หันซูมองอาหารตรงหน้าของตนแล้วเงยหน้ามองใบหน้าของหญิงสาวที่ยกอาหารมาบริการด้วยตนเองนางยิ้มกว้างและคะยั้นคะยอให้เขากินอาหารที่นางทำ
“กินเยอะๆ สิท่านพ่อบ้าน”เยว่ซินคะยั้นคะยอ “หมั่นโถนี่กินตอนร้อนๆอร่อยนะ”
“แม่นางเยว่ซินมีอะไร้าใช้ข้าน้อยหรือขอรับ”
“ใช้อะไรกัน พ่อบ้านก็พูดเกินไป”นางหัวเราะคิกคัก “หมั่นโถวสี่ห้าลูกจะเอามาหลอกล่อพ่อบ้านได้อย่างไรกัน”
หันซูกระตุกยิ้ม หากนางพูดจามีหางเสียงสักนิดไม่ชอบทำหน้าเ้าเล่ห์อีกสักหน่อย หรือแม้แต่ยกยอว่าตัวเองเลิศเลอเพียงใดก็นับได้ว่านางเป็สตรีที่น่าคบหาไม่น้อย มือใหญ่เอื้อมมือไปหยิบหมั่นโถวแต่เยว่ซินหยิบตัดหน้าไปก่อน นางอ้าปากคำโตกัดหมั่นโถวเนื้อนุ่มขาวเนียนหันซูได้แต่ทำตาปริบๆ
แววตาของนางมีรอยขบขันแต่ยังทำหน้าใสซื่อแล้วเอ่ยต่อ “อันที่จริงข้ารู้ว่าอาหารที่ข้าทำพ่อบ้านล้วนชิมเองก่อนให้ใต้เท้า ข้าก็เลยกิน หมั่วโถวนี้เอง พ่อบ้านจะได้สบายใจ”
“เ้า!”
“อยู่ใต้ชายคาเดียวกันมาร่วมเดือนพ่อบ้านเรียกข้าเยว่ซินก็ได้ ข้าไม่ถือสาหรอก”อันที่จริงนางไม่อยากให้ใครต่อใครเรียกนางว่า ‘เหอเยว่ซิน’ เพราะนางคือ ‘เซียงเยว่ซิน’ แต่เพราะหลายปีมานี้ นางแทบไม่เคยบอกแซ่กับใครเพียงแค่นางไม่อยากคิดถึงเื่บิดามารดา และนางทำตัวไม่ดีเกรงจะทำให้สกุลของบิดาแปดเปื้อน
“เ้า้าอะไรกันแน่” เขากัดฟันกรอด ความอดทนของเขามีจำกัด ไม่เหมือนนายท่านที่อดทนต่อเ้าลิงน้อยซุกซนเช่นนางได้
“ที่ข้าทำหมั่นโถวมาให้ไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นนอกจากตั้งใจดูแลพ่อบ้าน ท่านเองก็ต้องใช้ร่างกายและจิตใจรับใช้ใต้เท้าฉู่ ก็ต้องบำรุงร่างกายให้แข็งแรงถึงจะถูก”
ที่นางกล่าวมาก็ถูกอยู่หลายส่วนแต่เหตุใดฟังแล้วแปลกหูพิกล
เยว่ซินไม่หยอกพ่อบ้านเล่นอีกจึงพูดเข้าประเด็น“ข้าเพียงอยากสอบถามอาการาเ็เรื้อรังของใต้เท้าฉู่”
“แม่นาง...เอ่อ...เ้าอยากรู้ไปทำไม”ในเมื่อนางไม่อยากให้เรียกแค่ชื่อก็ย่อมได้เขาก็ไม่ขัดนางก็แล้วกันและอยู่ร่วมกันมาได้ระยะหนึ่งเขาเองก็ไม่อยากถ่อมตัวต่อนางนัก เพราะนางเองก็ชอบปีนเกลียวเสียเหลือเกิน
“พ่อบ้านไม่อยากให้ใต้เท้าหายดีหรือ?”
“หายดี?เ้าคิดว่าข้าดีใจที่เห็นนายท่านสภาพนี้หรือข้าดูแลรับใช้นายท่านมาเป็สิบปีไม่มีเลยที่จะต้องทนเห็นชีวิตนายท่านลำบากเช่นนี้”
“ใช่ๆใต้เท้าฉู่เป็คนดียิ่ง ไม่ควรต้องเป็เช่นนี้เลย” นางรีบพูดขึ้นรินน้ำชาแล้วส่งให้พ่อบ้านด้วยท่าทีนอบน้อม หันซูคล้อยตามรับน้ำชามาดื่มแล้วหยิบหมั่นโถวมากินพลางเล่าเื่ในเมืองหลวง
“หากไม่เพราะนิสัยของใต้เท้าเป็คนเถรตรงชีวิตคงไม่เป็เช่นนี้”
“เถรตรงไม่ดีตรงไหนรึ”นางยังแสร้งโง่ รินน้ำชาไม่ได้ขาด
“เถรตรงเป็เื่ดีแต่บุรุษเราก็ต้องรู้จักยืดได้หดได้ บางครั้งนายท่านก็ไม่ยอมคล้อยตามผู้อื่นยึดมั่นอุดมการณ์ แม้ถูกยึดทรัพย์ก็ไม่คิดตอบโต้แต่อย่างใด”
“ยึดทรัพย์?เป็ไปได้หรือ? ข้าได้ยินว่าใต้เท้าฉู่ไม่ยึดติดลาภยศสรรเสริญเดินทางออกจากเมืองหลวงตัวเปล่า”
จะเรียกว่าตัวเปล่าก็ไม่ถูกเพราะที่ขนมาคือหนังสือหลายสิบหีบต่างหากล่ะ นางลอบค้นห้องหับต่างๆ ดูแล้วต่อให้งัดกระเบื้องออกทุกแผ่นก็มั่นใจได้ว่า ฉู่ห่าวหรานไม่มีทรัพย์สินมีค่าใดเลยสิ่งที่เขาหวงแหนคงมีแต่ตำราเ่าั้
หมั่นโถวกับน้ำชานี่ไม่เลวเลยจริงๆแม้จะเทียบกับอาหารที่กินในวังหลวงมิได้ แต่ก็นับว่าดีมากแล้วในชนบทเช่นนี้
“ใช่ที่ไหนแท้จริงเพราะฮ่องเต้ไม่ทรงไว้ใจใต้เท้าฉู่ต่างหาก ถึงได้...”
“หันซู”
“ขอรับ!”
น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยเรียกนั้นทำให้หันซูถึงกับดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้เยว่ซินลอบเบ้ปากใส่ น่าจะรอให้หันซูเล่าให้หมดไส้หมดพุงก่อนค่อยเข้ามานะใต้เท้าฉู่!
“ที่ข้าให้เตรียมอุปกรณ์สอนเด็กๆเ่าั้ เ้าเตรียมเรียบร้อยแล้วหรือ?”
“เอ่อ...บ่าวกำลังจะไปทำให้เรียบร้อยขอรับ”
“ก็ไปสิ”
“ขอรับ” หันซูรีบเดินไปทันทีแต่ไม่ยังใช้สายตาบอกเยว่ซินให้เก็บหมั่นโถวให้ไว้ให้ด้วย นางขยิบตาส่งสัญญาณว่า ‘ได้’
หันซูเดินจากไปลับตาแล้วฉู่ห่าวหรานเข็นรถเข้ามาใกล้นางแล้วเอ่ยขึ้น “หากเ้าอยากรู้อะไรก็ถามข้าได้โดยตรงไม่ต้องอ้อมค้อมหรือหลอกหันซูเช่นนี้”
“ข้าไม่ได้หลอกเสียหน่อย”นางโต้กลับทันทีแล้วรีบยกจานหมั่วโถวขึ้น “ข้าตั้งใจทำเชียวนะ”
ฉู่ห่าวหรานคร้านจะต่อปากต่อคำจึงได้แต่ส่ายหน้าไปมา
“แต่ข้าเตรียมชาดีบัวไว้ให้ท่านด้วยช่วยแก้อาการหงุดหงิดนอนไม่หลับ บำรุงหัวใจ เหมาะกับท่านที่สุด”
“เ้าเป็หมอหรือไรเหตุใดรู้เื่พวกนี้” เขาขมวดคิ้วท่าทางนางไม่ดูเฉลียวฉลาดอะไรนัก ติดจะซุกซนเหมือนเด็กชายเสียมากกว่า ดูอย่างไรก็ห่างไกลคำว่า ‘คณิกาอันดับหนึ่งของเมืองหลวง’
“ไม่ใช่หมอ”นางหัวเราะร่า “พ่อบุญธรรมสอนข้าว่า ความรู้มีอยู่รอบตัวทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็ความรู้ได้ทั้งสิ้น ข้าเองก็ท่องเที่ยวในยุทธภพมาไม่น้อยเื่พวกนี้ไม่ใช่เื่เป็ความลับอันใด ใครๆ ก็รู้กัน”
“แม่นาง..”
“เยว่ซินเรียกข้าว่าเยว่ซิน” นางพูดแก้ให้เขา เมื่อไหร่เขาจะเรียกชื่อนางอย่างสนิทสนมเสียทีนะ
ฉู่ห่าวหรานกระแอมไอเล็กน้อยแล้วเริ่มพูดใหม่“เ้าดูอายุยังน้อย รู้จักท่องยุทธภพแล้วหรือ?”
หญิงสาวหัวเราะร่าแล้วชี้นิ้วใส่หน้าเขาอย่างไม่เกรงมารยาท
“ท่านว่าข้าหลอกถามพ่อบ้านหันซูท่านเองก็กำลังหลอกถามข้าอยู่ อันที่จริง ข้ารอเจรจากับท่านอยู่พอดีแต่ท่านก็ไม่ว่างเอาเสียเลย”
“เจรจากับข้า?”
“ใช่”นางลุกขึ้นแล้วเดินไปด้านหลังออกแรงดันรถเข็นไปด้านหน้ารถเข็นคันนี้เคลื่อนที่ได้ยากเย็นนักท่านฉู่คงต้องออกแรงมากกว่าจะหมุนล้อให้เคลื่อนที่ได้ ท่าทางเขาก็บอบบางอยู่แล้วยังต้องลำบากเข้าไปอีก
“ข้าเตรียมน้ำชากับของว่างไว้ให้แล้วท่านจิบน้ำชาไปแล้วเรามาเจรจาตกลงกันด้วยดีเถอะนะ”
“เ้าว่ามาเถอะข้าคงไม่กระอักเืระหว่างฟังเ้าพูด”
เยว่ซินกลับแหงนหน้าหัวเราะไม่คิดว่า ‘บุรุษใบหน้าน้ำแข็ง’ จะรู้จักพูดจาประชนประชันเช่นนี้
“แม่บุญธรรมสอนว่าการเจรจาการค้า ควรให้อีกฝ่ายสบายใจค่อยเสนอเงื่อนไขที่เรา้า”
“แล้วถ้าไม่ได้ในสิ่งที่้าล่ะ”
“ค่อยทุบหัวบีบคอหรือหักนิ้วแล้วขู่บังคับให้จำนน” นางยังคงพูดเสียงใสเหมือนพูดเื่ดินฟ้าอากาศ
“เ้าเป็ใครกันแน่”คราวนี้ฉู่ห่าวหรานถามตรงไปตรงมา
“ชื่อของข้าคือเยว่ซิน”นางน้ำเสียงมั่นคง “แต่ข้าไม่ใช่เหอเยว่ซินที่ฮ่องเต้ส่งมา”
“ข้าเคยเข้าใจว่านักฆ่าไม่บอกชื่อเสียงเรียงนามให้ผู้อื่นรู้เสียอีก”
“ข้าไม่ใช่นักฆ่าและข้าก็ไม่เคยฆ่าคนด้วย” นางหัวเราะไม่เกรงใจ “ข้าเป็สหายกับเหอเยว่ซินแต่นางไม่อาจเดินทางมาพบท่านได้ และด้วยไม่อยากผิดพระบัญชากับองค์ฮ่องเต้ข้าจึงมาแทนนาง”
ดูท่าทางว่าเขาจะคาดเดาไว้แล้วจึงไม่แสดงท่าทีประหลาดใจนัก
“เหอเยว่ซินเป็คนดีแม้นางเป็หญิงคณิกา แต่ขายศิลป์ไม่ขายเรือนร่างนางมีชายในดวงใจที่มั่นรักต่อกัน ข้าจึงเสนอตัวมาแทนเพื่อให้นางได้ใช้ชีวิตกับคนรัก”
“พวกเ้ากล้าขัดบัญชาขององค์ฮ่องเต้”เขาเลิกคิ้วถาม
“ขัดบัญชาที่ใดกันข้าก็มายืนตรงหน้าท่านนี่ไง” นางกลอกตามองบน เมื่อเข็นรถมาถึงเรือนของเขาแล้วนางก็เดินไปที่ป้านน้ำชาที่นางตระเตรียมไว้ก่อนแล้ว “นี่ชาดีบัวแล้วก็บัวลอยไส้งาดำ งาดำนี่กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และบำรุงกระดูก”
“เ้ามีความรู้เื่การทำอาหารดียิ่ง”เขาเอ่ยชม รับถ้วยชานางนางมาจิบ แม้เคยลิ้มชิมรสชาราคาแพงมากนักต่อนักชาของนางไม่ได้ดีเลิศหากแต่ช่วยเื่สุขภาพได้ดีอย่างที่นางพูดจริง เขารู้เพราะนางหมั่นเปลี่ยนชาสมุนไพรให้เขาอยู่เสมอ เขาไม่ทักถามเพราะเห็นว่าไม่มีพิษอะไรจึงปล่อยเลยตามเลย
“ท่านแม่ข้าสอนข้าหมายถึง แม่ที่ให้กำเนิด” นางพูดเสียงเบาแต่แววตาปรากฏรอยยิ้ม
“แล้วตอนนี้บิดามารดาของเ้าอยู่ที่ใดกัน”
“ตายหมดแล้ว”นางตอบรวดเร็วจนเขาต้องเงยหน้ามอง “พ่อแม่ข้าตายั้แ่ข้าสิบขวบหลังจากนั้นข้าก็เร่ร่อนไปเรื่อย จนได้มาพบกับพ่อแม่บุญธรรม อันที่จริงนอกจากข้าจะมาที่นี่เพื่อเหอเยว่ซินแล้วข้ายังมีภารกิจดูแลท่านตามคำสั่งของพ่อบุญธรรมด้วย”
ฉู่ห่าวหรานเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนเอ่ยขึ้น
“พ่อบุญธรรมของเ้าคือใคร”
“มู่หงเทียน”
“มู่หงเทียน!”
“ถูกแล้ว”นางพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม ดีใจที่ได้เห็นสีหน้าแตกตื่นจากอีกฝ่ายนักแสดงว่าเขาก็มีความรู้สึกเช่นคนทั่วไปไม่ใช่ ‘น้ำแข็งพันปี’ อย่างที่พ่อบุญธรรมนินทาอยู่บ่อยๆ
“แล้ว...แม่บุญธรรมของเ้า”
“แม่บุญธรรมของข้าก็คือจอมโจรแมงป่องแดง-มู่ยี่อย่างไรล่ะ”
ชายหนุ่มสีหน้าตกตะลึงไปไม่คิดว่าจะได้ยินชื่อที่คิดว่าหายสาบสูญไปนานกว่าสิบปีเช่นนี้.