ตอนที่ 3 โครงการประมูลของโบราณ
หลินจิ้งหนิงเข้าห้องมาก็อุ้มเ้าก้อนแป้งเหี่ยว ๆ ทั้งสองเอาไว้เพื่อประคองให้นม ส่วนอาซินนางวานให้ช่วยขนเสื้อผ้าที่เหลือเอามากองไว้บนเตียง
ถึงแม้ว่าเสื้อผ้าดี ๆ จะถูกนำไปเกือบหมดแล้ว จะเหลือก็แต่ผ้าเนื้อหยาบที่ใส่ทำงาน แต่นางก็ไม่มีทางเลือกใดมากนัก นอกจากเอามาตัดแล้วเย็บติดกันคงจะได้เสื้อใส่เปลี่ยนอีกสักสองสามตัว
[อลิส ในยุคนี้จะหาเงินได้ยังไงบ้าง] ตอนที่นางใช้ชีวิตอยู่ในยุคนี้นั้น หน้าที่หาเงินเป็ของเซียวอวี้หานทั้งหมด เงินจากการที่เขาล่าสัตว์ไปขายแต่ละครั้งก็เยอะจนนางไม่ต้องทำงานใด ๆ เลย
ทว่าตอนนี้ เขานอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง หน้าที่หาเงินจึงตกเป็ของนาง
[คุณสามารถทำอาหารไปขายในตัวอำเภอ หรือนำผักป่าไปขายได้ หากจะใช้ความสามารถของคุณก็สามารถจับสัตว์ไปขายเหมือนสามีคุณได้]
[คนเขาอพยพกันไปจะเป็เดือนแล้ว จะเอาไปขายให้ใคร ขอคำตอบที่เป็ไปได้กว่านี้หน่อย] เอาอลิสสมองกลสุดฉลาดของนางคืนมาสักทีเถอะ
[ถ้าอย่างนั้น คุณจะเข้าร่วมโครงการประมูลของโบราณหรือไม่]
[ขอรายละเอียดหน่อย]
ระบบสมองกลเงียบไปสักพักจนหลินจิ้งหนิงรู้สึกอึดอัด นางไม่เคยใช้ระบบสมองกลที่ช้าขนาดนี้มาก่อน จึงรู้สึกไม่ชินเป็อย่างมาก
[เนื่องจากระบบสมองกลสามารถเชื่อมต่อกับยุคต่าง ๆ ได้ คุณที่อยู่ในยุคโบราณกว่าหกพันปี ของในยุคของคุณ สำหรับยุคสมัยใหม่แล้วเป็ที่้าเป็อย่างมาก ขอแค่คุณหาของมีค่าและนำเข้าร่วมประมูล ทางเราจะให้ราคาที่เป็ธรรมแก่คุณแน่นอน] ได้ยินอย่างนั้นนางก็ตาเป็ประกาย รู้สึกถึงความหวังอยู่เนือง ๆ ทว่า ตอนนี้บ้านนางจน
จนถึงขนาดที่ว่าเกลือก็ยังไม่มี
แล้วจะไปเอาของมีค่าจากไหนมาประมูล!!
[อันนี้ก็เป็ไปไม่ได้หรอก]
[เงินสมัยก่อนก็สามารถประมูลได้ สมุนไพรก็เช่นกัน คุณไม่สนใจจะเข้าร่วมจริงหรือ] อลิสถามย้ำด้วยน้ำเสียงโมโนโทน
[ได้ด้วยเหรอ งั้นกรรไกรนี่ก็น่าจะได้ไหม] กรรไกรตัดผ้าปลายแหลมทำขึ้นจากเหล็ก มันค่อนข้างหนักเลยทีเดียว
[ได้] เป็ครั้งแรกั้แ่เข้ามาอยู่ในร่างเดิม ที่หลินจิ้งหนิงอยากจะะโเข้าไปกอดระบบสมองกลสักที นางกลั้นยิ้มเอาไว้ก่อนจะตอบตกลงเข้าร่วมโครงการประมูลของมีค่า
แต่ก็ไม่ได้ส่งกรรไกรเข้าร่วมประมูลไป
ไม่อย่างนั้นนางคงจะต้องใช้มือฉีกผ้าแล้วล่ะงานนี้
หลินจิ้งหนิงให้นมลูกสาวทั้งสองคนเสร็จก็ปล่อยให้พวกนางนอนอยู่บนเตียง เปิดประตูเอาไว้เผื่อว่าร้องขึ้นมาจะได้รู้ ส่วนตัวนางก็เข้าครัวมาดูสักหน่อยว่ายังพอจะเหลืออะไรปะทังชีวิตได้บ้างใน่นี้
ตอนนี้จะให้หวังพึ่งระบบสมองกลหรืออาหารในช่องเก็บของคงจะเป็ไปไม่ได้แล้ว เนื่องจากตอนนี้ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย เหรียญก็มีแค่ แปดสิบหกเหรียญ
อาจจะซื้อได้แค่เกลือไม่กี่กรัมเท่านั้น
“อาซิน เ้าเข้าไปถามพี่ชายเ้าหน่อยเถิดว่าเขาเก็บผักมาบ้างหรือไม่” เด็กชายออกบ้านไปเก็บฟืนแต่เช้า นางก็หวังให้เขาเก็บผักป่ามาบ้าง
ตอนนี้ในหมู่บ้านไม่เหลือคนอยู่แล้ว ขนาดไก่พวกเขาก็เอาไปด้วยจึงไม่สามารถใช้เงินซื้ออะไรได้เลย ไก่ในบ้านครอบครัวนางก็เอาไปหมด เรียกได้ว่าขูดเืขูดเนื้อไปจนไม่เหลือทางรอดให้พวกนางเลย
แค้นนี้ยังไงก็ต้องชำระเป็แน่
“พี่ใหญ่บอกว่าอยู่ในตระกร้าเ้าค่ะ” อาซินเป็แฝดผู้น้องของอาซือ นางได้นิสัยแม่มาค่อนข้างเยอะ เรียบร้อยพูดน้อยแถมยังเสียงเบา ทว่ามือไม้คล่องแคล้ว
อาซินไม่ได้ทำงานเป็ แต่พอจะช่วยงานได้หลายอย่าง
” เช่นนั้นเ้าก็ไปล้างให้มากหน่อยเถิด”
“เ้าค่ะ” เด็กสาวไม่ถามอะไรทั้งนั้น เดินไปล้างอย่างว่องไว หลินจิ้งหนิงถอนหายใจเล็กน้อย นางไม่อยากให้ลูกสาวเป็เหมือนนางในเมื่อก่อน เรียบร้อยพูดน้อยก็ดีอยู่หรอก แต่ถ้าโตขึ้นแต่งงานไปอยู่บ้านสามีไม่แคล้วโดนแต่สามีกดขี่
แน่นอนล่ะว่านางต้องหาบ้านสามีที่ดีให้แก่ลูกสาวตัวเอง
ก็อย่างว่า อย่างน้อยก็ต้องทำให้นางกล้ามากกว่านี้อีกหน่อยอย่างน้อยก็เอาไว้สู้กับบุตรชายตัวเหม็น เหมือนนางในตอนนี้
ในครัวไม่มีอะไรเหลือตามคาด ั้แ่ย้อนกลับมาพวกนางก็ดื่มแค่น้ำแกงผักป่าปะทังชีวิต นางค่อนข้างจะละอายที่เรียกมันว่าน้ำแกง เพราะความจริงมันเป็เพียงน้ำต้มผักเท่านั้น
ต้มธรรมดาไม่มีแม้แต่เกลือจะใส่ด้วยซ้ำ
ขืนเป็อย่างนี้ต่อไปได้ตัวเหลืองขาดสารอาหารกันถ้วนหน้าเป็แน่
[อลิส มีเกลือขายไหม]
[มี ห้าสิกรัม สามสิบเหรียญ เป็เกลือเสริมไอโอดีนเกรดต่ำสุด] ราคาแพงไปหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี นางจึงสั่งให้อลิสซื้อมันมาทันที หลินจิ้งหนิงไม่สนใจว่าระบบสมองกลมันไปซื้อมาจากที่ไหน
ตอนนี้มีให้กินให้ใช้แค่นี้นางจะไม่ขอบ่นแล้วกัน
” ท่านแม่ข้าช่วยขอรับ” อาเจาเดินออกมาจากห้องด้วยสีหน้าเศร้าใจเล็กน้อย ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะถาม “เป็อะไรไป?”
“ข้าหิวแล้ว”
เห็นร่างกายผอมแห้งของบุตรชายแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะเศร้าใจตามเขา เป็เพราะนางอ่อนแอเกินไปทำให้บุตรชายบุตรสาวต้องมาลำบากอย่างนี้ ทั้งที่เซียวอวี้หานทำงานหาเงินอย่างเต็มกำลังแล้วแท้ ๆ
หลินจิ้งหนิงรู้สึกแสบจมูกเล็กน้อย
“มาจุดไฟให้แม่เถอะ”
นางทำทีเข้าไปหาของในห้อง ก่อนจะเทเกลือใส่เศษผ้าเล็ก ๆ เอาออกมาทำอาหารด้วย เพราะเกลือที่ระบบให้มาเป็เกลือในกระปุกแสตนเลส
“เกลือนี่?” อาเจาเงยหน้ามามองมารดาด้วยความสงสัย ว่าไปไหนมา ก็เห็นว่าในมือนางหยิบเกลือใส่ลงไปในหม้อต้มน้ำ
“ท่านแม่เอามาจากไหนขอรับ มิใช่ว่าท่านย่าเอาไปหมดแล้วหรือ”
ตอนนั้นเขาสู้สุดตัวเพื่อปกป้องข้าวของในบ้าน จนโดนเตะอยู่หลายครา ทว่าของในบ้านก็ถูกนำไปหมดอยู่ดี
“แม่แอบเก็บเอาไว้” ด้วยนิสัยขี้ขลาดของนางก่อนหน้านี้แล้ว ข้ออ้างนี้เป็ไปไม่ได้ด้วยซ้ำที่จะแอบเก็บของเอาไว้ อาเจาไม่สงสัยเพราะเขายังเล็กรู้จักแต่เล่น
อาซินเองแม้ว่าจะสงสัย แต่นางก็ไม่กล้า ท่านแม่ว่าอย่างไรก็อย่างนั้น
“อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว เ้าไปเรียกพี่กับน้องชายเ้ามา”
อาหารมีแค่น้ำแกงผัก ไม่จำเป็ต้องพิถีพิถันอะไรทั้งนั้น จานชามในบ้านนางเหลืออยู่สองใบเท่านั้น แถมยังบิ่นจนแทบใส่น้ำแกงไม่ได้อยู่แล้ว
เพราะอาเจากระซิบบอกพี่ใหญ่ด้วยความดีใจ ว่าท่านแม่แอบเก็บเกลือเอาไว้ น้ำแกงวันนี้จึงได้รสชาติบ้าง อาซือและอาเหวินจึงไม่ถามอะไรอีก
“อีกเดี๋ยวแม่จะเข้าไปในหมู่บ้านสักหน่อย พวกเ้าอยู่กันได้ใช่หรือไม่” เวลาไม่คอยท่า นางไม่สามารถอยู่บ้านหลังนี้ได้อีกต่อไป ไม่ช้ากองทัพหลวงก็จะร่นถอยมาที่นี่
หลบอยู่ในบ้านท่ามกลางา ไม่ใช่เื่ฉลาดเท่าไหร่นัก
แม้ว่าจะไม่มีหวัง แต่นางก็คิดว่าจะเข้าไปหาของในหมู่บ้านสักหน่อย เผื่อว่าจะมีอะไรเอาไปประมูลได้บ้าง
“ข้าจะไปด้วย” อาซือเป็คนแรกที่เอ่ยปาก หลังจากนั้นอาเหวิน อาเจา รวมถึงอาซินก็บอกว่าจะไปด้วย
“จะไปทำไมเยอะแยะ อีกอย่างแม่ไปแค่นี้ไม่นานก็กลับ” นางไม่คิดจะพาลูกคนไหนไปด้วยั้แ่แรกอยู่แล้ว
“พวกเ้าต้องดูแลพ่อของเ้า อาซินก็ต้องดูแลน้อง อาซือเ้าเองก็ต้องปกป้องพี่สาวกับน้องชายของเ้า”
หลินจิ้งหนิงให้เหตุผล
บ้านของนายพรานเซียวตั้งอยู่บนเชิงเขาห่างจากหมู่บ้านมาเล็กน้อย เนื่องจากเขาต้องเข้าป่าล่าสัตว์เป็ประจำ จึงไม่สะดวกใจจะไปอาศัยในหมู่บ้าน
ไม่อย่างนั้นล่าสัตว์อะไรมาได้ ก็จะเป็ที่อิจฉาของคนในหมู่บ้านเสียเปล่า ๆ
“แต่ว่า…” อาเจาตั้งใจจะเถียง “ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น เชื่อฟังแม่” หลินจิ้งหนิงขัดเอาไว้ก่อน นางไล่เด็ก ๆ ให้เข้าห้อง ส่วนตัวเองก็ล้างกระทะ จากนั้นก็เข้าไปดูอาการของเซียวอวี้หานเมื่อเห็นว่าเขายังสบายดีก็ไม่สั่งอะไรบุตรชายเพิ่มอีก เข้าไปหาบุตรสาวก็เห็นว่าทารกน้อยทั้งสองตื่นขึ้นมาเล่นกันแล้ว
เด็กทั้งสองคนคลอดก่อนกำหนดไปเกือบเดือนพวกเขายังอ่อนแออยู่มาก จึงไม่ร้องไห้งอแงเพียงดิ้นน้อย ๆ เท่านั้น
“อีกเดี๋ยวแม่จะกลับมา หากว่าพวกนางงอแงก็อุ้มกล่อมสักเดี๋ยวนะ” อาซินพยักหน้าด้วยสีหน้าเป็กังวล
“ท่านแม่”
“หื้ม?”
“ท่านพาพี่ใหญ่ไปด้วยเถิดเ้าค่ะ” ประโยคนี้เด็กสาวท่องอยู่ภายในใจั้แ่ที่แม่บอกว่าจะไปคนเดียวแล้ว กว่าจะทำใจกล้าพูดออกมาได้ใบหน้านางก็ก้มลงราวกับว่ากลัวจะโดนด่า
หลินจิ้งหนิงเห็นอย่างนั้นก็พูดอะไรไม่ออก ก่อนหน้านี้นางก็ขี้ขลาดพอ ๆ กับอาซิน แล้วนางจะกลัวไปทำไม
“ไม่ต้องหรอก แม่ไปไม่นานฟ้ายังไม่ทันมืดก็กลับมาแล้ว” พูดจบก็คว้าเอาตะกร้าสะพายหลังเดินออกไปทันที