เมื่อเซียวหยวนซินเห็นอั่งเปาที่มีเงินถึงยี่สิบหยวนเธอก็ตาโตด้วยความตกใจ ยี่สิบหยวนนี่มันเงินก้อนโตชัดๆ!
อั่งเปาของเด็กๆบ้านใกล้เรือนเคียงก็แค่ห้าเฟิน หกเฟิน ส่วนคนใจกว้างหน่อยก็ให้ห้าเหมา!แต่เจียวเจียวกับอาหมิงกลับให้คนละสิบหยวน!
นี่มันเงินเหลือใช้จนไม่รู้จะเอาไปทำอะไรแล้ว!
เธอรีบจะคืนอั่งเปาไปแต่ซูเจียวเจียวก็ห้ามไว้
“นี่เป็นคำอวยพรปีใหม่ที่เรามอบให้หยวนหยวนค่ะ ให้เธอเก็บไว้เถอะฉันเห็นว่าหยวนหยวนเป็นเด็กที่น่ารักและเชื่อฟัง เธอคงไม่ใช้เงินฟุ่มเฟือยหรอกค่ะให้เธอเก็บเงินนี้ไว้เพื่อซื้อสิ่งที่อยากได้ในอนาคตดีกว่า”
หลิวหยวนหยวนได้ยินเช่นนั้นดวงตากลมโตเป็นประกาย “หนูจะเอาไปซื้อหนังสือค่ะ!ซื้อหนังสือดีๆ เยอะๆ!โตขึ้นหนูจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้เหมือนน้าสะใภ้กับน้าชาย!”
ซูเจียวเจียวได้ยินก็หัวเราะ“ความใฝ่ฝันของหยวนหยวนของเราสูงส่งเหลือเกิน ดี ดีมากต่อไปก็ต้องพยายามเข้านะ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ใช่เรื่องที่จะพูดง่ายๆต้องขยันอ่านขยันเรียนถึงจะบรรลุเป้าหมาย”
เซียวหยวนหมิงก็ยิ้มพลางกล่าวว่า“ถ้างั้นน้าชายกับน้าสะใภ้จะรอหยวนหยวนอยู่ที่จิงเฉิงนะห้ามคืนคำเด็ดขาด ใครคืนคำจะต้องโดนตีก้น”
หลิวหยวนหยวนตกใจรีบเอามือปิดก้นเล็กๆของตัวเอง พร้อมพยักหน้าอย่างตั้งใจ “ค่ะ!หนูจะตั้งใจเรียนค่ะ!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวหยวนหยวนเซียวหยวนซินก็รู้สึกปลื้มปีติในใจเป็นอย่างยิ่ง
จะมีอะไรทำให้มีความสุขได้มากไปกว่าการเห็นลูกสาวน่ารักและเชื่อฟังแบบนี้?
เซียวหยวนซินยิ้มพลางกล่าวว่า“หยวนหยวนเป็นเด็กที่ไม่เคยทำให้ฉันต้องกังวลเลยตอนนี้เธอมีน้าชายกับน้าสะใภ้เป็นเป้าหมาย เธอก็จะมีทิศทางในการพยายามต่อไปในอนาคต”
หลิวเฉิงเหว่ยกล่าว“พอปีใหม่ผ่านไป หยวนหยวนก็จะอายุห้าขวบแล้วปีหน้าก็สามารถเข้าโรงเรียนได้แล้ว”
เซียวหยวนซินกล่าว“ยังเหลืออีกหนึ่งปีค่ะ”
ในช่วงที่ผ่านมาเจียวเจียวช่วยสอนการเขียนตัวอักษรและคณิตศาสตร์ให้หยวนหยวนมาตลอดพอเจียวเจียวกับอาหมิงไปแล้ว เธอก็ไม่รู้ว่าจะสอนหยวนหยวนอย่างไรดี
ซูเจียวเจียวเห็นความกังวลของเซียวหยวนซินจึงกล่าวว่า “พี่หยวนซินคะถ้ามีเวลาพี่ก็ไปที่ร้านสหกรณ์ซื้อสมุดกับปากกามาให้หยวนหยวนฝึกเขียนนะคะให้เธอฝึกเขียนตัวอักษรวันละหน้า ฝึกคัดพินอิน แล้วก็ทำโจทย์คณิตศาสตร์สักสิบข้อสิ่งเหล่านี้จะเป็นการปูพื้นฐานค่ะเดี๋ยวฉันกับอาหมิงก็จะซื้อหนังสือจากจิงเฉิงส่งมาให้ พี่จะได้สอนหยวนหยวนได้ค่ะ”
แม้เซียวหยวนซินจะมีวุฒิการศึกษาระดับประถมแต่เธอก็เรียนมาหลายปี การสอนหยวนหยวนก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
“อย่างนั้นก็ดีเลย”
เซียวหยวนซินพยักหน้าอย่างหนักแน่นเธอเห็นความสำคัญของการศึกษาจากซูเจียวเจียวจึงสนับสนุนให้หยวนหยวนได้เรียนหนังสือเป็นอย่างมาก
หากเด็กผู้หญิงเรียนเก่งก็จะประสบความสำเร็จได้เช่นกัน
อย่างเจียวเจียวก็เป็นตัวอย่างที่ดี!
รวมถึงจ้าวอวี้เฟินที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยครูได้ในอนาคตเมื่อเรียนจบออกมาก็จะได้เป็นครูเลย! นี่คืองานที่มั่นคงอย่างแท้จริง!
ดีกว่าการทำงานรับจ้างเป็นไหนๆ!
แล้วก็ยังมีคุณครูอู๋เฟิ่งเสียที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยจิงเฉิงได้
ว่ากันว่าผู้ที่จบจากมหาวิทยาลัยจิงเฉิงล้วนเป็นเสาหลักของชาติ!
เธอไม่ได้ต้องการให้หยวนหยวนโดดเด่นหรือเก่งกาจอะไรขอเพียงให้หยวนหยวนมีชีวิตที่ดี เธอก็พอใจแล้วในฐานะแม่คนหนึ่ง
ในขณะนั้นเสียงฝีเท้าและเสียงเรียกขานก็ดังมาจากนอกลานบ้าน หลิวหยวนหยวนกล่าวอย่างน่ารักว่า“หนูไปเปิดประตูเองค่ะ”
แล้วเธอก็วิ่งดุ๊กดิ๊กด้วยรองเท้าหนังคู่เล็กไปเปิดประตู
คนที่เดินเข้ามาคือเด็กสี่ห้าคนมีหลิวเกา หลิวจวีฟาง หลิวจ้วง และคนที่เดินรั้งท้ายคือหลิวจวีเซียงกับหลิวเจี้ยนวัยสามขวบ
ทุกคนล้วนเป็นคนจากฝั่งคุณปู่หลิวกับคุณย่าหลิวทั้งสิ้น
“สวัสดีปีใหม่ค่ะน้าสะใภ้สี่ น้าชายสี่”
เด็กๆพากันร้องเรียก
เซียวหยวนซินรู้ดีว่าเด็กพวกนี้มาทำอะไรพอเพิ่งกินข้าวเย็นเสร็จก็มาหาแล้ว ก็ต้องมาเพื่อขออั่งเปาอย่างแน่นอน
แม้เซียวหยวนซินจะไม่ชอบครอบครัวใหญ่เหล่านั้นแต่ก็ยังเตรียมอั่งเปาไว้ให้เด็กๆ เพราะหลีกเลี่ยงไม่ได้ในฐานะผู้ใหญ่
เซียวหยวนซินหยิบอั่งเปาที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมาแจกให้คนละซองอั่งเปาห่อด้วยกระดาษสีแดง แต่ละซองใส่เงินไว้หนึ่งเหมา
หนึ่งเหมาก็ถือว่าเยอะแล้ว
หลิวจวีเซียงรับอั่งเปาแล้วกล่าวอย่างแผ่วเบาว่า “ขอบคุณค่ะคุณน้า”
หลิวเจี้ยนวัยสามขวบใช้เสียงเล็กๆตามมาว่า“ขอบคุณครับคุณน้า”
หลิวจ้วงที่แต่เดิมกะว่าจะรับอั่งเปาแล้ววิ่งหนีพอได้ยินน้องชายกับน้องสาวขอบคุณ ก็รีบวิ่งกลับมา “ขอบคุณครับน้าสะใภ้สี่”
แล้วเขาก็ดึงหลิวเกาไปอย่างมีความสุข“ไปกันเถอะ ไปซื้อประทัดกัน”
หลิวเกาบีบอั่งเปาพลิกดูไปมาอย่างตั้งใจ พอเห็นว่ามีแค่หนึ่งเหมา ก็กล่าวอย่างไม่พอใจ“ทำไมมีแค่หนึ่งเหมา! น้าสะใภ้สี่ขี้เหนียวจังน้าสะใภ้สี่เงินเดือนเยอะแยะขนาดนี้ แต่กลับให้อั่งเปาเราแค่หนึ่งเหมา!”
แม่ของเขาหลอกเขาว่ามาบ้านน้าสะใภ้สี่อย่างน้อยก็ได้อั่งเปาหนึ่งหยวน!
แต่กลับได้แค่หนึ่งเหมา
รู้อย่างนี้ไม่มาดีกว่า
หลิวจวีฟางบีบอั่งเปาหนึ่งเหมาแม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าก็บ่งบอกว่าน้อยนิด
สีหน้าของเซียวหยวนซินพลันเปลี่ยนไป“ถ้าไม่เอา ก็ส่งคืนมา”
เจ้าเด็กคนนี้โดนพี่ใหญ่หลิวกับพี่สะใภ้ใหญ่หลิวสอนมาเสียคนจริงๆ
อั่งเปาหนึ่งเหมาในกองผลิตตระกูลหลิวก็ถือว่าไม่น้อยแล้วเขากลับยังบ่นว่าน้อยอีก!
หลิวเการีบซ่อนอั่งเปาไว้ข้างหลังแล้วเงยหน้ามองซูเจียวเจียว “ทำไมน้าสะใภ้ไม่ให้อั่งเปาเราบ้าง?”
ซูเจียวเจียวหัวเราะออกมาด้วยความหงุดหงิดกับท่าทางที่ถือเป็นเรื่องธรรมดาของเขาเธอไม่สนว่าเขาจะเป็นเด็กหรือไม่ ซูเจียวเจียวพูดโต้ตอบทันทีว่า“นายไม่ใช่ลูกหลานของฉัน แล้วฉันจะให้ทำไมล่ะ!”
พอมาถึงก็เที่ยวทวงอั่งเปาอย่างหน้าตาเฉยแถมยังไม่รู้จักเคารพเรียกขาน แล้วซูเจียวเจียวมีเหตุผลอันใดต้องให้!
ฝันไปเถอะเจ้าเด็กน้อย!
หลิวเกาส่งเสียงฮึดฮัด“ไม่ให้ก็ไม่ให้ ขี้เหนียวชะมัด…”
เขายังอยากพูดต่ออีกแต่พอสบตากับสายตาเย็นชาและดุดันของเซียวหยวนหมิงคำพูดทั้งหมดก็ถูกกลืนลงคอไปโดยไม่รู้ตัว
อาจจะกลัวถูกตีเขาจึงรีบวิ่งหนีไป
และแล้วเด็กๆต่างก็แยกย้ายกันไป
เซียวหยวนซินกล่าว“เจียวเจียว ขอโทษนะ หลิวเกาแค่โดนตามใจจนเสียคนเธออย่าเก็บไปใส่ใจเลย ไม่ต้องไปสนใจเขาด้วย เห็นเขาเมื่อไรก็ดุได้เลย”
ซูเจียวเจียวหัวเราะ“ฉันไม่ตามใจเขาหรอกค่ะ”
หลิวเฉิงเหว่ยเห็นเด็กๆวิ่งไปซื้อประทัดกันแล้ว จึงล้วงเงินหนึ่งเหมาออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้เธอ“หยวนหยวน ลูกอยากไปซื้อประทัดไหม?”
หลิวหยวนหยวนทำปากยื่นแล้วกล่าวอย่างไม่พอใจว่า “หนูไม่ซื้อประทัดหรอกค่ะนั่นมันของเล่นของเด็กๆ”
ว่าแล้วเธอก็รับเงินหนึ่งเหมาจากหลิวเฉิงเหว่ยแล้วยื่นให้เซียวหยวนซิน “แม่คะ เงินค่ะ”
เซียวหยวนซินยิ้มแล้วรับเงินจากเธอ
หลิวเฉิงเหว่ยเกาหัวอย่างอายๆเขานำเงินหนึ่งเหมาออกมาปลอบใจลูกสาว แต่เธอกลับหันไปให้หยวนซินแล้วยังบอกว่าซื้อประทัดเป็นเรื่องไร้สาระ นั่นก็เหมือนกับว่าลูกสาวกำลังบอกว่าเขาไร้สาระไม่ใช่เหรอ?
เช้าวันที่สองของเทศกาลปีใหม่ซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงก็รีบกลับไปที่กองผลิตฉางซิงแล้วก็มุ่งหน้าไปยังตัวอำเภอทันที
ทั้งสองวางแผนจะเดินทางในวันที่หกของเดือนดังนั้นจึงต้องไปซื้อตั๋วรถไฟที่ตัวอำเภอ
หลังจากซื้อตั๋วแล้วเซียวหยวนหมิงก็คิดจะนำของพื้นเมืองติดไม้ติดมือไปให้พ่อแม่ของซูเจียวเจียว
ส่วนของขวัญซูเจียวเจียวบอกว่าให้ไปซื้อที่ตัวเมืองมณฑลจะดีกว่าจะได้ไม่ต้องหิ้วของเยอะแยะจากที่นี่
เซียวหยวนหมิงกล่าว“ได้ครับ”
แต่ก่อนจากไปเซียวหยวนหมิงกล่าวว่าอยากไปเยี่ยมฉีเย่อีกครั้ง เพื่อบอกลาเขา