สัญชาตญาณของเจิ้งหยวนแม่นยำมากทันทีที่เจิ้งเฉวียนกังกลับมาก็เด็ดกิ่งไม้ในลานบ้าน พร้อมตะโกนเสียงดัง“เจิ้งหยวนล่ะ เจิ้งหยวน! แกโผล่หัวออกมาซะ!”
ข้างหลังมีเจิ้งเทียนหมิงพี่ชายเธอเดินตามมาเขาจับแขนของเจิ้งเฉวียนกังแล้วแย่งกิ่งไม้ในมือไป “โธ่ พ่อ... พ่อ พ่อครับพวกเราคุยกันดีๆ ไม่ได้เหรอ บางทีน้องอาจไม่ใช่คนก่อเรื่องนี้ก็ได้พ่อจะลงไม้ลงมือท่าเดียวไม่ได้นะ”
เจิ้งเฉวียนกังปล่อยเจิ้งเทียนหมิงแย่งกิ่งไม้ไปโดยไม่ทันตั้งตัวเขาถลึงตาใส่ แต่ก็ไม่ได้แย่งกลับมา แล้วตรงไปยังห้องโถงหลักทันที
เจิ้งหยวนได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจึงรีบเดินมาที่ห้องโถงหลักเหมือนกันพลางสั่งเจิ้งเจวียนให้ไปเทน้ำเปล่าเย็นๆมาให้เขา เผื่อดื่มน้ำแล้วจะดับความโกรธของเขาได้บ้าง?
เธอเข้าห้องมาก็อ้าปากอธิบายโดยไม่รอให้พ่อถามแต่อย่างใด “พ่อเรื่องวันนี้ฉันผิดเองแต่ฉันไม่เคยคิดเลยว่าคนในหมู่บ้านจะเอาไปลือจนกลายเป็นแบบนี้พี่เสี่ยวสยาพูดต่อหน้าทุกคนว่าฉันไปหาคนรักในอำเภอเมือง ถ้าฉันไม่ตอบโต้แฉเรื่องครอบครัวเธอที่จ้องการแต่งงานกับสกุลเฝิงตาเป็นมันชื่อเสียงฉันไม่เสียหายเอาหรอกเหรอ?” เธอปิดบังช่วงที่กุเรื่องเจิ้งสยาชอบพอเฝิงเจี้ยนเหวินไว้ มิอย่างนั้นหากพ่อเธอรู้เข้าว่าเธอจงใจใส่ร้ายเจิ้งสยา เธอย่อมไม่พ้นโดนตีอีกยกแน่นอน
เจิ้งเทียนหมิงฟังแล้ว จึงรีบเอ่ยเกลี้ยกล่อมบิดา “พ่อ ฟังดูแล้วเรื่องนี้เป็นเจิ้งสยาเริ่มก่อนนะ หยวนหยวนทำไปก็เพื่อปกป้องตัวเอง”
เจิ้งเฉวียนกังตบโต๊ะเสียงดัง ก่อนชี้หน้าบุตรสาวแล้วว่า“คนเขาพูดไม่ถูกหรือไงล่ะ แกทำเรื่องน่าขายหน้าลงไปจริงๆ !”
เจิ้งหยวนสำลักแล้วพึมพำเสียงเบา “ฉันก็พูดไม่ผิดสักหน่อยเจิ้งสยาสนใจการแต่งงานกับสกุลเฝิงเหมือนกันนั่นแหละ”
แม้เสียงเธอจะเบาแค่ไหน แต่เจิ้งเฉวียนกังยังคงได้ยินทุกถ้อยคำเขาตบโต๊ะติดกันหลายฉาด “แต่แกเป็นฝ่ายทำเรื่องไร้ยางอายก่อนคนเขาถึงอยากรับช่วงต่อการแต่งงานกับสกุลเฝิง!”
เจิ้งหยวนพลันนิ่งงัน “…”
“ถ้าแกไม่หน้ามืดตามัวโอดครวญถึงการแต่งงานกับสกุลเฝิงข้างนอกป้าสะใภ้ใหญ่กับพี่เสี่ยวสยาเขาจะเกิดความคิดเอนเอียงแบบนี้ไหม? ไม่มีมูลหมามันไม่ขี้หรอก!”
เจิ้งหยวนคิดในใจ พ่อไร้เหตุผลเกินไปหน่อยหรือเปล่า? เดิมทีวันนี้เธอก็เหนื่อยมากแล้ว โดยปกติความอดทนของคนเรามักจะต่ำลงและขาดสติจนทำเรื่องโง่งมได้อย่างง่ายดายหากเหนื่อยล้า เจิ้งหยวนไม่ใช่คนอารมณ์ดีอยู่แล้ว เธอขัดเกลาจิตใจตนเองหลายสิบปีก็ยังเอาชนะงานเก็บเกี่ยวที่ทำวันนี้ทั้งวันไม่ไหว ตอนนี้เธออยากกินข้าวให้อิ่ม นอนหลับบนเตียงสบายๆ สุดท้ายกลับต้องมากัดฟันฟังพ่อชวนทะเลาะที่บ้านแทน! เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และว่า “พ่อ ถ้าเอาตามที่พ่อพูดพ่อไม่กำหนดการแต่งงานครั้งนี้ให้ฉันตั้งแต่แรก ฉันก็คงไม่บ่นไม่ใช่เหรอ?”
แย่แล้ว! เมื่อเจิ้งหยวนพูดคำนี้ออกมา ทั้งบ้านก็พลันตื่นตัว บ้างพุ่งเข้าชาร์จเจิ้งเฉวียนกังบ้าง เข้าชาร์จเจิ้งหยวนบ้าง หากตีกันขึ้นมา พวกเขาต้องเตรียมตัวห้ามมวย!
เจิ้งเฉวียนกังโมโหจนตบโต๊ะแล้วลุกพรวด “ทำไมแกยังรังเกียจที่ฉันหมั้นหมายงานนี้ให้เหรอ?”
เจิ้งเทียนหมิงดึงเจิ้งเฉวียนกัง ส่วนเฉินชุ่ยอวิ๋นรั้งเจิ้งหยวนไว้เฉินชุ่ยอวิ๋นหยิกเจิ้งหยวนทีหนึ่งพลางบ่น “เจิ้งหยวน! ฉันเพิ่งบอกอะไรแกไปเมื่อกี้ แล้วดูสิ่งที่แกพูดสิ!” ก่อนเอ่ยกับเจิ้งเฉวียนกังต่อ “คุณเองก็พูดให้มันน้อยๆ หน่อย! ทุกอย่างก่อนหน้านั้นมันผ่านไปหมดแล้ว มาพูดเรื่องวันนี้สิ เจิ้งหยวนไม่ใช่คนเริ่มจริงๆ คุณโทษแกฝ่ายเดียวไม่ได้นะ คุณไม่ลองคิดกลับกันเล่า หากหยวนหยวนไม่โต้ตอบ จะเกิดผลยังไงตามมา!”