะมีเหตุผลอะไรก็ได้ พวกเรารีบกลับเข้าไปก่อนเถอะ”
“ไม่ยอมอะ เข้าไปหลบในนั้นก่อนดีกว่า แล้วรอให้คนกลับเข้าไปหมดค่อยออกมาดีกว่า”
พอลีอาพูดจบ เธอจึงรีบจูงมือพาวิลเปิดประตูอีกบานที่อยู่ใกล้ทางออก และรู้โดยทันทีว่าห้องนั้นคือห้องเก็บของเพราะมีทั้งพวกไม้กวาดไม้ถูพื้นถังน้ำ อยู่ภายในห้อง
“เหม็นอะ....”
ลีอาบ่นเบาๆ แต่วิลรู้สึกกังวลใจกับการที่ลีอาเบียดชิดกับตัวเขาในห้องเก็บของแคบๆมากกว่ากลิ่นเหม็นซะอีก
“ต้องขอภัยท่านผู้โดยสารด้วยนะครับ พอดีอาจเกิดลมแรงพัดมาจนท่านผู้โดยสารได้รับอันตรายได้ เพราะฉะนั้นโปรดให้ความร่วมมือเดินกลับเข้าไปที่ห้องโถงอย่างเป็ระเบียบด้วยนะครับ ขอบคุณครับ”
เสียงพนักงานเรือเหาะค่อยพูดบอกผู้โดยสารคนอื่นๆตลอดทางเดิน ผู้โดยสารทุกคนเริ่มถยอยเดินผ่านห้องเก็บของที่ลีอากับวิลหลบอยู่ พวกเขาได้แต่ค่อยฟังเสียงผู้คนเดินผ่านไป จนผู้โดยสารทุกคนเข้าไปในเรือจนหมด เหลือเพียงพนักงานเรือเหาะไม่กี่คน
“ได้ยินไหม? เหมือนจะมีปัญหาอะไรจริงๆด้วย พวกเราก็รีบออกไปแล้วกลับเข้าไปในเรือเหาะเถอะ”
“ชี่.....เงียบๆหน่อย ตอนไหนพนักงานพวกนี้จะกลับเข้าไปหมดเนี้ย?”
วิลพยายามใช้ข้ออ้างเพื่อหาทางออกจากสถานะการณ์ที่ต้องตัวติดกันระหว่างเด็กสาวกับเด็กหนุ่มสุขภาพดี ถึงวิลจะไม่คิดอะไรกับลีอาแต่ร่างกายกลับตอบสนองตามวัย ไม่รู้เพราะเป็สถานะการณ์แบบนี้หรือเปล่าที่ทำให้เขาเริ่มรู้สึกว่าลีอาเป็เพศตรงข้ามมากขึ้นทำให้หัวใจเขาเริ่มเต้นแรงจนเขารู้สึกได้ว่าในห้องอันคับแคบนี้ร้อนผิดปกติ
“ด้านนี้คนเข้าไปในเรือหมดแล้วลูกพี่!”
“ด้านนี้ก็เหมือนกันลูกพี่!”
“ดีมาก เตรียมทำตามแผนต่อไปเลย”
เสียงผู้ชายสองคนะโบอกชายอีกคนที่ทั้งสองคนเรียกว่าลูกพี่ การสนทนาอันผิดแผกจากที่พนักงานทั่วไปควรจะคุยกัน ทำให้วิลกับลีอาที่หลบฟังเสียงอยู่รู้สึกแปลกใจขึ้นมาทันที ทำให้ทั้งสองคนรีบตั้งใจฟังการสนทนาของชายทั้งสามคนมากขึ้น
“ว่าแต่ลูกพี่ ทำไมพวกเราต้องทำอะไรยุ่งยากแบบนี้ด้วย ทั้งให้พวกเราทุกคนแอบขึ้นเรือเหาะจากมาจิเทอร์รามข้ามไปชินเทอร์รามาจิแล้วรอบินกลับมาอีกที อีกทั้งยังให้เราต้องมาปลอมตัวเป็พนักงานบนเรือเหาะมาเดินไล่ต้อนคนเข้ากลับเข้าไปในเรือเหาะอีก ทั้งๆที่เราทำตามแผนเดิมที่ลูกพี่ปลอมตัวขึ้นมาทำงานบนเรือเหาะนี่แล้วลูกพี่ค่อยสืบว่ามีเศรษฐีคนไหนขึ้นเรือมาบ้าง คนไหนเดินทางไปไหนบ้าง แล้วให้พวกเราค่อยดักปล้น แบบนี้ไม่ง่ายกว่าเหรอ?”
ลูกน้องคนหนึ่งรีบยิงคำถามใส่ลูกพี่ทันทีที่ก่อนจะทำตามแผนที่ลูกพี่เคยสั่งไว้ พอวิลกับลีอาได้ฟังบทสนทนาก็รู้ได้ทันทีว่าพวกนี้คือโจรที่พ่อบ้านเซเบียนเคยพูดถึงก่อนหน้านี้
“เพราะพวกทหารมันเริ่มจะรู้ทางแผนการเราแล้วนะสิ คงอีกไม่นานที่พวกทหารจะสืบรู้ว่าข้าที่ปลอมตัวมาทำงานบนเรือเหาะได้หลายเดือนแล้ว ค่อยส่งข้อมูลให้พวกแกไปดักปล้นพวกเศรษฐีทั้งหลายที่ลงจากเรือเหาะแล้วเดินทางต่อไปยังตัวเมืองอื่นๆอยู่แบบนี้ เพราะงั้นครั้งนี้ถือเป็การปล้นสั่งลา ปล้นมันทีเดียวทุกคนเลย”
“แต่ทำไมแผนมันเหมือนกะทันหันไม่สมกับลูกพี่เลย ลูกพี่เป็อะไรหรือเปล่าเนี้ย?”
“มะ...ไม่มีอะไรหรอกน่า ข้าวางแผนทุกอย่างไว้แล้ว อาวุธของพวกผู้รักษาความปลอดภัยข้าก็สลับของปลอมไว้หมดแล้ว ข้าสั่งให้อีกสี่คนเข้าไปรอในห้องโถงแล้ว พวกแกก็รีบไปเอาอาวุธที่ซ่อนไว้ซะ พอเข้าไปกันครบแล้วให้ถือว่าเป็สัญญาณการปล้นได้เลย เชื่อมือได้เลย เอาละไปได้!”
““ครับลูกพี่””
พอสิ้นเสียงลูกน้องโจรตอบรับคำสั่งของลูกพี่ พวกโจรทั้งหมดก็รีบวิ่งเข้าไปในเรือเหาะทันที วิลกับลีอาที่แน่ใจแล้วว่าพวกโจรทั้งหมดเข้าไปในเรือเหาะหมดแล้วจึงรีบเปิดประตูห้องเก็บของออกมา วิลที่ก่อนหน้านี้ที่เคยตื่นเต้นกับการเบียดเสียดกับลีอา กลับรู้สึกตื่นเต้นกับเื่ที่ว่าจะมีการปล้นเรือเหาะมากกว่าจนเหงื่อไหลออกมาบนใบหน้าด้วยความกังวลใจ เมื่อวิลมองไปที่ลีอาก็เห็นเหงื่อไหลออกมาบนใบหน้าเหมือนกับเขา วิลจึงคิดว่าลีอาคงรู้สึกกังวลใจไม่น้อยกว่าเขาเหมือนกัน แต่....
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เยี่ยมไปเลยสมกับที่เป็ดินแดนแห่งดาบและเวทมนตร์จริงๆ ไม่ทันที่จะได้ลงไปเยียบพื้นดินก็เจอเื่น่าตื่นเต้นซะแล้ว”
วิลที่ได้แต่ะโในใจว่า “เอาอาการใจเต้นเมื่อกี้ชั้นคืนมานะ!” และเหมือนเขาจะพึ่งคิดได้ว่านิสัยลีอาเป็ยังไง เขาก็ได้แต่ทอนหายใจออกมา
“ที่บอกว่าตื่นเต้นนี้คงไม่ใช่อย่างที่ผมคิดใช่มั้ย?”
“นายคิดว่าชั้นคิดอะไรอยู่เหรอ? แต่ถ้าเป็เื่ที่จะจัดการกับโจรมันก็แน่อยู่แล้วสิ รีบไปเลยดีกว่า”
“อย่าพึ่งรีบร้อนสิ ผมรู้ว่าถึงผมจะห้ามลีอาก็คงไม่ฟังอยู่ดี แต่เรายังไม่เคยเห็นหน้าพวกโจรเลยนะ จะเดินทะเล่อทะล่าไปหาพวกมันไม่ได้นะ”
“ถึงมันจะรู้สึกขัดใจในนิสัยละเอียดรอบคอบของนายก็เถอะ งั้นค่อยๆเข้าไปก็ได้”
ลีอาที่โดนวิลเตือนสติไว้ทัน ก็แลดูระมัดระวังตัวเองมากขึ้น พวกเขาเดินเข้าไปตามทางเดินภายในเรือเหาะอย่างระมัดระวัง จนมาถึงหน้าประตูทางเข้าห้องโถง เกิดสียงดังโหวกเหวกขึ้น วิลกับลีอาจึงรีบมานั่งหลบหลังประตูแล้วแง้มประตูสอดส่องสายตาเข้าไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในห้องโถง ภายในห้องทุกคนโดนต้อนให้ไปยืนอยู่ตรงกลางห้องโดยมีผู้ชายตัวเล็กใหญ่ทั้งหมด6คนยืนล้อมอยู่ ซึ่งน่าจะเป็พวกโจรที่ทำการปล้น ในมือพวกมันทุกคนมีไม้คทาขนาดเล็กที่ปลายไม้มีอัญมณีสีแดงเป็ประกายถืออยู่ ขณะที่วิลกับลีอากำลังเฝ้ามองสถานการณ์อยู่ ก็ไม่มีผู้โดยสารตัวใหญ่ท่าทางแข็งแรงคนหนึ่งะโออกมาจากกลุ่มคนแล้ววิ่งไปหาโจรคนหนึ่งเพื่อจะต่อยหน้ามัน แต่ว่า....
“บอลเพลิง!”
โจรที่เห็นว่ามีคนกำลังวิ่งไปต่อยเพื่อนโจรพวกเดียวกัน ได้ะโออกมา เกิดเป็ลูกไฟใหญ่เท่ากำปั้นที่ปลายคทาแล้วมันก็สะบัดคทา ทำให้ลูกไฟลอยไปโดนผู้โดยสารคนนั้น เกิดไฟไหม้ติดเสื้อผ้าของเขาอย่างรวดเร็ว เขาร้องออกมาด้วยความเ็ปจนเขาต้องล้มลงแล้วกลิ้งไปกลับพื้นเพื่อทำให้ไฟดับ ทุกคนต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็น แต่เหมือนมีคนที่ตั้งสติได้ เขารีบถอดเสื้อนอกตัวเองออกมาและวิ่งเอาไปคลุมชายที่โดนไฟคลอกจนไฟดับลง
“สมกับที่เป็ผู้รักษาความปลอดภัยนะ ที่ยังช่วยไอ้โง่นี่ไว้ทัน ไม่งั้นพวกข้า กลุ่มโจร “จิ้งจอกเพลิง” คงเสียชื่อแย่ เพราะพวกเราเป็โจรไม่ใช่ฆาตกร แต่ถ้ามีคนแบบไอ้โง่นี่อีกพวกข้าอาจต้องฆ่าคนจริงๆก็ได้ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”
โจรที่โยนไฟใส่ผู้โดยสารสุดซวยก็รีบพูดขึ้นมาเพื่อข่มขวัญทุกคนภายในเรือเหาะ จากนั้นโจรอีกคนก็ะโขึ้น
“คงเห็นแล้วสินะไอ้พวกผู้โดยสารที่โง่เขลาทุกคน พวกแกที่บินข้ามมาดินแดนแห่งนี้น่าจะรู้ดีว่าเมื่อกี้ไอ้โง่นั้นมันโดยอะไร ใช่แล้ว! มันคือ “เวทมนตร์” ไงล่ะ เป็ของที่พวกแกที่อยู่ฝั่งนั้นใช้กันไม่ได้สักคน ข้าจะบอกพวกแกไว้ก่อนที่พวกแกจะทำโง่ๆอีกละกัน สิ่งที่พวกข้าถืออยู่นี้คือ “คทาเวทมนตร์สำเร็จรูป” เป็ของที่ถ่องคาถาคำเดียวก็ปล่อยเวทมนตร์ใส่พวกแกได้สบายๆแล้วเว้ย ไม่งั้นพวกผู้รักษาความปลอดภัยคงไม่งอมืองอเท้ากันอยู่แบบนี้หรอกฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”
พอผู้โดยสารทุกคนได้ยินที่โจรประกาศออกมา ก็ยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกแย่และกลัวมากขึ้นไปอีก
“พวกข้าได้ตัดการสื่อสารภายในของนี้ไว้หมดแล้ว แต่ไม่ต้องกล้วไปหากพวกแกทุกคนเชื่อฟังพวกข้า ก็จะไม่มีใครเจ็บตัวอีก เอาล่ะ จงหยิบเงินทองของมีค่าทุกอย่างโยนออกมากองไว้ข้างหน้าข้าซะ เงินทองเป็ของนอกกายแต่ชีวิตเป็ของพวกแก จงเหลือซะ”
แน่นอนอยู่แล้วว่าทุกคนต้องรักชีวิตของตัวเอง ทุกคนจึงต่างพากันหยิบแก้วแหวนเงินทองทุกอย่างที่อยู่บนตัว เดินออกมาโยนลงพื้นด้านหน้าโจรที่ะโสั่งพวกเขา แล้วโจรคนนั้นก็สั่งโจรอีกสองคนที่อยู่ใกล้ๆให้ไปหยิบของมีค่าใส่ถุงผ้าที่พวกมันเตรียมมา แต่ถึงพวกมันจะดีใจที่ได้สิ่งที่มัน้า พวกโจรคนอื่นได้คอยยืนคุมทุกคนโดยไม่ลดความระมัดระวังลงเลย
“งานนี้คงไม่ไหวมั้ง พวกโจรมีอาวุธแบบนั้นกันทุกคนเลย พวกเราจะเอาอะไรไปสู้ล่ะ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน เราคงต้องยอมให้โจรมันได้สมใจแล้วล่ะ”วิลที่ค่อยมองดูสถานการณ์อยู่ตลอดพูดขึ้นมาอย่างทำใจ แต่สำหรับลีอาแล้วด้วยนิสัยของเธอคงทำใจรับเื่แบบนี้ไม่ได้ เธอใช้นิ้วออกแรงกดลงไปที่ส้นร้องเท้าข้างขวาและมีของบางอย่างดีดออกมา เป็ของที่มีรูปร่างเป็เหล็กเรียวตรงกลางด้านข้างเป็เหล็กโค้งงอออกซ้ายขวา เธอใช้นิ้วสองนิ้วสอดเข้าไปและดึงออกมา ปลายของสิ่งนั้นเป็ใบมีดเรียวยาวเท่าฝ่ามือ มันคือ “มีดลับ” นั้นเอง ลีอาโชว์มีดลับให้วิลดูอย่างภูมิใจ
“แต่ของแค่นี้จะทำอะไรพวกมันได้ จะจัดการพวกมันได้สักคนพวกเราคงได้โดนเผาตายก่อน แต่เหมือนเราจะลืมอะไรสักอย่างด้วยนะ?”
“งั้นคงต้องตาต่อตา ฟันต่อฟัน”
พอลีอาพูดจบเธอก็เปิดประตูแล้วย่องไปข้างหลังโจรที่อยู่ใกล้ที่สุด วิลใในการกระทำอันกระทันหันของเธอจนไม่ทันได้ห้ามเธอ เขาได้แต่รีบย่องตามเธอไป ทางพวกโจรคงคิดไม่ถึงว่าจะมีคนแอบอยู่ข้างนอกห้องจึงสนใจแต่คนที่อยู่ในห้อง ทำให้ลีอาแอบย่องไปข้างหลังโจรได้สำเร็จ
“พวกแกทุกคนหยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
ลีอาะโขึ้นมา โดยที่แขนซ้ายล็อคคอโจรและมือขวาถือมีดจ่อคอโจรคนหนึ่งไว้ ทุกคนต่างหันมามองตามเสียงะโพร้อมใกับภาพที่เห็น
“นังนี่เป็ใครวะ! อยากตายนักรึไง ปล่อยเพื่อนข้านะเว้ย”
“หยุดนะเว้ย!”
“อีบ้านี่!”
“อีบ้านี่มาจากไหนวะ!”
โจรทุกคนรวมทั้งคนที่ลีอาจับเป็ตัวประกันต่างะโด่าลีอาอย่างหยาบคลาย โจรที่เหลือต่างชี้คทาไปทางลีอา วิลที่เข้าใจวิธีของลีอาก็รีบวิ่งไปแย้งคทาจากมือโจรที่ลีอาจับตัวไว้ และหันคทาชี้ไปทางพวกโจร เขารู้ว่าเขาคงใช้เวทมนตร์ไม่ได้อย่างที่โจรพูด แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
“พวกแกทั้งหมดมายืนทางนี้ซะ แล้ววางคทาลงด้วย”
พวกโจรต่างพากันเดินมายืนต่อหน้าลีอาห่างกันไม่ถึง10ก้าว แต่พวกโจรก็ยังไม่ยอมวางคทาลง
“ยังคิดจะสู้อีกเหรอ ลองดูไหมว่ามีดของชั้นหรือเวทมนตร์ของพวกแกใครจะเร็วกว่ากัน”
ลีอาใช้มีดจิ้มเข้าไปที่คอของโจรจนมีเืไหลออกมาเล็กน้อย เหมือนเธอจะฆ่าโจรคนนั้นได้ทุกเมื่อ แต่ความจริงแล้วเธอไม่เคยฆ่าคนมาก่อน มีเพียงวิลที่ยืนอยู่ข้างๆที่สังเกตุเห็นเหงื่อที่ไหลลงมาข้างแก้มของลีอา วิลเลยรู้ว่าลีอาคงฆ่าคนไม่ได้จริงๆแม้ว่าคนคนนั้นจะเป็โจรที่ชั่วร้ายหรือไม่
“เซเบียน ไปยึดคทาพวกมันมาให้หมด ถ้ามันขัดขื่นชั้นจะฆ่าเพื่อนมันเอง”
“ครับ! คุณหนู”
พ่อบ้านเซเบียนเดินเบียดฝูงคนออกมาแล้วเดินไปหาโจรที่เหลือ พวกโจรต่างทำตัวไม่ถูก ทันใดนั้นเองมีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งเข้าไปหาพวกจนและใช้ตัวเองกระโดเข้าไปกระแทกโจรที่อยู่ข้างหลังสุด ทำให้พวกโจรล้มทับกันไปตามๆกัน แล้วเขาก็รีบแย้งคทาที่หลุดมือพวกโจรมาทั้งหมด เขาถือคทาทั้ง5อันเต็ม2มือชี้คทาไปยังพวกโจรที่ล้มระเนระนาด ผู้ชายคนนี้ใส่ชุดพนักงานเรือเหาะ ซึ่งแปลว่าเขาเป็คนของดินแดนนี้ที่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ ทำให้พวกโจรที่กองอยู่กับพื้นได้แต่นิ่งไม่ขัดขื่นอะไรเขาได้
“พะ...พวกแก...อย่าขยับนะ ไม่งั้นตายแน่!”
““““““““““““เฮ้!!!!!!!!!””””””””””
ทุกคนในห้องต่างะโดีใจพร้อมกันที่สามารถจับโจรได้ ทางลีอาเมื่อเห็นว่าพวกโจรสิ้นฤทธิ์แล้วจึงพลักโจรที่เธอจับตัวไว้ให้ลงไปกองรวมกัน จากนั้นเธอก็ทรุดลงไปกับพื้นเหมือนตุ๊กตาหุ่นเชิดที่ด้ายโดยตัดขาด
“นึกว่าเธอจะเก่งจนไม่กลัวอะไรเลยซะอีก”
“ไม่ได้กลัวซักหน่อย แค่ตื่นเต้นเกินไปต่างหาก”
วิลพูดแซวลีอาพร้อมยื่นมือให้เธอ ลีอาได้แต่กล้มหน้าซ่อนก้อมที่แดงของเธอไว้ เซเบียนที่เห็นสถานการณ์ก็ได้ยืนมองดูทั้งสองอยู่ห่างๆ
“ปล่อยที่เหลือให้พนักงานเราจัดการพวกโจรเองครับ...เชื่อมือได้เลย”
เสียงพนักงานที่จับพวกโจรได้ พูดบอกผู้โดยสารที่มาห้อมล้อมพวกโจรไว้ พอวิลได้ยินคำพูดดังกล่าว เขาก็ปริ๊งขึ้นมาทันที มันเป็คำที่หัวหน้าของพวกโจรพูดกับลูกน้อง มันยังทำให้เขาคิดออกอีกว่า พวกโจรที่เขาแอบฟังนั้นมี3คน และบอกว่าสั่งพวกที่เหลือ5คนให้ค่อยอยู่ในห้องนี้ แปลว่ามีโจรทั้งหมด7คน แต่เขากลับเห็นโจรเพียง6คน มันทำให้เขาคาใจั้แ่ตอนที่แอบดูสถานการณ์หลังประตูแล้ว แต่เขากลับคิดไม่ออก ซึ่งนั้นก็แปลว่า........
“ทุกคนถอยออกมาก่อน ไอ้หมอนั้นมันคือ หัวหน้าของกลุ่มโจรพวกนี้!”
ทุกคนต่างตกตะลึงกับเสียงะโของวิลและพากันถอยห่างจากพนักงานที่วิลกล่าวหาว่าเป็หัวหน้าโจร พวกโจรทั้งหมดเริ่มพากันลุกขึ้นยืนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“จะกล่าวหากันต้องมีหลักฐานนะครับ”
พนักงานคนนั้นยืนหันหลังให้วิลพูดขึ้นมา เขาค่อยหันกลับหน้ามาหาวิลอย่างช้าๆ
“ยะ...อย่าขยับนะไม่งั้นแกตาย!”
วิลได้แต่ะโขู่ใส่เขาอย่างสิ้นหวัง
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ก็ไม่รู้หรอกนะว่าแกรู้ได้ยังไง งั้นบอกไว้เลยก็ได้ ข้าคือ “โซโร ฟูโก้” หัวหน้าแห่งกลุ่มโจร “จิ้งจอกเพลิง” ข้ารู้นะว่าแกไม่ใช่คนของฝั่งนี้แบบพวกข้า ถึงแกจะชี้คทาใส่ข้าให้ตายยังไง มันก็ทำอะไรพวกข้าไม่ได้หรอกเว้ย”
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างมันกลับตาลปัตร ทุกคนต่างวิ่งหนีตายพยายามหนีออกจากห้องอย่างอลหม่าน เซเบียนที่คิดจะเข้าไปช่วยโดนฝูงชนเบียดบังจนขยับไม่ได้ รวมทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัยคนอื่นด้วย พวกโจรทั้งหมดต่างพากันมองมาที่วิลด้วยความเครียดแค้น ลีอาที่นั่งขาอ่อนอยู่ข้างวิลก็ได้แต่ตัวแข็งเพราะเธอรู้ตัวแล้วว่าไม่สามารถทำอะไรได้เลยคนฝั่งนี้งั้นเหรอ! เดี๋ยวนะ! งั้นก็ไม่แน่ เมื่อกี้เราก็เห็นที่พวกมันใช้เวทมนตร์แล้วนี้ ความรู้สึกก็น่าจะ..... วิลเริ่มคิดอย่างรวดเร็ว เขาพยายามจับความรู้สึกภายในร่างกายและกำคทาที่มือขวาไว้แน่น จากนั้น....
“บอลเพลิง”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ก็บอกแล้วไง....!?”
โซโร หัวหน้าโจรไม่ทันพูดจบประโยคเขาก็ต้องใกลับลูกไฟที่วิลปล่อยออกมาใส่เขา โซโรกับลูกน้องโจรต่างพากันะโหลบลูกไฟไปกันคนละทิศละทางทำให้ไม่มีใครโดนลูกไฟดวงนั้น
“บอลเพลิง! ก็ไม่รู้หรอกนะว่าแกทำได้ยังไง แต่แกจบแล้วไอ้หนุ่ม”
โซโรที่หลบออกมาและตั้งตัวได้ เขาสะบัดแขนที่ถือคทาทั้ง5อันพร้อมท่องคาถาออกไปเกิดลูกไฟ5ดวงพุ่งไปในทิศทางเดียวกันจนรวมกันเป็ลูกไฟลูกใหญ่ลอยไฟหาวิล
“เฮ้ย!? บะ..บอลเพ...โอ้ย!”
วิลที่ใกับลูกไฟดวงใหญ่ที่พุ่งตรงมาหาตน จึงรีบท่องคาถาเพื่อจะยิงลูกไฟโต้ตอบกลับ แต่เขากลับรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอย่างรุนแรงจนไม่ทันคิดถึงเื่ที่ลูกไฟดวงใหญ่ที่กำลังจะลอยมาโดนตัวเขา พลั๊ก! เกิดเสียงกระแทกขึ้นจนวิลล้มลงไปกองกับพื้น ทำให้ลูกไฟดวงใหญ่ลอยผ่านตัวเขาไปอย่างฉิวเฉียด
“นายบ้าไปแล้วรึไง ทำไมนายถึงไม่หลบ?”
ใช่แล้ว คนที่ะโเข้ามาผลักเขาแล้วล้มไปพร้อมกันคือลีอานั้นเอง วิลที่อาการปวดหัวเริ่มดีขึ้นจนตั้งสติได้ เขากำลังจะพูดแสดงความขอบคุณที่ลีอาช่วยชีวิตเขาไว้ กลับได้ยินเสียงบางอย่างที่ด้านหลัง พอเขาหันไปมองก็เห็นว่าจุดที่ลูกไฟที่พวกเขาหลบได้นั้นมันคือ กระจกขนาดใหญ่ที่ปิดล้อมห้องโถงนี้กำลังเกิดรอยแตกร้าว แม้มันจะเป็กระจกที่หนาจนสามารถทนแรงกดอากาศขณะบินบนท้องฟ้าสูงได้แต่เมื่อมันโดนลูกไฟขนาดใหญ่ะเิใส่จากภายในก็คงไม่แปลกที่มันจะทำให้กระจกเกิดความเสียหายได้ กระจกเกิดการแตกออกและเศษกระจกก็โดนดูดออกไปจากเรือเหาะเหมือนมันเกิดะเิแตกกระจายออกไปตามแรงลม จนเหลือเพียงขอบกระจกที่ขนาดใหญ่กว่าตัวคน เพราะแรงดันอากาศเปลี่ยน แปลงกะทันหัน มันทำให้เรือเหาะเสียการทรงตัวจนเรือเหาะเอียงไปด้านที่กระจกแตก ทำให้ผู้โดนสารทุกคนบนเรือเหาะที่ต่างคนต่างวิ่งหนี พากันหาที่ยึดเกาะไว้
“ว้าย!”
ลีอาที่นั่งอยู่ใกล้จุดที่กระจกแตกที่สุด กำลังไถลไปตามความลาดเอียงของเรือพร้อมแรงลมที่ดูดตัวเธอ วิลที่เห็นดังนั้นจึงโน้มตัวไถลตามลีอาไป
“บ้าเอ้ย!”
วิลที่พยายามเอื้อมมือไปจับลีอาไว้แต่ก็เอื้อมไม่ถึง เขาได้แต่สบบออกมาจนลีอาเกือบจะหลุดออกนอกหน้า เขารีบถอดกระเป๋าเป้สะพายข้างของเขาออกมา เขาจับสายสะพายไว้และเหวียงตัวกระเป๋าไปหาลีอาจนลีอาคว้ามันไว้ได้ แต่แรงดูดอากาศก็ยังพาตัวลีอาลอยออกไปนอกเรือเหาะอยู่ดี วิลจับสายกระเป๋าไว้แน่นและรีบใช้เท้ายันไปที่ขอบกระจกในทันที ทำให้ทั้งสองคนไม่หลุดลอยออกนอกเรือเหาะไป
“คุณหนู!”
เซเบียนะโเรียกลีอา เขาพยายามเดินผ่าฝูงชนและพื้นที่ลาดเอียงเพื่อไปช่วยลีอาด้วยความยากลำบากอย่างเร่งรีบ
“พวกแกรีบเอาทุกอย่างที่ปล้นมาได้แล้วไปที่เรือชูชีพเร็ว”
โซโรรีบสั่งลูกน้องโจร พวกเขาพากันวิ่งออกจากประตูทางออกห้องโถง โดนที่ไม่มีใครสนใจเพราะต่างคนต่างเอาตัวรอด
“ซู!”
ลิซ่ามัคคุเทศก์ประจำเรือเหาะที่พยายามเกาะขอบประตูทางออกเพื่อทรงตัวยืนเสียงะโเรียกชื่อใครสักคนด้วยน้ำตา โซโรหยุดวิ่งและหันกลับไปหาเธอ
“นั้นมันชื่อปลอม...โทษทีนะ ลาก่อน”
พอพูดจบโซโรก็หันหลังให้ลิซ่าและวิ่งต่อไปโดยไม่หันหลังกลับมามองเธอที่พยายามเรียกเขาอย่างเอาเป็เอาตายอีกเลย
“แฮ่ก..แฮ่ก...กัปตันครับ....เกิดการปล้นที่ห้องโถงใหญ่ แต่พวกโจรหนีไปไหนไม่ทราบครับพราะเกิดอุบัติเหตุกระจกในห้องแตกจนผู้โดยสารทุกคนแตกตื่นวิ่งวุ้นไปหมดครับ”
พนักงานที่หนีออกมาจากที่เกิดเหตุรีบวิ่งมารายงานเหตุการณ์ให้กัปตันฟังที่ห้องบังคับการทันที ทั้งกัปตันและทุกคนในห้องต่างพากันหาที่ยึดเพราะไม่ทราบสาเหตุที่เกิดขึ้นภายในเรือเหาะเริ่มพากันตั้งสติได้
“งั้นเหรอ มิน่าถึงติดต่อใครไม่ได้เลยในเมื่อรู้จุดที่เสียหายแล้วงานนี้ก็ง่ายขึ้นละ บังคับเรือให้นิ่งที่สุดแล้วขับไปที่ความสูง3,000ฟิต ส่งคนไปอพยพทุกคนออกจากห้องโถงและปิดประตูห้องไว้ซะ อย่าลืมแบ่งคนไปจับพวกโจรด้วยล่ะ!”
““““““ครับ กัปตัน!””””””
ขณะที่วิลพยายามดึงลีอาขึ้นมาอย่างยากลำบาก ด้านหน้าของเขาคือฝั่งขวาของเรือเหาะที่มีทางเดินทอดยาวไปยังเครื่องยนต์ติดใบพัดขนาดใหญ่และใบพัดเล็กพ่วงท้าย ส่วนนั้นเกิดการขยับแยกตัวออกมาพร้อมใบพัดเล็กรูปร่างเหมือนเรือขนาดเล็กที่มีใบพัดติดอยู่ท้ายเรือ พอส่วนนั้นแยกออกมาก็มีสิ่งที่เหมือนปีกกางออกมาทั้งสองข้าง เรือเล็กลำนั้นมีกระจกครอบ้าตั้งฉากซึ่งน่าจะเป็ที่นั่งคนขับ กระจกได้ถูกเปิดออกมาภายในเป็ใบหน้าของผู้ชายที่เกือบจะฆ่าวิลนั้นเอง
“เหมือนจะลำบากนะไอ้หนุ่ม แต่ทางใครทางมันนะบายบ่าย”
พอโซโรพูดจบ ใบพัดด้านหลังเรือก็หมุนแรงขึ้นและพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วจนเกิดแรงลมพัดมาใส่วิล ทำให้ให้เขาเสียหลักจนเกือบหลุดออกนอกเรือพร้อมกับลีอา
“ไอ้บ้าเอ้ย จะหนีไปก็ยังคนอื่นเดือดร้อนอีก”
“วิล...นายจะไม่ไหวแล้วนะ ปล่อยมือเถอะ เดี๋ยวก็ได้ตายไปด้วยกันหรอก”
“ยัยบ้า อยู่เงียบๆแล้วจับไว้แน่นๆก็พอแล้ว แค่เธอหนักกว่าที่ชั้นคิดแค่นี้ทำไมชั้นจะยกเธอไม่ไหว”
“ใครหนักกว่าคนอื่นยะ! รีบยกชั้นขึ้นไปเลยนะ”
ด้วยอารมณ์โกรธที่โดนวิลพูดเื่น้ำหนัก ทำให้ลีอาจับกระเป๋าไว้แน่นกว่าเดิม วิลเห็นเธอยอมทำตามที่บอกเขาก็ยิ้มมุมปากด้วยความดีใจ แต่วิลรู้สึกได้ว่าตัวเองนั้นเริ่มจะไม่ไหวแล้ว
เรือเหาะเริ่มขยับระดับเพดานบินลงอย่างรวดเร็ว จนลีอาลอยตัวขึ้นตามแรงลมที่พัดเข้าหาเรือเหาะเพราะเปลี่ยนระดับเพดานบินกะทันหัน วิลไม่พลาดโอกาสนี้ เขารีบกระฉากลีอาเข้ามาภายในเรือเหาะ เธอลอยข้ามหัวเขาไปและเซเบียนเข้ามารับเธอไว้พอดี เขารู้สึกโล่งใจมากเมื่อเห็นเธอปลอดภัย เขาส่งยิ้มให้เธอและยกนิ้วหัวแม่มือให้เธอ เธอเองก็ยิ้มตอบและยกนิ้วหัวแม่มือให้เหมือนกันแต่ทันใดนั้นเองความเร็วในการลดระดับเพดานบินของเรือเหาะก็ได้ช้าลงและหยุดลงกะทันหัน ทำให้วิลลอยตัวขึ้นเล็กน้อยแต่แค่นั้นกลับเป็ปัญหาใหญ่สำหรับเขา เพราะเขายืนอยู่ที่ขอบกระจกที่ไม่มั่นคงแถมลมยังตีกลับดูดเขาหลุดออกมาจากเรือเหาะ เหมือนเขาได้สลับตำแหน่งกับลีอา แต่คราวนี้ต่างกันเพราะไม่มีใครอยู่ใกล้เขาพอที่จะช่วยเขาได้ทัน
“วิลลลลลลลลลลล!?”
“ไม่นะวิล...ปล่อยนะเซเบียน ชั้นจะไปช่วยวิล”
“ไม่ได้นะครับคุณหนู เราไปช่วยเขาไม่ทันแล้ว”
ลีอายืนมือออกไปและพยายามดึงตัวเองออกจากอ้อมแขนของเซเบียนได้แต่มองวิลที่ลอยหายลับไป เธอได้แต่ร้องะโเรียกชื่อเขาทั้งน้ำตาที่ไหลนองอาบแก้มทั้งสองข้างอย่างช่วยอะไรเขาไม่ได้
“วิล...ฮื้อ......”
