ขณะที่หนิงเจี่ยก้าวเข้าไปหาซากกระดูกที่แตกกระจายด้วยความสงสัย ซินหยานที่ััได้ถึงอันตรายระดับเหนือพิกัดก็เบิกตาโพลง กำลังจะอ้าปากร้องเตือนแต่กลับสายเกินไป!
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะแหบห้าวทรงอำนาจ พลันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วหุบเขา"ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เ้าเด็กน้อยเ้ากล้าดียังไงที่ทำลายร่างจำแลงของข้า!"
เศษกระดูกที่กระจัดกระจายและง้าวที่หักสะบั้นพลันสั่นะเือย่างรุนแรงคลื่นพลังสีแดงหม่นะเิออกมาเป็พายุหมุน กระบวนการเปลี่ยนร่าง เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว เศษกระดูกนับร้อยพุ่งเข้าหากันดุจแม่เหล็กพวกมันบิดม้วนและขยายขนาดขึ้นเป็เท่าตัว
พลังสีแดงควบแน่นจนแข็งตัวกลายเป็ ชุดเกราะเทพเซียนสีชาด ที่มีลวดลายัอสูรดูน่าเกรงขามห่อหุ้มโครงกระดูกไว้บนหัวกะโหลกปรากฏ หมวกนักรบสีทองเหลือง สวมทับ เผยให้เห็นเพียง ดวงตาสีม่วงอำนาจที่สว่างวาบเรืองรองราวกับดวงไฟจากนรก
เบื้องล่างของมันปรากฏเงาร่างของ ม้าอสูรกระดูกตัวมหึมา ที่มีความสูงท่วมหัวคนขาของมันมีเปลวเพลิงสีม่วงลุกไหม้ ท่าทางพ่วงพีและดุดันร่างที่ปรากฏแม้จะดูลางเลือนราวกับภาพมายาแต่ความกดดันที่แผ่ออกมานั้น น่าสะพรึงกลัว จนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว!
ต้วนผิงอัน และ หนิวมู่อี้ ถึงกับหน้าซีดเผือดเข่าทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบจะคุกเข่าลงพื้นจากแรงกดดันมหาศาลนี้ แม้แต่ ซินหยาน ผู้มีพลังปราณครามขั้น 6ยังต้องโคจรพลังสุดกำลังเพื่อพยุงร่างไว้
โดยเฉพาะหนิงเจี่ย ที่ยืนเผชิญหน้ากับมันตรงๆกระดูกทั่วร่างกำลังสั่นคลอน ลั่นเปรียะ หัวใจเต้นรัวจนแทบกระดอนออกมาข้างนอกพลังฝึกปรือที่แผ่ออกมาจากร่างเลือนรางนั้นมันสูงส่งจนััขอบเขตไม่ได้!
เสียงในหัวของหนิงเจี่ยดังขึ้นด้วยน้ำเสียงเตือนภัยสีแดง:
$$ {"แจ้งเตือนวิกฤต! ตรวจพบ 'เจตจำนงิญญา'ระดับชีซิง - ขอบเขตเจ็ดดารา ขั้นสูงสุด! อำนาจเหนือสุดขั้นการก่อกำเนิด"}$$
$$ {นี่คือร่างจำแลงิญญา...พลังเพียง 1 ใน 10 ของร่างจริงแต่แข็งแกร่งเกินกว่าที่จะต้านทานได้!"}$$
อสุรกายบนม้ากระดูกปักง้าวลงบนพื้นหินจนแตกร้าวมันก้มมองหนิงเจี่ยด้วยดวงตาสีม่วง "ข้าคือ ขุนพลกะโหลกมารโลกันตร์ไร้พ่ายหงเฉิน...เ้าเด็กน้อยที่มีกลิ่นอายของการวิวัฒน์ิญญาจงมอบชีวิตของเ้ามาสังเวยแก่ข้าเสียเถิด!"
ภายใต้บรรยากาศที่หนักอึ้งและแรงกดดันมหาศาลจาก ขุนพลกะโหลกมารโลกันตร์ที่ประทับอยู่บนม้าอสูรกระดูก ซินหยาน ไม่ลังเลที่จะแลกชีวิต นางโคจรพลัง คลื่นปราณ ขั้น6 จนถึงขีดสุดกะโหลกสีชมพูโปร่งแสงห่อหุ้มร่างนางไว้เป็เงาติดตา พุ่งมายืนขวางหน้าหนิงเจี่ยไว้เพื่อเป็โล่กำบังสุดท้าย
ทว่า... หนิงเจี่ย กลับทำในสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิด
เขายื่นมือที่สั่นเทาแต่หนักแน่นดึงร่างงามของซินหยานให้ถอยไปด้านหลังแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่ดูเล็กจ้อยเมื่อเทียบกับอสุรกายเบื้องหน้ากลับดูยิ่งใหญ่และมั่นคงขึ้นอย่างประหลาด
หนิงเจี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สงบลงอย่างน่าเหลือเชื่อแต่ทว่าแฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยและภาคภูมิใจ:
"ข้ามิรู้ว่าจะสามารถทำสิ่งใดได้บ้างในเวลาเช่นนี้...แต่ข้าจะทำสิ่งที่ชั่วชีวิตนี้อยากทำที่สุดคือการปกป้องคนที่สำคัญและการเป็ลูกผู้ชายผู้ยืนหยัดด้วยตัวเอง... ข้าบีบให้ผู้ฝึกตนระดับปราณครามจนตรอกได้ข้าเกิดมามิเสียชาติเกิดแล้ว"
เขาหันกลับไปมอง ผิงอัน และ มู่อี้ สหายที่ร่วมเป็ร่วมตายก่อนจะสบตากับ ซินหยาน และกล่าวคำขอร้องสุดท้าย:
"ช่วยพาคนของข้าหนีไปให้ไกลจากที่นี่ด้วย... เมื่อข้าตายท่านก็จะหลุดพ้นจากพันธะของข้า... ไปซะ!!!"
เสียงกังวานใส แฝงถ้อยคำกินใจ ของชายหนุ่มบาดลึกในห้วงจิติญญาและอารมณ์ในส่วนลึกพลังแห่งการพันธะการของผนึกทาสวิวัฒน์ิญญาพลันแตกสลายไปจากห้วงศูนย์รวมปราณของหญิงสาวฉับพลันหญิงสาวพลันมีสติแจ่มใส ความคิดและความทรงจำก่อนหน้าที่จะถูกหลิวอี้ซีใช้เวทย์อสูรมายาทะลวงิญญาพรั่งพรูออกมาประสานกับความทรงจำตอนที่ได้พบกับชายหนุ่มในใจของหญิงสาวเกิดความผูกพันอย่างแปลกประหลาด
ทันใดเสียงคำรามสุดท้ายของเขาดุดันจนแผ่นดินะเืน้ำตาที่คลอเบ้าถูกเผาผลาญด้วยพลังที่เริ่มปะทุออกมาจากส่วนลึกของิญญา ทันทีที่สิ้นคำสั่งหนิงเจี่ย ไม่ได้เพียงแค่ะเิพลังเสินจวี้ธรรมดา แต่มันคือการ เปิดขีดจำกัดสูงสุดของพลังดาราทองทั้งสี่ทันที่
หญิงสาวมองหน้าคนที่นางทั้งเกลียดทั้งชังคนนี้นางหลั่งน้ำตาไหลอาบร่องแก้มขาวเนียน พลางภาวนาในใจ“ทะ...ท่านอย่าได้ตายเป็อันขาด” เหมือนจะฝังลึกในห้วงดวงใจ นางไม่พูดอะไรโคจรพลังท่าร่างพุ่งตัวใช้พลังกะโหลกสีชมพู ห่อหุ้มร่างของต้วนผิงอันและหนิวมู่อี้เหินบินหลังจากเขา ท่ามกลางเสียงไม่ยินยอมพร้อมใจของสหายรักทั้งสอง เสียงค่อยๆจางหายไปจากโสตของหนิงเจี่ย
ขุนพลกะโหลกมารโลกันตร์มิได้สนใจหญิงสาวที่กำลังหนี เพราะบัดนี้ปรากฎการณ์ของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้มันประหลาดใจ
รูปร่างหนิงเจี่ยตอนนี้คล้ายดังเทพมารอหังการดวงตาเปลี่ยนเป็หลุมดำหมุนวน ไร้ก้นบึ้ง ดูดกลืนแสงสว่างรอบข้างจนมืดมืดพลังปราณทมิฬะเิออกจากร่างพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจนเมฆหมุนวนเป็พายุทอร์นาโดสีดำ พื้นดินรอบตัวหนิงเจี่ยแตกร้าวและยุบตัวลงตามแรงกดดันของปราณที่หนาแน่นจนกลายเป็ของแข็ง
เสียงคุ้นเคยพลันดังขึ้นในหัว $${"กำลังใช้ 'พลังดั้งเดิมแห่งการกลืนกิน'เกินขีดจำกัดร่างกาย!"}$$
$$ {"สถานะ:พลังฝึกปรือพุ่งทะยานข้ามขอบเขต... เสินจวี้ -> หยวนเต้า-> จินหรง -> ชิงชี่... ชิงชี่ขั้นสูงสุด!"}$$
ขุนพลหงเฉิน บนหลังม้าอสูรกระดูกหยุดหัวเราะดวงตาสีม่วงอำนาจฉายแววประหลาดใจเป็ครั้งแรก "พลังนี่มัน...มิใช่พลังของมนุษย์! เ้าเป็ตัวอะไรกันแน่?!"
หนิงเจี่ยไม่ตอบกระชับดาบอัคนีเผาผลาญที่บัดนี้ถูกอาบด้วยปราณสีดำทมิฬจนดูเหมือนดาบแห่งความตายเขาถีบเท้าพุ่งเข้าใส่เงาร่างระดับเซียนาเบื้องหน้าด้วยความเร็วที่ฉีกกระชากมิติ!
"หากต้องตาย... ข้าก็จะลากเ้าลงนรกไปด้วยกัน!"